ตอนที่ 21 ปะการังแปดท่อ
แปลโดย เนสยัง“เหอะ ฉันถึงสถานีแล้ว ขี้เกียจมาต่อล้อต่อเถียงกับพวกเธอ” ผู้ชายหน้าเหลี่ยมพูดจบก็หันหลังเตรียมตัวลงจากรถ
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ทางขวามือของเขาถือถุงพลาสติกใบหนึ่งอยู่ในมือ
ผู้ชายหน้าเหลี่ยมผลักชายหนุ่มออกแล้วรีบเดินไปที่ประตูหลังของรถเมล์
เฉียวซางสังเกตเห็นว่ามือของเขาแตะไปที่ไหล่ของชายหนุ่ม ร่างกายไม่ได้สัมผัสโดนส่วนอื่นเลย แต่ถุงพลาสติกใบนั้นกลับส่งเสียงดังสวบสาบ
“หมาเขี้ยวไฟ ใช้ประกายไฟเล็งไปที่เอวของเขาเลย” เฉียวซางออกคำสั่งโดยตรง
หมาเขี้ยวไฟอยู่ในสถานะเตรียมพร้อมพุ่งชนเต็มที่
มันเห็นมนุษย์ตรงหน้าแล้วหงุดหงิดสุดๆ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ฝึกอสูรของมันเอามือกดไว้ไม่ให้ขยับล่ะก็ มันคงงัดเอาศิลปะการต่อสู้ทั้งสิบแปดแขนงของมันมาอัดใส่เขาไปตั้งนานแล้ว
ตอนนี้พอได้รับคำสั่ง มันก็รวบรวมพลังงานในร่างกายอย่างสุดกำลังแล้วพ่นออกไป
ประกายไฟที่ปกติมีขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารก ตอนนี้กลับมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือของผู้ใหญ่เลยทีเดียว
“กว๋าน!!!”
เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดดังก้องไปทั่วทั้งรถเมล์
ผู้โดยสารบนรถเมล์ต่างก็ตกใจสะดุ้ง ผู้โดยสารที่เพิ่งจะก้าวเท้าขึ้นมาจากประตูหน้ายิ่งตกใจจนถอยกรูดกลับไปที่ป้ายรถเมล์
“ลุงคนขับ ปิดประตูรถเลยค่ะ!” เฉียวซางหันไปตะโกนบอกคนขับรถ
คนขับรถมองเห็นเหตุการณ์ในรถผ่านกระจกมองหลังก็ถึงกับอึ้งไปพักใหญ่
เห็นเพียงสิ่งมีชีวิตประเภทโพลิปสีขาวที่มีความยาวกว่าสองเมตรและมีหนวดแปดเส้นปรากฏตัวขึ้นกลางรถเมล์อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และพร้อมกับการปรากฏตัวของมัน ของกองโตก็ร่วงกราวลงมาจากหนวดทั้งแปดเส้นของมัน
“ลุงคนขับ ปิดประตูรถค่ะ!” เฉียวซางเห็นคนขับรถยังไม่ขยับ จึงต้องร้องเตือนอีกครั้ง
“อ้อๆ” คนขับรถได้สติ รีบลุกลี้ลุกลนกดปุ่มปิดประตู
พอเห็นคนขับรถปิดประตูแล้ว เฉียวซางก็หันกลับมาสนใจเหตุการณ์ตรงหน้าต่อ
นี่มันตัวอะไรเนี่ย?
ถึงแม้ช่วงนี้เธอจะติวเข้มอัดความรู้เข้าหัวอย่างหนัก แต่เด็กเรียนห่วยก็ยังคงเป็นเด็กเรียนห่วย เฉียวซางจำไม่ได้ว่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้านี้คือตัวอะไร
เฉียวซางหันไปถามนักเรียนหญิง “นี่มันตัวอะไรเหรอ?”
“นั่นมือถือฉันนี่!”
เฉียวซาง: “…”
“ของฉันก็ด้วย!”
“ผลซาซาของฉัน!”
“สร้อยคอที่ฉันซื้อให้แฟนก็อยู่นั่น!”
“แผ่นเสริมส้นรองเท้าของฉัน!!!”
ผู้โดยสารบนรถเมล์ต่างพากันตื่นเต้นดีใจและชี้ว่าของชิ้นไหนเป็นของตัวเอง
ผู้ชายหน้าเหลี่ยมมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก การที่ปะการังแปดท่อของเขาได้รับบาดเจ็บทำให้เขาลงจากรถไม่ทันในจังหวะแรก ตอนนี้ประตูรถก็ปิดแล้ว แถมของกลางก็ร่วงหล่นลงมาหมดแล้วด้วย
เป็นเพราะยัยเด็กนี่คนเดียวเลย!
ผู้ชายหน้าเหลี่ยมจ้องมองเด็กสาวที่มีหมาเขี้ยวไฟด้วยความเคียดแค้น
ถ้าไม่ใช่เพราะหมาเขี้ยวไฟกับยัยเด็กนี่ ครั้งนี้เขาจะพลาดได้ยังไง!
แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันสายไปแล้ว คนทั้งรถจ้องมองเขาอยู่ ถ้าเขาจะหนี ก็ต้องทำลายรถเมล์ ซึ่งจะต้องทำให้คนบนรถได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน
ความแตกต่างระหว่างข้อหาลักทรัพย์กับข้อหาทำร้ายประชาชนเขาย่อมรู้ดี ข้อหาแรกอย่างมากก็แค่โดนปรับเงินแล้วก็ติดคุกสักเดือนสองเดือน แต่ข้อหาหลังนี่ต้องติดคุกเป็นปีหรืออาจจะถึงหลายสิบปีเลยทีเดียว
ตอนนี้เขาทำได้แค่อยู่นิ่งๆ รอให้ตำรวจมาจับ
เฉียวซางเห็นผู้ชายหน้าเหลี่ยมมีสีหน้าสิ้นหวัง และเก็บสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่เธอยังไม่รู้ชื่อกลับไป ทำท่าเหมือนยอมจำนนแต่โดยดี
“ทุกคนรีบจับตัวเขาไว้เร็ว อย่าให้หนีไปได้นะ!” เฉียวซางตะโกน
เธอเหวี่ยงหมัดใส่ ผู้ชายหน้าเหลี่ยมถอยหลังไปสองก้าวตามสัญชาตญาณ ทุกคนเห็นดังนั้นก็นึกว่าเขาจะหนี จึงกรูกันเข้าไปกดเขากดลงกับพื้น
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มพูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง “นี่ยังกล้าตีคนอีกเหรอ?!”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็เดือดปุดๆ ขโมยของแล้วถูกจับได้ยังจะกล้าทำตัวกร่างอีกเหรอ?
ทันใดนั้นทั้งหมัดทั้งเท้าก็ประเคนใส่เขาไม่ยั้ง
“ฉันไม่ได้ทำ!” ผู้ชายหน้าเหลี่ยมคำรามลั่น
น่าเสียดายที่ไม่มีใครฟังเขาพูด เสียงของเขาถูกกลืนหายไปในเสียงชกต่อยเตะต่อยในเวลาไม่นาน
เฉียวซางร่วมแจมเตะไปสิบแปดที พอเตะจนเหนื่อยก็หลบไปนั่งพักอยู่ข้างๆ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ฝูงชนก็แยกย้ายกันออกไป
ผู้ชายคนนั้นนอนก่ายเกยอยู่บนพื้นเหมือนหมูตาย หน้าตาปูดโปนเขียวช้ำ บนหน้ายังมีรอยกรงเล็บที่ไม่รู้ว่าใครไปทิ้งไว้ให้ ใบหน้าเหลี่ยมๆ กลายเป็นหน้าซาลาเปาบวมเป่ง จนดูไม่ออกเลยว่าหน้าตาเดิมเป็นยังไง
หมาเขี้ยวไฟเบียดตัวออกมาจากฝูงชน ดวงตาที่ชุ่มชื้นของมันกะพริบปริบๆ ให้เฉียวซางสองที
หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรส่งสายตารู้กัน แล้วก็ยิ้มออกมา
มีคนโทรแจ้งตำรวจ ไม่นานรถตำรวจก็มาถึง
ตำรวจสามนายที่มาถึงไม่สามารถยืนยันตัวตนของผู้ชายที่มีใบหน้าบวมเป่งจนจำไม่ได้คนนี้ได้ โชคดีที่บนหน้าอกของเขายังติดเข็มกลัดผู้ฝึกอสูรอยู่
ตำรวจนำเข็มกลัดไปสแกนตรวจสอบ ก็สามารถยืนยันตัวตนของผู้ชายคนนั้นได้
“ใครเป็นคนพบว่าเขาขโมยของ?” ตำรวจคนหนึ่งถามขึ้น
“เธอคนนี้ค่ะ!” นักเรียนหญิงจับมือเฉียวซางชูขึ้นแล้วบอก
ผู้โดยสารคนอื่นๆ รอบๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
ตำรวจคนที่ถามเดินมาหาเฉียวซางแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “พวกเราอยากให้คุณช่วยไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจสักหน่อยน่ะครับ”
เฉียวซางทำหน้าลำบากใจ “แม่หนูยังรอหนูกลับไปกินข้าวอยู่นะคะ”
ตำรวจยิ้ม “แป๊บเดียวเองครับ นี่เป็นเรื่องดีที่ช่วยเหลือสังคม คุณโทรไปบอกคุณแม่สักหน่อยเถอะ คุณแม่ไม่ว่าหรอกครับ”
เฉียวซางส่ายหน้าปฏิเสธ “คนบนรถคันนี้เป็นพยานกันหมดแหละค่ะ เรียกพวกเขาไปเถอะ หนูต้องรีบกลับบ้านจริงๆ”
ตำรวจยังคงพูดต่อ “ผู้ชายคนนี้ชื่อเฉินเจี้ยนฮุย เป็นโจรใจบาปที่เคยก่อคดีมาหลายครั้งแล้ว พวกเราตั้งค่าหัวประกาศจับเขามาได้พักใหญ่แล้ว ครั้งนี้คุณเป็นคนพบเขา คุณต้องไปรับเงินรางวัลนำจับ 50,000 เหรียญพันธมิตรด้วยนะครับ”
เฉียวซางอึ้งไป มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?
เธอรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังทันที “เรื่องให้ปากคำมันเป็นหน้าที่ของพลเมืองดีอย่างหนูอยู่แล้วค่ะ พวกเราจะไปกันตอนไหนคะ?”
ตำรวจ: “…”
จังหวะที่เฉียวซางกำลังจะก้าวขึ้นรถตำรวจ นักเรียนหญิงก็ดึงเธอไว้ “ฉันชื่อไป๋อวิ๋นเหมี่ยว ขอแอดเฟรนด์เธอหน่อยได้ไหม?”
“ได้สิ” เฉียวซางยิ้ม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอดเฟรนด์
กว่าเฉียวซางจะกลับถึงบ้าน เวลาก็ปาเข้าไป 20.48 น. แล้ว
โชคดีที่ระหว่างทางเธอโทรไปให้ตำรวจช่วยอธิบายให้แม่ฟังว่าเธอไปไหน พอกลับมาถึงบ้านจึงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแม่
“กลับมาดึกป่านนี้คงเหนื่อยแย่เลย รีบมากินข้าวเร็ว แม่เพิ่งจะอุ่นให้ใหม่ๆ เลยนะ”
เฉียวซางหิวจนไส้กิ่วไปนานแล้ว เนื้อแกะย่างห้าไม้ที่กินไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อนมันไม่อยู่ท้องเลยสักนิด พอมาถึงโต๊ะอาหารเธอก็ก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย
“หมาเขี้ยวไฟก็คงหิวแล้วเหมือนกันใช่ไหม มาๆ นี่อาหารเย็นเปี่ยมโภชนาการที่แม่ตั้งใจทำให้แกโดยเฉพาะเลยนะ” แม่ยกจานอาหารพลังงานสูตรพิเศษมาวางตรงหน้าหมาเขี้ยวไฟพร้อมกับรอยยิ้ม
เฉียวซางรู้สึกว่าข้าวในปากเริ่มจืดชืด เธอหยุดกินแล้วหันไปมองด้วยความกังวล
หมาเขี้ยวไฟไม่ได้สังเกตเห็นสายตาของเฉียวซาง มันจ้องมองอาหารพลังงานพลางส่งเสียงร้อง แล้วก็เริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย
เฉียวซางถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่เหตุการณ์ที่เธอกังวลไม่ได้เกิดขึ้น…
พอกินเสร็จ เธอก็เห็นว่าหมาเขี้ยวไฟจัดการอาหารพลังงานของมันหมดเกลี้ยงไปตั้งนานแล้ว และกำลังยืนแกว่งหางรอเธออยู่ข้างๆ
เฉียวซางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
หมาเขี้ยวไฟกินจุขึ้นกว่าปกติหรือเปล่าเนี่ย?
เฉียวซางไม่ได้เก็บมาคิดให้วุ่นวาย เธออุ้มหมาเขี้ยวไฟกลับเข้าห้อง เปิดคอมพิวเตอร์เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติบนรถเมล์ที่เธอยังไม่รู้จักชื่อ
เพราะไม่รู้ชื่อ จึงทำได้แค่ค้นหาจากลักษณะภายนอกเท่านั้น
[มีใครรู้บ้างว่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติสีขาวที่มีหนวดแปดเส้นแถมยังล่องหนได้คือตัวอะไร?]
สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติบนโลกใบนี้มีนับล้านชนิด การที่มีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกันก็มีไม่น้อย
เฉียวซางไล่ดูอยู่สิบกว่านาที กว่าจะเจอคำตอบที่ต้องการ
[ปะการังแปดท่อ]

0 Comments