ตอนที่ 120 หมาสดับอัคคี
แปลโดย เนสยังคนในภูมิภาคอวี้หัวต่างรู้ดีว่าหมาเขี้ยวไฟมีเส้นทางการวิวัฒนาการเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น นั่นคือ หมาเพลิงโลกันตร์
แต่สัตว์อสูรที่มีรูปร่างหน้าตาสง่างามตรงหน้านี้ นอกจากขนาดตัวที่เท่ากับหมาเพลิงโลกันตร์แล้ว ก็ไม่มีส่วนใดที่เหมือนกันเลยสักนิด
เฉียวซางมองหยาเป่าที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงด้วยความตกตะลึง
เธออาจจะเรียนไม่เก่ง สอบได้แค่คะแนนคาบเส้น
ไม่รู้จักค้างคาวเทียนเสี่ยน เกือบจะเอาผลหมื่นอัคคีมากินเป็นผลไม้ธรรมดา แถมยังไม่รู้เรื่องค่าพลังงานปกติของสัตว์อสูรในแต่ละระดับด้วยซ้ำ
แต่ถ้าให้ทำข้อสอบเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ของหมาเขี้ยวไฟล่ะก็ ถึงจะไม่กล้ารับประกันว่าจะได้ 100 คะแนนเต็ม แต่ 90 คะแนนขึ้นไปต้องมีแน่นอน
หมาเขี้ยวไฟแตกต่างจากสัตว์อสูรประเภทหนอนฉางชิงที่มีเส้นทางการวิวัฒนาการหลากหลายรูปแบบ มันมีเพียงเส้นทางเดียวตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับราชัน
หากสัตว์อสูรตัวหนึ่งมีเส้นทางการวิวัฒนาการที่ผิดแผกไปจากเดิม การวิวัฒนาการในครั้งต่อๆ ไปของมันก็จะไม่เป็นไปตามเส้นทางเดิมอีกต่อไป
ยกตัวอย่างเช่น หนอนฉางชิงสามารถวิวัฒนาการเป็นผีเสื้อหิมะบาซวี่หรือผีเสื้อพิษปาตู้ได้ แต่ร่างวิวัฒนาการของผีเสื้อหิมะบาซวี่คือผีเสื้อปีกหิมะ ส่วนร่างวิวัฒนาการของผีเสื้อพิษปาตู้คือผีเสื้อหางติ่งปีกพิษ
นั่นหมายความว่า การวิวัฒนาการในครั้งต่อๆ ไปของหยาเป่าจะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดเดาได้
ในขณะที่ความคิดของเฉียวซางกำลังแล่นพล่าน หยาเป่าก็หันมามองเธอด้วยดวงตาที่เป็นประกาย ก่อนจะกระโจนเข้าใส่ด้วยความตื่นเต้น
“ตึง!”
เฉียวซางถูกชนจนล้มหงายหลังลงไปนอนกับพื้นทันที
หยาเป่าในร่างวิวัฒนาการมีขนาดตัวใหญ่ถึง 1.8 เมตร ไม่ใช่เจ้าหมาน้อยตัวเล็กๆ แบบเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว
“โฮ่ง!”
หยาเป่ากระโจนเข้าใส่ด้วยความตื่นเต้น กะจะซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดเจ้านายเหมือนทุกที
แต่วินาทีต่อมามันก็เอียงคอด้วยความสงสัย
“โฮ่ง?”
ทำไมเจ้านายถึงตัวเล็กลงล่ะ?
เฉียวซางถูกทับอยู่ใต้ร่างใหญ่โตของมัน มีเพียงมือขวาที่ยังโผล่ออกมาดิ้นรนพยายามจะดันตัวมันออก “หยา… เป่า ลุกขึ้นเร็ว ฉันจะโดนทับตายอยู่แล้ว…”
“โฮ่ง!”
หยาเป่าตกใจ รีบลุกขึ้นยืนทันที
เฉียวซางหอบหายใจแฮ่กๆ ให้ตายสิ เมื่อกี้เธอนึกว่าตัวเองจะขาดใจตายซะแล้ว!
ความรักอันร้อนแรงแบบนี้ วันหลังคงจะรับมือไม่ไหวแน่ๆ เว้นเสียแต่ว่าเธอจะออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง หรือไม่ก็พัฒนาตัวเองให้กลายเป็นผู้ฝึกอสูรระดับ D เพื่อรับพลังสะท้อนกลับจากสัตว์อสูรให้ได้เสียก่อน
ผู้คนในเหตุการณ์เริ่มได้สติกลับมาและหาเสียงตัวเองเจอ
“นี่มันไม่ใช่หมาเพลิงโลกันตร์นี่นา!”
“ตัวที่วิวัฒนาการเมื่อกี้นี้คือหมาเขี้ยวไฟแน่เหรอ?”
“ฉันกำลังฝันอยู่หรือเปล่าเนี่ย? เสี่ยวหลิว แกมีความรู้สึกไหม?”
“เชี่ย! แกบ้าไปแล้วเหรอ! ถ้าอยากรู้ก็หยิกตัวเองสิวะ!”
“อ๊ากกกกกก!”
“สุดยอดไปเลย! นี่คือร่างวิวัฒนาการรูปแบบที่สองของหมาเขี้ยวไฟเหรอเนี่ย! โคตรเท่เลย!”
“สมาพันธ์ประกาศร่างวิวัฒนาการนี้ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องเลย!”
“ไอ้โง่! ก็ลองค้นในเน็ตดูสิ!”
หลายคนเห็นด้วย พอเตรียมจะหยิบมือถือออกมา เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น
“ออกไปให้หมด เวลาทำงานมัวแต่มาทำอะไรกันตรงนี้?”
ทุกคนชะงักไป หันไปมองตามเสียง
ซ่งหยวนกำลังยืนมองพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“…”
ทุกคนรีบสลายตัวไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
เมื่อพนักงานออกจากห้องไปหมดแล้ว สีหน้าของซ่งหยวนก็เปลี่ยนไป เธอมองสัตว์อสูรที่แผ่รัศมีสูงส่งตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย “เฉียวซาง ร่างวิวัฒนาการของหยาเป่าเรียกว่าอะไรเหรอ?”
เฉียวซางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
ซ่งหยวนอึ้งไปเลย “นี่คือร่างวิวัฒนาการใหม่เหรอ?”
“ใช่ค่ะ เป็นร่างวิวัฒนาการใหม่” เฉียวซางพยักหน้า
ซ่งหยวนเงียบไปพักใหญ่ “แล้วทำไมเธอถึงไม่รู้ชื่อของร่างวิวัฒนาการใหม่ล่ะ?”
เฉียวซางก็งงเหมือนกัน “แล้วทำไมหนูต้องรู้ชื่อของร่างวิวัฒนาการใหม่ด้วยล่ะคะ?”
ทั้งสองคนต่างก็มองหน้ากันไปมาอย่างไม่เข้าใจ
ซ่งหยวนจ้องมองเฉียวซางอย่างอึ้งๆ จู่ๆ ก็คิดถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา มือที่ถือโทรศัพท์อยู่สั่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เป็นไปไม่ได้น่า! หรือว่าสมาพันธ์จะยังไม่ได้ประกาศเรื่องการค้นพบร่างวิวัฒนาการรูปแบบนี้ออกมา?!
ตั้งแต่เรียนจบออกมาทำงานหาเงิน เธอก็ไม่ได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสัตว์อสูรมากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว อย่างมากก็แค่ดูแฟชั่นการแต่งกายของผู้ฝึกอสูรที่มีชื่อเสียง เพื่อเอามาเป็นไอเดียในการออกแบบสินค้าให้ฮิตติดตลาดเท่านั้น
การที่สัตว์อสูรมีเส้นทางการวิวัฒนาการที่หลากหลาย บางเส้นทางก็บรรลุเงื่อนไขได้ง่าย บางเส้นทางก็บรรลุเงื่อนไขได้ยาก ถือเป็นเรื่องปกติ
เธอเข้าใจมาตลอดว่าร่างวิวัฒนาการของหยาเป่าในตอนนี้ เป็นรูปแบบที่วิวัฒนาการได้ยาก เธอเลยไม่เคยเห็นในชีวิตจริงมาก่อน
แต่ถ้าสมมติว่าสมาพันธ์ยังไม่เคยประกาศเรื่องร่างวิวัฒนาการรูปแบบนี้ออกมาล่ะ และถ้าหยาเป่าคือหมาเขี้ยวไฟตัวแรกที่วิวัฒนาการมาเป็นร่างนี้ล่ะ?
ยิ่งซ่งหยวนคิด เธอก็ยิ่งตื่นเต้น รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งบานแฉ่งจนหุบไม่ลง
หลังจากเช็คข้อมูลในโทรศัพท์จนแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เธอคิดเป็นเรื่องจริง เธอก็ไม่สามารถควบคุมสีหน้าของตัวเองได้อีกต่อไป
“พี่ซ่ง…” เฉียวซางเห็นสายตาที่ซ่งหยวนใช้มองหยาเป่าแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะดึงมันมาหลบอยู่ข้างหลัง
พอดึง… ดึงไม่ขยับเลยแฮะ…
“ไม่ต้องเรียกพี่ซ่งหรอก มันดูห่างเหินไปนะ เรียกพี่ซ่งเฉยๆ ก็พอจ้ะ” ซ่งหยวนยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร
เฉียวซางก็ไม่ได้เกรงใจ “พี่ซ่งคะ ถ่ายวิดีโอเสร็จแล้วหนูต้องกลับโรงเรียนแล้วนะคะ หลังจากนี้หนูต้องอยู่เข้าค่ายฝึกซ้อมที่โรงเรียนตลอดเลย ถ้าจะถ่ายแบบครั้งหน้า รบกวนพี่ช่วยแจ้งล่วงหน้าสักสองวันนะคะ หนูจะได้ทำเรื่องขออนุญาต”
“ได้สิๆ เข้าค่ายที่โรงเรียนคงออกมาข้างนอกลำบากล่ะสิ อย่าเพิ่งลางานสุ่มสี่สุ่มห้าเลยนะ เรื่องถ่ายแบบคอลเลกชันใหม่ไม่ต้องรีบหรอก ตอนนี้เพิ่งจะมีแค่แบบร่าง ยังไม่ได้เริ่มผลิตเลย รอให้เธอว่างวันไหนก็ค่อยโทรมาบอกพี่ เดี๋ยวพี่ค่อยนัดคิวถ่ายให้อีกทีก็ได้” ซ่งหยวนยิ้มอย่างใจดี
เฉียวซางกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
เธอรู้ดีว่าโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ การที่ซ่งหยวนยอมผ่อนปรนให้ขนาดนี้ ก็คงเป็นเพราะเห็นศักยภาพในตัวหยาเป่านั่นแหละ
แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าปรับหรือเรื่องการถ่ายแบบครั้งต่อไป เธอก็ดูแลจัดการให้เฉียวซางเป็นอย่างดี
“เธอจะกลับโรงเรียนแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ” ซ่งหยวนพูดจบก็หันไปหยิบกระเป๋าเตรียมตัวออกไป
เรื่องแบบนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป สัญญาใกล้จะหมดแล้ว ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีไว้ก่อน ถึงจะคุยเรื่องต่อสัญญาได้ง่ายขึ้น
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ครูของหนูก็อยู่ที่นี่ด้วย เดี๋ยวให้ครูไปส่งก็ได้ค่ะ” เฉียวซางบอก
ซ่งหยวนยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ค้างคาวเทียนเสี่ยนได้ยินดังนั้น ก็สะบัดกรงเล็บพาทั้งสองคนหายวับไปต่อหน้าต่อตาซ่งหยวนทันที
ซ่งหยวน “!!!”
…
ภายในห้องพัก
เฉียวซางนอนหน้าซีดเผือดอยู่บนเตียง
นิสัยที่ไม่ยอมบอกล่วงหน้าก่อนจะใช้ทักษะเคลื่อนย้ายมิติของครูเสี่ยนนี่มันแย่จริงๆ!
“โฮ่ง…”
หยาเป่ายืนอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้าสับสนงุนงง
มันอยากจะกระโดดขึ้นไปนอนข้างๆ เจ้านายเหมือนอย่างเคย แต่ทำไมเตียงมันดูเล็กลงจนไม่มีที่ให้มันนอนแล้วล่ะ?
แถมเจ้านายก็ตัวเล็กลง ส่วนลูกน้องก็ยิ่งตัวเล็กกว่าหัวของมันซะอีก
“จ๊วบ”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยลอยวนรอบตัวหยาเป่าไม่หยุด
จริงๆ แล้วตอนที่อยู่ที่ตึกจินอวี๋ มันก็ลอยวนรอบตัวหยาเป่าแบบนี้แหละ เพียงแต่ตอนนั้นทุกคนมัวแต่สนใจหยาเป่า เลยไม่มีใครสังเกตเห็นมัน
นี่แหละนะที่เรียกว่าการวิวัฒนาการ?
น่าอัศจรรย์ใจจริงๆ
ผีค้นสมบัติตัวน้อยลอยวนจนเหนื่อย ก็ลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้านายแล้วร้องออกมา
“จ๊วบ~”
“จ๊วบๆ~”
มันก็อยากวิวัฒนาการเหมือนกันนะ~
แต่เฉียวซางไม่ได้ตอบ เพราะตอนนี้เธอกำลังสนใจอยู่กับคัมภีร์อสูร
【ชื่อ: หมาสดับอัคคี】
【ธาตุ: ไฟ, พลังจิต】
【ระดับ: ระดับกลาง (1100/10000) + 】
【คุณลักษณะที่หนึ่ง: เพลิงเดือด
ระดับ: D (2/500), สถานะ: (ใช้งานยาก), คำอธิบาย: (เมื่อสถานะต่ำกว่า 1/4 จะสามารถกระตุ้นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ ทักษะธาตุไฟจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า ความเร็วเพิ่มขึ้น 2 เท่า)
คุณลักษณะที่สอง: กายาอัคคี
ระดับ: B (1/2000), สถานะ: (ใช้งานดี), คำอธิบาย: (เมื่อคู่ต่อสู้ใช้ทักษะประเภทสัมผัสตัว มีโอกาส 30% ที่จะทำให้คู่ต่อสู้ติดสถานะเผาไหม้)】
【ทักษะ: กัด (ขั้นเริ่มต้น 74/100) + , พุ่งชน (ขั้นเชี่ยวชาญ 498/500) + , เขี้ยวอัคคี (ขั้นชำนาญ 694/2000) + , ประกายไฟ (ขั้นแก่นแท้ 14626/20000) + , แยกร่างเงา (ขั้นชำนาญ 1751/2000) + , วังวนเพลิง (ขั้นเชี่ยวชาญ 220/500) + , พุ่งชนเพลิง (ขั้นเชี่ยวชาญ 165/500) + , ฝนดาวตกเพลิง (ขั้นเริ่มต้น 4/100), เพลิงมายา (ขั้นเริ่มต้น 1/100) + , พลังจิต (ขั้นเริ่มต้น 1/100) + , สัมผัสหยั่งรู้ (ขั้นเริ่มต้น 1/100) + 】
【แต้ม 786】

0 Comments