ตอนที่ 118 ตัวเลือกที่สอง
แปลโดย เนสยัง“มันคือน้ำยาทวีอัคคี ไม่ต้องห่วงนะ มันเป็นของดีสำหรับสัตว์อสูรธาตุไฟน่ะ” หลิวเย่ายิ้ม
เฉียวซางแทบจะตะโกนออกมา
ก็เพราะมันเป็นของดีสำหรับสัตว์อสูรธาตุไฟนี่แหละ เธอถึงได้เป็นห่วง!
“เธอยังจำได้ไหมว่าทำไมฉันถึงบอกว่า หมาเขี้ยวไฟของเธอมีค่าพลังงานเกินระดับปกติไปแล้ว แต่ทำไมถึงยังไม่วิวัฒนาการ?” หลิวเย่าถาม
ในใจเฉียวซางกำลังตื่นตระหนกอย่างหนัก แต่เธอก็ยังตอบคำถามไปว่า “เพราะพลังงานในร่างกายของมันยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวค่ะ”
“ใช่แล้ว” หลิวเย่าพยักหน้า “พลังงานของสัตว์อสูรจะเพิ่มขึ้นได้ ก็ขึ้นอยู่กับการต่อสู้ การเติบโตของร่างกาย และทรัพยากรที่ได้รับ”
“แต่ถึงแม้จะมีทรัพยากร ก็ไม่ใช่ว่าจะเพิ่มพลังงานได้ตามใจชอบหรอกนะ”
“สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์สูงจะเติบโตได้เร็วและดูดซับทรัพยากรได้เร็ว ส่วนสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ต่ำจะเติบโตช้า ต่อให้เอาผลไม้ที่มีสรรพคุณเพิ่มพลังงานอย่างผลหมื่นอัคคีไปให้กิน มันก็ดูจะดูดซับไม่ได้หรอก”
“ผู้ฝึกอสูรบางคนเพื่อที่จะให้สัตว์อสูรของตัวเองวิวัฒนาการให้เร็วที่สุด ก็จะฉีดหรือให้ดื่มน้ำยาพลังงานต่างๆ นานา โดยไม่สนเลยว่าร่างกายของสัตว์อสูรจะรับไหวหรือไม่ วิธีการแบบนี้ไม่ควรทำอย่างยิ่ง”
“หมาเขี้ยวไฟของเธอมีพลังงานเกินระดับปกติไปแล้ว พรสวรรค์ย่อมยอดเยี่ยมไร้ที่ติ การที่พลังงานยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว ก็เป็นเพราะมันกำลังอยู่ในช่วงคอขวด ไม่สามารถเพิ่มพลังงานได้ชั่วคราว หรือไม่ก็ไม่มีพลังงานที่เหมาะสมให้มันดูดซับเท่านั้นเอง”
“ดังนั้นฉันเลยลองให้มันกินผลหมื่นอัคคีเพื่อทดสอบดู ถ้าเป็นอย่างแรก พอมันกินเข้าไปแค่ลูกเดียว มันก็จะรู้สึกอิ่มและกินต่อไม่ไหวแล้ว แต่นี่มันเล่นกินซะเกลี้ยงจานเลย”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลิวเย่าก็มองไปที่หมาเขี้ยวไฟด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “นี่แสดงว่าหมาเขี้ยวไฟของเธอมีความสามารถในการดูดซับพลังงานได้อย่างเหลือเฟือ”
“อาการคันฟันของมันเมื่อครู่นี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพลังงานใกล้จะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว สรรพคุณของน้ำยาทวีอัคคีก็คล้ายๆ กับหินวิวัฒนาการธาตุไฟนั่นแหละ แต่จะออกฤทธิ์ได้นุ่มนวลกว่า”
“การใช้หินวิวัฒนาการกับสัตว์อสูร มันเหมือนเป็นการบังคับเพิ่มพลังงาน ต่อให้พลังงานในตัวสัตว์อสูรยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว แต่ถ้าใช้หินวิวัฒนาการระดับสูง มันก็สามารถวิวัฒนาการได้”
“ส่วนน้ำยาทวีอัคคี จะออกฤทธิ์ก็ต่อเมื่อพลังงานของสัตว์อสูรไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีกต่อไปแล้วในระดับปัจจุบันเท่านั้น ดูจากอาการของหมาเขี้ยวไฟตอนนี้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกประมาณครึ่งวันน้ำยาทวีอัคคีก็จะออกฤทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
พอได้ยินประโยคสุดท้าย เฉียวซางก็รู้สึกหน้ามืดทะมึน เกือบจะยืนไม่อยู่
ครึ่งวัน? วิวัฒนาการ?
การถ่ายแบบครั้งต่อไปมันอีกตั้งครึ่งเดือนไม่ใช่เหรอ
งั้นเธอก็… ผิดสัญญาสิเนี่ย?!
“โฮ่ง!”
เมื่อหมาเขี้ยวไฟได้ยินคำพูดเหล่านั้น ดวงตาของมันก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
วิวัฒนาการ!
ในที่สุดมันก็จะได้วิวัฒนาการแล้ว!
วิวัฒนาการก็แปลว่ามันจะแข็งแกร่งขึ้นสินะ!
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟหันขวับกลับมา หวังจะแบ่งปันความสุขนี้กับเฉียวซางเป็นคนแรก
แต่พอเห็นสีหน้าของเจ้านาย มันก็ชะงักไป ความตื่นเต้นดีใจเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความสับสน
ดูเหมือนเจ้านายจะไม่ค่อยดีใจที่มันจะวิวัฒนาการเลยแฮะ…
หลิวเย่ามองสีหน้าของเฉียวซางด้วยความประหลาดใจพลางถามว่า “เธอเป็นอะไรไปน่ะ?”
เฉียวซางพยายามฝืนยิ้ม น้ำตาคลอเบ้า “หนู… ดีใจเกินไปน่ะค่ะ”
“ไม่ต้องคิดมากหรอก นี่เป็นสิ่งที่ครูควรทำอยู่แล้ว เธอแค่ตั้งใจเรียน อย่าปล่อยให้พรสวรรค์ของตัวเองสูญเปล่าก็พอ ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกครูมาได้เลย ครูพร้อมจะช่วยเสมอ” หลิวเย่ายิ้ม
เฉียวซางแค่นหัวเราะหึๆ สองที “หนูอยากพักอยู่ข้างนอกค่ะ”
หลิวเย่า “…”
“แล้วก็อยากพกโทรศัพท์มือถือเข้าเรียนด้วยค่ะ”
“…”
หลังจากเฉียวซางเดินจากไป หลิวเย่านั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความสับสน “เหล่าเสี่ยน ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่ฉันรู้สึกว่าเมื่อกี้นี้นักเรียนเฉียวซางดูไม่ค่อยดีใจเลย”
“เสี่ยน”
ค้างคาวเทียนเสี่ยนกระพือปีกหนึ่งครั้ง
ไม่ได้คิดไปเองหรอก พอเธอได้ยินว่าหมาเขี้ยวไฟกำลังจะวิวัฒนาการ เธอก็ดูไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที
แต่เพราะอะไรล่ะ?
มีใครบ้างที่ไม่ดีใจเรื่องวิวัฒนาการ?
มันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
…
เฉียวซางกลับมาที่ห้องพัก ปิดประตูแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง
พอได้ยินว่าหมาเขี้ยวไฟจะวิวัฒนาการในอีกครึ่งวัน เธอก็หมดอารมณ์จะไปเข้าค่ายฝึกซ้อมในช่วงบ่ายแล้ว
ถึงท่านรองผู้อำนวยการจะไม่อนุญาตให้พักข้างนอกและพกโทรศัพท์มือถือ แต่เขาก็อนุญาตให้เธอโดดการฝึกซ้อมในช่วงบ่ายได้
เฉียวซางนอนตาลอยจ้องเพดานอย่างไร้จุดหมาย
ผิดสัญญา…
ต้องจ่ายค่าปรับตั้งเท่าไหร่นะ…
ตอนนั้นอุตส่าห์เซ็นสัญญาแค่ครึ่งปี นึกว่าตัวเองรอบคอบดีแล้วนะ ไม่คิดเลยว่าชีวิตจะเล่นตลกกับเธอแบบนี้…
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟมองดูท่าทางของเจ้านาย ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะวิวัฒนาการมลายหายไปจนหมดสิ้น
มันคอตก นั่งจุ้มปุ๊กอยู่ข้างเตียง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ผีค้นสมบัติตัวน้อยมองดูเจ้านาย สลับกับมองหมาเขี้ยวไฟ มันถอดห่วงออกแล้วล้วงเอานมกล่องหนึ่งยื่นให้เจ้านายก่อน
“จ๊วบ~”
“จ๊วบๆ~”
ในหัวเฉียวซางกำลังคิดเรื่องค่าปรับ พอเห็นของยื่นมาตรงหน้าก็รับมาถือไว้ตามสัญชาตญาณ
ผีค้นสมบัติตัวน้อยตาหยีอย่างพอใจ จากนั้นก็ลอยไปหาหมาเขี้ยวไฟ หยิบนมออกมายื่นให้อีกกล่อง
“จ๊วบ~”
“จ๊วบๆ~”
หมาเขี้ยวไฟเงยหน้าขึ้น ดวงตาเปียกชื้นมองดูนมกล่อง สลับกับมองเฉียวซางที่ยังคงนอนเหม่อลอยอยู่
“โฮ่ง”
มันส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วก็ก้มหน้าลงไปเหมือนเดิม
“จ๊วบ”
“จ๊วบๆ”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยลอยไปอีกฝั่งของหมาเขี้ยวไฟ แล้วยื่นนมกล่องให้มันอีกครั้ง
“โฮ่ง”
หลังจากปฏิเสธอีกครั้ง หมาเขี้ยวไฟก็ลุกเดินไปนั่งคอตกอยู่ตรงมุมห้อง
เสี่ยวสวินเป่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลอยตามไป
มันวางกล่องนมลงบนพื้น แล้วลอยไปอยู่ตรงระดับสายตาที่หมาเขี้ยวไฟมองเห็น เอามือสั้นๆ ทั้งสองข้างดึงมุมปากออกแรงๆ ทำหน้าผีใส่
หมาเขี้ยวไฟไม่ตอบสนอง
เสี่ยวสวินเป่าไม่ย่อท้อ มันเปลี่ยนสีหน้าไปเรื่อยๆ พยายามจะทำให้หมาเขี้ยวไฟอารมณ์ดีขึ้น
“จ๊วบ~”
“จ๊วบ”
“จ๊วบ…”
เสียงของผีค้นสมบัติตัวน้อยดึงดูดความสนใจของเฉียวซางได้ในที่สุด
เธอได้สติกลับมาและหันไปมองที่มุมห้อง เมื่อเห็นหมาเขี้ยวไฟอยู่ในอาการซึมเศร้า เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย
เธอรีบลุกจากเตียง เดินเข้าไปอุ้มหมาเขี้ยวไฟขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง “หยาเป่า เป็นอะไรไปน่ะ?”
นี่เป็นครั้งแรกที่หมาเขี้ยวไฟจะวิวัฒนาการ และก็เป็นครั้งแรกที่เธอต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน พอเห็นหมาเขี้ยวไฟมีท่าทีผิดปกติ เธอก็เป็นห่วงขึ้นมาทันทีว่ามันเป็นอะไรไปหรือเปล่า
หมาเขี้ยวไฟชะงักไปที่จู่ๆ ก็ถูกอุ้มขึ้นมา มันมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของเจ้านายแล้วก็รู้สึกน้ำตาปริ่ม ซุกหน้าลงกับอกเจ้านาย
“โฮ่ง”
มันส่ายหน้า ไม่ได้ร้องไห้นะ
“จ๊วบ!”
“จ๊วบๆ!”
เมื่อเห็นดังนั้น ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าเจ้านายแล้วทำท่าทางอธิบายให้ฟัง
เป็นสิ เป็นหนักด้วย!
เฉียวซางรู้จักหมาเขี้ยวไฟดีมาก พอเห็นท่าทางของผีค้นสมบัติตัวน้อย ประกอบกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เธอก็เข้าใจทันทีว่าต้นเหตุคืออะไร
หมาเขี้ยวไฟเป็นพวกที่มีความมุ่งมั่นสูง พอรู้ว่าตัวเองจะได้วิวัฒนาการ ก็ต้องตื่นเต้นดีใจเป็นธรรมดา
แต่ตัวเธอที่เป็นผู้ฝึกอสูรกลับทำหน้าเศร้าสร้อย มันก็คงคิดว่าเธอไม่อยากให้มันวิวัฒนาการแน่ๆ
เฉียวซางถอนหายใจ เธอชูหมาเขี้ยวไฟขึ้นเหนือหัว จ้องมองเข้าไปในดวงตาของมันและอธิบายว่า “จริงๆ แล้วฉันดีใจมากเลยนะที่แกจะได้วิวัฒนาการ ฉันแค่กำลังคิดเรื่องการเป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่น่ะ”
“ยังจำงานพรีเซ็นเตอร์ได้ไหม? งานที่ให้แกใส่แว่นกันแดดถ่ายแบบคราวที่แล้วน่ะ เราเซ็นสัญญาไว้ครึ่งปี ตามสัญญาคืออีกครึ่งเดือนแกจะต้องไปถ่ายแบบในร่างหมาเขี้ยวไฟอีกรอบ ไม่งั้นเราจะโดนปรับ”
เรื่องนี้เธอไม่ได้ตั้งใจจะบอกหรอก ก็เหมือนกับตอนที่เธอถอดลูกปัดรวมเพลิงของหมาเขี้ยวไฟออก เธอหลอกมันว่าจะเปลี่ยนสายให้ใหม่
ในความคิดของเธอ สัตว์อสูรมีหน้าที่แค่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ฝึกซ้อม กินของอร่อย เล่นสนุก ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องอื่น
เรื่องวุ่นวายในสังคมมนุษย์มันซับซ้อนเกินไปสำหรับสัตว์อสูร อีกอย่างเรื่องนี้มันเป็นความรับผิดชอบของเธอเอง
แต่ตอนนี้หมาเขี้ยวไฟเข้าใจผิดไปแล้ว และเธอไม่อยากให้มันเข้าใจผิดอีกต่อไป
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟมองดูเจ้านายที่ยืนนิ่งไป ก็ร้องออกมาเบาๆ
“แต่ไม่เป็นไรหรอกนะ แกไม่ต้องกังวล วิวัฒนาการไปเลย” เฉียวซางพูดเสียงอ่อนโยน “ยังจำตอนที่เราอยู่บนเขา แล้วจับผู้ชายคนนั้นได้ไหม? เราได้เงินมาตั้ง 5 ล้านเพราะจับผู้ชายคนนั้นได้เชียวนะ เงินนั่นพอจ่ายค่าปรับสบายๆ แถมยังมีเหลืออีกตั้งเยอะแยะ”
หมาเขี้ยวไฟจ้องมองเจ้านายตาไม่กะพริบ
“พูดจริงๆ นะ พอคิดว่าวันนี้จะได้เห็นแกในร่างหมาเพลิงโลกันตร์ ฉันก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเลย แกเคยเห็นร่างวิวัฒนาการของตัวเองไหมล่ะ? โคตรเท่เลยขอบอก!”
เฉียวซางตั้งใจจะพูดปลอบหมาเขี้ยวไฟ แต่กลับกลายเป็นว่าพูดไปพูดมาดันไปปลอบใจตัวเองซะงั้น
นั่นสิ เธอมีเงินตั้ง 5 ล้านแล้วนี่! ก็แค่วิวัฒนาการไม่ใช่เหรอ! ใช่ว่าจะไม่มีปัญญาให้วิวัฒนาการซะหน่อย!
เฉียวซางวางหมาเขี้ยวไฟลงบนเตียง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาค้นหารูปหมาเพลิงโลกันตร์
“ดูสิ เท่ใช่ไหมล่ะ?” เฉียวซางยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าหมาเขี้ยวไฟและถามด้วยรอยยิ้ม
หมาเขี้ยวไฟไม่ได้มองโทรศัพท์ มันจ้องมองเจ้านาย พลางนึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันหลังจากทำสัญญา
มันนึกถึงทีวีเครื่องนั้น กำแพงบานนั้น เครื่องวัดพลังโจมตีเครื่องนั้น แล้วก็แจกันที่แตกใบนั้น ทุกครั้งเจ้านายของมันจะต้องเจอกับเรื่องซวยๆ ตลอด
แล้วตอนนี้ ก็เพราะมันเผลอดื่มน้ำเข้าไปมั่วๆ จนทำให้ต้องวิวัฒนาการก่อนกำหนด เจ้านายของมันก็ต้องมาซวยอีกแล้ว
เจ้านายของมันอุตส่าห์ฝืนยิ้มทำเป็นดีใจเพื่อมันแท้ๆ
แต่มันก็สัมผัสได้ว่าเจ้านายของมันดีใจจริงๆ
ไม่มีใครรู้หรอกว่า ในขณะนี้ ภายในหน้ากระดาษของคัมภีร์อสูรในสมองของเฉียวซางที่ตรงกับข้อมูลของหมาเขี้ยวไฟ กำลังเปล่งแสงเรืองรองขึ้นมา ท้ายชื่อของมันมีตัวเลือกการวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นมาหนึ่งตัวเลือก
ตัวเลือกมีทั้งหมด 2 ตัวเลือก แต่ตัวเลือกที่ 2 สว่างๆ ดับๆ บางทีตัวเลือกแรกก็สว่างขึ้นมา บางทีตัวเลือกที่สองก็สว่างขึ้นมาเหมือนกัน
แต่เห็นได้ชัดว่าแสงของตัวเลือกแรกสว่างกว่า
วินาทีต่อมา หมาเขี้ยวไฟก็เปล่งแสงสีขาวสว่างจ้าออกมา

0 Comments