ตอนที่ 115 ครูเสี่ยน
แปลโดย เนสยังภายในสนามฝึกซ้อมหมายเลข 2
ผีค้นสมบัติตัวน้อยจ้องมองแรคคูนน้ำแข็งที่กำลังหงายท้องเอาขาทั้งสี่ชี้ฟ้าและหมุนตัวเป็นวงกลมเพื่อปล่อยทักษะพายุหิมะด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เกล็ดหิมะที่ถูกปล่อยออกมาจากการหมุน 360 องศาดูงดงามตระการตามาก
“สวยจังเลย” เมื่อไม่มีความกดดันทางจิตใจแล้ว ในที่สุดจินเฟยฝานก็มีอารมณ์ชื่นชมการแสดงของคนอื่นเสียที
เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปใกล้ๆ สองก้าว
เย็นสบายจัง…
หน้าร้อนแบบนี้ สัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งคือของมันต้องมีติดบ้านและพกพาเวลาไปเที่ยวจริงๆ…
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟยกขาหน้าขวาขึ้นมาปัดเกล็ดหิมะที่ตกลงมาบนจมูกของมันออกด้วยท่าทางรังเกียจ
แรคคูนน้ำแข็งหมุนตัวอยู่ประมาณ 20 วินาทีก็หยุดลง แล้วจากนั้น… ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก…
“เสวี่ยเสวี่ย!” เด็กผู้ชายอ้วนจ้ำม่ำวิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปอุ้มแรคคูนน้ำแข็งขึ้นมา
ปรากฏว่าแรคคูนน้ำแข็งตาลายและเป็นลมล้มพับไปแล้ว…
หลัวเฉียนแอบส่ายหัวเงียบๆ
ตอนที่มีการสอบคัดเลือกนักเรียนโควตาการประกวดความงามเขาก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย วันนั้นเด็กคนนี้ทำผลงานได้ดีมาก แรคคูนน้ำแข็งหมุนตัวตั้งนานก็ยังยืนได้อย่างมั่นคง
แต่เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน สภาพการแสดงกลับแย่ลงกว่าตอนที่เพิ่งทำสัญญาเสียอีก เห็นได้ชัดเลยว่าตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเอาแต่เที่ยวเล่นไม่ได้ฝึกซ้อมเลย
“คนต่อไป” หลัวเฉียนเอ่ยขึ้น
ร่างกายของจินเฟยฝานเกร็งแน่น ก้านดอกไม้ที่เชื่อมกับดอกแดนดิไลออนบนหัวของชิวผูตัวน้อยในอ้อมแขนของเธอก็ตั้งตรงแน่วในทันที
“สู้ๆ นะ” เฉียวซางที่อยู่ข้างๆ ให้กำลังใจ
“จ๊วบ~” ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ส่งเสียงร้องให้กำลังใจอย่างน่ารักเช่นกัน
ชิวผูตัวน้อยจ้องมองผีค้นสมบัติตัวน้อยตาค้าง
มันไม่คิดเลยว่าผีค้นสมบัติจะมาให้กำลังใจมัน สิ่งมีชีวิตธาตุผีก็ดูไม่น่ากลัวเท่าไหร่นี่นา…
“อื้ม!” จินเฟยฝานหันไปมองเฉียวซางและพยักหน้าอย่างหนักแน่น
…
ชิวผูตัวน้อยออกไปยืนอยู่ต่อหน้าทุกคน ขาสั้นๆ สองข้างที่สั้นจนแทบมองไม่เห็นของมันสั่นพั่บๆ อย่างรุนแรง
ถ้าไม่ใช่เพราะตัวที่กลมดิกเหมือนลูกบอลกำลังสั่นกระเพื่อมอยู่ล่ะก็ คงไม่มีใครดูออกเลยว่าขามันกำลังสั่นอยู่
เฉียวซางมองดูชิวผูตัวน้อยที่สั่นเป็นเจ้าเข้าด้วยความเป็นห่วงปนสงสัย
ขี้กลัวขนาดนี้ ผ่านการสอบคัดเลือกมาได้ยังไงกัน?
ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกวดความงามคืออาชีพที่ต้องยืนอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลท์ การไม่ตื่นเวทีคือคุณสมบัติขั้นพื้นฐานที่สุด ข้อนี้น่าจะถูกนำมาพิจารณาในการสอบคัดเลือกนักเรียนโควตาด้วยสิ
อาการสั่นขนาดนี้ของชิวผูตัวน้อย เห็นชัดๆ ว่าไม่ผ่านเกณฑ์
แต่ไม่นานเฉียวซางก็เข้าใจเหตุผล
เธอเห็นชิวผูตัวน้อยใช้การสั่นของขาทำให้ร่างกายสั่นเทิ้ม ส่งผลให้ดอกแดนดิไลออนบนหัวสั่นไหวตามไปด้วย
เมล็ดแดนดิไลออนปลิวว่อนกระจายไปทั่ว
ยอดเยี่ยมมาก!
เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในใจ
ต้องรู้ไว้นะว่า ดอกแดนดิไลออนบนหัวของชิวผูตัวน้อยน่ะ ถ้าเจ้าตัวไม่เต็มใจ ต่อให้เจอลมพายุระดับ 8 ก็ไม่มีทางเป่าให้มันปลิวได้หรอก
นี่เห็นได้ชัดเลยว่าชิวผูตัวน้อยตั้งใจทำให้เมล็ดแดนดิไลออนกระจายออกไปเอง
แต่ในสายตาของผู้ชมกลับมองว่าการสั่นของร่างกายทำให้มันปลิวไป
ในเมื่อควบคุมร่างกายไม่ได้ ก็ดึงจุดนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์เสียเลย
ชั่วขณะนั้น เฉียวซางรู้สึกทึ่งในตัวจินเฟยฝานขึ้นมาทันที
แม้รูมเมทคนนี้จะขี้กลัว แต่ก็มีความคิดสร้างสรรค์ไม่เบา
เมล็ดแดนดิไลออนปลิวว่อนไปทั่วสนามฝึกซ้อม แต่นั่นยังไม่จบ ร่างกายของชิวผูตัวน้อยเปล่งแสงสีเขียวอ่อนๆ ออกมา และที่ก้านดอกไม้บนหัวก็งอกดอกแดนดิไลออนดอกใหม่ออกมาทันที
จากนั้นร่างกายก็สั่นเทิ้ม เมล็ดแดนดิไลออนก็กระจายออกไปอีกครั้ง
งอกออก กระจายไป งอกออก กระจายไป… มันทำซ้ำแบบนี้ถึง 5 ครั้ง จนทั่วทั้งสนามเต็มไปด้วยเมล็ดแดนดิไลออนที่ล่องลอยอยู่
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟยื่นขาหน้าออกไปรับปุยขนสีขาวอย่างตื่นเต้น
เห็นได้ชัดว่าถึงมันจะไม่ชอบเกล็ดหิมะ แต่มันชอบเมล็ดแดนดิไลออนเอามากๆ
…
หลังจากชิวผูตัวน้อยลงจากการแสดง จินเฟยฝานก็อุ้มมันกลับมาหาเฉียวซางพลางพูดอย่างดีใจว่า “ตกใจแทบแย่ โชคดีนะที่ไม่เกิดเรื่องผิดพลาดอะไร”
เฉียวซางชมว่า “ชิวผูตัวน้อยปกปิดความหวาดกลัวของตัวเองได้อย่างแนบเนียนมาก เก่งสุดๆ ไปเลย”
“ชิว”
ชิวผูตัวน้อยร้องออกมาอย่างเขินอาย
“เสี่ยวชิวของฉัน ถึงเวลาคับขันก็พึ่งพาได้เสมอนั่นแหละ” จินเฟยฝานยิ้ม
“จริงสิ เธอคิดวิธีใช้การสั่นขาเพื่อทำให้เมล็ดแดนดิไลออนกระจายออกไปได้ยังไงเนี่ย?” เฉียวซางชวนคุยเล่น
จินเฟยฝานชะงักไป “ใช้การสั่นขาเหรอ? เปล่านะ ฉันพยายามจะแก้ปัญหานี้ให้เสี่ยวชิวมาตลอดเลยต่างหาก ถ้าขามันไม่สั่น ดอกแดนดิไลออนบนหัวมันก็จะไม่กระจายออกไปน่ะ”
เฉียวซาง “???”
“ชิวผูตัวน้อยแต่ละตัวมีวิธีปล่อยเมล็ดแดนดิไลออนติดตัวมาตั้งแต่เกิดไม่เหมือนกันน่ะ บางตัวต้องสะบัดหัว บางตัวต้องใช้มือบีบก้านดอกไม้ ส่วนเสี่ยวชิวของฉันต้องสั่นขาถึงจะทำได้ แต่ผ่านการฝึกฝนก็สามารถแก้นิสัยนี้ได้นะ” จินเฟยฝานอธิบาย
เฉียวซางถึงกับพูดไม่ออกไปพักใหญ่
ที่แท้ก็ไม่ได้สั่นเพราะความกลัวหรอกเหรอ…
ได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ…
“ครูขอพูดอะไรสักสองประโยคนะ” รอยยิ้มที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าของหลัวเฉียนหายไป
“สำหรับการแสดงความงามทั้งสามรอบเมื่อกี้นี้ ครูบอกได้คำเดียวว่าครูไม่พอใจเอามากๆ เมื่อเทียบกับตอนสอบเมื่อหนึ่งเดือนก่อน พวกเธอไม่มีพัฒนาการขึ้นเลยสักนิด บางคนถึงขั้นถอยหลังลงคลองด้วยซ้ำ”
“เหตุผลหลักที่พวกเธอสามารถสอบติดโควตาการประกวดความงามได้ ก็เพราะเมื่อหนึ่งเดือนก่อนตอนสอบ ทุกคนต่างก็เพิ่งทำสัญญากับสัตว์อสูร ยังไม่สามารถดึงจุดเด่นของพวกมันออกมาแสดงให้เห็นได้เต็มที่ ดังนั้นคนที่สามารถสั่งการให้สัตว์อสูรทำการแสดงได้แบบพวกเธอถึงได้คะแนนสูงไป”
“แต่ตอนนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว พวกเธอยังย่ำอยู่กับที่ ในขณะที่คนอื่นๆ เขาใช้เวลาหนึ่งเดือนนี้สร้างความผูกพันกับสัตว์อสูร และสามารถสั่งให้มันทำการแสดงได้อย่างเชื่อฟังกันแล้ว แล้วพวกเธอจะเอาอะไรไปสู้เขาได้อีกล่ะ?”
“ครูสุ่มเรียกเพื่อนออกมาสักคน เขาก็สามารถทำได้แบบพวกเธอนี่แหละ”
พูดจบหลัวเฉียนก็ก้มหน้าแกล้งทำเป็นดูรายชื่อ “เฉียวซางก็แล้วกัน”
เฉียวซางแอบงง สมัยม.ต้นครูก็ชอบเรียกเธอตอบคำถาม พอขึ้นม.ปลายครูก็ยังชอบเรียกเธออีก นี่มันเป็นเพราะชื่อของเธอเพราะเกินไปหรือเปล่านะ…
“เธอให้สัตว์อสูรแสดงอะไรก็ได้ให้ดูหน่อยสิ” หลัวเฉียนสั่ง
เฉียวซาง “…”
นี่มันกะทันหันเกินไปแล้วนะ เธอไม่ได้เตรียมตัวมาเลยสักนิด…
แต่เธอตั้งใจจะเข้ากลุ่มต่อสู้อยู่แล้ว ต่อให้แสดงออกมาไม่ดีก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
เฉียวซางก้มหน้าลง กำลังจะเรียกหยาเป่า แต่ตอนนั้นเองผีค้นสมบัติตัวน้อยที่อยู่บนหัวก็ลอยลงมาอยู่ตรงหน้าเธอ
“จ๊วบ~”
“จ๊วบๆ”
สีหน้าของผีค้นสมบัติตัวน้อยดูตื่นเต้น กระตือรือร้นอยากจะลองแสดงฝีมือเต็มที่
“งั้นก็เสี่ยวสวินเป่า นายลุยเลยละกัน” เฉียวซางบอก
“จ๊วบ~”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยลอยวนรอบตัวเจ้านายอย่างร่าเริงหนึ่งรอบ
เฉียวซางก้มหน้าครุ่นคิด ให้เสี่ยวสวินเป่าแสดงท่าไม้ตายผสมผสานแบบไหนดีนะ?
ถึงจะแสดงออกมาไม่ดี ก็ต้องไม่ให้ดูแย่จนเกินไปสิ…
แต่ยังไม่ทันที่เฉียวซางจะคิดแผนออก ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ลอยไปอยู่ตรงหน้าทุกคนเสียแล้ว
“จ๊วบ~”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยร้องออกมาหนึ่งคำ จากนั้นก็ยกขาสั้นๆ ขึ้นมาดึงมุมปากทั้งสองข้างออกแรงๆ ทำหน้าผี แล้วก็เอานิ้วเท้าสั้นๆ ตรงกลางมาดึงเปลือกตาล่างลง
ต่อมามันก็เอานิ้วเท้าไปวางที่หางตาแล้วดึงขึ้นแรงๆ พร้อมกับอ้าปากแลบลิ้นยาวๆ ออกมา
เฉียวซาง “…”
เธอนึกว่าเสี่ยวสวินเป่าสนใจเรื่องท่าไม้ตายผสมผสาน ที่แท้ก็แค่อยากจะอวดทำหน้าผีของตัวเองเนี่ยนะ…
“เยี่ยมมาก!” หลัวเฉียนเป็นผู้นำในการปรบมือ
ครูปรบมือแล้ว นักเรียนจะไม่ปรบมือตามได้ยังไง? ทุกคนจึงพากันปรบมือตามอย่างให้ความร่วมมือ
“จ๊วบ~”
เมื่อเห็นดังนั้น ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ดีใจ ทำหน้าผีอย่างสนุกสนานยิ่งกว่าเดิม
“นักเรียนเฉียวซางทำการแสดงได้ดีมาก พวกเธอเห็นผีค้นสมบัตินั่นไหม ทั้งซุกซนทั้งน่ารัก ท่าทางที่ต่อเนื่องกันสามารถดึงเอาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมันออกมาได้อย่างเต็มที่” หลัวเฉียนกล่าวชมเสียงดัง
ทุกคนเข้าใจกระจ่างแจ้งทันที
การแข่งขันประกวดความงามก็คือการแสดงเสน่ห์ในตัวของสัตว์อสูร บางครั้งต่อให้ไม่ต้องใช้ทักษะก็สามารถดึงดูดเสน่ห์ออกมาได้
แต่ว่า…
แค่ทำหน้าผีไม่กี่หน มันดีกว่าสามคนแรกจริงๆ เหรอ…
หลัวเฉียนพูดชมโดยที่หน้าไม่แดงและหัวใจไม่เต้นรัวเลยสักนิด
เพื่อที่จะดึงเฉียวซางเข้ามาอยู่ในกลุ่มประกวดความงามให้ได้ ต่อให้ของตายเขาก็สามารถพูดให้กลายเป็นของเป็นได้
เขาเชื่อว่าถ้าเฉียวซางเห็นว่าครูชื่นชมเธอขนาดนี้ เธอจะต้องรู้สึกซาบซึ้งใจ และเลือกเข้ากลุ่มประกวดความงามเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน
ถึงยังไงนักเรียนเฉียวซางก็สอบเข้ามาด้วยคะแนนการต่อสู้ ด้วยค่าพลังงานของหมาเขี้ยวไฟ ฉินเหวินต้องมาแย่งตัวกับเขาแน่ๆ
ฉินเหวินน่ะเข้มงวดจะตาย ทำตัวเหมือนเป็นฝ่ายปกครอง ส่วนเขาออกจะใจดีเป็นกันเอง นักเรียนคนไหนก็ต้องรู้ว่าควรจะเลือกใคร
เฉียวซาง “…”
ครูคนนี้ดูไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลยจริงๆ โชคดีนะที่เธออยากเข้ากลุ่มต่อสู้
“จ๊วบ~”
หลังจากแสดงเสร็จ ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ลอยกลับมาอยู่บนหัวของเฉียวซางอย่างมีความสุข
“นักเรียนเฉียวซาง เธอเก่งมากเลยนะ สนใจอยากจะ…”
หลัวเฉียนยังพูดไม่ทันจบ ประตูสนามฝึกซ้อมก็ถูกเปิดผางออกอย่างแรงในตอนนั้นพอดี
เฉียวซางหันไปมอง
คนที่เดินเข้ามา นอกจากครูฉินเหวินจากกลุ่มต่อสู้แล้ว ยังมี… ครูเสี่ยน อีกด้วย

0 Comments