ตอนที่ 114 ต้นกล้าชั้นดี
แปลโดย เนสยังเฉียวซางเต็มไปด้วยความคาดหวัง
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้เห็นคนอื่นแสดงความสามารถด้านการประกวดความงามในชีวิตจริง
เป็ดจอมพลังมีลำตัวสีฟ้า แขนขากำยำล่ำสัน ที่เท้ามีพังผืด และที่มือก็มีพังผืดเช่นกัน
ในฐานะที่เป็นสัตว์อสูรธาตุต่อสู้และธาตุน้ำ ลักษณะเด่นของทั้งสองธาตุนี้จึงแสดงออกมาให้เห็นบนตัวมันอย่างชัดเจนที่สุด
“ก้าบ”
เป็ดจอมพลังก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วเบ่งกล้ามไบเซปส์ที่แข็งแรงทั้งสองข้างซ้ายขวาอวดทุกคน
เมื่อหมาเขี้ยวไฟเห็นดังนั้นก็ลืมปั้นหน้านิ่ง ดวงตาเป็นประกายและดูตื่นตัวขึ้นมาทันที
หลังจากเป็ดจอมพลังโชว์กล้ามเสร็จ มันก็แหงนหน้าขึ้น อ้าปากพ่นฟองสบู่ใสๆ ขนาดเท่าลูกปิงปองออกมาประมาณยี่สิบกว่าลูก
หัวของหมาเขี้ยวไฟก็ค่อยๆ แหงนขึ้นตามฟองสบู่ที่ลอยสูงขึ้นไป
พอฟองสบู่ค่อยๆ ลอยต่ำลง หัวของมันก็ค่อยๆ ก้มลงตาม
เมื่อฟองสบู่น้ำใสๆ เหล่านั้นตกลงมาอยู่รอบๆ ตัวเป็ดจอมพลัง กล้ามเนื้อของมันก็เกร็งแน่น มันกระโดดลอยตัวขึ้นไปในอากาศ หมัดของมันพุ่งออกไปราวกับลูกธนูที่ถูกยิงออกจากคันศรที่ง้างจนสุด โจมตีใส่ฟองสบู่ที่กำลังตกลงมาอย่างเชื่องช้าด้วยความเร็วสูง
หลังจากชกฟองสบู่แตกจนหมด เป็ดจอมพลังก็สไลด์เข่าลงกับพื้นพร้อมกับหงายมือทั้งสองข้างขึ้นราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
จากนั้นฟองสบู่ใสๆ ก็กลายสภาพเป็นน้ำ ร่วงหล่นลงมาสาดรดตัวเป็ดจอมพลังจนเปียกปอนกลายเป็นเป็ดตกน้ำ…
“…”
“ก้าบ”
เมื่อไม่ได้ยินเสียงปรบมือหรือเสียงโห่ร้องยินดี เป็ดจอมพลังก็ลุกขึ้นปาดน้ำบนหน้า แล้วโค้งคำนับให้คนรอบข้างเพื่อแสดงว่าการแสดงจบลงแล้ว
“…”
สนามฝึกซ้อมหมายเลข 2 ตกอยู่ในความเงียบกริบ หลายคนรู้สึกเหมือนไม่ได้ดูอะไรเลย รวมไปถึงเฉียวซางด้วย
แค่นี้เนี่ยนะ?
เธออุตส่าห์เตรียมตัวจะปรบมือให้แล้ว แต่ผลลัพธ์กลับเป็นแบบนี้เนี่ยนะ?
นี่น่ะเหรอที่เรียกว่าการแสดงท่าไม้ตายผสมผสานอันงดงาม?
“โฮ่ง?”
หมาเขี้ยวไฟเอียงคอด้วยความงุนงง เห็นได้ชัดว่ามันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
“จ๊วบ”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยเอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก
“เอาล่ะ คนต่อไป” หลัวเฉียนเอ่ยขึ้น
คนที่สองที่ออกมาแสดงคือเด็กผู้ชายอ้วนจ้ำม่ำ สัตว์อสูรของเขาคือแรคคูนน้ำแข็ง
หลังจากดูการแสดงของคนแรกไปแล้ว เฉียวซางก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับคนที่สองอีก
เธอเองก็คิดผิดไป ดันไปคาดหวังว่าจะได้เห็นการแสดงท่าไม้ตายผสมผสานที่น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนในทีวี
พวกที่ไปออกทีวีแข่งขันประกวดความงามนั่นมันนักประกวดมืออาชีพของแท้ จะเอามาเทียบกับนักเรียนที่เพิ่งเป็นผู้ฝึกอสูรได้ยังไงกัน
“เฉียวซาง ทำยังไงดี ฉันตื่นเต้นจังเลย” จินเฟยฝานเดินเข้ามาหาเฉียวซางด้วยสีหน้ากังวล
“ไม่เป็นไรน่า เธอเป็นนักเรียนโควตาการประกวดความงามไม่ใช่เหรอ ก็แค่ทำตามที่ทำตอนสอบนั่นแหละ” เฉียวซางพูดปลอบใจ
“แต่ว่าตอนสอบ ฟางฉีก็ใช้ท่าไม้ตายผสมผสานแบบนี้เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ออกมามันดูไม่เหมือนตอนนี้เลยนะ” จินเฟยฝานกระซิบเสียงเบา
เฉียวซางชะงักไปเมื่อได้ยิน ท่าไม้ตายผสมผสานเหมือนกันแต่ผลลัพธ์ออกมาไม่เหมือนกันงั้นเหรอ?
ขั้นตอนง่ายๆ แค่ต่อยฟองสบู่แตกแล้วน้ำสาดใส่ตัว มันจะออกมาต่างกันได้ยังไง?
เฉียวซางทบทวนภาพการแสดงของเป็ดจอมพลังเมื่อครู่นี้ในหัว เมื่อภาพหยุดอยู่ที่จังหวะที่มันพ่นฟองสบู่ออกมา เธอก็คาดเดาอะไรบางอย่างได้ทันที
ตอนที่หมาเขี้ยวไฟสู้กับปลาคาร์ปวงแหวนน้ำ ปลาคาร์ปวงแหวนน้ำก็เคยใช้ทักษะนี้
ตอนนั้นพวกเขาสู้กันกลางแจ้ง เมื่อแสงแดดตกกระทบ ฟองสบู่ก็เลยดูมีสีสันและโปร่งใสเป็นประกายสวยงาม
แต่ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในสนามฝึกซ้อมในร่ม แถมยังไม่ได้เปิดไฟสปอตไลท์ มองดูแล้วก็เป็นแค่ฟองสบู่ใสๆ ธรรมดา
ในทำนองเดียวกัน
ฟองสบู่ที่แตกออกในสภาพแวดล้อมแบบนี้ มองดูแล้วก็เป็นแค่น้ำธรรมดาๆ อย่างมากก็เหมือนน้ำที่พ่นออกมาจากฝักบัวในห้องน้ำ ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยสักนิด
“ตอนนั้นพวกเธอสอบกันกลางแจ้งหรือเปล่า?” เฉียวซางถาม
แม้จินเฟยฝานจะงงว่ารูมเมทถามทำไม แต่เธอก็ตอบตามตรงว่า “ใช่”
“นั่นไงล่ะ ภายใต้แสงสว่าง สีสันของฟองสบู่จะมีความหลากหลายมาก แต่สนามนี้ไม่มีแสงสว่าง ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เลยดูไม่ค่อยเหมือนกับที่เธอเห็นในวันสอบไงล่ะ” เฉียวซางอธิบาย
จริงๆ แล้วปัญหานี้คิดแค่แป๊บเดียวก็เข้าใจได้แล้ว เพียงแต่ว่าทุกคนมัวแต่มองว่ามันคือการแสดง ก็เลยไม่ได้คิดไปในทางนั้น
ถ้าจินเฟยฝานไม่พูดถึงความแตกต่างของการแสดงทั้งสองครั้ง เฉียวซางก็คงไม่เริ่มคิดถึงปัญหานี้เหมือนกัน
ส่วนจินเฟยฝานที่ใกล้จะถึงคิวตัวเองเต็มที ความตื่นเต้นทำให้ในหัวของเธอมีแต่ความคิดที่ว่าตัวเองควรจะทำยังไงดี
จินเฟยฝานชะงักไป ก่อนจะเข้าใจกระจ่างแจ้ง ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาทันที
นั่นมันทักษะของธาตุน้ำ ไม่เกี่ยวอะไรกับธาตุพืชของเธอสักหน่อย!
และดวงตาที่เป็นประกายขึ้นมาพร้อมๆ กัน ก็คือหลัวเฉียนที่คอยเงี่ยหูแอบฟังอยู่ข้างๆ
อย่าเห็นว่าภายนอกเขายิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ภายในใจของเขากำลังปั่นป่วนอย่างหนัก
ตอนแรกเรื่องค่าพลังงานนั่นก็ทำเอาเขาตกตะลึงไปแล้ว
หลังจากนั้นสายตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะสังเกตหมาเขี้ยวไฟอย่างละเอียด
พอมองดูแล้วก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลย ขนแบบนี้ รูปร่างแบบนี้ ท่าทางสง่างามแบบนี้ ในการแข่งขันประกวดความงามอย่างเป็นทางการ คะแนนในรอบแรกที่ประเมินจากรูปลักษณ์ภายนอก จะต้องได้ 90 คะแนนขึ้นไปอย่างแน่นอน!
แถมยังมีเจ้านายของมันอีก
เด็กผู้หญิงคนนี้หน้าตาสะสวย ผิวพรรณผุดผ่อง ริมฝีปากแดงระเรื่อ มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นต้นกล้าชั้นดีสำหรับวงการประกวดความงาม
ถ้าโตขึ้นแล้วหน้าตาไม่เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง รับรองได้เลยว่าแค่เดินออกมาก็สะกดทุกสายตาได้แล้ว
ถ้าไม่ติดว่าชื่อเสียงของเขาไม่ค่อยดี ขืนจ้องผู้หญิงเกินสามวินาทีก็จะโดนคนหาว่าคิดอกุศล เขาคงจะจ้องมองชื่นชมอย่างเปิดเผยไปนานแล้ว
ตอนที่เข้ามาเป็นครูในโรงเรียนนี้ เขาก็เคยมีความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่เหมือนกัน แต่ไม่นานก็ถูกความเป็นจริงบดขยี้จนแหลกสลาย
การเป็นที่สองตลอดกาล หรือบางครั้งก็ตกไปที่สาม นั่นคือสถานการณ์ปัจจุบันของโรงเรียนมัธยมเซิ่งสุ่ยในการส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันประกวดความงามระดับมัธยมศึกษาระดับมณฑล
ในเมื่อพยายามแทบตายก็ไม่มีทางได้ที่หนึ่ง แล้วจะฝืนตัวเองไปทำไม สู้เอาเวลาไปใช้ชีวิตให้มีความสุขไม่ดีกว่าหรือ
แต่การปรากฏตัวของเฉียวซางในวันนี้ ทำให้เขากลับมามองเห็นความหวังอีกครั้ง นักเรียนใหม่คนนี้ไม่ว่ามองมุมไหนก็เกิดมาเพื่อการประกวดความงามชัดๆ การที่เธอสามารถวิเคราะห์ปัญหาเรื่องแสงที่มีผลต่อการมองเห็นได้อย่างรวดเร็วเมื่อครู่นี้ ยิ่งทำให้เขามั่นใจในจุดนี้มากขึ้นไปอีก
ขอแค่หมาเขี้ยวไฟผ่านรอบแรกไปได้ ในรอบที่สองซึ่งเป็นการต่อสู้เพื่อความงาม ด้วยค่าพลังงานและพลังโจมตีของมัน จะต้องสามารถจัดการคู่ต่อสู้ได้ภายในเวลาที่กำหนดอย่างแน่นอน
ถ้าคู่ต่อสู้ลงไปกองกับพื้นหมดแล้ว จะเอาอะไรมาแข่งล่ะ? มันก็ต้องเป็นฝ่ายชนะอยู่แล้ว!
ยิ่งหลัวเฉียนคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าโอกาสที่จะเอาชนะโรงเรียนหลีถานมีสูงมาก
เขาต้องหาทางดึงนักเรียนคนนี้เข้ามาอยู่ในกลุ่มประกวดความงามให้ได้!
…
หน้าประตูสนามฝึกซ้อมหมายเลข 2
“ท่านรองผู้อำนวยการ ที่ฉันพูดไปคือเรื่องจริงนะคะ” ฉินเหวินพูดโทรศัพท์
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นของผู้ชายดังขึ้นมาจากลำโพงว่า “แน่ใจนะว่าเครื่องทดสอบพลังงานไม่ได้เสีย?”
“ฉันรับประกันได้เลยค่ะว่าเครื่องไม่ได้เสีย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบในวันนี้ เมื่อวานฉันเพิ่งจะเรียกคนมาตรวจเช็คเครื่องไปเองค่ะ” ฉินเหวินรีบตอบทันที
หลิวเย่าเงียบไปหลายวินาที ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “แล้วเธอมีความคิดเห็นยังไงบ้างล่ะ?”
ฉินเหวินสูดหายใจลึกและพูดสิ่งที่เธอเตรียมไว้ล่วงหน้าออกมารวดเดียว “ค่าพลังงาน 13966 คือระดับของนักเรียนมัธยมปลายปีห้าของเราถึงจะทำได้ เฉียวซางทำสัญญากับสัตว์อสูรสองตัวแล้ว แถมผีค้นสมบัติตัวที่สองก็ดูเชื่อฟังเธอมาก การฝึกซ้อมไม่น่าจะมีปัญหาอะไรค่ะ”
“เธอมีพรสวรรค์สูงมาก นำหน้านักเรียนใหม่รุ่นเดียวกันไปไกลลิบแล้ว ถ้าให้เธอมาฝึกซ้อมรวมกับนักเรียนใหม่ ฉันคิดว่ามันจะไม่ช่วยให้เธอพัฒนาได้เต็มที่ค่ะ”
“ฉันขอเสนอให้จัดการเรียนการสอนตามความสามารถของนักเรียน ให้เธอเข้าไปร่วมฝึกซ้อมกับทีมโรงเรียนของชั้นปีห้าได้เลย ถ้าทำแบบนี้ ฉันมั่นใจว่าตอนที่เธอขึ้นปีหก… ไม่สิ ตอนปีห้า เธอจะต้องสามารถเอาชนะโรงเรียนหลีถานในการแข่งขันต่อสู้ประเภทเดี่ยวได้อย่างแน่นอนค่ะ”
มุมปากของหลิวเย่ายกขึ้น น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลง “เธอพูดถูกแล้ว จัดการสอนตามความสามารถ เรื่องนี้ฉันอนุมัติ เธอจัดการได้เต็มที่เลย”
ฉินเหวินถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่ค่ายฝึกซ้อมนี้รองผู้อำนวยการเป็นคนดูแล ถ้าเป็นผู้บริหารคนอื่นคงคุยไม่ได้ง่ายดายแบบนี้แน่
เธอพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงพูดด้วยความเป็นห่วงว่า “ยังมีอีกเรื่องค่ะ การที่หมาเขี้ยวไฟมีค่าพลังงานถึงระดับนี้แล้วแต่ยังไม่วิวัฒนาการ ฉันค่อนข้างเป็นห่วง ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ท่านช่วยตรวจดูให้หน่อยค่ะ”

0 Comments