ตอนที่ 53 แผนการร้ายทางการเมือง
แปลโดย เนสยังดุ๊กแห่งออร์เลอ็องนึกถึงบริษัทแองเจิลแห่งปารีสที่โจเซฟเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมาทันที
เขาไม่ค่อยรู้ข้อมูลเกี่ยวกับร้านนั้นมากนัก เคยไปแค่ครั้งเดียว เพื่อซื้อบัตร VIP ราคาหนึ่งพันลีฟร์ให้ภรรยาน้อย ที่ยอมซื้อก็เพราะผู้หญิงคนนั้นเอาแต่เซ้าซี้เขาอยู่หลายวัน
แต่เขาก็เคยได้ยินมาบ้างว่า บรรดาคุณหญิงคุณนายในพระราชวังแวร์ซายส์ต่างก็พากันหลงใหลราวกับโดนเวทมนตร์ พากันแห่ไปแย่งซื้อเครื่องสำอางราคาแพงหูฉี่ที่ร้านนั้นกันอย่างบ้าคลั่ง
ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องพลันนึกขึ้นมาได้ว่า ช่วงหลายวันที่ผ่านมา หน้าหนังสือพิมพ์ต่างก็มีแต่ข่าวการเปิดขายหุ้นของบริษัทแองเจิลแห่งปารีส
เขาอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลง ดูเหมือนว่าเงิน 6 ล้านลีฟร์ก้อนนั้น น่าจะได้มาจากการขายหุ้นสินะ แค่ร้านขายสกินแคร์สำหรับผู้หญิงร้านเดียว กลับมีมูลค่าสูงถึง 6 ล้านลีฟร์เชียวหรือ?!
ความจริงแล้ว นี่เป็นเพราะโจเซฟไม่ได้ตั้งใจจะกอบโกยเงินสดทั้งหมดออกมาต่างหาก เขายังมีหุ้นเดิมของแองเจิลแห่งปารีสอยู่ในมืออีก 1.8 ล้านหุ้น หากขายออกไปจนหมด เขาก็จะสามารถฟันกำไรได้อีกกว่าหกเจ็ดล้านลีฟร์เลยทีเดียว
เมื่อดุ๊กแห่งออร์เลอ็องคิดเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันได้ ความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้าก็ค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความเคร่งเครียดและความวิตกกังวล
หากเมื่อก่อน มกุฎราชกุมารเป็นเพียงแค่ตัวสร้างความรำคาญใจให้เขา แต่มาบัดนี้ กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติไปเสียแล้ว
และเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องรีบกำจัดให้เร็วที่สุดด้วย!
สื่อมวลชน, การเงิน, และกองทัพ ทั้งสามสิ่งนี้คือสิ่งที่จะปล่อยให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของราชวงศ์ไม่ได้อย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้น ตัวเขาเองก็จะไม่มีทางสั่นคลอนราชบัลลังก์ได้เลย
ตระกูลออร์เลอ็องผ่านการวางแผนและจัดการอย่างยากลำบากมาหลายชั่วอายุคน จนสามารถริบอำนาจของราชวงศ์ในสามด้านนี้ไปได้อย่างมหาศาลแล้ว
ตัวอย่างเช่นในด้านการเงิน ราชวงศ์แทบจะกลายเป็นเพียงเครื่องมือในการทำกำไรของบรรดาธนาคารยักษ์ใหญ่ รายได้จากการเก็บภาษีกว่าครึ่งหนึ่งต้องนำไปจ่ายเป็นดอกเบี้ย แถมหนี้สินก็ยังมีแต่จะพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นาน ราชวงศ์ก็จะถูกบดขยี้ด้วยหนี้สินมหาศาล และนั่นก็คือโอกาสทองของตระกูลออร์เลอ็อง!
ความจริงแล้ว เส้นทางประวัติศาสตร์เดิมก็เป็นไปตามนี้เป๊ะๆ เลย
แต่การปรากฏตัวของธนาคารทุนสำรองแห่งฝรั่งเศส ก็เปรียบเสมือนการที่ราชวงศ์สามารถเปิดช่องโหว่ในด้านการเงินได้สำเร็จ
ในอนาคต ธนาคารแห่งนี้อาจจะรับซื้อพันธบัตรรัฐบาลไว้มากขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้าย มกุฎราชกุมารผู้กุมบังเหียนธนาคารก็อาจจะแค่เซ็นชื่อกริ๊กเดียว เพื่อยกเลิกหนี้สินทั้งหมดนี้ไปเลยก็ได้
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนั้นหรอก เพียงแค่ราชวงศ์สามารถแย่งชิงอำนาจทางการคลังกลับมาได้ ต่อให้จะได้มาเพียงแค่นิดเดียว มันก็จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นที่ผู้คนมีต่อราชวงศ์ให้กลับคืนมาได้แล้ว
เพราะฉะนั้น เขาจะต้องอุดช่องโหว่นี้ให้ได้!
ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องเดินวนไปวนมาในห้องอยู่หลายรอบ ก่อนจะหันไปกวักมือเรียกพ่อบ้านที่อยู่หน้าประตูด้วยความหงุดหงิด: “โดนาดิเยร์ ไปเชิญเคานต์ไอแซก, มาร์ควิสลูโด, เคานต์เคปเฟล… ใช่แล้ว พวกคนใหญ่คนโตในสมาคมธนาคารนั่นแหละ เชิญพวกเขาไปล่าสัตว์ที่คฤหาสน์ของข้าในเมืองแยฟร์ (Yèvre) ในวันพรุ่งนี้”
“ครับ นายท่าน”
เที่ยงวันรุ่งขึ้น
ณ คฤหาสน์ขนาดใหญ่ทางทิศตะวันตกของเมืองแยฟร์ แสงแดดสาดส่องลงบนพื้นหญ้าที่แห้งเหลืองและต้นไม้ที่ไร้ใบ รอบด้านเต็มไปด้วยเสียงกีบเท้าม้าและเสียงเห่าหอนของสุนัขล่าเนื้อ
คนรับใช้นับสิบคนกำลังส่งเสียงขู่ตะคอกสั่งการสุนัขล่าเนื้อกว่าร้อยตัว ให้ต้อนฝูงกวางจากป่าละเมาะหลายทิศทาง เพื่อให้พวกมันค่อยๆ วิ่งมารวมตัวกันที่ลานโล่งทางทิศใต้ของป่า
ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องที่สวมชุดล่าสัตว์สีน้ำเงินเข้ม นั่งตัวตรงอยู่บนหลังม้า เขายกปืนยาวคาร์ไบน์ (Carbine) รุ่นชาร์ลวิลล์ 1763 ในมือขึ้นมา เล็งไปที่กวางตัวผู้ตัวหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปอย่างตั้งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเหนี่ยวไกปืนอย่างแรง
เสียงปืนดังสนั่น ควันดินปืนลอยคละคลุ้ง กวางตัวนั้นทำเพียงแค่กระโดดไปข้างหน้าสองสามก้าวอย่างไม่ยี่หระ แล้วก็ก้มหน้าลงกินหญ้าต่อไป
ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องแสดงสีหน้าเสียดาย เขาหันไปส่งสัญญาณให้ชายวัยกลางคนผู้มีดวงตาโปนเล็กน้อยและจมูกงุ้มราวกับเหยี่ยวที่อยู่ข้างๆ: “เคานต์ไอแซก ตาคุณแล้ว”
ชายวัยกลางคนยิ้มบางๆ แทบจะยกปืนขึ้นยิงในทันที กวางตัวผู้ที่อยู่ไกลออกไปก็ล้มตึงลงกับพื้น และนอนชักกระตุกอย่างอ่อนแรงอยู่ตรงจุดที่มันเพิ่งจะแทะหญ้าเมื่อครู่นี้เอง
ผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างพากันส่งเสียงเชียร์และแสดงความยินดีกับเขา ในขณะที่ฝูงสุนัขล่าเนื้อและคนรับใช้ก็วิ่งกรูกันเข้าไปหาเหยื่อทันที
“ความจริงพวกเราก็เคยคุยกันเรื่องธนาคารแห่งนั้นแล้วเหมือนกัน” เคานต์ไอแซกโยนปืนส่งให้คนรับใช้ ก่อนจะหันไปพูดกับออร์เลอ็อง “เห็นได้ชัดว่าเขาทำผิดกฎที่เป็นที่ยอมรับกันในวงการ อย่างเช่นการใช้มาตรการทางปกครองมายกเลิกการทำธุรกิจกับรัฐบาลของธนาคารลาบอร์ดและธนาคารลาวิลล์”
ชายชราผู้มีลำคอสั้นจนแทบมองไม่เห็นที่อยู่ข้างๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ แล้วเอ่ยเสริมว่า: “หากไม่หยุดยั้งพฤติกรรมแบบนี้ ในที่สุดมันก็จะสร้างความเสียหายให้กับผลประโยชน์ของทุกคนอย่างแน่นอน”
ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องรีบส่งยิ้มชื่นชมไปให้เขาทันที
“ดังนั้น ข้าจึงขอเสนอว่า” ชายชราผู้นั้นยกปืนขึ้นเล็งไปที่ฝูงกวาง “สมาชิกสมาคมธนาคารควรจะร่วมมือกันคว่ำบาตรธนาคารทุนสำรองแห่งฝรั่งเศส ซึ่งรวมถึงการไม่รับตั๋วเงินของพวกเขา และสั่งห้ามไม่ให้ลูกค้าของเราทำธุรกรรมใดๆ กับพวกเขาด้วย”
ชายวัยห้าสิบกว่าผู้มีคางยื่นยาว สวมเสื้อโค้ตรัดรูปสีครีม ขี่ม้าตามมาจากด้านหลัง: “แค่ทำแบบนั้น เกรงว่าจะยังไม่สามารถหยุดยั้งธนาคารทุนสำรองแห่งฝรั่งเศสได้หรอก”
เคานต์ไอแซกหันไปมองผู้มาใหม่: “ถ้าเช่นนั้น คุณเนกแกร์มีข้อเสนอแนะอะไรหรือเปล่าล่ะ?”
เนกแกร์ทาบอกโค้งคำนับให้เขาอย่างนอบน้อม: “ข้าเห็นว่า สาเหตุที่มกุฎราชกุมารทรงสามารถทำตามอำเภอใจในแวดวงการเงินได้ ก็เป็นเพราะทรงได้รับการสนับสนุนจากพระราชินีและเสนาบดีคลัง มิเช่นนั้น พระองค์ก็คงไม่สามารถขอใบอนุญาตขายหุ้นของบริษัทแองเจิลแห่งปารีสมาได้หรอก”
ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องพยักหน้าอย่างครุ่นคิด มิน่าล่ะ นางอีตัวออสเตรียนั่นถึงได้ยอมให้ลูกชายของนางเข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยเสนาบดีคลัง ก็เพื่อจะฮุบอำนาจในการกำหนดนโยบายการคลังร่วมกับบรีแอนน์นี่เอง ถ้าอย่างนั้น บริษัทแองเจิลแห่งปารีสและธนาคารทุนสำรองฯ ก็คงจะเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของนางสินะ!
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาทันที: “คุณพูดถูก ในเมื่อบิชอปบรีแอนน์เลือกที่จะทรยศ เขาก็ไม่คู่ควรที่จะดำรงตำแหน่งเสนาบดีคลังอีกต่อไปแล้ว”
บรีแอนน์เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานของ ‘สภาชนชั้นสูง’ (Assembly of Notables) ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนของบรรดาขุนนางใหญ่ และเคยเป็นหัวหอกในการคัดค้านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 มาก่อน
ต่อมา พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เพื่อหวังจะดึงตัวสภาชนชั้นสูงมาเป็นพวก จึงได้แต่งตั้งให้บรีแอนน์ดำรงตำแหน่งเสนาบดีคลัง
หลังจากบรีแอนน์เข้ารับตำแหน่ง เขาถึงได้ตระหนักว่าระบบการคลังของฝรั่งเศสนั้นผุพังจนแทบจะเยียวยาไม่ได้แล้ว และประเทศอาจจะล่มสลายได้ทุกเมื่อ การปฏิรูปภาษีจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงยอมสละผลประโยชน์ส่วนตัว แล้วหันมาสนับสนุนองค์กษัตริย์อย่างสุดกำลัง ทว่านั่นก็ทำให้เขาถูกต่อต้านจากกลุ่มขุนนางใหญ่และคริสตจักรเช่นกัน
เคานต์ไอแซกกวาดสายตามองคนรอบข้าง แล้วยิ้มพลางกล่าวว่า: “หากพวกเราใช้อิทธิพลที่มีอยู่ บีบให้บรีแอนน์ต้องก้าวลงจากตำแหน่ง แล้วเปลี่ยนตัวเสนาบดีคลังคนใหม่ อย่างเช่น… ให้คุณเนกแกร์ขึ้นมารับตำแหน่งแทน…”
พวกของไอแซกนั้นกุมสายเลือดทางการเงินของฝรั่งเศสเอาไว้ในมือ เมื่อบวกกับอำนาจทางการเมืองของออร์เลอ็อง และการระดมกำลังจากกลุ่มชนชั้นขุนนาง พวกเขาย่อมมีอำนาจมากพอที่จะชี้ชะตาได้ว่าใครจะได้เป็นเสนาบดีคลังคนต่อไปอย่างแน่นอน
แววตาของเนกแกร์ทอประกายยินดี เขารีบโค้งตัวตอบรับทันที: “ข้าจะหาวิธีทำให้รัฐบาลตัดขาดความร่วมมือกับธนาคารทุนสำรองฯ ให้จงได้ และจะผลักดันให้มีการอนุมัติร่างกฎหมายเพื่อเพิกถอนสิทธิ์ในการขายหุ้นของบริษัทแองเจิลแห่งปารีส เมื่อนั้นปัญหาทุกอย่างก็จะได้รับการแก้ไขจากต้นตอเลยครับ”
…
โจเซฟยังคงไม่รู้ตัวเลยว่า แผนการร้ายทางการเมืองที่มุ่งเป้ามาที่ตนเองนั้นได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ แล้ว
ในเวลานี้ เขากำลังเป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศนักเรียนใหม่รุ่นแรกของโรงเรียนตำรวจปารีสที่เพิ่งจะสร้างเสร็จหมาดๆ
ภายใต้จังหวะรัวกลองรบที่พร้อมเพรียงกัน ครูฝึกของโรงเรียนตำรวจต่างก็นำพานักเรียนในสังกัดของตน เดินเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบมาหยุดอยู่ที่หน้าแท่นพิธี
“แถวตรง! หันขวา!”
สิ้นเสียงสั่งการ นักเรียนใหม่กว่าสองร้อยคนที่จัดแถวเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหลายกลุ่มก็พร้อมใจกันหันขวับ ท่ามกลางฝุ่นควันที่ลอยคลุ้ง สายตาอันมุ่งมั่นและเร่าร้อนของพวกเขาต่างจับจ้องไปยังอาจารย์ใหญ่ของพวกเขา มกุฎราชกุมารแห่งฝรั่งเศส

0 Comments