ตอนที่ 527 เริ่มต้นที่โทษประหาร ไม่มีเพดานสูงสุด
แปลโดย เนสยังมณฑลแร็งส์ที่อยู่ติดกับปารีส
ศาลแขวงแร็งส์
ผู้พิพากษาฟุสเนตังฟังอัยการเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยด้วยความเหนื่อยล้า
ก่อนหน้านี้ เขาก็แค่ตัดสินคดีลักเล็กขโมยน้อย ทำลายทรัพย์สินสาธารณะอะไรทำนองนั้น คดีที่มีมูลค่าหลายแสนฟรังก์และจำเลยจะถูกตัดสินประหารชีวิตแบบนี้ ตลอดระยะเวลา 20 ปีของการเป็นผู้พิพากษา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับผิดชอบ
พูดตามตรง ถ้าเขาไม่ได้อดหลับอดนอนอ่านหนังสือทบทวนข้อกฎหมายสองคืนก่อนขึ้นศาล เขาคงไม่แน่ใจว่าจะใช้กฎหมายมาตราไหนกับคดีนี้ด้วยซ้ำ
ไม่มีทางเลือก ช่วงนี้มีคดีเกี่ยวกับพวกนายหน้าเก็บภาษีเยอะมาก ศาลสูงคิวเต็มหมดแล้ว ทำให้ศาลแขวงต้องมารับคดีใหญ่ๆ แทน
ทนายความของจำเลยรีบเดินไปที่แท่นพูดแล้วโต้แย้งเสียงดัง:
“ท่านอัยการครับ ลูกความของผม คุณโปกา แค่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการจัดเก็บภาษีอย่างเคร่งครัด และคำนวณภาษีผิดพลาดบ้างเล็กน้อย ซึ่งมันเป็นคดีทางเศรษฐกิจล้วนๆ ไม่ควรถูกลงโทษหนักขนาดนี้!
“แถมผมยังคิดว่า คดีนี้ควรให้ศาลพาณิชย์เป็นคนตัดสิน ไม่ใช่ศาลแพ่งทั่วไปด้วยซ้ำ”
อัยการขมวดคิ้ว แทบจะไล่ทนายความคนนั้นลงจากแท่นพูด ชูเอกสารปึกหนึ่งในมือขึ้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา:
“ทนายโกร็องติน คุณนี่เก่งเรื่องบิดเบือนข้อเท็จจริงจริงๆ!
“โปกาเก็บภาษีล่วงหน้าโดยพลการในปี 1785 และใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการปรับเงินชาวนา 41 ครัวเรือนในหมู่บ้านเมยติองอย่างมหาศาล ทำให้ 18 ครัวเรือนต้องล้มละลาย ในระหว่างนั้นมีชาวนาเสียชีวิตจากความอดอยากและโรคภัยไข้เจ็บกว่า 9 คน ถ้าพวกเขายังได้อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเอง เรื่องพวกนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น!
“นอกจากนี้ โปกายังปลอมแปลงเอกสารภาษีของรัฐบาลในปี 1786 เรียกเก็บ ‘ภาษีมรดกอุตสาหกรรม’ จากคุณบล็องช์และคนอื่นๆ คนละ 300 ฟรังก์ ทำให้โรงงานของบล็องช์ต้องล้มละลาย และบล็องช์ก็ฆ่าตัวตาย…
“และในปีเดียวกัน โปกายังสั่งให้ลูกน้องรุมซ้อมคุณแนจเนื่องจากค้างชำระภาษี และ 5 วันต่อมาแนจก็เสียชีวิต…”
ทนายโกร็องตินพูดด้วยน้ำเสียงแหลมปรี๊ด:
“ขอคัดค้านครับ! ท่านผู้ตรวจการ ประการแรก หมู่บ้านเมยติองมีคนตายเพราะความอดอยากและโรคภัยไข้เจ็บทุกปีอยู่แล้ว 9 คนที่คุณพูดถึง ถึงไม่มีเรื่องการปรับเงิน พวกเขาก็อาจจะอยู่ไม่พ้นปีนั้นอยู่ดี
“ส่วนเรื่องบล็องช์ยิ่งไร้สาระเข้าไปใหญ่ คุณจะแน่ใจได้ยังไงว่าเขาไม่ได้ฆ่าตัวตายเพราะทะเลาะกับคนอื่น หรือแค่ป่วยทางจิต?
“ส่วนเรื่องของแนจก็มีจุดน่าสงสัยเต็มไปหมด…”
เขาพูดยืดยาวน้ำไหลไฟดับไปครึ่งชั่วโมง เน้นการเล่นคำและหาเรื่องจับผิดไปเรื่อย ยังไงซะมันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน หลักฐานหลายอย่างก็หายไปหมดแล้ว
เขามีวิธีมากมายที่จะยืดคดีนี้ออกไปเรื่อยๆ ถ้าสามารถยืดเยื้อไปจนเรื่องพวกนายหน้าเก็บภาษีซาลง ก็อาจจะได้รับโทษเบาลง หรืออาจจะถึงขั้นติดสินบนผู้พิพากษา เพื่อให้ศาลตัดสินปล่อยตัวพ้นผิดไปเลย
เขาได้รับค่าจ้างทนายจากครอบครัวโปกามาตั้ง 7,000 ฟรังก์ แน่นอนว่าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ลูกความหลุดพ้นจากความผิด
อัยการถูกคำพูดของทนายคนนี้ปั่นหัวจนหน้าเขียวปัด แต่ก็จนใจเพราะเขามีเวลาเตรียมตัวคดีนี้น้อยเกินไป
ช่วงนี้เขาต้องรับผิดชอบคดีเกี่ยวกับนายหน้าเก็บภาษีถึง 4 คดี เขาไม่มีเวลาไปรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดเลย หลักฐานที่มีอยู่ในมือตอนนี้ส่วนใหญ่ก็ได้มาจากกรมสรรพากรทั้งนั้น
เขาเถียงกลับไปพักหนึ่ง จู่ๆ ทนายโกร็องตินก็เปลี่ยนเรื่อง:
“ใช่แล้วครับ ท่านอัยการ คดีที่คุณพูดถึงในวันนี้ควรจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือครอบครัวของพวกเขาเป็นคนยื่นฟ้องเองมากกว่า ผมคิดว่าการที่คุณเป็นคนยื่นฟ้องมันไม่สมเหตุสมผล โดยอ้างอิงจาก…”
พวกทนายหัวหมอมักจะหามุมมองแปลกๆ มาเล่นแง่กับกฎหมายได้เสมอ
“ครอบครัวของคนที่เกี่ยวข้องไม่มีปัญญาจ่ายค่าทนายหรอก แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะฟ้องยังไง!” อัยการตวาด “ไม่งั้นโปกาคงเข้าคุกไปตั้งนานแล้ว!”
“ท่านผู้พิพากษาครับ อัยการกำลังข่มขู่ลูกความของผม…”
จากนั้น การโต้เถียงกันระหว่างโจทก์และจำเลยก็กินเวลาไปอีกกว่าสองชั่วโมง ผู้พิพากษาฟุสเนตังได้แต่เคาะไม้ ทนไม่ไหวจนต้องประกาศพักการพิจารณาคดีชั่วคราว
เขารู้สึกได้ว่า ด้วยประสบการณ์ของทนายคนนี้ คดีนี้คงต้องสู้กันไปอีกอย่างน้อยครึ่งปี
เขากลับไปที่ห้องพัก ขณะที่กำลังจะดื่มกาแฟ เจ้าหน้าที่ศาลก็นำชายวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐาน วิกผมเรียบเงางาม ดูมีสง่าราศีเดินเคาะประตูเข้ามา
ชายวัยกลางคนคนนั้นส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ข้างๆ ออกไป แล้วหันไปพูดกับฟุสเนตังที่กำลังกังวลอยู่ว่า:
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผู้พิพากษาฟุสเนตัง ผมชื่อซิปเรียน เป็นตัวแทนพิเศษจากศาลสูงแห่งราชวงศ์ ผมต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคดีบางคดีหน่อยครับ…”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา คดีของโปการถูกเปิดพิจารณาอีกครั้ง
ทนายโกร็องตินเริ่มชักแม่น้ำทั้งห้าอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเพิ่งพูดไปได้ไม่กี่ประโยค ก็ถูกผู้พิพากษาเคาะไม้ขัดจังหวะอย่างแรง:
“ทนายจำเลย กรุณาอย่าพูดนอกเรื่องที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคดี”
“ครับ ท่านผู้พิพากษา”
โกร็องตินเปลี่ยนมุมเพื่อโต้เถียงกับอัยการ แต่ก็ถูกผู้พิพากษาตวาดห้ามอีกครั้ง:
“ทนายจำเลย ข้อสันนิษฐานของคุณไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ ถ้าคุณยังทำแบบนี้อีกผมจะเตือนคุณแล้วนะ”
อัยการดีใจเป็นอย่างมาก เริ่มเป็นฝ่ายรุกบ้าง
ภายใต้การสนับสนุนอย่างชัดเจนของผู้พิพากษา ในไม่ช้าเขาก็ไล่ต้อนโกร็องตินจนเหงื่อแตกพลั่ก ถอยร่นไม่เป็นขบวน
เวลา 16.00 น. ผู้พิพากษาฟุสเนตังทำเป็นขอความเห็นจากผู้ช่วยพิจารณาคดีสองสามคน ก่อนจะเคาะไม้เสียงดัง ประกาศว่า:
“ศาลขอประกาศคำพิพากษา โปกา มีความผิดฐานเก็บภาษีอย่างผิดกฎหมาย ฆาตกรรม ฉ้อโกง ปลอมแปลงเอกสารราชการ…
“มีความผิดจริง ศาลขออ้างอิงพระราชกฤษฎีกาแห่งดูร์น และกฎหมายซีแนนส์…
“ขอตัดสินให้ ฌักส์ เอคตอร์ เดอ โปกา แห่งตูแรน ต้องโทษประหารชีวิตด้วยการตัดหัว”
โกร็องตินถึงกับอึ้งไปเลย ทำไมถึงตัดสินเร็วขนาดนี้?
ถึงแม้เขาจะเสียเปรียบในการโต้เถียง แต่รูปคดีก็ยังมีจุดที่สามารถนำมาโต้แย้งได้อีกเยอะ ผู้พิพากษาคนนี้ใช้เวลาไม่ถึงวันก็ตัดสินคดีได้แล้ว!
เขารีบปลอบใจโปกาที่หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มด้วยเสียงกระซิบ:
“ไม่ต้องกังวลไปครับ คดีนี้ยังมีจุดที่สามารถขอยื่นอุทธรณ์ได้อีกเยอะ เพราะหลักฐานหลายอย่างก็หายไปหมดแล้ว พรุ่งนี้ผมจะไปยื่นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ให้ครับ”
ผู้พิพากษาฟุสเนตังถอนหายใจยาว เมื่อกี้ท่านผู้มีอำนาจจากศาลสูงกำชับเขาไว้ว่า คดีเกี่ยวกับนายหน้าเก็บภาษีในช่วงนี้ ตราบใดที่รูปคดีชัดเจน ก็ไม่ต้องไปสนใจหลักฐานปลีกย่อยมากนัก ให้รีบตัดสินโดยเร็ว
ด้วยความเร็วระดับนี้ คดีของนายหน้าเก็บภาษีที่กองเป็นภูเขาบนโต๊ะเขาก็น่าจะพิจารณาเสร็จภายในครึ่งเดือน
ก่อนหน้านี้เขาเตรียมใจว่าจะต้องใช้เวลาครึ่งปีในการจัดการคดีพวกนี้ด้วยซ้ำ
ที่หน้าศาล ตำรวจศาลคนหนึ่งได้ยินคำพิพากษา ก็ดีใจจนลืมกฎเกณฑ์ แอบวิ่งออกไปตะโกนบอกประชาชนที่กำลังรอฟังผลอย่างกระวนกระวายว่า:
“ประหาร! ตัดสินประหารชีวิตแล้ว!”
ฝูงชนระเบิดเสียงโห่ร้องยินดีดังสนั่นราวกับคลื่นทะเล:
“เยี่ยมไปเลย! ไอ้โปกาคนชั่วมันจะได้ตกนรกสักที!”
“ผู้พิพากษาฟุสเนตังจงเจริญ!”
“ขอบคุณพระเจ้า ในที่สุดคนชั่วก็ได้รับโทษ!”
พูดได้เลยว่า ทั่วทั้งเมืองแร็งส์แทบจะไม่มีใครไม่เกลียดพวกนายหน้าเก็บภาษี ถึงแม้จะไม่ได้โดนพวกนายหน้าเก็บภาษีทำร้ายจนครอบครัวพังพินาศ แต่ปกติก็มักจะโดนเก็บภาษีเพิ่มมาไม่กี่ซู หรือเวลาไปทวงภาษีก็มักจะโดนพวกคนเก็บภาษีเอาไม้ตี เป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป
ตอนนี้ เมื่อรู้ว่านายหน้าเก็บภาษีถูกตัดสินประหารชีวิตแล้ว พวกเขาจะไม่ให้ดีใจจนเนื้อเต้นได้อย่างไร?
ทนายโกร็องตินรอจนกระทั่งเย็นย่ำ ถึงจะกล้าเดินออกจากศาลแขวงแร็งส์อย่างระมัดระวัง เขารู้ดีว่าชื่อเสียงของพวกนายหน้าเก็บภาษีมันเน่าเฟะขนาดไหน
ทว่า ทันทีที่เขาก้าวออกจากประตูบ้าน ก็มีก้อนอะไรบางอย่างปะทะเข้าที่หน้าของเขา
เขายกมือขึ้นลูบหน้าตามสัญชาตญาณ สัมผัสได้ถึงความเหนียวเหนอะหนะเต็มมือ พร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่าลอยเตะจมูก ทำให้เขาอาเจียนออกมาอย่างรุนแรง
รอบๆ ตัวเขามีคนโผล่ออกมาสิบกว่าคน เห็นได้ชัดว่ารอเขาอยู่ พวกเขาด่าทอสาปแช่ง พร้อมกับขว้างปา “สิ่งของที่ไม่สามารถระบุได้” ใส่เขาไม่ยั้ง
จนกระทั่งคนรับใช้ของโกร็องตินพาเขาขึ้นรถม้าหลบหนีไปได้ พวกเขาก็ยังวิ่งตามไปด่าทออีกสองถนนกว่าจะยอมล่าถอย
ส่วนเลออนอร์ บล็องช์ และครอบครัวของแนจที่เกี่ยวข้องกับคดี ต่างก็ได้รับข่าวดีในวันรุ่งขึ้น พวกเขาไม่มีเวลาว่างพอจะไปรอฟังผลการพิจารณาคดีที่ศาลแขวงหรอก พวกเขายังคงถูกความกดดันในการใช้ชีวิตบีบคั้นจนไม่มีเวลาพักผ่อน และต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้ ก็กำลังจะชดใช้กรรมในไม่ช้า
……
สิ่งที่ทำให้โกร็องตินประหลาดใจเป็นอย่างมากก็คือ ระบบกระบวนการยุติธรรมของฝรั่งเศสกลับมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาอย่างน่าตกใจ
เขายื่นเรื่องอุทธรณ์ให้โปกาไป แต่เพียงแค่วันเดียวก็ถูกศาลอุทธรณ์ปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าหลักฐานชัดเจน และคำตัดสินก็เหมาะสมแล้ว
เขาหมดหนทางจึงได้แต่ยื่นอุทธรณ์ต่อไปที่ศาลสูงเมืองแร็งส์ คราวนี้รอสองวัน ศาลก็ประกาศยืนกรานคำตัดสินเดิม และมีคำตัดสินชี้ขาด ทำให้เขาหมดหวังที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงอีกต่อไป
หลังจากนั้น วันประหารก็ถูกกำหนดขึ้นมาทันที คือสิบวันให้หลัง
แน่นอนว่า เขาไม่มีทางรู้เลยว่าทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการที่มกุฎราชกุมารสั่งให้ศาลสูงไปเร่งรัดศาลในแต่ละท้องที่ ถึงขั้นที่ผู้บริหารระดับสูงหลายคนของศาลสูงแนะนำให้พระองค์ไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างรอบคอบ โจเซฟก็ปลดผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลสูงสุด หรือก็คือเบอร์สองของศาลทิ้งอย่างไม่ลังเล
โจเซฟไม่ได้อยากก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรมนักหรอก แม้ว่าในสังคมที่กษัตริย์เป็นใหญ่ การก้าวก่ายก็เป็นเรื่องปกติก็ตาม เพียงแต่ว่าคดีของพวกนายหน้าเก็บภาษีเหล่านี้ล้วนมีความชัดเจนมาก การจับไปแขวนคอก็แทบจะไม่มีคดีที่ตัดสินผิดพลาดเลย จึงไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลาและทรัพยากรทางกระบวนการยุติธรรมกับเรื่องพวกนี้
แถมพวกนายหน้าเก็บภาษีเหล่านี้ก็ร่ำรวยกันทั้งนั้น ยิ่งคดียืดเยื้อ พวกเขาก็ยิ่งสรรหาวิธีการต่างๆ นาๆ มาช่วยให้ตัวเองรอดพ้นความผิดไปได้
ในขณะที่โกร็องตินกำลังทบทวนกระบวนการพิจารณาคดีซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเริ่มสงสัยในความสามารถทางวิชาชีพของตัวเอง เขาก็ได้รับข่าวดีที่ทำให้เขากลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง
ช่วงนี้คดีที่เกี่ยวข้องกับนายหน้าเก็บภาษีทั้งหมดล้วนถูกตัดสินอย่างรวดเร็วมาก คดีของเขาถือว่าช้าแล้วด้วยซ้ำ บางคดีเช้าตัดสิน บ่ายศาลสูงก็มีคำตัดสินชี้ขาดเลยก็มี
และในบรรดาคดีเหล่านี้ อัตราการตัดสินประหารชีวิตสูงถึง 70%!
พวกที่รอดตายส่วนใหญ่ก็โดนจำคุกหลายสิบปี มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ถูกเนรเทศหรือจำคุกระยะสั้น
ส่วนพวกที่รอดพ้นความผิด ไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว!
กรมสรรพากรมีเป้าหมายในการจับกุมที่ชัดเจน พวกนายหน้าเก็บภาษีที่ไม่เคยก่อกรรมทำเข็ญ ก็ไม่ถูกนำตัวขึ้นศาลอยู่แล้ว
รุ่งเช้า โกร็องตินกินข้าวเช้าเสร็จ ก็เดินออกจากโรงแรมในเขตแซ็ง-แฌร์แม็งของปารีสเพื่อไปเดินเล่น ช่วงนี้เขาไม่กล้าพักอยู่ที่แร็งส์แล้ว กลัวว่าประชาชนที่โกรธแค้นจะฆ่าเขาทิ้งเข้าสักวัน ถึงแม้จะหาเงินได้ 7,000 ฟรังก์ แต่ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปได้ไม่กี่วันก่อน เขาคงไม่กล้ารับทำคดีของโปกาเด็ดขาด
“หนังสือพิมพ์จ้า หนังสือพิมพ์!” เสียงตะโกนของเด็กขายหนังสือพิมพ์ดังมาจากฝั่งตรงข้าม “《หนังสือพิมพ์ข่าวสารและภาพ》 การพิจารณาคดีรวมของกลุ่มอันธพาลที่ใช้ความรุนแรงทำร้ายเจ้าหน้าที่สรรพากร แค่ 1 ซู 5 เดอนิเยร์ก็อ่านผลการตัดสินได้แล้ว!”
โกร็องตินโบกมือเรียกเด็กขายหนังสือพิมพ์ ล้วงเงินซื้อมาฉบับหนึ่ง พอเปิดอ่านก็เจอข่าวหน้าหนึ่งเลย ผู้ที่เข้าร่วมการทำร้ายเจ้าหน้าที่สรรพากร หรือขัดขวางการจับกุมผู้ต้องสงสัยของเจ้าหน้าที่สรรพากรด้วยความรุนแรงทั้ง 571 คน ถูกตัดสินประหารชีวิตทั้งหมด! ส่วนใหญ่ในนั้นคืออดีตคนเก็บภาษี หรือก็คือลูกน้องที่พวกนายหน้าเก็บภาษีเลี้ยงดูมานั่นเอง
ข่าวนี้ยังระบุอีกว่า เนื่องจากในกลุ่ม 571 คนนี้มีขุนนางรวมอยู่ด้วยเล็กน้อย เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ศาลสูงกรุงปารีสจึงตัดสินประหารชีวิตพวกเขาด้วยการตัดหัวทั้งหมด และปฏิเสธการอุทธรณ์ในวันเดียวกันเลย
คนกว่าห้าร้อยคนนี้ก็เหมือนกับโปกา จะถูกประหารชีวิตในอีกสิบวันให้หลัง
……
ชานเมืองทางตอนใต้ของปารีส
ในวิลล่าของฟอร์ด บรรดาเจ้าสัวนายหน้าเก็บภาษีกว่าสิบคนต่างก้มหน้าเงียบกริบด้วยความกลัดกลุ้ม
พวกเขาย่อมรู้ดีว่ามีนายหน้าเก็บภาษีและลูกน้องถูกจับกุมจำนวนมาก แถมยังถูกตัดสินประหารชีวิตอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก
นี่แสดงให้เห็นว่า การที่พวกเขาวิ่งเต้นผ่านเคานต์อาร์ตัวส์และเคาน์เตสเดอแบร์นินัก เพื่อเข้าทางสมเด็จพระราชินีนั้นล้มเหลวไปแล้ว รัฐบาลเริ่มลงมือจัดการพวกเขาแล้ว
ผ่านไปพักใหญ่ นายหน้าเก็บภาษีร่างท้วมคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้น: “ไม่คิดเลยว่าบรียาน…
คราวนี้จะลงมือหนักขนาดนี้ นี่กะจะบีบเราให้ตายเลยหรือไง?”
ฟอร์ดตวัดสายตามองเขาอย่างเหลืออด แล้วตวาดกลับ:
“นี่ไม่ใช่ฝีมือของบรียานหรอก ระบบยุติธรรมทั้งระบบถูกระดมมาเพื่อเรื่องนี้เลยนะ!”
โฮปพยักหน้าเห็นด้วย:
“ดูเหมือนว่า… จะเป็นความประสงค์ของราชวงศ์”
โบลโลเร่กัดฟันพูด:
“ฉันก็บอกแล้วไง ว่าตอนนั้นเราควรจะทุ่มเงินสนับสนุนศาลสูงให้งัดกับราชวงศ์ไปเลย! แต่พวกแกมันขี้เหนียว ไม่ยอมเห็นด้วยเอง”
“มาพูดตอนนี้แล้วจะได้อะไร?” บารอนมอเรลแย้ง “ตอนนี้พวกสรรพากรจ้องฉันตาเป็นมัน ขืนปล่อยไว้ ไฟลามมาถึงตัวพวกเราแน่!”
บรรดาเจ้าสัวเหล่านี้มักจะชักใยอยู่เบื้องหลัง มอบหมายให้ตัวแทนจัดการเรื่องการเหมาเก็บภาษีแทน หรือแม้แต่ตอนเจรจาเงินค่าเหมาเก็บภาษี ก็ยังส่งขุนนางออกหน้า แถมยังจ่ายเงินปิดปากไปตั้งมากมาย ทำให้กรมสรรพากรยังหาหลักฐานมัดตัวพวกเขาไม่ได้
แต่ทว่า ธุรกิจเหมาเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับเงินมหาศาลหลายร้อยล้านฟรังก์ เส้นทางการไหลของเงินย่อมไม่มีทางถูกซ่อนไว้ได้มิดชิด ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังต้องคอยสั่งการลูกน้องอยู่เรื่อยๆ หากสืบสาวราวเรื่องต่อไป กรมสรรพากรต้องสาวมาถึงตัวพวกเขาได้อย่างแน่นอน
โฮปยกมือขึ้นปรามทุกคนให้เงียบลง ท่าทางดูสงบเยือกเย็น:
“ใจเย็นๆ ก่อน การเตรียมการเรื่องกองคาราวานและที่ท่าเรือมาร์กเซยของเราเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากนี้เราจะส่งคนไปเจรกับราชวงศ์
“คราวนี้ราชวงศ์จับกุมคนไปมากมายขนาดนี้ ก็น่าจะได้ผลประโยชน์ไปมากพอแล้ว พวกเขาน่าจะรู้ว่าควรหยุดตอนไหน ไม่อย่างนั้น หากการค้าและท่าเรือทางใต้เกิดปัญหาขึ้นมา ฝรั่งเศสจะต้องเกิดการจลาจลครั้งใหญ่ทั่วประเทศอย่างแน่นอน”
มอเรลเบ้ปาก พึมพำเสียงเบา:
“ก็ขอให้วิธีของคุณได้ผลแล้วกัน แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะถอนทุนจากฝรั่งเศส แล้วไปหลบที่อังกฤษสักพัก”
โกลด์สมิดและนายหน้าเก็บภาษีอีกหลายคนก็แสดงท่าทีเห็นด้วยเช่นกัน
……
มณฑลช็องปาญ ทางตะวันออกตอนกลางของฝรั่งเศส
เฒราร์แด็ง บอนนาร์ ยื่นสัญญาฉบับหนึ่งให้กับเจ้าของไร่มารีแยร์ พร้อมกับรอยยิ้ม:
“คุณจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจในวันนี้แน่นอนครับ
“นอกจากเราจะเสนอราคารับซื้อที่ดีที่สุดให้คุณแล้ว เรายังแถมประกันภัยทรัพย์สินให้คุณฟรีๆ อีกด้วย เพียงแค่มูลค่าการสั่งซื้อเกิน 5,000 ฟรังก์
“ในอนาคต หากสินค้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ไวน์เกิดเสียก่อนที่จะขายออก บริษัทประกันภัยก็จะชดเชยค่าเสียหายให้ โดยที่คุณไม่ต้องรับคืนสินค้าเลยครับ”
บอนนาร์คือผู้บริหารคนที่สองของกองคาราวานสินค้าที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในช็องปาญ ภายใต้สมาพันธ์การค้าฝรั่งเศส
ก่อนหน้านี้ เขาเป็นเพียงพ่อค้าตัวเล็กๆ ธุรกิจไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ประสบการณ์การทำธุรกิจมาหลายสิบปี ทำให้เขามีทักษะและไหวพริบในการเจรจาต่อรองอย่างยอดเยี่ยม
เมื่อเห็นประกาศรับสมัครผู้จัดการกองคาราวานจากสมาพันธ์การค้า ด้วยเงินเดือนสูงถึง 1,500 ฟรังก์ เขาก็ไม่ลังเลที่จะสมัครทันที ธุรกิจเล็กๆ ของเขาที่บ้าน หาเงินได้แค่ปีละประมาณ 1,000 ฟรังก์ แถมยังต้องแบกรับความเสี่ยงอีกด้วย

0 Comments