ตอนที่ 508 ปล่อยให้พวกโจรตัวสั่นเทาไปเลย คุณรอแบสปีแยร์!
แปลโดย เนสยังเมื่อโจเซฟได้ยินก็ตกใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นรายงานจากหน่วยข่าวกรองเกี่ยวกับการข่มขู่และลอบโจมตีกรมสรรพากรมาบ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้
นายหน้าเก็บภาษีพวกนี้ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว!
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือให้หน่วยข่าวกรองร่วมมือกับตำรวจ เพื่อให้พวกคนร้ายได้ลิ้มรสหมัดเหล็กขององค์กรรัฐ แต่แล้วเขาก็นึกถึงอีกเรื่องขึ้นมาได้ จึงขมวดคิ้วเข้าหากัน
รอแบสปีแยร์กับลูกน้องของเขาเป็นใครกัน?
นั่นคือ “IRS ของฝรั่งเศส” ที่เขาสร้างขึ้นมากับมือเชียวนะ!
IRS ของอเมริกาในยุคหลัง เป็นพวกโหดเหี้ยมที่สามารถจับกุมมาเฟียระดับพ่อทูนหัวที่แม้แต่ FBI ยังจัดการไม่ได้ สามารถลากตัวสมาชิกรัฐสภาไปได้ต่อหน้าสาธารณชน และสามารถตามจับพวกเกรียนคีย์บอร์ดได้ตามสายเน็ต
แต่ตอนนี้ “IRS” ของฝรั่งเศสกลับเหมือนลูกสะใภ้ที่ถูกรังแก ถูกพวกอันธพาลรังแกจนต้องวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากเขา…
แบบนี้มันจะได้ยังไง?
ต้องรู้ไว้ว่า ในยุคที่ผู้คนศรัทธาในกฎแห่งป่านี้ การทำร้ายเจ้าหน้าที่สรรพากร การรวมตัวกันต่อต้านการเสียภาษี หรือเรื่องทำนองนี้พบเห็นได้ทั่วไป หากหน่วยงานสรรพากรไม่มี “ความเด็ดขาด” อยู่บ้าง ก็ไม่มีทางเก็บภาษีได้หรอก
บางทีอาจจะใช้โอกาสนี้ให้กรมสรรพากรได้ฝึกฝนประสบการณ์เสียหน่อย
เมื่อคิดได้ดังนั้น โจเซฟก็เงยหน้าขึ้นมองรอแบสปีแยร์: “สำหรับพวกโจรนอกกฎหมายที่เลวทรามเหล่านี้ คุณมีแผนจะจัดการยังไง?”
รอแบสปีแยร์ตอบทันที: “กระหม่อมอยากจะขอให้เพิ่มเจ้าหน้าที่คุ้มกันให้กับกรมสรรพากรในแต่ละพื้นที่…”
โจเซฟยกมือขึ้นขัดจังหวะเขา: “จะไม่มีเจ้าหน้าที่คุ้มกันหรอก แต่ฉันสามารถแจกปืนพกสองกระบอก และดาบมาตรฐานของทหารให้กับเจ้าหน้าที่สรรพากรทุกคนได้ ในยามจำเป็นพวกคุณถึงขั้นขอปืนใหญ่ได้เลยนะ”
ในปัจจุบัน อุปกรณ์มาตรฐานของกรมสรรพากรคือ ปืนคาบศิลาชาร์ลวิลล์ 1776 หนึ่งกระบอกต่อคน นอกจากนี้ยังมีกระบอง โล่ และอุปกรณ์อื่นๆ แม้ว่าอาวุธระดับนี้จะถือว่าทรงพลังมากแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่ายังไม่สามารถให้ความมั่นใจแก่บรรดาเจ้าหน้าที่สรรพากรได้เพียงพอ
รอแบสปีแยร์ยังตั้งสติไม่ทัน: “ฝ่าบาท แต่ว่าสิ่งที่เราต้องเผชิญคือมือสังหาร…”
“แล้วไงล่ะ พวกคุณคือเจ้าหน้าที่สรรพากรนะ!” โจเซฟขึ้นเสียงสูง “พวกคุณคือเจ้าหน้าที่สรรพากรที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดจากโรงเรียนตำรวจปารีส มีอำนาจในการตรวจค้น สอบสวน และจับกุมนะ!
“ไม่ว่าจะเป็นมือสังหาร แก๊งโจร หรือพวกลักลอบขนของเถื่อน แค่ได้ยินชื่อพวกคุณก็ควรจะตัวสั่นเทาแล้ว ไม่ใช่กล้ามาข่มขู่ หรือแม้แต่ลอบทำร้ายพวกคุณ การทำร้ายเจ้าหน้าที่สรรพากรเป็นความผิดร้ายแรง แจกปืนให้แล้วก็ต้องหัดใช้ให้เป็นด้วย!”
เมื่อรอแบสปีแยร์ได้ยิน เลือดในกายก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที มกุฎราชกุมารตรัสได้ถูกต้อง เขาคือเจ้าหน้าที่สรรพากรผู้ทรงเกียรติ ผู้ตั้งปณิธานว่าจะอุทิศทุกสิ่งเพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน จะมาถูกแก๊งโจรข่มขู่ให้หวาดกลัวได้อย่างไร ช่างน่าอัปยศอดสูนัก! ความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นของเขาหายไปไหนหมด? พอเจออันตรายก็หายวับไปกับตาเลยหรือ?!
โจเซฟเห็นแววตาของเขาเปลี่ยนไป ก็ให้กำลังใจต่อ:
“คุณเป็นตัวแทนของความยุติธรรม เป็นตัวแทนของฝรั่งเศสทั้งประเทศ และในขณะเดียวกันก็มีพลังมากพอที่จะสั่งสอนพวกนอกกฎหมายเหล่านั้นให้รู้สำนึก ให้พวกมันได้รู้ว่าพวกคุณร้ายกาจแค่ไหน ทำให้พวกมันฝันร้ายทุกครั้งที่นึกถึงชื่อของเจ้าหน้าที่สรรพากร!
“ไปเถอะ ต้องการอาวุธแบบไหนก็มาบอกฉัน ฉันจะสั่งจ่ายให้ทันที แต่ต้องไม่ใช่เจ้าหน้าที่คุ้มกันนะ”
รอแบสปีแยร์ยืนตรงและกล่าวเสียงดังทันที: “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!”
หลังจากเขาออกจากพระราชวังตุยเลอรี ก็รีบกลับไปที่สำนักงานทันที ฉีกร่างสุนทรพจน์ที่เตรียมไว้สำหรับปลุกขวัญลูกน้องทิ้ง แล้วเขียนขึ้นมาใหม่โดยใช้คำตรัสของมกุฎราชกุมารเมื่อครู่นี้เป็นแบบร่าง
รอแบสปีแยร์เพิ่งออกไปได้ไม่นาน บรียานก็มาหาโจเซฟที่ห้องทำงาน เขาทำความเคารพอย่างตื่นเต้น: “ฝ่าบาท แบร์กตลองด์เอาข้อตกลงที่ร่างเสร็จแล้วมาหาข้าพระองค์เมื่อครู่นี้ บอกว่าจะเพิ่มเงินค่าเหมาเก็บภาษีเป็น 540 ล้านฟรังก์ และยอมสละภาษีบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับการค้า สามารถเซ็นสัญญาได้ทันทีเลย แต่ข้าพระองค์ไล่เขาไปแล้วตามรับสั่งของพระองค์”
โจเซฟได้ยินก็ยิ้ม สมาคมนายหน้าเก็บภาษีกำลังใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง ฝั่งหนึ่งก็ข่มขู่เจ้าหน้าที่สรรพากรของรัฐบาล อีกฝั่งหนึ่งก็เสนอข้อตกลงค่าเหมาเก็บภาษีที่ให้ผลประโยชน์อย่างงาม
แต่ทว่า ดูจากการกระทำของพวกเขาแล้ว วิธี “รายได้เสมือนจริง” ของเขาคงจะได้ผลอย่างชัดเจน ความมั่นใจของนายหน้าเก็บภาษีที่เคยใช้เงินค่าเหมาเก็บภาษีมาบีบรัฐบาล เริ่มพังทลายลงแล้ว
ถ้าอย่างนั้น ก้าวต่อไป แผนการแบ่งแยกสมาคมนายหน้าเก็บภาษีก็สามารถเริ่มดำเนินการได้แล้ว
เขากำชับบรียานอีกหลายเรื่อง จากนั้นก็เรียกฟูเช่มา สั่งให้หน่วยข่าวกรองไปสืบดูว่ากลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังการลอบโจมตีกรมสรรพากรนั้นเป็นใคร
คนที่มาลอบโจมตีเหล่านี้น่าจะเป็นคนที่นายหน้าเก็บภาษีส่งมา หากสามารถจับจุดอ่อนของพวกเขาได้ อุปสรรคในการปฏิรูปภาษีก็จะลดลงไปได้อีกเปราะหนึ่ง
……
พระราชวังแวร์ซาย
ในห้องรับแขกของตำหนักมกุฎราชกุมาร ชาร์ลส์ หนึ่งในเจ้าสัวนายหน้าเก็บภาษี เอาแต่มองไปที่ประตูอย่างต่อเนื่องด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ
ตั้งแต่สามวันก่อน ทรัพย์สินของเขาในฝรั่งเศสก็ถูกอายัดชั่วคราว คำอธิบายจากศาลสูงคือหน่วยข่าวกรองกำลังตรวจสอบเขาในบางเรื่องอยู่
ธนาคารและเงินกู้หลายแห่งที่อยู่ภายใต้ชื่อของเขาล้วนได้รับผลกระทบ มีผู้ถือหุ้นหลายคนได้รับข่าว และต่างก็มาสอบถามเขาอย่างร้อนรนว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
ชาร์ลส์ใช้เส้นสายที่มีทั้งหมด แต่ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
สุดท้ายหลังจากเสียเงินไปหลายพันฟรังก์ ถึงได้มีร้อยเอกของหน่วยข่าวกรองคนหนึ่งแอบบอกเขาว่า การตรวจสอบครั้งนี้ดำเนินการตามคำสั่งของมกุฎราชกุมาร
ดังนั้น เขาจึงรีบแจ้นมาที่นี่อย่างลนลาน
ผ่านไปกว่าชั่วโมง ในที่สุดมกุฎราชกุมารก็เสด็จกลับมา
ชาร์ลส์รีบลุกขึ้น ก้าวเข้าไปทำความเคารพอย่างนอบน้อม กำลังคิดว่าจะถามถึงเรื่องที่ทรัพย์สินถูกอายัดอย่างแนบเนียนอย่างไรดี แต่มกุฎราชกุมารกลับตรัสขึ้นมาก่อนว่า: “ท่านมาเพื่อสอบถามเรื่องที่หน่วยข่าวกรองกำลังตรวจสอบท่านอยู่สินะ?”
ชาร์ลส์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าทันที: “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ข้าพระองค์ทำแต่ธุรกิจสุจริตมาโดยตลอด การที่หน่วยข่าวกรองมาอายัดทรัพย์สินของข้าพระองค์โดยไม่มีเหตุผลแบบนี้ จะทำให้ข้าพระองค์ต้องสูญเสียผลประโยชน์อย่างมหาศาลเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”
“ธุรกิจสุจริตงั้นหรือ?” โจเซฟจงใจลากเสียงยาว “ดูเหมือนท่านจะลืมอะไรบางอย่างไปนะ”
“ข้าพระองค์ขอสาบานพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ธุรกิจของข้าพระองค์ถูกกฎหมายทั้งหมด!”
“ดูเหมือนฉันจะต้องเตือนท่านสักหน่อยแล้ว” โจเซฟทำหน้าขรึม “ท่านเคยให้เงินทุนสนับสนุนกลุ่มกบฏเซาเทิร์นเนเธอร์แลนด์เป็นเวลานาน และในระหว่างที่กองทัพของเราสู้รบกับพวกกบฏ ก็ยังไม่เคยหยุดเลย”
สีหน้าของชาร์ลส์เปลี่ยนไปอย่างมาก ฝรั่งเศสเคยประกาศสงครามกับกลุ่มกบฏเซาเทิร์นเนเธอร์แลนด์ หากเป็นอย่างที่มกุฎราชกุมารตรัส นั่นก็ถือเป็นความผิดร้ายแรงฐานสนับสนุนศัตรูเลยนะ
เขารีบโบกมือปฏิเสธ: “ฝ่าบาท นี่เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ข้าพระองค์มักจะลงทุนกับราชวงศ์หรือรัฐบาลของประเทศต่างๆ มาโดยตลอด ไม่มีทางสนใจผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยของพวกกบฏหรอกพ่ะย่ะค่ะ”
“งั้นหรือ?”
โจเซฟส่งสัญญาณให้เออร์มานด์นำเอกสารฉบับหนึ่งมาให้ แล้วพลิกอ่าน:
“ธนาคารชาร์ลส์ – โบลตันของท่านในเซาเทิร์นเนเธอร์แลนด์ เมื่อปีที่แล้วได้ให้เงินกู้แก่กลุ่มกบฏไป 3 ก้อน และช่วยพวกเขาทำธุรกรรมโอนเงินกับธนาคารในเนเธอร์แลนด์และอังกฤษอีกหลายสิบครั้ง”
ชาร์ลส์เบิกตากว้าง: “นี่… นี่เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
โจเซฟโยนเอกสารเหล่านั้นให้เขาโดยตรง: “ท่านดูเองก็แล้วกัน”
ชาร์ลส์เห็นว่าบนนั้นเขียนไว้ทันทีว่า: ธนาคารชาร์ลส์ – โบลตัน สาขาบรัสเซลส์ วันที่ 21 ตุลาคม ปล่อยกู้ให้บริษัทเหล็กกล้าเฮอร์ลอส 3 หมื่น 7 พันลีฟร์…
ธนาคารชาร์ลส์ – โบลตัน สาขาเกนต์ วันที่ 1 ธันวาคม ปล่อยกู้ให้ศาลาว่าการเมืองเกนต์ 2 หมื่นลีฟร์…
ด้านหลังยังมีบันทึกการกู้ยืมและธุรกรรมทางการเงินอีกมากมาย

0 Comments