ตอนที่ 495 แตกสลายกลายเป็นผุยผง
แปลโดย เนสยังเซซารีมองไปที่ปาโอลีแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“คุณอาครับ ผมคิดว่าคุณอาควรรีบกลับไปคอร์ซิกาโดยเร็วที่สุด เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้สงบ มิฉะนั้น ในการประชุมครั้งหน้า ผลโหวตอาจจะเลวร้ายกว่านี้ครับ”
เขาแทบจะพูดออกมาตรงๆ แล้วว่า หลังจากการลงคะแนนเสียงครั้งหน้า คุณอาก็จะไม่ใช่ผู้นำขององค์กรฟื้นฟูชาติอีกต่อไป
ปาโอลีเดินวนไปวนมาในห้องด้วยความกระวนกระวายใจ ส่ายหน้าและพึมพำกับตัวเองไม่หยุด
“ไม่ได้ ฉันกลับไปไม่ได้เด็ดขาด! พวกฝรั่งเศสต้องดักรอฉันอยู่ที่ท่าเรือแน่ๆ ถ้ากลับไปฉันต้องจบเห่แน่…”
เซซารีต้องพูดเน้นเสียงหนักขึ้น
“คุณอาครับ เท่าที่ผมทราบ พวกที่งดออกเสียงส่วนใหญ่ก็เชื่อเรื่องที่ใส่ร้ายคุณอาเหมือนกัน เพียงแต่พวกเขากังวลว่าจู่ๆ องค์กรจะขาดผู้นำไปไม่ได้ ก็เลยไม่ได้สนับสนุนบาร์โตลิโอกับพวกครับ”
ปาโอลีหยุดเดินกะทันหันเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาหันขวับไปมองเซซารี “แกว่าอะไรนะ”
“ผมบอกว่า ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรบางคนกังวลว่าหากเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นอย่างกะทันหัน จะไม่มีคนคอยจัดการควบคุมสถานการณ์ ก็เลยจำใจต้องสนับสนุนคุณอาครับ รอให้พวกเขาเลือกคนใหม่ได้…”
ปาโอลียกมือขึ้นขัดจังหวะ ในแววตาฉายแววเหี้ยมเกรียม “แกพูดถูก ตราบใดที่มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น พวกมันก็ต้องพึ่งพาฉัน ถึงตอนนั้นจะมีการลงคะแนนเสียงอะไรก็ช่าง มันจะถูกยกเลิกไปหมด!”
“เรื่องใหญ่หรือครับ คุณอาหมายถึง?”
ปาโอลีก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกระซิบเสียงเบากับหลานชาย
“พอกลับไป แกส่งคนไปลอบเผาหมู่บ้านนอนซาซะ แล้วทิ้งร่องรอยของคนฝรั่งเศสเอาไว้ ประกาศออกไปว่าเป็นฝีมือของพวกฝรั่งเศสที่มาแก้แค้น และบอกด้วยว่าการแก้แค้นนี้จะขยายขอบเขตไปสู่หมู่บ้านอื่นๆ อีก…”
เซซารีถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ร้องอุทานเสียงหลง “ถ้า…ถ้าทำแบบนั้น ชาวคอร์ซิกาต้องตายเป็นเบือเลยนะครับ!”
หมู่บ้านนอนซาเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในหุบเขา ชาวบ้านเกือบทั้งหมดเป็นพวกต่อต้านฝรั่งเศสตัวยง ไม่ว่าคอร์ซิกากับรัฐบาลฝรั่งเศสจะปะทะกันกี่ครั้ง ก็มักจะมีชาวบ้านจากที่นี่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอ
ดังนั้น หากเกิดเรื่องขึ้นที่นี่ แล้วบอกว่าเป็นฝีมือของพวกฝรั่งเศส ย่อมไม่มีใครสงสัยอย่างแน่นอน
เหตุการณ์นองเลือดครั้งใหญ่ขนาดนี้ จะต้องจุดประกายความโกรธแค้นให้ชาวคอร์ซิกาทุกคนลุกฮือขึ้นมาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และจำเป็นต้องมีผู้นำเพื่อต่อกรกับฝรั่งเศส
และดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน คนผู้นั้นต้องเป็นปาโอลีเท่านั้น เพราะสมาชิกองค์กรคนอื่นๆ ยังไม่มีบารมีมากพอ
ปาโอลีตบไหล่หลานชายอย่างแรง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เพื่ออนาคตของคอร์ซิกา เพื่อเสรีภาพของประชาชน การเสียสละเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
เซซารีถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ จ้องมองปาโอลีเขม็ง ราวกับไม่เคยรู้จักผู้เป็นอาคนนี้มาก่อน
ผ่านไปเนิ่นนาน ปาโอลีก็ออกคำสั่งซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด เขาถึงเพิ่งได้สติกลับคืนมา จิตใต้สำนึกที่เคยเชื่อฟังคุณอามาตลอดหลายสิบปียังคงทำงาน เขาก้มหน้าพึมพำ
“ครับ ผมเข้าใจแล้ว…ผมจะรีบกลับไปจัดการ”
หลังจากเซซารีจากไป ปาโอลีก็อารมณ์บูดบึ้งติดต่อกันถึงสองวัน
องค์กรฟื้นฟูชาติคอร์ซิกานี้ พ่อของเขาเป็นคนก่อตั้งขึ้นมากับมือ ไอ้พวกโง่เง่านั่นกลับคิดจะเตะเขาออกจากองค์กร
เขาแอบสาบานในใจว่า หลังจากผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ จะต้องสั่งสอนพวกบาร์โตลิโอและเชซาเรให้หลาบจำ ใช่ จะต้องไล่พวกมันออกจากเกาะคอร์ซิกาไปเลย!
เสียงพ่อบ้านดังมาจากนอกประตู “นายท่าน ถึงเวลาไปคลับแล้วขอรับ”
เมื่อปาโอลีได้ยินคำว่า “คลับ” เขาก็นึกถึงใบหน้าอ่อนเยาว์และงดงามของอิซาเบลลา รวมถึงเอวคอดกิ่วของเธอขึ้นมาทันที อวัยวะบางส่วนในร่างกายก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่มลายหายไปกว่าครึ่ง
ที่เรียกว่า “ไปคลับ” แท้จริงแล้วก็คือวันนัดพบลับๆ กับอิซาเบลลาสัปดาห์ละ 3 ครั้งนั่นเอง
“รู้แล้วน่า”
เขาส่งเสียงตอบพ่อบ้าน สั่งให้สาวใช้นำเสื้อผ้าแฟชั่นชุดใหม่จากฝรั่งเศสมาให้ พลางฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
…
ชั้นสองของพระราชวังทุยเลอรีส์
โจเซฟพลิกดูรายงานล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในคอร์ซิกา ก่อนจะพูดกับฟูเช่ที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามว่า
“คราวนี้ท่านทำผลงานได้ดีมาก แล้วตอนนี้สถานการณ์ของกลุ่มฟื้นฟูชาติเป็นอย่างไรบ้าง”
ฟูเช่โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย รายงานว่า “ฝ่าบาท ตอนนี้พวกมันแตกออกเป็นสามฝ่ายพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่ายแรกคือกลุ่มต่อต้านปาโอลีที่มีบาร์โตลิโอเป็นผู้นำ ยืนกรานให้ไล่ปาโอลีออกจากองค์กร ขณะนี้มีผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มกบฏอยู่ 17 คน และด้วยการสนับสนุนจากเรา กลุ่มนี้จึงมีอิทธิพลมากที่สุด”
“อีกฝ่ายคือกลุ่มภักดีต่อปาโอลี นำโดยจูเซปเปและเซซารี-โคโลนนา ปาโอลี พวกเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดที่มีต่อปาโอลี มีสมาชิกอยู่ 14 คน”
“และฝ่ายสุดท้ายคือกลุ่มประนีประนอม นำโดยเอริโอเช่ เสนอให้สืบสวนปาโอลีก่อน และในขณะเดียวกันก็ให้เลือกตั้งหัวหน้าองค์กรใหม่ มีสมาชิกรวม 12 คน”
“นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคนที่ถอนตัวออกจากกลุ่มกบฏไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เดิมทีเขาคิดว่าการทำให้องค์กรฟื้นฟูชาติคอร์ซิกาแตกออกเป็นสองฝ่าย คือ “สนับสนุนปาโอลี” กับ “ต่อต้านปาโอลี” ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ถึงขนาดนี้ ซ้ำยังมีบางคนถอดใจจนถึงขั้น “ออกจากกลุ่ม” ไปเลย
เขายกถ้วยชาตรงหน้าขึ้นจิบ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าเป็นแบบนี้ พวกเราก็น่าจะแทรกแซงสภาคอร์ซิกาได้แล้ว”
รูปแบบการปกครองของคอร์ซิกาในปัจจุบันคือการปกครองตนเองในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าการหรือราชวงศ์ คำพูดก็ไม่มีน้ำหนักเท่ากับสภา
หากสามารถคุมเสียงข้างมากในสภาคอร์ซิกาได้ ก็จะสามารถผลักดันการออกกฎหมาย และยับยั้งแนวโน้มการแยกตัวเป็นเอกราชของคอร์ซิกาได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น ออกกฎหมายกำหนดให้ผู้ว่าการคอร์ซิกามีอำนาจยับยั้งมติของสภา หรือให้สภาไม่มีอำนาจควบคุมการจัดเก็บภาษีของคอร์ซิกาอีกต่อไป เป็นต้น
เขาหันไปมองฟูเช่ “ท่านผ่านทางผู้สนับสนุนคนนั้น…เขาชื่ออะไรนะ…”
“ชาลเมอร์สพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
“อ้อ ให้มิสเตอร์ชาลเมอร์สใช้อิทธิพลที่มีต่อกลุ่ม ‘ต่อต้านปาโอลี’ ผลักดันให้พวกเขาแยกตัวออกจากองค์กรของปาโอลี แล้วไปตั้งองค์กรฟื้นฟูชาติขึ้นมาใหม่ ในช่วงแรกของการก่อตั้ง ให้ส่งคนของเราแทรกซึมเข้าไปบ้าง และพยายามเจือจางแนวคิดเรื่องการแยกตัวเป็นเอกราชในอุดมการณ์ขององค์กรด้วย”
ดวงตาของฟูเช่เป็นประกายขึ้นมาทันที รีบพยักหน้ารับคำ “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
จินตนาการได้เลยว่า จุดเริ่มต้นของการตั้งองค์กรฟื้นฟูชาติใหม่นี้ ก็เพื่อต่อต้านปาโอลี ต่อไปก็แค่นั่งดูพวกกลุ่มฟื้นฟูชาติตีกันเอง
โจเซฟพูดต่อ “นอกจากนี้ ข้าจะไปกำชับเคานต์บุตตาฟัวโอโกเป็นการส่วนตัว ให้เขาวางแผนส่วนตัวลงซะ แล้วพยายามรวบรวมกลุ่มที่ฝักใฝ่รัฐบาลทั้งหมดในคอร์ซิกาเข้าด้วยกัน พยายามกวาดที่นั่งในสภาให้ได้มากที่สุด”
เคานต์บุตตาฟัวโอโกคือตัวแทนของกองกำลังฝักใฝ่ฝรั่งเศสในคอร์ซิกา มีอิทธิพลบนเกาะไม่น้อย อย่างไรก็ตาม ชายผู้นี้มีความทะเยอทะยานสูง มักจะใฝ่ฝันอยากจะเป็นท่านลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่แห่งคอร์ซิกา และต่อต้านนโยบายใหม่ๆ ของรัฐบาลฝรั่งเศส แต่ถ้าเทียบกับกลุ่มฟื้นฟูชาติ เขาก็นับว่าหัวอ่อนกว่ามาก และจงรักภักดีต่อราชวงศ์อย่างถึงที่สุด

0 Comments