ตอนที่ 473 ฝันสลาย
แปลโดย เนสยังเปาลียิ้มกว้างตอบรับ: “แน่นอน ขอเพียงเป็นเรื่องที่ข้าสามารถทำได้ ข้าก็ยินดีรับใช้ท่านเสมอ”
ล้อเล่นหรือเปล่า สองหมื่นปอนด์ก็คือห้าแสนลีฟร์เลยนะ เงินก้อนโตขนาดนี้ มากพอที่จะให้เขาขายแม้กระทั่งบั้นท้ายตัวเองด้วยซ้ำ
“ผมต้องการให้แน่ใจว่า เงินบริจาคทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ในภารกิจกอบกู้อิสรภาพของคอร์ซิกาอันยิ่งใหญ่ ดังนั้นผมจึงอยากทราบรายละเอียดการใช้จ่ายเงินก้อนนี้”
ชาลเมอร์สทำหน้าขอโทษ: “โปรดอภัยด้วย นี่ไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้ใจท่านกับพวกพ้องของท่านหรอกนะ”
เขามองไปรอบๆ ก่อนจะลดเสียงลง: “ในความเป็นจริง เมื่อหลายปีก่อน ผมเคยบริจาคเงินจำนวนมากให้กับกลุ่มรีพับลิกันของไอร์แลนด์ แต่ไอ้พวกนั้นกลับเอาเงินกว่าครึ่งเข้ากระเป๋าตัวเองเสียอย่างนั้น!”
สิ่งที่เรียกว่า ‘กลุ่มรีพับลิกันของไอร์แลนด์’ ก็คือขบวนการเอกราชไอร์แลนด์ หลังจากที่อังกฤษยึดครองไอร์แลนด์ พวกเขาก็คอยต่อต้านอย่างลับๆ มาโดยตลอด และก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงปลายศตวรรษที่สิบแปด ในประวัติศาสตร์ พวกเขาถึงขั้นฉวยโอกาสช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส เตรียมจะจับมือกับฝรั่งเศสประกาศสงครามกับอังกฤษเลยทีเดียว
เปาลีสบตากับลูกน้องทั้งสาม แม้ในใจจะไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ในเมื่อพ่อพระผู้เป็นผู้สนับสนุนทางการเงินได้เอ่ยปากขอ เขาก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำ
หลังจากงานซาลอนจบลง ชาลเมอร์สก็เดินตามเปาลีกลับไปที่บ้านโดยตรง เพื่อฟังเขาชี้แจงเรื่องการใช้เงิน
“เงินสนับสนุนของท่าน ครึ่งหนึ่งจะถูกนำไปใช้ซื้ออาวุธ เพื่อจัดตั้งประชาชนทำการประท้วงและก่อกบฏ” เปาลีอธิบายอย่างใจเย็น “ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปใช้เป็นทุนในการเลือกตั้ง เพื่อช่วยให้สมาชิกรัฐสภาของขบวนการกู้ชาติคว้าที่นั่งในรัฐสภาให้ได้มากขึ้น
“ท่านก็รู้ดีว่า รัฐสภาคือศูนย์กลางทางการเมืองของคอร์ซิกา ขอเพียงแค่เราสามารถควบคุมรัฐสภาได้ เราก็จะสามารถลดทอนอำนาจของรัฐบาลฝรั่งเศสลงได้ ซึ่งนี่ถือเป็นส่วนสำคัญในแผนการประกาศเอกราชของเรา”
ชาลเมอร์สฟังแล้วก็พยักหน้ารัวๆ: “ท่านสมกับเป็นนักสู้เพื่ออิสรภาพที่ยิ่งใหญ่จริงๆ แถมยังมีประสบการณ์มากมาย ตอนนี้ผมรู้สึกเบาใจขึ้นเยอะเลย”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ: “ทว่า จากประสบการณ์ของผมที่ไอร์แลนด์ การก่อกบฏนั้นสู้การควบคุมอำนาจในระดับบนไม่ได้เลย ดังนั้นผมจึงคิดว่า เราควรนำเงินไปสนับสนุนสมาชิกรัฐสภาให้มากขึ้นจะดีกว่า”
สมาชิกของขบวนการกู้ชาติทั้งสามคนที่อยู่ข้างๆ ได้ยินดังนั้น ก็ตาลุกวาวขึ้นมาทันที เพราะพวกเขาเองก็เป็นสมาชิกรัฐสภาคอร์ซิกา หรือไม่ก็เตรียมตัวจะลงสมัครรับเลือกตั้งในปีนี้
หากได้รับเงินทุนก้อนโตมา โอกาสชนะการเลือกตั้งของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
เปาลีรู้สึกปวดหัวกับพวกเศรษฐีที่ชอบทำตัวเป็นเจ้านายแบบนี้มาก จึงจำต้องพยายามอธิบายอย่างใจเย็นว่าทำไมถึงต้องจัดสรรเงินแบบนี้
จู่ๆ ชาลเมอร์สก็โบกมืออย่างไม่สบอารมณ์: “เมื่อครู่ท่านบอกว่ามีสมาชิกรัฐสภาขององค์กรกว่ายี่สิบคนที่จะต้องลงแข่งขัน แล้วเงินเก้าพันปอนด์มันจะไปพอแบ่งได้อย่างไร? เอาอย่างนี้แล้วกัน ท่านฟังผม แล้วผมจะสมทบทุนให้อีกห้าพันปอนด์”
เปาลีถึงกับอึ้งไปเลยเมื่อเจอกับความใจป้ำของเศรษฐี เขารีบชั่งน้ำหนักในใจอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตอบตกลงตามข้อเสนอของอีกฝ่าย โดยจะแบ่งเงินหนึ่งหมื่นเจ็ดพันปอนด์ให้กับสมาชิกรัฐสภาของขบวนการกู้ชาติ เพื่อช่วยให้พวกเขาชนะการเลือกตั้ง
ชาลเมอร์สก็พูดคำไหนคำนั้น ช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น เขาก็ได้มอบกระเป๋าหนังที่บรรจุธนบัตรอัดแน่นสองใบให้กับเปาลีอย่างเป็นทางการ โดยมีสมาชิกระดับสูงของขบวนการกู้ชาติทั้งสามคนที่มาด้วยกันเป็นสักขีพยานและตรวจสอบ
“ภารกิจแห่งอิสรภาพของพวกท่านจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน!”
ชาลเมอร์สรับใบเสร็จจากมือของเปาลี จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้น: “ปีหน้าหลังจากที่ผมได้รับเงินปันผลจากหุ้นในบริษัทอินเดียตะวันออกแล้ว ผมจะให้เงินสนับสนุนพวกท่านอีกสองหมื่นห้าพันปอนด์”
หลังจากส่งผู้สนับสนุนกลับไป เปาลีก็ดูนาฬิกา ตอนนี้ห้าโมงกว่าแล้ว ธนาคารก็ปิดทำการแล้ว และธนบัตรเหล่านี้ก็น่าจะนำไปแลกเป็นเหรียญทองให้หมด ถึงจะสะดวกในการนำไปซื้ออาวุธที่อเมริกา หรือยุโรปเหนือ
เขาจึงจำต้องล็อกกระเป๋าเงินไว้ในตู้เซฟในห้องหนังสือ และกำชับพ่อบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้จัดคนไปเฝ้าประตูใหญ่ให้ดี ห้ามเกิดข้อผิดพลาดใดๆ เด็ดขาด
ตกดึก
สาวใช้ประจำห้องนั่งเล่นของมาดามเปาลีค่อยๆ ย่องลุกขึ้นจากเตียง หยิบห่อเครื่องมือออกมาจากหีบใต้เตียง ก่อนจะเดินฝ่าความมืดไปยังห้องหนังสือบนชั้นสอง
ระหว่างทาง เธอเจอคนรับใช้ที่เข้าเวรเฝ้ายามกลางคืนถึงสองครั้ง แต่ทั้งสองคนเพียงแค่ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปทำทีเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ใช่แล้ว พวกเขาทั้งหมดก็คือสายลับที่กรมข่าวกรองฝรั่งเศสส่งมานั่นเอง
หลังจากที่ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับร่องรอยของเปาลีจากรัฐบาลอังกฤษ ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา กรมข่าวกรองก็ได้แทรกซึมเข้าไปในบ้านของเปาลีจนพรุนไปหมดแล้ว ตอนนี้คนรับใช้เกือบครึ่งหนึ่งในคฤหาสน์หลังนี้ ล้วนแต่เป็นคนที่รับเงินเดือนจากกรมข่าวกรองทั้งสิ้น หากไม่ใช่เพราะการฆ่าเปาลีมีผลเสียมากกว่าผลดีล่ะก็ เขาคงตายไปเป็นสิบๆ รอบแล้ว
สาวใช้มาถึงหน้าห้องหนังสือของเปาลี ใช้กุญแจที่ทำสำรองไว้เปิดประตูเข้าไป จากนั้นก็หยิบเครื่องมือออกมาและเริ่มจุดไฟเผาตามจุดต่างๆ…
ตีสอง เปาลีก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงกรีดร้องของผู้หญิง
เขาขยี้ตาที่งัวเงีย ได้ยินเสียงคนรับใช้ตะโกนแว่วๆ ว่า “ไฟไหม้!”
“รีบดับไฟเร็วเข้า!”
ตามมาด้วยเสียงพ่อบ้านเคาะประตูอย่างแรง พร้อมกับพูดด้วยความร้อนรน: “นายท่าน ไฟไหม้ครับ! ท่านรีบพามาดามออกไปหลบข้างนอกก่อนเถอะครับ!”
เปาลีเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง คว้าเสื้อคลุมแล้ววิ่งพรวดออกจากห้องนอน ก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้ฉุนกึก เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นควันโขมงพวยพุ่งอยู่ที่บันไดทางขึ้นชั้นสอง และมีคนรับใช้กำลังหิ้วถังน้ำวิ่งขึ้นวิ่งลงอย่างไม่ขาดสาย
สมาชิกระดับสูงของขบวนการกู้ชาติทั้งสามคนที่พักอยู่ในห้องรับรองก็ตกใจตื่นเช่นกัน เมื่อสบตากับเปาลี ทั้งสี่คนก็ร้องอุทานออกมาพร้อมกันว่า “เงิน!”
พวกเขาเตรียมจะพุ่งขึ้นไปบนชั้นสองที่ไฟกำลังลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง พ่อบ้านจึงรีบสั่งให้คนมาดึงตัวพวกเขาเอาไว้
สองชั่วโมงครึ่งต่อมา ภายใต้ความร่วมมือของบรรดาคนรับใช้และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของลอนดอน ในที่สุดไฟก็ถูกดับลง
เปาลีและพวกไม่สนว่ายังมีควันไฟหลงเหลืออยู่ วิ่งขึ้นไปบนชั้นสองราวกับคนบ้า แต่ก็ต้องยืนอึ้งอยู่กับที่ ห้องบนชั้นสองรวมถึงห้องหนังสือ ถูกเผาจนดำเป็นตอตะโกไปกว่าครึ่ง
เปาลีไอค่อกแค่กพลางเดินเข้าไปในห้องหนังสือ ก็เห็นเพียงตู้เซฟที่ถูกไฟไหม้จนทะลุ ตู้เซฟในยุคนี้ส่วนใหญ่มักจะทำจากไม้หุ้มด้วยแผ่นเหล็ก ส่วนตู้เหล็กหนาๆ แบบในยุคหลังต้องรอจนถึงศตวรรษที่สิบเก้าถึงจะปรากฏขึ้น และกองอะไรดำๆ อยู่ข้างใน
คนข้างๆ เขารีบเข้าไปคุ้ยเอาของในตู้เซฟออกมา ยังพอมองเห็นซากวัตถุสีดำที่มีรูปร่างคล้ายแผ่นกระดาษได้ลางๆ ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันที: “บัดซบเอ๊ย นี่มันสองหมื่นห้าพันปอนด์เลยนะ…”
…สิบกว่าวันต่อมา ในการประชุมลับของขบวนการกู้ชาติคอร์ซิกา บาร์โทรีทุบโต๊ะอย่างแรงและตะโกนด้วยความโกรธแค้น: “เดิมทีพวกเรามีความหวังที่จะคว้าที่นั่งในรัฐสภามาได้เกินกว่าสองในสามแท้ๆ! ต้องโทษไอ้ไฟไหม้บ้าๆ นั่น!”
เขาคือหนึ่งในสามคนที่เห็นสองหมื่นห้าพันปอนด์ถูกไฟเผาไปกับตาในวันนั้น
คนอื่นๆ ในห้องก็มีสีหน้าอึมครึมเช่นกัน พวกเขารู้แล้วว่าเศรษฐีชาวสกอตแลนด์ได้มอบเงินทุนก้อนโตให้พวกเขา ซึ่งแต่ละคนจะได้รับเงินเกือบหนึ่งพันปอนด์ หรือก็คือสองหมื่นกว่าลีฟร์
แต่ตอนนี้ เพราะอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว ทุกอย่างก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
จู่ๆ ก็มีคนถามขึ้นมาว่า: “ท่านบาร์โทรี ทำไมจู่ๆ ถึงเกิดไฟไหม้ได้ล่ะ?”
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงบอกว่าอาจจะเป็นเพราะหนูน่ะ”
ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
จากนั้น จูเซปเป หนึ่งในสมาชิกระดับสูงขององค์กรก็ปรบมือขึ้น: “ทุกคนตั้งสติหน่อยเถอะ ท่านเปาลีได้ส่งคำสั่งให้จัดตั้งการก่อกบฏที่การ์แจสมาแล้ว ตอนนี้เราต้องมาหารือเรื่องนี้กันแล้ว”
ในขณะเดียวกัน ทนายความชาวอเมริกาคนหนึ่งก็เดินทางมาถึงลอนดอน และเคาะประตูบ้านของเปาลี

0 Comments