You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ชาวเวียนนาที่มาร่วมส่งเสด็จองค์จักรพรรดิมีมากกว่าหนึ่งหมื่นคน เบียดเสียดกันจนแน่นขนัดไปหลายสายถนน

โจเซฟในชุดเสื้อคลุมยาวสีดำ นั่งอยู่บนรถเข็น ตามหลังลีโอโพลด์ที่ 2 ไปติดๆ ในใจกำลังครุ่นคิดว่าจะถอนทหารฝรั่งเศสออกจากไซลีเซียทีละกลุ่มๆ ได้อย่างไร

อืม แม้ขาทั้งสองข้างจะปกติดี แต่ข้ออ้างที่ใช้บอกกับคนภายนอกก็คือ มกุฎราชกุมารทรงได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนเฉี่ยวที่ขาในสมรภูมิ และเกิดแผลติดเชื้อระหว่างเดินทางมาเวียนนา จนส่งผลกระทบต่อการเดิน

ในเวลานี้ สงครามในไซลีเซียได้ยุติลงแล้ว ลาซี่ได้ย้ายปืนใหญ่ที่เคยใช้ตรึงกำลังกับข้าศึกที่เลกนิตซากลับมาที่เบรสเลา และสร้างแนวป้องกันใหม่ขึ้น

และเมื่อวันก่อน ลีโอโพลด์ที่ 2 ก็ได้ทรงประกาศระงับการปฏิรูปของจักรพรรดิโจเซฟที่ 2 อย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดความโกลาหลไปทั่วทั้งออสเตรีย

โจเซฟจำได้ว่าในประวัติศาสตร์ ลีโอโพลด์ที่ 2 ยกเลิกการปฏิรูปในอีกหลายเดือนให้หลัง ดูเหมือนว่าสงครามในไซลีเซียจะทำให้จักรวรรดิสูญเสียมากเกินไป จนพระองค์ต้องรีบลงมือเพื่อดึงการสนับสนุนจากพวกขุนนาง โดยเฉพาะขุนนางฮังการีให้มากขึ้น

แต่นี่ก็ถือเป็นข่าวดีสำหรับเขาเช่นกัน เมื่อทหารฮังการีเคลื่อนพลเข้าสู่ไซลีเซียเป็นจำนวนมาก การถอนทหารของฝรั่งเศสก็จะไม่เป็นที่สังเกตมากนัก

ทางด้านหลังเยื้องไปเล็กน้อย ชายอีกคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้น ชายคนนั้นก็คือบารอนวอลเตอร์

บาดแผลของวอลเตอร์ดีขึ้นมากแล้ว แต่พอเดินก็ยังรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว

ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกกลัวมกุฎราชกุมารฝรั่งเศสอีกต่อไปแล้ว เมื่อก่อนกองทัพฝรั่งเศสคือความหวังขององค์จักรพรรดิในการทวงคืนไซลีเซีย เหมือนอย่างครั้งก่อน แค่ชายชาวฝรั่งเศสผู้นั้นแสดงความไม่พอใจเพียงเล็กน้อย พี่เขยก็จัดการสั่งสอนเขาอย่างหนักหน่วงแล้ว

เขาถึงกับกังวลว่ามกุฎราชกุมารฝรั่งเศสจะส่งคนมาลอบสังหารตนเองอีก

แต่สถานการณ์ในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว!

การปฏิรูปสิ้นสุดลงแล้ว เหล่าขุนนางต่างก็ดีใจและพากันแสดงความจงรักภักดีต่อจักรพรรดิพระองค์ใหม่ โดยเฉพาะขุนนางฮังการีที่รวบรวมทหารได้เกือบสี่หมื่นคน และเตรียมจะเคลื่อนพลไปยังไซลีเซียในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ ยังมีขุนนางอีกจำนวนมากในออสเตรีย โบฮีเมีย โครเอเชีย หรือแม้แต่เซาท์เนเธอร์แลนด์ ที่เคยปฏิเสธการเข้าร่วมสงครามเพราะเรื่องการปฏิรูป ตอนนี้ก็เตรียมจะกลับเข้าร่วมกองทัพอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่าสามหมื่นคน

นั่นก็หมายความว่า ออสเตรียไม่ต้องการกองทัพฝรั่งเศสอีกต่อไปแล้ว

บารอนวอลเตอร์บนรถเข็นก้มลงมองมือที่พิการของตน ลอบสาบานในใจ: สักวันหนึ่งจะต้องทำให้ไอ้คนฝรั่งเศสจองหองและต่ำช้านั่นต้องชดใช้อย่างสาสม!

อันที่จริง เขาก็ได้แอบติดต่อไปยังบรรดารัฐมนตรีในออสเตรียที่ต่อต้านฝรั่งเศส เพื่อให้ช่วยดำเนินการให้กองทัพฝรั่งเศสถอนกำลังออกจากออสเตรียแล้ว แม้เขาจะไม่มีความสามารถทางการเมืองเลย แต่สถานะของเขาก็ถือเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองอย่างหนึ่ง ความพยายามของเขาจึงเริ่มส่งผลกระทบให้เห็นแล้ว

ออสเตรียเป็นจักรวรรดิที่ไม่ได้ถูกหล่อหลอมขึ้นมาด้วยเลือดเนื้อ ประกอบกับตำแหน่งที่ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป มีพรมแดนติดกับประเทศมหาอำนาจหลายประเทศ ทำให้ภายในประเทศมีกลุ่มขั้วอำนาจมากมาย ทั้งกลุ่มที่นิยมฝรั่งเศส กลุ่มที่นิยมอังกฤษ กลุ่มที่นิยมรัสเซีย หรือแม้แต่กลุ่มที่นิยมปรัสเซียก็ยังมี และแน่นอนว่ากลุ่มที่ต่อต้านประเทศเหล่านี้ก็มีอยู่เช่นกัน

หากโจเซฟรู้เรื่องการกระทำของบารอนวอลเตอร์ คงจะมอบเหรียญตราให้เขาสักเหรียญเป็นแน่

วอลเตอร์เข้าใจผิดคิดว่าฝรั่งเศสอยากจะจับมือเป็นพันธมิตรกับออสเตรียใจจะขาด และอยากจะตั้งกองทัพผสมกับออสเตรีย แต่ในความเป็นจริงแล้ว โจเซฟนั้นแทบจะอยากใส่เกียร์หมาหนีออกจากไซลีเซีย ดินแดนแห่งความขัดแย้งนี้จะแย่อยู่แล้ว

ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่พิธีพระบรมศพของจักรพรรดิโจเซฟที่ 2 ผู้ยิ่งใหญ่แต่มิอาจบรรลุความฝันเสร็จสิ้นลง โจเซฟก็ใช้ข้ออ้างเรื่องอาการบาดเจ็บสาหัสเพื่อเดินทางกลับปารีสทันที และได้นำกองพลทหารองครักษ์ที่หนึ่งกลับไปพร้อมกับตน เพื่อเป็นกองกำลังคุ้มกันตลอดเส้นทาง

คามิเลียไม่มีเวลาว่างไปเยี่ยมครูของตนเลยก่อนที่จะเดินทางออกจากเวียนนา องค์มกุฎราชกุมารทรงได้รับบาดเจ็บ เธอจึงต้องคอยอยู่ดูแลเขาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

และเนื่องจากทุกคนต่างก็ให้ความสนใจไปที่พิธีพระบรมศพขององค์จักรพรรดิ เรื่องที่บารอนวอลเตอร์ถูกลอบสังหารจึงไม่ได้แพร่สะพัดออกไป เด็กสาวจึงทิ้งจดหมายไว้ให้ครูของตน ก่อนจะเดินทางกลับปารีสไปพร้อมกับมกุฎราชกุมาร

… ปารีส

แม้โจเซฟจะกำชับนักหนาว่าไม่ให้นำเสนอข่าวเรื่องชัยชนะทางทหารของฝรั่งเศสในไซลีเซียมากนัก แต่ในตอนที่เขาเดินทางมาถึงปารีส ก็ยังมีประชาชนเกือบหนึ่งพันคนมารวมตัวกันที่สองข้างทางเพื่อรอต้อนรับกองทัพที่กลับมาอย่างผู้ชนะ

โจเซฟทิ้งรถเข็นไปนานแล้ว ใครบอกล่ะว่าองค์มกุฎราชกุมารผู้มีร่างกายแข็งแรง จะหายจากอาการบาดเจ็บภายในสัปดาห์เดียวไม่ได้ เขาได้กล่าวปราศรัยสั้นๆ แก่ฝูงชนที่มาต้อนรับ จากนั้นก็โยนภาระ “ความผูกพันระหว่างกองทัพและประชาชน” ให้กับแบร์ตีเย ส่วนตัวเองก็มุ่งหน้ากลับไปยังพระราชวังแวร์ซายทันที

หลังจากที่ได้ไปเข้าเฝ้าและรายงานตัวว่าปลอดภัยดีแก่พระนางมารีอองตัวแนตต์และพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 รวมถึงร่วมรับประทานอาหารค่ำด้วยกันแล้ว ในที่สุดโจเซฟก็มีเวลาว่างเสียที

เป็นมกุฎราชกุมารมันง่ายนักหรือไง? แทบจะต้องทำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำไม่มีวันหยุดพัก แถมยังต้องเดินทางไปราชการบ่อยๆ อีก

เขากำลังเตรียมจะกลับไปนอนพักผ่อนที่ห้องบรรทมให้สบายใจ ในช่วงหลายเดือนที่ไปไซลีเซีย เขาต้องนอนบนเตียงพับของทหารเป็นส่วนใหญ่ ทำเอาตื่นมาปวดเมื่อยไปหมด วันนี้ในที่สุดก็จะได้นอนบนเตียงกำมะหยี่นุ่มๆ ของตัวเองเสียที

ทว่า เมื่อเดินมาถึงตรงหัวมุมทางเดิน เขาก็พบกับฟูเช มีราโบ ไบญี และคนอื่นๆ ยืนชะเง้อคอรออยู่ที่หน้าประตูแล้ว

โจเซฟถอนหายใจยาว ก่อนจะก้าวเท้าหนักๆ เดินเข้าไปหา

บรรดารัฐมนตรีคนสำคัญรีบโค้งทำความเคารพอย่างนอบน้อม หลังจากผลัดกันยกยอความสำเร็จในไซลีเซียของเขาไปได้พักหนึ่ง ต่างก็หันมาสบตากัน ก่อนที่ฟูเชจะเดินนำเข้าไปในห้องรับรองเป็นคนแรก

“ฝ่าบาท เรื่องของนายออสการ์ เปาลี ที่พระองค์ทรงกำชับไว้” อธิบดีกรมข่าวกรองวางเอกสารชุดหนึ่งไว้ตรงหน้ามกุฎราชกุมาร “พวกเราได้ตรวจสอบข้อมูลของเขาทั้งหมดแล้ว และได้วางกำลังคนไว้รอบๆ ตัวเขา ตอนนี้พร้อมที่จะลงมือได้ทุกเมื่อพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อโจเซฟได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ผู้นำขบวนการเอกราชคอร์ซิกาผู้นี้คือเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ของเขา เขาได้สร้างความเสียหายให้กับเกาะคอร์ซิกาไปไม่น้อย แถมยังมีอิทธิพลในทางที่ผิดต่อจักรพรรดินโปเลียนอย่างรุนแรงอีกด้วย แต่ก่อนหน้านี้เปาลีเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในอังกฤษ ตอนนี้ในที่สุดก็มีโอกาสได้จัดการกับเขาสักที

เขาหันไปมองฟูเช: “ท่านมีแผนจะจัดการอย่างไร?”

“ตามที่พระองค์ทรงกำชับไว้ พวกเราตัดสินใจจะใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายพ่ะย่ะค่ะ”

ในเมื่อรัฐบาลอังกฤษไม่อนุญาตให้มีการลอบสังหารเปาลี และโจเซฟเองก็ไม่อาจฆ่าเขาได้ เพราะถ้าเขาตายไปตอนนี้ เปาลีก็จะกลายเป็น “ผู้พลีชีพ” ทันที ซึ่งอาจจะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ขบวนการเอกราชคอร์ซิกายกระดับการแบ่งแยกดินแดนรุนแรงขึ้นไปอีก ดังนั้น เขาจึงต้องทำให้เปาลี “ตายทางสังคม” ให้จงได้!

โจเซฟขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะถามต่อ: “ช่วยอธิบายรายละเอียดให้ข้าฟังหน่อยสิ”

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” ฟูเชกล่าว “เปาลีนั้นมีภรรยาอยู่แล้ว พวกเราวางแผนจะให้ผู้หญิงบัลแกเรียฐานะต่ำต้อยคนหนึ่งไปยั่วยวนเขา แน่นอนว่า เขาคงจะคิดว่านางเป็นผู้หญิงฝรั่งเศส

“หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นทำสำเร็จ ข้าก็จะหาทางให้ภรรยาของเขามาจับชู้ และเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเมียน้อยคนนั้น…”

โจเซฟลอบถอนหายใจ จะไปโทษว่ากรมข่าวกรองคิดอะไรแบบเก่าๆ ก็ไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นคนในศตวรรษที่สิบแปด จะไปเคยเห็นเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวแบบในยุคหลังได้อย่างไร แค่คิดหาวิธีแบบนี้มาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว

เมื่อฟูเชเห็นว่าองค์มกุฎราชกุมารดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจ ก็รีบพูดเสริมว่า: “ฝ่าบาท หรือว่าข้าจะหาผู้หญิงคอเคซัสมาอีกคน ให้สองคนช่วยกันยั่วยวนเขาดีไหมพ่ะย่ะค่ะ?”

โจเซฟได้แต่กุมขมับอย่างจำใจ คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสุ่มยกตัวอย่าง “ง่ายๆ” จากยุคหลังเพื่อชี้แนะอธิบดีกรมข่าวกรองว่า: “หากท่านต้องการจะใช้ผู้หญิงจัดการกับเขา ก็สามารถให้ผู้หญิงชนชั้นสูงไปปรากฏตัวอยู่ข้างๆ เขา แอบยั่วยวนเขาอย่างลับๆ แต่ต่อหน้าก็ทำเป็นไม่สนใจ จากนั้นก็หาโอกาสให้พวกเขามีความสัมพันธ์กัน แต่ต้องเก็บเป็นความลับนะ

“พอเขาคลายความระแวดระวังลง ก็ให้คนไปเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ ห้องที่พวกเขาพลอดรักกัน ในกลุ่มนั้นก็ให้มีตำรวจอยู่ด้วย

“จากนั้น ผู้หญิงชนชั้นสูงคนนั้นก็จะหยิบเสื้อผ้าที่ฉีกขาดที่เตรียมไว้ออกมา พร้อมกับสร้างรอยแผลบนร่างกายตัวเองนิดหน่อย แล้วก็ร้องตะโกนว่า ‘ถูกข่มขืน’! ถึงตอนนั้น ค่อยไปแจ้งให้ภรรยาของเขาทราบ”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note