ตอนที่ 418 สงครามข้อมูลข่าวสารในออสเตรีย
แปลโดย เนสยังชั้นสองของพระราชวังเชินบรุนน์
บารอนทูกุต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรียเดินมาส่งทาแลร็องที่หน้าโถงใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม:
“เรื่องราวก็มีประมาณนี้แหละ ท่านอาร์ชบิชอปทาแลร็อง หนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจะถูกส่งไปที่ปารีสในสัปดาห์หน้า
“ขอบคุณฝรั่งเศสที่ทำผลงานอย่างโดดเด่นในการกวาดล้างกองทัพกบฏเซาท์เนเธอร์แลนด์ อ้อ องค์จักรพรรดิยังทรงมีรับสั่งเป็นพิเศษ ให้จัดงานเลี้ยงอำลาเหล่านักรบฝรั่งเศสอย่างยิ่งใหญ่ที่บรัสเซลส์ ส่วนเรื่องหลังจากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายพลเลออนเถอะ”
ทาแลร็องพยักหน้าอย่างสงบ:
“รบกวนท่านช่วยเป็นตัวแทนนำคำขอบคุณจากข้าไปทูลฝ่าบาทด้วย พันธมิตรฝรั่งเศส-ออสเตรียจงเจริญ”
“พันธมิตรฝรั่งเศส-ออสเตรียจงเจริญ”
รอจนทาแลร็องเดินออกจากประตูใหญ่ของพระราชวังเชินบรุนน์ สีหน้าของเขาก็มืดครึ้มลงทันที เขาหยิบสมุดบันทึกออกมาเปิดดู แล้วอ่านข้อความบรรทัดหนึ่งให้คนรับใช้ฟัง:
“ไปที่บ้านเลขที่ 31 ถนนอุร์ซบูร์ก”
นั่นคือที่อยู่ของบารอนเฟอร์รารี แม้เขาจะเป็นพวกต่อต้านปรัสเซียตัวยง แต่อิทธิพลของเขาก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ช่วงหลายวันมานี้ ทาแลร็องก็ได้ไปพบปะกับเหล่าผู้นำฝ่ายต่อต้านปรัสเซียมาจนหมดแล้ว สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็มีเพียงรวบรวมขุนนางฝ่ายต่อต้านปรัสเซียให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้น
ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องวีไอพีของ “รองเท้าบูทแดง” ซ่องโสเภณีที่หรูหราที่สุดในเวียนนา ไวสเคานต์มาร์แก็ต เจ้าหน้าที่ระดับสูงของตำรวจลับเวียนนาที่เพิ่งจะเสร็จกิจอย่างสุขสม ก็ยกแก้วจินขึ้นมา เหล้าผสมยาที่ว่ากันว่ามีสรรพคุณกระตุ้นกำหนัด เขาหรี่ตาด้วยความมึนเมา ชูแก้วให้ชายร่างท้วมที่อยู่ตรงหน้า:
“วันนี้ต้องรบกวนให้ท่านเสียเงินแล้ว คุณคูเกล เรื่องนั้นท่านวางใจได้เลย”
คุณคูเกลเลี้ยงแพ็กเกจระดับท็อปที่ราคาแพงถึง 80 ฟลอรินต่อวัน ซึ่งต่อให้เป็นไวสเคานต์มาร์แก็ตเอง ปกติก็ยังตัดใจควักกระเป๋าจ่ายไม่ลงเลย
“ขอบคุณท่านมากจริงๆ สหายรักของข้า” คูเกลยกแก้วขึ้น “แด่คุณหนูเอลิน่า”
นั่นคือ “ช่างฝีมือ” ที่เพิ่งให้บริการมาร์แก็ตไปเมื่อครู่
ทั้งสองดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว เห็นได้ชัดว่ามาร์แก็ตเมามากแล้ว แต่จู่ๆ แววตาของเขาก็หรี่แคบลง ยืดตัวขึ้นนั่งตรง ตบหน้าผากตัวเองแล้วร้องว่า:
“เกือบจะลืมไปเลย ข้ายังไม่ได้เซ็นใบอนุญาตให้ตรวจสอบข่าวเลยนี่นา…”
การเซ็นเซอร์ข่าวของออสเตรียเป็นหน้าที่ของตำรวจลับ และเขาก็คือเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดที่ดูแลเรื่องนี้
เขาดึงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ เดินโซเซไปที่ประตู แล้วตะโกนออกไปนอกห้องวีไอพีว่า:
“เอริช เอาประเป๋าเอกสารของข้ามาที”
ไม่นาน มาร์แก็ตก็ยื่นใบมอบอำนาจตามแบบฟอร์มที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วให้ผู้ติดตาม สั่งว่า:
“รีบกลับไปที่สำนักงานเดี๋ยวนี้ เอาเจ้านี่ไปให้ฮาร์เปอร์”
“ครับ ใต้เท้า”
เอริชเดินออกจาก “รองเท้าบูทแดง” โบกมือเรียกรถม้าที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม รถม้าของท่านไวสเคานต์ เขาไม่กล้าใช้สุ่มสี่สุ่มห้าหรอก
“ไปถนนกราเบิน”
“ได้เลยครับ นายท่าน” คนขับรถม้าขานรับ พลางแกว่งแส้ตีม้าเพื่อให้ออกรถ
ทว่า รถม้าวิ่งไปทางทิศของถนนกราเบินได้ไม่ถึง 1 กิโลเมตร จู่ๆ ก็เลี้ยวเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่เปลี่ยวร้าง
เอริชรู้สึกว่ารถม้าหยุดลง ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามคนขับ ประตูรถก็ถูกดึงเปิดออก ชายฉกรรจ์ปิดหน้าสองคนลากเขาลงมาจากรถ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า:
“ปล้น!”
“ปล่อยข้านะ! ข้าคือตำรวจลับ… โอ๊ย “
เอริชพูดได้แค่ครึ่งเดียว ก็ถูกตีจนสลบเหมือดไป
ชายปิดหน้าคนหนึ่งค้นกระเป๋าหนังของเขา หยิบเอกสารมอบอำนาจข้างในออกมา ยื่นให้ชายร่างเตี้ยที่อยู่ข้างๆ:
“คุณบอแด็ง น่าจะเป็นอันนี้นะ”
ชายคนนั้นรีบนอนคว่ำลงบนโต๊ะไม้ในรถม้า แล้วเริ่มลอกเลียนแบบลายเซ็นบนเอกสารมอบอำนาจอย่างตั้งใจ สิบกว่านาทีต่อมา เขาก็ยื่นกระดาษที่มี “ลายเซ็นของมาร์แก็ต” ให้กับชายฉกรรจ์:
“เรียบร้อย”
ชายฉกรรจ์มองกระดาษแผ่นนั้น เก็บมันไว้อย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ฉีกเอกสารมอบอำนาจใบนั้นจนขาดวิ่น
ภายในอาคารสามชั้นทางทิศใต้ของถนนกราเบิน กลุ่มคนจากสำนักพิมพ์ต่างเบียดเสียดกันแน่น ร้องตะโกนใส่เจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบที่อยู่หลังโต๊ะทำงานอย่างร้อนรน:
“นายท่าน ไวสเคานต์มาร์แก็ตจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ?”
“นี่ก็บ่ายสี่โมงกว่าแล้วนะ ถ้าไม่รีบตรวจทาน ก็จะตีพิมพ์ไม่ทันแล้ว!”
“ท่านได้โปรดเถอะ บอกพวกเราทีว่าไวสเคานต์มาร์แก็ตอยู่ที่ไหน พวกเราจะไปเชิญเขากลับมาเอง…”
ใช่แล้ว ที่นี่คือหน่วยงานเซ็นเซอร์ข่าวของออสเตรีย และมาร์แก็ตผู้รับผิดชอบการเซ็นเซอร์ก็ยังคงคลุกคลีพูดคุยเรื่องชีวิตอยู่กับโสเภณีใน “รองเท้าบูทแดง”
“ขอให้ทุกคนเงียบหน่อย!” เจ้าหน้าที่ตำรวจลับหน้าเหลี่ยมคนหนึ่งโบกมือตะโกนอย่างรำคาญใจ
เขาคือฮาร์เปอร์ ผู้ช่วยของมาร์แก็ต เจ้าหน้าที่ระดับรองที่รับผิดชอบการเซ็นเซอร์ข่าว แต่เมื่อไม่มีเอกสารมอบอำนาจจากมาร์แก็ต เขาก็ไม่สามารถทำการเซ็นเซอร์ได้
ทว่า เอกสารมอบอำนาจนั้นถูกสายลับของหน่วยข่าวกรองฝรั่งเศสฉีกทิ้งลงถังขยะไปตั้งนานแล้ว
ขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนสวมหมวกสักหลาด หน้าตาธรรมดาคนหนึ่งก็เบียดฝูงชนเข้ามา ขยิบตาให้เจ้าหน้าที่หน้าเหลี่ยมคนนั้นรัวๆ
ฮาร์เปอร์เข้าใจได้ทันที จึงพาเขาเดินเข้าไปในห้องทำงานชั้นสอง
เมื่อปิดประตู ชายสวมหมวกสักหลาดก็ล้วงกระดาษใบหนึ่งส่งให้ฮาร์เปอร์:
“นายท่าน นี่คือใบอนุมัติพิเศษจากท่านไวสเคานต์มาร์แก็ต รบกวนท่านด้วย”
ฝ่ายหลังรับกระดาษไปดู ก็เห็นข้อความเขียนไว้ว่า: เนื้อหาที่ “หนังสือพิมพ์ชีวิตและความจริง” ส่งมาตรวจวันนี้ ข้าได้อ่านเรียบร้อยแล้ว ขอให้ท่านอนุมัติให้ผ่าน ด้านหลังมีลายเซ็นของไวสเคานต์มาร์แก็ต แต่ไม่มีตราประทับส่วนตัว
เขาขมวดคิ้วมองชายสวมหมวกสักหลาด:
“ท่านไวสเคานต์อยู่ที่ไหน?”
ฝ่ายหลังเผยรอยยิ้มลึกลับ: “อยู่กับคุณผู้หญิงท่านหนึ่ง ท่านต้องการที่อยู่แบบละเอียดไหมล่ะ?”
“อะแฮ่ม ไม่ต้องหรอก” ฮาร์เปอร์โบกมือ แต่ก็ยังพูดอย่างระมัดระวัง “เอาต้นฉบับของพวกเจ้ามาให้ข้าดูหน่อย”
“ได้เลยครับ นายท่าน” ชายสวมหมวกสักหลาดรีบส่งปึกต้นฉบับให้เขาทันที
ฮาร์เปอร์พลิกดูหน้าแรก พาดหัวข่าวบนสุดก็คือ “ชัยชนะครั้งใหญ่ที่เลกนิตซา กองทัพโจรปรัสเซียแตกพ่าย”
เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร ช่วงสองสามวันนี้ก็มีข่าวลือหนาหูในหมู่ชาวบ้านว่า จอมพลลาซี่ชนะศึกที่ไซลีเซีย และเลกนิตซาก็คือมณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของไซลีเซีย
ชายสวมหมวกสักหลาดรีบพูดเสริมอยู่ข้างๆ:
“นักข่าวสงครามของเราเพิ่งส่งข่าวกลับมาตอนเที่ยง ประกาศอย่างเป็นทางการน่าจะออกพรุ่งนี้ สำนักพิมพ์ของเราต้องพึ่งพาข่าวนี้เพื่อก้าวขึ้นเป็นสำนักพิมพ์ชั้นนำแล้ว”
“พวกเจ้านี่เร็วกว่าทหารม้าสื่อสารของท่านจอมพลเสียอีกนะ” ฮาร์เปอร์ยิ้มๆ มองลงไปที่เนื้อหาข่าว ในข่าวบอกว่า กองทัพออสเตรียสามารถสังหารทหารปรัสเซียที่เลกนิตซาได้ 4 พันนาย จับเป็นเชลยได้ 1 พันนาย ยึดปืนใหญ่ได้เป็นจำนวนมาก และได้ดันแนวรบไปจนถึงทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเลกนิตซาแล้ว หากเป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน ภายในเดือนนี้ก็อาจจะยึดเลกนิตซากลับคืนมาได้
“เป็นข่าวใหญ่จริงๆ ด้วย” เขาก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน “ในที่สุดก็ได้สั่งสอนพวกปรัสเซียบ้าบอพวกนั้นสักที!”
ชายสวมหมวกสักหลาดรีบยัดเงิน 10 ฟลอรินใส่กระเป๋าเขา:
“นายท่าน รบกวนช่วยเร่งมือหน่อยนะครับ”
ไม่นาน เขาก็เดินออกจากอาคารตำรวจลับ โดยมีคนจากสำนักพิมพ์อื่นๆ อีกเป็นสิบคนเดินตามหลังมา
“ท่านยินดีจะขายข่าวนี้ให้พวกเราจริงๆ ใช่ไหม?” หนึ่งในนั้นถามอย่างร้อนรน
“แน่นอน”
วันนี้ไม่มีข่าวของสำนักพิมพ์ไหนได้รับการอนุมัติเลย นอกจากต้นฉบับของ “หนังสือพิมพ์ชีวิตและความจริง”
และเมื่อครู่นี้ คนของ “หนังสือพิมพ์ชีวิตและความจริง” ก็บอกพวกเขาว่า ขอเพียงจ่ายเงินสำนักพิมพ์ละ 30 ฟลอริน ก็สามารถซื้อต้นฉบับข่าวนี้ได้
แม้ว่าถึงตอนนั้นจะมีข่าวที่เหมือนกันออกมาเต็มไปหมด แต่ก็ยังดีกว่าต้องจ่ายเงินชดเชยให้ลูกค้าเพราะงดตีพิมพ์ และยังส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของสำนักพิมพ์อีกด้วย
ช่วงบ่ายวันนั้น สำนักพิมพ์เกือบครึ่งในเวียนนาต่างก็พากันตีพิมพ์ข่าว “ชัยชนะครั้งใหญ่ที่เลกนิตซา กองทัพโจรปรัสเซียแตกพ่าย”
เช้าวันรุ่งขึ้น ทั่วทั้งเวียนนาก็สั่นสะเทือน!

0 Comments