ตอนที่ 41 การผูกขาดอย่างสมบูรณ์แบบ
แปลโดย เนสยังเบรนต์รู้สึกสะกิดใจขึ้นมาทันที ในหัวของเขาปรากฏภาพเหล่าคุณหญิงคุณหนูสูงศักดิ์ที่หลังจากซื้อเครื่องสำอางเสร็จแล้ว ก็มักจะหยิบหมวกหรือรองเท้าติดไม้ติดมือกลับไปด้วย ในใจของเขาพลันรู้สึกทึ่งและนับถือในหัวการค้าของมกุฎราชกุมารอย่างสุดซึ้ง
ทางด้านข้าง ชายชราสวมแว่นตาเอ่ยเสนอแนะขึ้นว่า: “ฝ่าบาท ลูกค้าเมื่อวานนี้เกือบครึ่งหนึ่งล้วนเป็นสตรีสูงศักดิ์จากพระราชวังแวร์ซายส์ พระองค์ทรงเห็นควรให้เปิดสาขาที่แวร์ซายส์อีกสักแห่งดีไหมพ่ะย่ะค่ะ?”
“ไม่มีความจำเป็นหรอก” โจเซฟยิ้มพลางส่ายหน้า “การให้พวกนางดั้นด้นเดินทางมาซื้อถึงปารีส จะยิ่งเป็นการขับเน้นให้เห็นถึงความล้ำค่าและไม่อาจหาอะไรมาทดแทนได้ของแองเจิลแห่งปารีส ในขณะเดียวกัน เหล่าขุนนางในปารีสเมื่อเห็นพวกนางเข้าออกร้านของเราบ่อยๆ ก็จะแห่กันมาซื้อตามไปด้วย”
เมื่อพูดคุยเรื่องการขายสินค้าจบแล้ว เบรนต์ก็เอ่ยต่อว่า: “ฝ่าบาท ช่วงสองสามวันนี้มีเคานต์อัลบรอ, ดุ๊กเดอลาวาลลิแยร์, มาร์ควิสเดอมงเตส และคนอื่นๆ รวม 6 คนได้แสดงความสนใจที่จะซื้อแฟรนไชส์ (Franchise) ของแองเจิลแห่งปารีส พระองค์ทรงเห็นว่าเรื่องนี้ควร…”
ใช่แล้ว นับตั้งแต่วันแรกที่โจเซฟวางแผนเปิดร้านค้าเฉพาะทาง เขาก็ตั้งใจที่จะขยายสาขาของแองเจิลแห่งปารีสด้วยรูปแบบแฟรนไชส์อยู่แล้ว!
การจะเปิดร้านเองทีละสาขานั้น นอกจากจะเชื่องช้าแล้ว ยังต้องสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจอย่างมาก
เปิดร้านไปได้ไม่กี่สาขา พวกนายทุนที่มีจมูกไวก็คงจะลอกเลียนแบบแล้วลงมาแข่งขันด้วยอย่างแน่นอน
แม้โจเซฟจะกุมเทคโนโลยีหลักอย่างกรดซาลิไซลิกเอาไว้ และไม่นึกเกรงกลัวการแข่งขัน แต่ถึงอย่างไรมันก็จะดึงลูกค้าส่วนหนึ่งไปอยู่ดี
ดังนั้น เขาจึงต้องใช้รูปแบบแฟรนไชส์ เพื่อครอบครองตลาดเครื่องสำอางทั่วทั้งฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งทั่วทั้งยุโรปให้ได้เร็วที่สุด ทำให้แองเจิลแห่งปารีสไม่เหลือช่องว่างใดๆ ให้คู่แข่งได้สอดแทรกเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นด้านสรรพคุณ การโฆษณาโปรโมท ไปจนถึงขนาดของตลาด!
อย่างไรเสียในยุคสมัยนี้ก็ยังไม่มีแนวคิดเรื่องการต่อต้านการผูกขาด (Antitrust) หากฉันไม่กอบโกยผลประโยชน์จากการผูกขาดให้เต็มที่ ก็คงจะรู้สึกผิดต่อของขวัญที่ยุคสมัยมอบให้เป็นแน่?
ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องสำอางของเขายังมีกำไรที่สูงลิบลิ่ว ประมาณ 800% ถึง 1300% การแบ่งกำไร 1 ใน 5 ให้กับแฟรนไชส์ซี (ผู้รับสิทธิ์) ถือเป็นสิ่งที่เขาสามารถยอมรับได้อย่างสบายๆ ส่วนทางฝั่งแฟรนไชส์ซีเองก็คงจะกำไรจนนอนหลับฝันหวานแล้ว!
ประการสุดท้าย การอาศัยตัวแทนจำหน่ายของแองเจิลแห่งปารีส จะช่วยให้เขาสามารถสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาได้ ในอนาคตหากเขาต้องการผลิตสินค้าอื่นๆ ก็สามารถใช้ช่องทางนี้เพื่อกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และคืนทุนได้ในพริบตา
โจเซฟพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยกับเบรนต์ว่า: “เรื่องแฟรนไชส์ข้ามอบอำนาจให้ท่านจัดการทั้งหมดเลยก็แล้วกัน เงื่อนไขการเข้าร่วมและเทคนิคการเจรจาข้าได้เขียนไว้ในเอกสารหมดแล้ว เชื่อว่าท่านคงจำได้ขึ้นใจ หากตกลงกันได้เมื่อไหร่ก็นำมาให้ข้าเซ็นก็พอ”
โจเซฟไม่เคยดูถูกสติปัญญาของผู้คนในยุคสมัยนี้เลย พวกเขาเพียงแค่ขาดวิสัยทัศน์และแนวคิดของคนยุคหลังเท่านั้น ขอเพียงสอนสิ่งเหล่านี้ให้พวกเขา พวกเขาก็สามารถทำได้ดีไม่แพ้คนในยุคหลังอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นยอดฝีมือในสายอาชีพอย่างเบรนต์
ในอนาคต พลังงานของโจเซฟย่อมไม่อาจนำมาสูญเปล่ากับการบริหารธุรกิจของแองเจิลแห่งปารีสได้ ดังนั้นการรีบปั้นลูกน้องและกระจายอำนาจให้พวกเขา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
“ขอบพระทัยในความไว้วางใจของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” เบรนต์ทาบอกโค้งคำนับ “หม่อมฉันจะไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน!”
ถนนแซ็ง-ปง ปารีส
ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทแองเจิลแห่งปารีส วันนี้ได้ต้อนรับแขกระดับวีไอพีหลายท่าน
รวมถึงเคานต์อัลบรอ, ดุ๊กเดอลาวาลลิแยร์ และมาร์ควิสเดอมงเตส คนเหล่านี้หากไม่ใช่ขุนนางเก่าแก่ที่มีทรัพย์สินมหาศาล ก็เป็นเศรษฐีใหม่ที่ร่ำรวยจากทุนนิยม ไม่ว่าจะเป็นคนไหน ต่างก็เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงธุรกิจของปารีสทั้งสิ้น
การที่พวกเขามารวมตัวกันที่นี่ในวันนี้ ล้วนมีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นก็คือการซื้อแฟรนไชส์บริษัทแองเจิลแห่งปารีส
เบรนต์พาพวกเขาทุกคนเดินชมโรงงานผลิตของบริษัทก่อน ซึ่งมันก็ทำเอาบรรดาชนชั้นนำทางธุรกิจเหล่านี้ถึงกับทึ่งจนอ้าปากค้าง
นี่มันโรงงานที่ไหนกัน? นี่มันคฤหาสน์หรูหราโอ่อ่าชัดๆ!
คนงานต่างสวมเครื่องแบบที่สะอาดสะอ้าน นั่งอยู่บนเก้าอี้แกะสลัก ทำงานไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน ไม่ว่าจะเป็นโกดังเก็บวัตถุดิบหรือโต๊ะบรรจุขวด ล้วนทำจากไม้โอ๊กชั้นดี มีรูปทรงที่ประณีตงดงาม และไร้ซึ่งฝุ่นละอองใดๆ
หลังจากชมโรงงานเสร็จ เบรนต์ก็พาทุกคนเข้าไปในห้องประชุม เขาเริ่มจากการนำภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่วาดเป็นรูปร้านค้าเฉพาะทางของบริษัทขึ้นมาตั้ง ก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัดว่า: “ความจริงแล้ว การซื้อแฟรนไชส์นั้นง่ายมาก นั่นก็คือการทำให้ทุกท่านได้เป็นเจ้าของร้านค้าที่ยอดเยี่ยมและไม่ธรรมดาเช่นนี้!”
จากนั้นเขาก็ยิ้มบางๆ: “ผมทราบดี ว่าทุกท่านคงกำลังกังวลว่าอาจจะไม่สามารถสร้างร้านให้ออกมาดูดีเหนือระดับได้เช่นนี้ ขอให้ทุกท่านวางใจได้เลยครับ เรื่องการตกแต่งและจัดวางร้านใหม่ ท่านไม่ต้องลงมือทำเองเลยแม้แต่น้อย ทางบริษัทแองเจิลแห่งปารีสจะเป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด สิ่งที่ท่านจะได้รับคือร้านค้าที่พร้อมเปิดให้บริการได้ในทันที
“แม้กระทั่งผู้จัดการร้านไปจนถึงพนักงานขาย ท่านก็ไม่ต้องกังวล ทางเราจะช่วยฝึกอบรมและช่วยตรวจสอบให้ แม้แต่เครื่องแบบพนักงานเราก็ยังตัดเย็บให้เสร็จสรรพ!
“พูดง่ายๆ ก็คือ ท่านเพียงแค่เซ็นสัญญาแฟรนไชส์ จากนั้นก็นั่งนับเงินในแต่ละวันได้เลยครับ”
เคานต์อัลบรอ, ดุ๊กเดอลาวาลลิแยร์ และคนอื่นๆ ต่างพากันยิ้มอย่างรู้กัน
เบรนต์รีบเสริมทันที: “ผมสามารถบอกความลับข้อหนึ่งให้ทุกท่านทราบได้ ยอดขายสูงสุดต่อวันของร้านค้าเฉพาะทางแองเจิลแห่งปารีส สาขาถนนช็องเซลีเซนั้น สูงถึง 126,000 ลีฟร์เลยทีเดียวครับ”
แม้ชนชั้นนำทางธุรกิจเหล่านี้จะคุ้นเคยกับเงินลีฟร์จำนวนมหาศาลมามาก แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ยอดขายเพียงวันเดียวของร้านนี้ ยังสูงกว่ารายได้ทั้งเดือนของโรงงานขนาดใหญ่ในมือพวกเขาเสียอีก!
เบรนต์กล่าวต่อ: “ทางบริษัทจะเปิดรับแฟรนไชส์ในเขตปารีสเพียง 3 สาขาเท่านั้น และระยะห่างระหว่างแต่ละสาขาจะต้องไม่ต่ำกว่าครึ่งลีเออ (Lieue)”
1 ลีเออ มีค่าเท่ากับ 4 กิโลเมตร ระยะห่างที่มากกว่า 2 กิโลเมตร จะสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีการแย่งชิงลูกค้ากันเองอย่างแน่นอน
“อ้อ สำหรับแฟรนไชส์ซีรายแรก ทางบริษัทจะมีส่วนลดพิเศษให้ โดยคิดค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ที่ 150,000 ลีฟร์ ส่วนค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์รายต่อๆ ไปจะปรับเป็น 180,000 ลีฟร์ สำหรับแฟรนไชส์นอกเขตปารีส ราคาจะอยู่ที่ 110,000 ลีฟร์ครับ”
บรรดาชนชั้นนำทางธุรกิจต่างพากันกระซิบกระซาบทันที
พูดตามตรง นโยบายแฟรนไชส์และอนาคตของธุรกิจนี้ดึงดูดใจพวกเขาอย่างมาก ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็ได้เห็นความสำเร็จอันน่าตื่นตะลึงในวันเปิดร้านสาขาช็องเซลีเซมาด้วยตาตัวเอง ทว่ารูปแบบการทำธุรกิจแบบแฟรนไชส์นี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ในใจจึงยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง
ดุ๊กเดอลาวาลลิแยร์ผู้มีร่องแก้มลึกเอ่ยขึ้นว่า: “คุณผู้จัดการทั่วไปครับ สถานการณ์ในยุคนี้ใครจะไปบอกได้ล่ะครับ? วันนี้อาจจะขายได้ 1 แสน 2 หมื่น พรุ่งนี้อาจจะขายได้แค่ 1 พัน 2 ร้อยก็เป็นได้ สำหรับเรื่องความสามารถในการทำกำไรนั้น ข้ายังมีมุมมองในแง่ร้ายอยู่บ้าง”
“ท่านดุ๊กครับ ท่านประเมินความยึดติดในความงามของเหล่าสุภาพสตรีต่ำเกินไปแล้ว พวกนางยอมอดอาหาร ดีกว่าจะยอมละเลยใบหน้าของตนเอง ผมรับประกันกับท่านได้เลยครับ ว่าแองเจิลแห่งปารีสจะไม่มีช่วงโลว์ซีซั่นอย่างแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าหวังว่าจะสามารถขายสินค้าอื่นๆ ในร้านได้ด้วย” เคานต์อัลบรอเอ่ย
“โอ้ ท่านกำลังทำให้ผมลำบากใจแล้วล่ะครับ…”
ในขณะที่ทุกคนกำลังต่อรองราคากันอยู่นั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมห้องกลับกำหมัดแน่น
เขาชื่อโบดูแอง เพิ่งเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจสิ่งทอของตระกูลได้เพียงสามปี แต่เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลฝรั่งเศสกลับไปเซ็นสัญญาการค้ากับอังกฤษ โดยลดภาษีศุลกากรสินค้าอุตสาหกรรมเกือบทุกชนิดจนเหลือใกล้ศูนย์
สิ่งทอคุณภาพดีราคาถูกจากอังกฤษหลั่งไหลเข้าสู่ฝรั่งเศสอย่างมหาศาล ทำให้โรงงานของเขาถูกตีจนพังยับเยินอย่างไม่มีทางสู้
เวลาผ่านไปเพียงปีเศษ เขาก็ผลาญทรัพย์สินอันยิ่งใหญ่ของตระกูลไปจนเกือบหมด สุดท้ายก็ต้องจำใจขายโรงงานสิ่งทอที่เหลืออยู่อีกกว่าสิบแห่งทิ้งไปแบบเหมาเข่ง ตั้งใจว่าจะวางมือจากวงการธุรกิจ แล้วใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขในฐานะเศรษฐีตกอับ
เดิมทีเขาไม่ได้มีความคิดที่จะซื้อแฟรนไชส์แองเจิลแห่งปารีสเลย เป็นเพื่อนเก่าที่ลากเขามาดูเป็นเพื่อน แต่ในเวลานี้ เขากลับนึกถึงคำโฆษณาแฟรนไชส์ของแองเจิลแห่งปารีสบนหน้าหนังสือพิมพ์ขึ้นมาได้: บางทีพวกมองโลกในแง่ร้ายอาจจะถูกต้องเสมอ แต่มีเพียงพวกมองโลกในแง่ดีเท่านั้น ที่สามารถหาเงินได้!
เขาลุกพรวดขึ้นมา จ้องมองไปที่เบรนต์แล้วเอ่ยว่า: “คุณผู้จัดการทั่วไปครับ ข้าตัดสินใจจะซื้อแฟรนไชส์ ในฐานะแฟรนไชส์ซีรายแรก ข้าได้รับสิทธิ์ส่วนลดในการเปิดร้าน 150,000 ลีฟร์ เพราะฉะนั้น ข้าขอลงทุน 300,000 ลีฟร์ เพื่อเปิดสาขา 2 แห่ง!”

0 Comments