ตอนที่ 360 แบ่งแยก เจาะทะลวง และชี้ชะตา!
แปลโดย เนสยังพวกฝรั่งเศสควรจะอยู่ทางเกนต์ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงโผล่มาจากทางทิศตะวันออกของบรัสเซลส์ได้ล่ะ? คาร์ลที่ 2 แทบจะหักแส้ม้าในมือด้วยความโกรธ เขาจำต้องส่งทหารอีก 1 กรมไปช่วยเหลือทหารที่ถูกซุ่มโจมตี พร้อมกับส่งทหารม้าฮุสซาร์ออกไปลาดตระเวนเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้กองกำลังหลักถูกซุ่มโจมตี
ทางฝั่งมาซง หลังจากซุ่มโจมตีพวกเนเธอร์แลนด์เสร็จ เขาก็ได้รับคำสั่งจากมกุฎราชกุมารให้วกกลับไปที่แอนต์เวิร์ป ดังนั้นเขาจึงเดินลัดเลาะไปตามชายขอบทางทิศตะวันตกของวอเตอร์ลู เพื่ออ้อมไปอยู่ทางตอนเหนือของพวกเนเธอร์แลนด์
เนื่องจากบร็องก์ฮอสต์มัวแต่หวาดระแวงกับการโจมตีก่อนหน้านี้ หลังจากออกจากหมู่บ้านมา เขาก็สั่งให้จัดรูปขบวนระมัดระวังเป็นพิเศษ ทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเชื่องช้า กว่าที่มาซงจะอ้อมมาทางตอนเหนือและส่งทหารม้าออกไปลาดตระเวนตำแหน่งของเนเธอร์แลนด์ พวกนั้นเพิ่งจะเดินมาได้ไม่ถึง 8 กิโลเมตร
ส่วนที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของบรัสเซลส์ ห่างจากแอนต์เวิร์ปไปกว่า 20 กิโลเมตร กองพลทหารองครักษ์กำลังพักผ่อนอยู่ใกล้ๆ หมู่บ้านเล็กๆ
พวกเขาเดินทัพอย่างเร่งรีบมาสองวันแล้ว ระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร ตามความเร็วของกองทัพคาร์ลที่ 2 น่าจะต้องใช้อีกประมาณวันครึ่งกว่าจะถึงที่นี่
อันที่จริง หากโจเซฟคิดจะบุกแอนต์เวิร์ปจริงๆ ด้วยกำลังป้องกันที่มีอยู่น้อยนิดของเมืองนั้น กองทัพฮันโนเฟอร์คงจะมาไม่ทันเห็นเมืองแอนต์เวิร์ปตกเป็นของฝรั่งเศสหรอก
แต่ถ้าทำอย่างนั้น ก็จะกลายเป็นการช่วยออสเตรียปราบปรามกบฏไป ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
ภายในเต็นท์บัญชาการของกองพลทหารองครักษ์ เบอร์เทียร์วาดวงกลมสุดท้ายบนแผนที่ และเขียนข้อความกำกับไว้ข้างๆ ก่อนจะเก็บดินสอและถอนหายใจเฮือกใหญ่
หลังจากรวบรวมข้อมูลจากหน่วยทหารม้าพรานทั้งหมดเสร็จสิ้น โจเซฟก็ทรงทอดพระเนตรดูวงกลมเล็กใหญ่ที่เรียงต่อกันเป็นแนวยาวบนแผนที่ พร้อมกับทรงแย้มสรวลอย่างพึงพอพระทัย
“เรามีอย่างน้อยสามจุดที่สามารถใช้สำหรับการเจาะทะลวงได้” พระองค์ทรงชี้ไปที่แผนที่ “แต่นั่นก็จะทำให้กำลังพลของเรากระจัดกระจายไปด้วย”
ในศตวรรษที่ 18 ด้วยวิธีการสื่อสารที่จำกัด หากกระจายกองทัพออกไป ผู้บัญชาการก็ทำได้เพียงปล่อยให้นายทหารแต่ละคนตัดสินใจกันเอง แต่ด้วยคุณภาพของนายทหารระดับสูงในกองพลทหารองครักษ์ตอนนี้ โจเซฟยังไม่อาจวางใจได้
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” เบอร์เทียร์พยักหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของแอนต์เวิร์ป ซึ่งก็คือตำแหน่งกองกำลังหลักของคาร์ลที่ 2 “ทหารปืนใหญ่และทหารราบของฮันโนเฟอร์เริ่มทิ้งระยะห่างกันอย่างเห็นได้ชัดแล้ว และทางตะวันออกเฉียงเหนือของบรัสเซลส์ ก็มีกองทหารอีกสามกรมที่กระจัดกระจายอยู่
“บางที… เราสามารถแทรกซึมเข้าไปตรงกลางระหว่างกองหลังและทหารสามกรมนั้นได้ พร้อมกับส่งหน่วยจู่โจมไปสกัดกองกำลังหลักของพวกเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
“แบบนี้ระยะห่างระหว่างกองทหารสองกลุ่มของเราก็จะไม่ไกลกันเกินไป ทำให้ง่ายต่อการสั่งการ และยังสามารถช่วยเหลือกันและกันได้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟทรงพินิจพิจารณาตำแหน่งข้าศึกบนแผนที่อย่างละเอียด แล้วทรงพยักพระพักตร์เห็นด้วย
แม้พระองค์จะมีความคิดทางยุทธวิธีที่ล้ำหน้า แต่เมื่อต้องลงมือจัดวางกำลังพลจริงๆ ก็ยังต้องพึ่งพานายทหารระดับอาชีพอย่างเบอร์เทียร์ที่มีประสบการณ์ในกองทัพมานานกว่าสิบปี
จากนั้นพระองค์ก็ทรงเรียกบรรดาเสนาธิการทั้งหมด และผู้บังคับการระดับกรม มาร่วมหารือแผนการรบอย่างละเอียดโดยยึดแนวคิดของเบอร์เทียร์เป็นหลัก
กองพลทหารองครักษ์ที่เพิ่งจะได้พักเพียงครึ่งวัน ต้องเริ่มเดินทัพอย่างเร่งรีบอีกครั้ง แต่เรื่องแค่นี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับพวกเขา สมัยอยู่โรงเรียนตำรวจ พวกเขามักจะเดินทัพทางไกลติดต่อกันเป็นสัปดาห์ และในการฝึกซ้อมปลายปีก็กินเวลากว่าครึ่งเดือน ซึ่งก็ต้องเดินทัพหนักหน่วงเช่นนี้มาโดยตลอด
ความเร็วคือหัวใจสำคัญของยุทธวิธีโอบล้อมเจาะทะลวง!
ดังนั้น ต่อให้มีผู้บัญชาการกองทัพยุโรปคนอื่นได้เรียนรู้ทฤษฎีการโอบล้อมเจาะทะลวงอย่างเป็นระบบ เขาก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าตัวเองไม่สามารถนำมันมาใช้จริงได้ กองทัพของเขาตั้งแต่การรวมพล การตอบสนอง ไปจนถึงพละกำลังและขวัญกำลังใจ ไม่มีทางรองรับการเคลื่อนที่รบที่หนักหน่วงขนาดนี้ได้เลย
และหากขยับได้ช้ากว่าศัตรู ก็ไม่มีทางทำลายการจัดวางกำลังของศัตรู หรือหาช่องโหว่ได้เลย
เที่ยงวันต่อมา กองพลทหารองครักษ์ก็เดินทัพไกลถึง 30 กิโลเมตร มาถึงทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแอนต์เวิร์ปได้สำเร็จ
ในขณะนี้ คาร์ลที่ 2 ยังคงก้มหน้าก้มตาเดินทัพ เพื่อเตรียมจะเข้าไปตั้งรับในแอนต์เวิร์ป และต้านทานการบุกของฝรั่งเศส
หลังจากพักผ่อนในบริเวณนั้นได้สองชั่วโมง กองพลทหารองครักษ์ก็เริ่มเปิดฉากบุกโจมตีกองทัพฮันโนเฟอร์ที่กำลังแตกขบวน
เริ่มจากกองกำลังหลักที่ตัดเข้ามาจากทางตะวันตกเฉียงเหนือ แบ่งแยกกองกำลังที่คาร์ลที่ 2 ส่งไปเสริมทัพให้เนเธอร์แลนด์ออกจากกองกำลังหลักของฮันโนเฟอร์
จนถึงตอนนี้ คาร์ลที่ 2 ถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า มีทหารฝรั่งเศสนับหมื่นนายเข้ามาประชิดในระยะไม่ถึง 6 กิโลเมตร
และระยะห่างระหว่างส่วนหน้าและส่วนท้ายของขบวนทัพเขาก็กินระยะทางไปกว่า 5 กิโลเมตรแล้ว…
“บ้าเอ๊ย! ไอ้พวกฝรั่งเศสพวกนี้มันงอกมาจากดินหรือไงกัน?!”
เขาใช้ลูกไม้ที่ปลายแขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก พยายามสงบสติอารมณ์ ชี้ไปยังนายทหารร่างสูงใหญ่: “พันโทชมิดต์ นำทหารม้าดรากูนไปตั้งแนวป้องกันที่หมู่บ้านอ็อกเชนนาเดี๋ยวนี้ ห้ามถอยแม้แต่ก้าวเดียวหากไม่มีคำสั่งจากข้า!”
“รับทราบขอรับ ท่านจอมพล!”
พันโทชมิดต์หันหลังกลับมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง เขามีทหารม้าดรากูนไม่ถึงสองกรม ในสถานการณ์ที่รีบเร่งแบบนี้ จะไปสู้กับกองกำลังหลักของฝรั่งเศสได้อย่างไร นี่มันคือการเอาชีวิตทหารไปทิ้งเพื่อถ่วงเวลาชัดๆ
จากนั้น คาร์ลที่ 2 ก็สั่งทหารราบสองกรมให้ไปสมทบกับรถเสบียงและทหารปืนใหญ่ที่รั้งท้าย ส่วนทหารที่เหลือให้รีบมารวมตัวกับเขาทันที
ในตอนนี้ เขายังมีทหารเหลืออยู่ประมาณ 1 หมื่น 6 พันนาย หากสามารถจัดกระบวนทัพได้ทัน ก็ยังมีโอกาสสู้กับกองทัพฝรั่งเศสได้
และในวันพรุ่งนี้ ทหารเซาท์เนเธอร์แลนด์ 6 พันนายจากบรัสเซลส์ก็จะมาสมทบ ถึงเวลานั้นเขาอาจจะเปิดฉากตอบโต้กลับได้เลยด้วยซ้ำ
ทว่า สถานการณ์ในสนามรบกลับไม่เป็นไปตามที่เขาคาดคิดเลย
ทหารม้าปืนใหญ่และทหารม้าดรากูนของกองพลทหารองครักษ์ที่ทำหน้าที่คุ้มกัน ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ ก็แทรกซึมผ่านช่องว่างระยะเกือบสองกิโลเมตร ระหว่างกองกำลังหลักของฮันโนเฟอร์และกองหลังของทหารปืนใหญ่ได้สำเร็จ
จากนั้นตามคำแนะนำของนโปเลียน กองพันทหารปืนใหญ่ก็รีบไปตั้งฐานยิงบนเนินเขาทางตอนเหนืออย่างรวดเร็ว ส่วนทหารม้าดรากูนก็ตั้งแถวเป็นหน้ากระดานอยู่ริมป่าด้านล่างเนินเขา
ในเวลาเดียวกัน กองกำลังหลักของกองพลทหารองครักษ์ก็เปิดฉากโจมตีทหารฮันโนเฟอร์ทั้ง 3 กรมที่กระจัดกระจายอยู่นอกแนวรบ
โดยอาศัยความได้เปรียบด้านกำลังพลอย่างเต็มที่ พวกเขาใช้ทหารราบ 4 กรมจัดขบวนแถวตอนลึกบุกโจมตีด้านหน้า และใช้ทหารม้าโจมตีขนาบข้าง
กองกำลังฮันโนเฟอร์กลุ่มนี้เพิ่งจะรู้ตัวว่าต้องปะทะกับกองทัพฝรั่งเศส เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน จากทหารส่งสารของคาร์ลที่ 2
คำสั่งของคาร์ลที่ 2 คือให้พวกเขาพยายามมารวมกับกองกำลังหลักให้ได้ และไม่ต้องไปสนใจพวกเนเธอร์แลนด์แล้ว
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะจัดขบวนได้เสร็จ กองทัพฝรั่งเศสก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา
การต่อสู้จบลงอย่างไม่มีลุ้น หลังจากทหารม้าของกองพลทหารองครักษ์ทำการโจมตีเพื่อดึงความสนใจ ทหารราบแนวหน้าก็พุ่งเข้าใส่ทหารฮันโนเฟอร์ทันที
ขบวนแถวตอนลึกขยายออกเป็นแถวหน้ากระดานอย่างรวดเร็ว และก่อนที่พวกเขาจะเริ่มระดมยิง ทหารฮันโนเฟอร์ก็ถูกความน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้แตกพ่ายไปเสียแล้ว

0 Comments