ตอนที่ 314 โอกาสสุดท้ายของลียง
แปลโดย เนสยังเมื่อกองทัพฝรั่งเศสสามารถเอาชนะกลุ่มกบฏที่บราบันต์ได้ ปรัสเซียก็ย่อมไม่มีทางยอมรับผลลัพธ์ที่ออสเตรียได้เปรียบในเซาท์เนเธอร์แลนด์อย่างแน่นอน ดังนั้น พวกเขาจะต้องแบ่งกำลังทหารส่วนหนึ่งมาสนับสนุนเซาท์เนเธอร์แลนด์แน่ๆ
โจเซฟถึงขั้นได้เตรียมการเอาไว้แล้ว ว่าจะสร้างสถานการณ์ลวงในที่นั่นว่ากองทัพฝรั่งเศสกำลังขาดแคลนเสบียงและกำลังพล เพื่อให้ชาวปรัสเซียรู้สึกว่าพวกเขายังสามารถต่อสู้เพื่อเอาชนะได้อีกสักตั้ง
เมื่อกองทัพปรัสเซียถูกส่งไปยังเซาท์เนเธอร์แลนด์ กำลังพลทางฝั่งไซลีเซียก็ย่อมจะต้องลดลง และความกดดันของกองทัพออสเตรียที่นั่นก็จะลดลงตามไปด้วย
จักรพรรดิโยเซฟที่ 2 เมื่อทรงสัมผัสได้ว่าสงครามในเซาท์เนเธอร์แลนด์มีส่วนช่วยสนับสนุนสถานการณ์ทางฝั่งไซลีเซีย พระองค์ก็จะต้องทรงสนับสนุนให้กองทัพฝรั่งเศสคอยตรึงกำลังปรัสเซียไว้ที่นั่นต่อไปอย่างแน่นอน
ในช่วงเวลานี้ การที่กองทัพฝรั่งเศสไปประจำการอยู่ในเซาท์เนเธอร์แลนด์ ก็เท่ากับได้รับการยอมรับโดยปริยายจากออสเตรียแล้ว
และในระหว่างที่กองทัพฝรั่งเศสและปรัสเซียกำลังทำศึกกัน สมรภูมิจะขยายวงกว้างออกไปถึงที่ใด ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทางออสเตรียจะสามารถควบคุมได้อีกต่อไป
เผลอๆ เมื่อถึงเวลานั้น จักรพรรดิโยเซฟที่ 2 อาจจะทรงหวังให้ฝรั่งเศสมีพื้นที่ในครอบครองมากขึ้นด้วยซ้ำ ทางที่ดีที่สุดคือการขยายสมรภูมิไปจนถึงอัปเปอร์กิลเดอร์สซึ่งก็คือดินแดนของปรัสเซียที่อยู่ติดกับทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเซาท์เนเธอร์แลนด์นั่นเอง
แน่นอนว่า โจเซฟคงจะไม่โง่พอที่จะทำตัวเป็นเป้าล่อเป้า แล้วไปยั่วยุปรัสเซียอย่างไม่รู้จบหรอก
ในความเป็นจริง เขาไม่ได้คิดที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแคว้นฟลานเดอร์สในเซาท์เนเธอร์แลนด์เลยด้วยซ้ำ ขอเพียงแค่สามารถยึดแคว้นวาลลูน ซึ่งก็คือดินแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของเซาท์เนเธอร์แลนด์ที่ประชากรพูดภาษาฝรั่งเศสมาได้ เขาก็จะถือว่าบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์แล้ว
ประชากรในแคว้นวาลลูนส่วนใหญ่ก็พูดภาษาฝรั่งเศส และมีความรู้สึกผูกพันกับฝรั่งเศสเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การปกครองที่นั่นจึงแทบจะไม่มีความยากลำบากอะไรเลย
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ แคว้นวาลลูนเป็นแหล่งผลิตถ่านหินที่สำคัญของยุโรป การยึดที่นี่มาได้ จะสามารถให้การสนับสนุนอันแข็งแกร่งแก่การปฏิวัติอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสได้
นอกจากนี้ แคว้นวาลลูนยังอยู่ติดกับลักเซมเบิร์ก ซึ่งลักเซมเบิร์กก็มีเหมืองเหล็กคุณภาพดีอยู่เป็นจำนวนมาก และเมื่อ 80 ปีก่อนก็เคยถูกฝรั่งเศสปกครองมาก่อนด้วย ไฟสงครามในเซาท์เนเธอร์แลนด์จึงสามารถลุกลามมาถึงที่นี่ได้อย่างง่ายดาย
เมื่อสงครามระหว่างปรัสเซียและออสเตรียสิ้นสุดลง แคว้นวาลลูนและลักเซมเบิร์กก็คงจะเต็มไปด้วยทหารฝรั่งเศส ไปจนถึงระบบราชการก็กลายเป็นรูปแบบของฝรั่งเศสไปหมดแล้ว ถึงตอนนั้น จะจัดสรรดินแดนเหล่านี้อย่างไร ฝรั่งเศสกับออสเตรียก็คงจะต้องมาคุยกันอีกที
ส่วนแคว้นฟลานเดอร์สทางตอนเหนือของเซาท์เนเธอร์แลนด์ แม้ว่าที่นั่นจะสามารถควบคุมปากแม่น้ำไรน์ได้ แต่ในปัจจุบัน สำหรับเขามันก็ยังคงเป็นเหมือนเผือกร้อนอยู่ดี
ประการแรก ประชากรส่วนใหญ่ในแคว้นฟลานเดอร์สพูดภาษาดัตช์ การจะปกครองพวกเขาจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากการที่การปกครองของออสเตรียในที่แห่งนี้ต้องเผชิญกับการลุกฮือที่บราบันต์ ก็ถือเป็นบทเรียนราคาแพงให้เห็นแล้ว
ประการที่สอง ชาวอังกฤษให้ความสำคัญกับปากแม่น้ำไรน์เป็นอย่างมาก เพราะการขายสินค้าของพวกเขาไปยังทวีปยุโรป เกือบครึ่งหนึ่งก็ต้องผ่านเส้นทางนี้ และจะว่าไปแล้ว ท่าเรือเลออาฟวร์ซึ่งเป็นปากแม่น้ำแซน ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลย
ดังนั้น อังกฤษจึงไม่มีทางยอมรับได้เด็ดขาด หากฝรั่งเศสที่พวกเขาเป็นปฏิปักษ์มาโดยตลอด จะได้ควบคุมเส้นเลือดใหญ่ทางการค้าระหว่างพวกเขาและตลาดเยอรมนีอันกว้างใหญ่
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจะทำสงครามกับฝรั่งเศสอย่างไม่ลังเลเลยทีเดียว ในประวัติศาสตร์ สาเหตุหลักที่อังกฤษทุ่มเททรัพยากรอย่างเต็มที่เพื่อเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรต่อต้านฝรั่งเศสครั้งที่สอง ก็เป็นเพราะในตอนนั้นฝรั่งเศสได้ยึดครองเซาท์เนเธอร์แลนด์ และยังเพิกเฉยต่อข้อตกลงก่อนหน้านี้ โดยตั้งใจจะควบคุมเส้นทางการเดินเรือในแม่น้ำไรน์ เพื่อกีดกันการค้าทางแม่น้ำของชาวอังกฤษ
เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของโจเซฟในปัจจุบัน คือการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของชาติให้เร็วที่สุด จากนั้นก็นำผลกำไรจากการพัฒนาอุตสาหกรรมมาอุดช่องโหว่ของการขาดดุลทางการคลังอันมหาศาล
ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้อยากจะไปท้าดวลกับชาวอังกฤษเลยสักนิด ท้ายที่สุดแล้ว อังกฤษก็ยังคงเป็นมหาอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรปในเวลานี้
ดังนั้น การปล่อยให้พื้นที่ทางตอนเหนือของเซาท์เนเธอร์แลนด์อยู่ในมือของออสเตรียไปก่อนจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ทั้งหมดนี้ ก็คือการออกแบบยุทธศาสตร์สำหรับฝรั่งเศสในภูมิภาคยุโรปของโจเซฟ ส่วนเรื่องการสยายปีกอิทธิพลในทวีปยุโรปอย่างเต็มที่นั้น คงต้องรอให้เศรษฐกิจของฝรั่งเศสพัฒนาขึ้นมาเสียก่อน
สงครามในความเป็นจริงแล้ว ก็คือการแข่งขันกันด้วยรากฐานของชาติ และเศรษฐกิจก็คือสิ่งสำคัญที่สุดของรากฐานนั้น
เมื่อเสนาบดีกระทรวงสงครามและเสนาธิการทหารรายงานเรื่องการเตรียมความพร้อมของกองทัพฝรั่งเศสเสร็จสิ้น ก็เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้ว
โจเซฟคำนวณเวลาคร่าวๆ ตามที่เบอร์เทียร์เพิ่งจะอธิบายไปเมื่อครู่นี้ ตั้งแต่ออสเตรียเริ่มเปิดฉากโจมตีไซลีเซีย จนกระทั่งไฟสงครามลุกลามมาถึงเซาท์เนเธอร์แลนด์ ก็ยังคงต้องใช้เวลาอีกเกือบหนึ่งเดือน
เขาจัดการกับเรื่องราวต่างๆ ในมือให้เข้าที่เข้าทาง แล้วหันไปสั่งเอมงที่ยืนรออยู่หน้าประตูว่า: “รบกวนท่านช่วยเตรียมตัวด้วย พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะเดินทางไปลียงกัน”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
เวลาหนึ่งเดือน เพียงพอที่จะให้เขาเดินทางไปกลับลียงได้สบายๆ
โจเซฟรู้ดีว่า เมื่อข้อตกลงการค้าแม่น้ำแซน-แม่น้ำไรน์ได้รับการลงนามจนเสร็จสิ้น ตลาดอันกว้างใหญ่ไพศาลก็จะเปิดกว้างรอฝรั่งเศสอยู่
แต่จนถึงตอนนี้ เครื่องทอผ้าอัตโนมัติซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด กลับยังไม่สามารถกระจายออกไปได้อย่างทั่วถึง
นี่มันถือเป็นการปล่อยให้โอกาสครั้งประวัติศาสตร์หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดายจริงๆ!
ความจริงแล้ว เครื่องทอผ้าอัตโนมัติได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นจำนวนมากแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ มิราโบก็ได้ทยอยจัดส่งเครื่องทอผ้าจำนวนสามสี่สิบเครื่องไปยังลียง
ทว่า การเผยแพร่ข่าวสารในยุคนี้เป็นไปอย่างเชื่องช้า ประกอบกับบรรดาเจ้าของโรงงานในลียงก็มีความคิดที่อนุรักษนิยม และไม่กล้าที่จะเสี่ยงลงทุนด้วยเงินก้อนโต จึงทำให้เครื่องทอผ้าอัตโนมัติไม่ได้รับความสนใจเลยแม้แต่น้อย
โจเซฟนวดไหล่ที่ปวดเมื่อย ในใจถอนหายใจยาว ช่างเป็นเรื่องที่ถ้าขาดเขาไป ก็คงจะไม่มีทางขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้เลยจริงๆ…
เจ็ดวันต่อมา
โจเซฟทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า เห็นท่าเรือแม่น้ำโรนเต็มไปด้วยกองสิ่งทอที่กองสูงราวกับภูเขาเหล่าคนงานกำลังวิ่งวุ่นกันราวกับฝูงมด ขนถ่ายสินค้าเหล่านั้นขึ้นเรือ
รอบๆ ยังคงมีรถม้าบรรทุกผ้าและเสื้อผ้ามาส่งอย่างไม่ขาดสาย ผู้คนที่อยู่บนรถต่างตะโกนเสียงดัง เรียกให้คนงานท่าเรือมาช่วยขนสินค้าลงจากรถ
ดูช่างเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของศูนย์กลางอุตสาหกรรมสิ่งทอของฝรั่งเศสจริงๆ
ทว่า โจเซฟกลับรู้ดีว่า เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมสิ่งทอของอังกฤษที่พัฒนาไปไกลแล้ว ที่นี่ยังถือว่าห่างชั้นกันอีกมาก
ในความเป็นจริง หากไม่ใช่เพราะเขาได้ “ลอบกัด” ชาวอังกฤษไปหนึ่งดอก โดยการแก้ไข <สนธิสัญญาอีเดน> เพื่อช่วยให้ลียงได้มีเวลาพักหายใจ ที่นี่ก็คงจะเต็มไปด้วยโรงงานที่ล้มละลายและคนงานที่ตกงาน อบอวลไปด้วยความเสื่อมโทรมและความพินาศย่อยยับไปนานแล้ว
แน่นอนว่า ตอนนี้ก็แค่ช่วยให้พวกเขาได้พักหายใจเท่านั้น
ฝรั่งเศสขาดแคลนอาณานิคมที่จะนำสินค้าไปทุ่มตลาด อีกทั้งยังไม่มีแหล่งผลิตฝ้ายและขนแกะขนาดใหญ่ ทำให้ในด้านต้นทุนและการขาย ย่อมไม่มีทางสู้กับชาวอังกฤษได้เลยโดยธรรมชาติ
ดังนั้น หากต้องการจะแบ่งเค้กในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มียอดขายสูงที่สุด ฝรั่งเศสก็ทำได้เพียงแค่ไปทุ่มเทให้กับกระบวนการผลิตเท่านั้น
แม้ว่าในปัจจุบัน ชาวอังกฤษจะยังคงเป็นเบอร์หนึ่งของโลกในด้านนี้ แต่การนำเครื่องทอผ้าอัตโนมัติและเครื่องจักรไอน้ำมาใช้ ก็ได้มอบโอกาสอันหาได้ยากยิ่งให้กับฝรั่งเศส
ขบวนรถม้าของโจเซฟแล่นไปจนถึงจัตุรัสหลวง บรรยากาศรอบๆ ก็เริ่มคึกคักขึ้นมาทันที
ผู้ว่าการเมืองและประธานหอการค้าได้นำเจ้าหน้าที่และเจ้าของโรงงานหลายร้อยคน มายืนรอต้อนรับมกุฎราชกุมารอยู่สองข้างทางอย่างนอบน้อม
นี่ก็เป็นสิ่งที่โจเซฟได้สั่งการไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าให้พวกเขามารอที่จัตุรัส มิฉะนั้น หากต้องไปต้อนรับเขาตั้งแต่ชานเมือง แล้วค่อยเดินทางมาที่นี่ ก็คงต้องเสียเวลาไปอีกครึ่งวัน
หลังจากการทำความเคารพและกล่าวทักทายตามธรรมเนียม โจเซฟก็เดินฝ่าฝูงชนตรงไปยังแท่นพิธีกลางจัตุรัส ท่ามกลางเสียงดนตรีและเสียงโห่ร้องต้อนรับ
เมื่อเขายกมือขึ้นส่งสัญญาณ บรรยากาศรอบๆ ก็กลับมาเงียบสงบอย่างรวดเร็ว
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ โดยไม่ยอมเสียเวลาเลยแม้แต่น้อย และกล่าวเสียงดังว่า: “ตอนนี้ ถือเป็นโอกาสสุดท้ายของลียงแล้ว!
“ตามที่ระบุไว้ใน <สนธิสัญญาอีเดน> ตั้งแต่ปลายปีหน้าเป็นต้นไป ภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าสิ่งทอของอังกฤษจะลดลงอย่างมหาศาล
“และหากพิจารณาจากต้นทุนในปัจจุบันของลียงแล้วล่ะก็ เมื่อถึงเวลานั้น พวกท่านก็จะสูญเสียตลาดภายในประเทศไปจนหมดสิ้น!”

0 Comments