You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“เข้าแถวให้เป็นระเบียบ ใครเบียดกันมั่วซั่วจะถูกจับโยนลงอ่าวเกบส์ทันที!”

บนท่าเรือ ทหารกองพลตูนิสกว่าสิบคนที่ขี่ม้าอยู่ ตะโกนสั่งการด้วยภาษาอาหรับเสียงดังลั่น

ที่หน้าสะพานไม้สามแผ่นที่ทอดเชื่อมไปยังเรือขนส่ง แพทย์ของบริษัทการค้าทวินสตาร์กำลังตรวจร่างกายอดีตทหารราชองครักษ์ตูนิสเหล่านี้ อนุญาตให้ผู้ที่มีร่างกายกำยำแข็งแรงขึ้นเรือ ส่วนคนที่เหลือก็ถูกไล่ตะเพิดไปอย่างไม่ลังเล

ผู้ที่ได้ขึ้นเรือต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยต่อไปก็ไม่ต้องอดตายแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ตามคำสัญญาของทางการตูนิส ขอเพียงแค่พวกเขาทำตัวดีๆ ที่นิวซีแลนด์ หนึ่งปีหลังจากนี้ก็จะสามารถพาสมาชิกครอบครัวไปที่นั่นได้อีกหนึ่งคน

อดีตทหารราชองครักษ์ตูนิสคนหนึ่งที่หนวดเคราเฟิ้ม เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง จูงมือภรรยาและลูกสองคนของเขา เดินอ้อมฝูงชนไปขึ้นเรือโดยตรงภายใต้การนำของทหาร ซึ่งเรียกสายตาอิจฉาตาร้อนได้อย่างล้นหลามในทันทีเขาคือช่างตีเหล็ก จัดว่าเป็นบุคลากรระดับสูง จึงสามารถพาครอบครัวทั้งหมดขึ้นเรือได้ทันที

ไม่นานนัก เรือขนส่งทั้งสามลำก็บรรจุคนจนเต็ม และค่อยๆ แล่นออกจากท่าเรือไป เรือเปล่าอีกสามลำก็เข้ามาเทียบท่าทันที เพื่อบรรทุกแรงงานต่อไป

ใช่แล้ว นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป สิ่งที่เรียกว่าทหารราชองครักษ์ตูนิสได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว ต่อจากนี้ไปพวกเขาจะมีเพียงสถานะเดียวเท่านั้น นั่นก็คือแรงงานในนิวซีแลนด์

เที่ยงวันรุ่งขึ้น กองเรือของบริษัททวินสตาร์ที่บรรทุกแรงงานเต็มลำ 5,000 คน ก็กางใบเรือออกเดินทาง พวกเขาจะแล่นอ้อมช่องแคบยิบรอลตาร์ มุ่งหน้าไปยังเกาะนิวซีแลนด์อันแสนไกลโพ้น

……

มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้

ช่องแคบคุก

บนดาดฟ้าเรือหัวเรือของ ‘เมโลดี้’ ซึ่งเป็นเรือสินค้าติดอาวุธของบริษัททวินสตาร์ มารียง ดูเฟรสเน ทอดสายตามองดูหาดทรายสีดำที่กว้างใหญ่และราบเรียบอยู่ไกลๆ ในที่สุดหัวใจของเขาก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมา

ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศสหรือรัสเซีย ต่างก็ไม่เคยสำรวจเกาะขนาดมหึมาที่ชื่อว่านิวซีแลนด์แห่งนี้มากนักนี่คือผืนดินที่มีขนาดใหญ่พอๆ กับประเทศอังกฤษเลยนะแต่มกุฎราชกุมารกลับทรงมั่นพระทัยเป็นอย่างยิ่ง และรับสั่งให้พวกเขามาหาท่าเรือจอดเทียบท่าในบริเวณนี้

ในตอนแรกเขารู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะจากข่าวที่สืบมาจากทางสเปน ดูเหมือนว่านักสำรวจชาวอังกฤษก่อนหน้านี้จะยกพลขึ้นบกจากทางตอนเหนือของเกาะ

เขาบัญชาการให้กองเรือแล่นเลียบชายฝั่งตะวันตกของเกาะเหนือนิวซีแลนด์มาสามวัน ในที่สุดก็มองเห็นท่าเรือชั้นดีอย่างที่มกุฎราชกุมารตรัสไว้จริงๆ

อืม โจเซฟเองก็ไม่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของท่าเรือคาวเฮีย หรอก แต่เขาจำได้ว่าในสารคดีเคยกล่าวไว้ ว่านี่คือท่าเรือที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ของนิวซีแลนด์มากที่สุด

เรือทั้งห้าลำของบริษัททวินสตาร์ภายใต้การบัญชาการของดูเฟรสเน ค่อยๆ จอดเทียบท่าในอ่าวรูปตัว ‘U’ จากนั้นก็ปล่อยเรือบเล็ก พายลอดผ่านระหว่างหินยักษ์สองก้อนที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่ง แล้วก้าวขึ้นไปบนเกาะอันลึกลับแห่งนี้

ในฐานะทัพหน้าของทีมบุกเบิกอาณานิคมของบริษัททวินสตาร์ ครั้งนี้มีผู้เดินทางมาเพียง 600 กว่าคนเท่านั้น

ในช่วงแรก บริษัทสามารถเปิดรับสมัครอาสาสมัครได้ไม่ถึง 300 คนด้วยซ้ำ ท้ายที่สุดแล้ว หมู่เกาะเหล่านี้ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ต่างก็ขึ้นชื่อเรื่องความรกร้างว่างเปล่า พวกนักผจญภัยจึงไม่ค่อยเต็มใจจะมาหาโอกาสที่นี่นัก

จนกระทั่งมกุฎราชกุมารทรงแจ้งต่อคริสตจักร ว่าเกาะแห่งนี้มีประชากรนับแสนคน และพวกเขาย่อมต้องยอมรับศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกอย่างแน่นอน สถานการณ์จึงได้เปลี่ยนไป

คริสตจักรรีบจัดตั้งบาทหลวงกลุ่มใหญ่ เดินทางมาบุกเบิกอาณานิคมบนเกาะพร้อมกับกองเรือด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง ถึงขั้นที่ค่าใช้จ่ายของพวกเขาก็มาจากคริสตจักรทั้งสิ้นในยุคสมัยนี้ การหาจุดหมายปลายทางสำหรับเผยแผ่ศาสนาที่มีประชากรนับแสนคนได้นั้น ถือเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง บางทีผลงานในครั้งนี้ อาจจะเป็นต้นทุนในการแข่งขันเพื่อขึ้นเป็นอาร์ชบิชอปในวันข้างหน้าก็ได้ ดังนั้น แต่ละเขตศาสนจักรจึงแทบจะแย่งโควตากันจนหัวร้างข้างแตกเลยทีเดียว

นอกจากนี้ เพื่อที่จะได้รับการสนับสนุนจากบริษัททวินสตาร์ คริสตจักรถึงกับยอมมอบอำนาจการบัญชาการบาทหลวงกลุ่มนี้ให้กับบริษัทไปเลย

พวกกะลาสีช่วยกันตั้งค่ายพักแรมชั่วคราวบนชายหาดอย่างรวดเร็ว และเริ่มขนย้ายสิ่งของจากเรือขึ้นฝั่ง

ส่วนดูเฟรสเนก็นำทีมสำรวจที่มีสมาชิกไม่ถึงร้อยคน เดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเข้าสู่ใจกลางเกาะการสร้างอาณานิคมนิวซีแลนด์ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อฝรั่งเศส ได้เริ่มต้นขึ้นจากปลายเท้าของพวกเขานี่เอง

ขบวนคนเดินทางไปได้วันครึ่ง เมื่อใกล้จะถึงเนินเขาที่ทอดยาวคดเคี้ยว จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังกังวานมาจากต้นโปกูตูกาวาขนาดยักษ์เบื้องหน้า

ดูเฟรสเนนึกถึงคำกำชับของมกุฎราชกุมารขึ้นมาได้ จึงรีบสั่งให้ทีมสำรวจหยุดเดิน แล้วส่งสัญญาณให้ทอร์ลแมนที่เป็นล่ามเดินไปข้างหน้า ก่อนที่พวกเขาจะมาที่นี่ ได้แวะไปที่ตาฮิติเป็นพิเศษ เพื่อจ้างคนท้องถิ่นที่รู้ภาษาฝรั่งเศสมาสองสามคนที่นั่นถูกสเปนยึดเป็นอาณานิคมมานานแล้ว คนที่รู้ภาษาฝรั่งเศสแม้จะมีน้อย แต่ก็ยังพอหาได้อยู่บ้าง

ทอร์ลแมนเดินเข้าไปโบกมือทักทายชายฉกรรจ์ผิวสีน้ำตาลบนต้นไม้อย่างเป็นมิตร พูดจาภาษาถิ่นกันอยู่ครู่หนึ่ง อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาสองสามประโยค ล่ามจึงหันกลับมาบอกผู้บัญชาการทีมสำรวจว่า “นายท่าน พวกเขาบอกให้เราวางปืนลงทั้งหมดขอรับ”

ดูเฟรสเนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เป็นไปตามที่มกุฎราชกุมารตรัสไว้จริงๆ ชนเผ่าพื้นเมืองพวกนี้ไม่เชยเลยสักนิด แม้ว่าแทบทุกคนจะเปลือยกาย แต่ก็รู้ว่าปืนคือของอันตราย

อันที่จริง นี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้กระบวนการล่าอาณานิคมนิวซีแลนด์ของอังกฤษในประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยความยากลำบากเช่นกันตั้งแต่เมื่อ 100 กว่าปีก่อน ชาวสเปนก็เดินทางมาที่นิวซีแลนด์ และได้สัมผัสกับชาวเมารีแล้ว ทำให้ฝ่ายหลังได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ๆ มากมาย ไม่ใช่พวกบ้านนอกคอกนาที่ไม่เคยเห็นโลกภายนอกอีกต่อไป

สิ่งนี้ส่งผลให้พวกเขารับมือได้ยากกว่าชาวอินเดียนแดงมาก พวกเขาเคยเห็นปืนคาบศิลา ปลูกมันฝรั่งและมันเทศที่ชาวสเปนนำเข้ามา และมันเทศก็ยังกลายมาเป็นหนึ่งในอาหารหลักของพวกเขาด้วยซ้ำ

ดูเฟรสเนสั่งให้ลูกน้องวางอาวุธทั้งหมดลงบนพื้น จากนั้นก็นำผู้ช่วยสองคน และล่ามเดินเข้าไปติดต่อกับชาวเมารีคนนั้น

เขาเพิ่งจะเดินออกไปได้สิบกว่าก้าว ด้านหลังพงหญ้าและเนินเขาเตี้ยๆ รอบตัว ก็ปรากฏชายฉกรรจ์ชาวเมารีหลายสิบคนที่ถือหอกหินโผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ดูเฟรสเนส่งสัญญาณให้ลูกทีมอย่าขยับ และบอกให้ล่ามตะโกนเสียงดังว่า “พวกเราคือเพื่อน เป็นเพื่อนที่มาทำการค้าขายกับพวกท่าน”

เมื่อเห็นว่าชาวเมารีที่เป็นผู้นำไม่มีท่าทีคุกคาม เขาก็รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปใกล้ ทำตามที่เขียนไว้ใน ‘คู่มือนิวซีแลนด์’ ของมกุฎราชกุมาร โดยยื่นจมูกของตนเองเข้าไปหาชนพื้นเมืองผู้นั้น

ฝ่ายหลังชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็รีบยื่นหน้าเข้ามาใช้ปลายจมูกชนกับเขาในทันที จากนั้นก็เปล่งเสียงหัวเราะอย่างเบิกบานออกมา

นักรบชาวเมารีที่อยู่รอบๆ ก็เผยรอยยิ้มตาม มีหลายคนที่เดินเข้ามาหาและเอาปลายจมูกชนกับสมาชิกทีมสำรวจอย่างเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน

ธรรมเนียมปฏิบัติแบบดั้งเดิมของชาวเมารีที่เรียบง่ายแต่ได้ผลการชนจมูก ได้ช่วยดึงระยะห่างความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นในทันที

พอถึงเวลาพลบค่ำ ทีมสำรวจก็เดินทางมาพบกับหัวหน้า ‘ฮาปู’ซึ่งก็คือชนเผ่าของชาวเมารีของที่นี่ ภายใต้การนำทางของนักรบชาวเมารี

หลังจากที่ฝ่ายหลังได้รับของขวัญเป็นผ้าห่มขนแกะนุ่มๆ จากดูเฟรสเน เขาก็ดีใจจนเรียกรวมตัวชาวเผ่าเพื่อจัดงานเฉลิมฉลองต้อนรับ เลี้ยงดูปูเสื่อพวกเขาด้วยเนื้อย่าง อาหารทะเล และมันเทศ ส่วนสมาชิกทีมสำรวจก็ปฏิบัติตามปฏิสัมพันธ์กับชาวเมารีอย่างเคร่งครัดตามที่ ‘คู่มือ’ กำหนดไว้

จากนั้น ดูเฟรสเนก็เดินทางต่อไปภายใต้การนำทางของหัวหน้าเผ่าผู้นั้น ต้องบุกป่าฝ่าดงไปอีก 5 วัน จนกระทั่งมาถึงหมู่บ้านชาวเมารีที่กินพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล และได้เข้าพบกับหัวหน้าและมหาปุโรหิตแห่งเผ่าไทนุย อิวิ ได้สำเร็จ

‘อิวิ’ ของชาวเมารีก็เปรียบเสมือนสมาพันธ์ชนเผ่า และไทนุย อิวิ ก็คือสมาพันธ์ชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะเหนือนิวซีแลนด์

เมื่อเทียบกับชาวดัตช์ที่ถูกชาวเมารีอัดซะน่วมจนต้องกระเด็นออกจากนิวซีแลนด์เมื่อหลายสิบปีก่อน และชาวอังกฤษที่ทุ่มเททั้งทหารและกองเรือจำนวนมหาศาลก็ยังจัดการชาวเมารีไม่ได้ในอีกหลายสิบปีให้หลัง การเดินทางของดูเฟรสเนในครั้งนี้ แทบจะใช้คำว่าราบรื่นมาอธิบายไม่ได้เลย มันราวกับมีเทพเจ้ามาคอยช่วยเหลือชัดๆ

นี่แหละคืออานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของช่องว่างของข้อมูล!

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note