You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

แน่นอนว่าเมอร์ด็อคเลือกที่จะร่วมลงทุนโดยไม่ลังเล เขาใช้เทคโนโลยีการกลั่นแก๊สและสิทธิบัตรตะเกียงแก๊สที่ยังคงเป็นเพียงภาพร่างในหัวของเขา แลกกับหุ้น 5% ของบริษัทตะเกียงแก๊สมาได้

5% อาจจะฟังดูไม่มากนัก แต่หากคำนวณจากเงินลงทุนจำนวน 3 ล้านลีฟร์ มันก็คือเงินถึง 150,000 ลีฟร์เลยทีเดียว!

นี่ยังไม่นับรวมเงินปันผลในอนาคต และเมื่อบริษัทเติบโตขึ้น ราคาหุ้นก็ยังจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

โจเซฟอธิบายแผนงานเกี่ยวกับไฟถนนตะเกียงแก๊สของตนให้เมอร์ด็อคฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง ฝ่ายหลังก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “ฝ่าบาท หากพระองค์ต้องการรับประกันความปลอดภัยขั้นสูงสุดของท่อส่งแก๊ส ข้าพเจ้าขอเสนอให้นำลำกล้องปืนมาใช้เป็นท่อส่งแก๊สพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อโจเซฟได้ยินดังนั้น ก็พลันนึกถึงสารคดีที่เคยดูในชาติก่อนขึ้นมาได้ลางๆ ดูเหมือนว่าในนั้นจะเคยกล่าวไว้เช่นกัน ว่าตะเกียงแก๊สที่เมอร์ด็อคสร้างขึ้นสำหรับลอนดอน ก็ใช้ลำกล้องปืนเป็นท่อส่งแก๊สนี่แหละ

นี่ก็คงจะเป็นความแน่นอนของประวัติศาสตร์กระมัง

เขาพยักหน้า “ช่วงนี้จะมีปืนเก่าปลดประจำการเป็นจำนวนมาก ก็ใช้ลำกล้องปืนพวกนี้ก็แล้วกัน”

หลังจากที่มีการติดตั้งปืนแก๊ปรุ่นใหม่แล้ว ก็สามารถนำปืนคาบศิลาที่ถูกปลดประจำการมาดัดแปลงใช้ประโยชน์ได้พอดี

คุยเรื่องตะเกียงแก๊สกับเมอร์ด็อคเสร็จ ก็เป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้ว

โจเซฟขึ้นรถลากโยกด้วยมืออีกครั้ง แล้วก็ไปเยี่ยมชมพื้นที่ในเขตพัฒนาอุตสาหกรรมกว่าครึ่งค่อน จนกระทั่งฟ้ามืดถึงได้เดินทางกลับที่พัก

เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูแผ่นหลังของเมอร์ด็อคที่เดินจากไป พลางถอนใจอยู่เงียบๆ หากมีคนเก่งๆ แบบนี้เยอะกว่านี้ก็คงจะดี…

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ เขาก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา ใช่แล้ว คนเก่งๆ เราสามารถไปดึงตัวมาได้นี่นา เมอร์ด็อคก็ถูกดึงตัวมาจากอังกฤษไม่ใช่หรือ?

ทำไมเราไม่ให้รัฐบาลเป็นคนออกหน้า จัดทำ ‘โครงการดึงดูดบุคลากรผู้มีความสามารถ’ ขึ้นมาเสียเลยล่ะ?

ไปลงโฆษณาในประเทศต่างๆ ขอเพียงเป็นคนที่มีความสามารถ หากมาพัฒนาตัวเองที่ฝรั่งเศส รัฐบาลก็จะมอบเงินทุนเพื่อสนับสนุนให้สร้างธุรกิจได้เลย แถมยังมีทั้งเงินโบนัส บ้านพัก หรือกระทั่งช่วยจัดการปัญหาเรื่องการแต่งงานให้ด้วยในยุคสมัยนี้ การให้ข้าราชการเป็นคนออกหน้าช่วยหาคู่ให้ เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าในยุคหลังมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงที่แต่งงานด้วยก็ยังเป็นสาวฝรั่งเศสที่ทั้งทันสมัยและสง่างามอีกด้วย! สิ่งนี้โดยเฉพาะสำหรับพวกคนเก่งๆ จากเยอรมนี รัสเซีย และประเทศอื่นๆ ถือเป็นสิ่งที่เย้ายวนใจจนมิอาจปฏิเสธได้อย่างแน่นอน

ยิ่งโจเซฟคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นไปได้มาก ขณะนั้นเขาก็เลยลืมเรื่องกินข้าวเย็นไปเสียสนิท รีบคว้ากระดาษและปากกามาเริ่มร่างแผนงาน “อืม อาจจะมีการมอบบรรดาศักดิ์ขุนนางให้กับบุคลากรที่มีความสามารถโดดเด่นด้วยก็ได้

“จริงสิ ถือโอกาสนี้ตั้งรางวัลโนเบลขึ้นมาด้วยเลยดีไหมนะ นี่จะยิ่งช่วยดึงดูดคนเก่งๆ ได้มากยิ่งขึ้นไปอีก… อืม แต่คงต้องเปลี่ยนชื่อรางวัลเสียหน่อยล่ะนะ เอาเป็นชื่อ ‘รางวัลหลุยส์’ ก็แล้วกัน

“รางวัลหลุยส์สาขาฟิสิกส์ รางวัลหลุยส์สาขาเคมี… ครั้งนี้จะลืมสาขาคณิตศาสตร์ไม่ได้เด็ดขาด รางวัลหลุยส์สาขาคณิตศาสตร์จะต้องมี!

“ต่อจากนี้ไป ฝรั่งเศสจะต้องเข้ามาแทนที่อังกฤษอย่างค่อยเป็นค่อยไป และกลายเป็นศูนย์กลางทางวิชาการแห่งใหม่ของยุโรปอย่างแน่นอน!

“ถึงขั้นถ้าจัดพิธีมอบรางวัลหลุยส์ให้มันยิ่งใหญ่อลังการสักหน่อย ก็ยังจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว และกลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้ด้วย บางทีหลังจากที่จ่ายเงินรางวัลไปหมดแล้ว อาจจะยังมีกำไรเหลือด้วยซ้ำ…”

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น บรรดาเจ้าของโรงถลุงเหล็กในเขตพัฒนาอุตสาหกรรมต่างก็นำช่างเทคนิคของตนเอง เดินทางมาถึงที่พักของโจเซฟตามเวลานัดหมาย

หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี โจเซฟก็เชิญให้ทุกคนนั่งลง และเริ่มเข้าเรื่องทันที “ข้ามีเทคโนโลยีชิ้นหนึ่งอยู่ที่นี่ พวกท่านน่าจะสนใจกันนะ”

เขามองออกไปที่เตาหลอมเหล็กกล้าทรงสูงที่อยู่ไกลออกไป “ข้าสามารถทำให้อุณหภูมิในเตาหลอมทรงสูงเพิ่มขึ้นได้ถึง 200 องศา ถึง 300 องศา และยังสามารถนำไปใช้ปรับปรุงเตาหลอมทรงสูงที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ด้วย โดยไม่จำเป็นต้องสร้างเตาหลอมใหม่เลย”

เจ้าของโรงงานที่รู้เรื่อง เมื่อได้ยินก็เบิกตากว้างทันที ส่วนคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่นัก ก็รีบกระซิบถามช่างเทคนิคที่อยู่ด้านข้าง “นี่หมายความว่าอย่างไรหรือ?”

“นายท่าน อย่าว่าแต่ 200 องศาเลย ขอแค่เพิ่มได้ 100 องศาก็ถือว่าสุดยอดมากแล้วล่ะขอรับ!”

“?!”

“ท่านก็ทราบดี ว่าอุณหภูมิของเตาหลอมทรงสูงนั้นยากที่จะสูงถึง 1,200 องศาได้ และที่อุณหภูมินี้ ความจริงแล้วเหล็กในแร่เหล็กยังไม่ได้ละลายอย่างสมบูรณ์ แต่มันกลายเป็นของเหลวที่ค่อนข้างเหนียวหนืด ไหลออกมาจากก้นเตาหลอม”

จุดหลอมเหลวของเหล็กจะสูงกว่า 1,500 องศา แต่เนื่องจากในแร่เหล็กมีโลหะอื่นๆ เจือปนอยู่เล็กน้อย จึงทำให้จุดหลอมเหลวลดลงเหลือ 1,200 องศา

“แต่ในน้ำเหล็กเหนียวหนืดเหล่านี้มีสิ่งเจือปนอยู่มากมาย ซึ่งจะทำให้มันเปราะบางมากเมื่อแข็งตัว หรืออาจจะแตกร้าวได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องนำเหล็กหยาบพวกนี้ไปหลอมในเตาพ่นไฟอีกครั้ง อุณหภูมิในเตาพ่นไฟนั้นสูงมาก สามารถไปถึงกว่า 1,500 องศา ซึ่งสามารถเผาทำลายสิ่งเจือปนในน้ำเหล็กได้ และเราก็สามารถเติมคาร์บอนลงไปในเหล็กที่ละลายอย่างสมบูรณ์ในเตาพ่นไฟ เพื่อปรับความแข็ง หรือเติมสารปรุงแต่งเพื่อขจัดสิ่งเจือปนออกไปให้หมดจด เหล็กกล้าที่ผ่านการหลอมกลั่นแบบนี้ ถึงจะมีความแข็งแรงทนทาน”

นี่แหละคือความแตกต่างระหว่างการถลุงเหล็กและการหลอมเหล็กกล้า

แม้ว่าเหล็กและเหล็กกล้าจะมีธาตุ Fe เป็นส่วนประกอบหลัก แต่เหล็กนั้นมีสิ่งเจือปนอย่างซิลิกอน กำมะถัน และอื่นๆ ทำให้มันไม่เหนียวและไม่ทนทาน ต้องผ่านการขจัดสิ่งเจือปน และเติมคาร์บอนลงไปในปริมาณที่เหมาะสม จึงจะเรียกว่าเหล็กกล้าได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือการเกษตรคุณภาพสูง ดาบ หรือสปริง ล้วนต้องใช้เหล็กกล้าในการผลิตทั้งสิ้น

ในปีที่ผ่านมา ผลผลิตเหล็กดิบของฝรั่งเศสอยู่ที่ 120,000 ตันต่อปี แต่เหล็กกล้ากลับมีเพียงแค่ 5,000 ถึง 6,000 ตันเท่านั้นเอง

บรรดาเจ้าของโรงงานเหล่านั้นต่างก็เป็นคนฉลาดหลักแหลม เมื่อได้ยินดังนี้ก็พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างหากสามารถเพิ่มอุณหภูมิของเตาหลอมทรงสูงสำหรับถลุงเหล็กให้สูงขึ้นได้อีก 200 กว่าองศา จนถึง 1,400 องศาล่ะก็ สิ่งที่แต่เดิมสามารถทำได้เฉพาะในเตาหลอมเหล็กกล้า ก็จะสามารถนำมาทำให้เสร็จสิ้นในเตาถลุงเหล็กได้เลย

หรือแม้แต่สำหรับการใช้งานที่ไม่ได้มีความต้องการสูงมากนัก เหล็กคุณภาพสูงที่ออกมาจากเตาหลอมทรงสูงก็สามารถนำมาใช้งานได้เลย

นี่มันสามารถทำให้ผลกำไรของโรงงานตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลได้เลยนะ!

โจเซฟเห็นเจ้าของโรงงานทุกคนต่างก็จ้องมองมาที่ตนด้วยสายตาร้อนแรง จึงได้กล่าวต่อ “เชื่อว่าทุกคนคงจะเข้าใจถึงความหมายของการเพิ่มอุณหภูมิ 200 องศาแล้วสินะ

“การเพิ่มอุณหภูมิในเตาหลอม จะทำให้แร่เหล็กละลายกลายเป็นเหล็กได้เร็วขึ้น และทำให้ปริมาณเหล็กที่ผลิตได้ในแต่ละวันเพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้ซิลิกอนที่เจือปนอยู่ในเหล็กถูกออกซิไดซ์ไปในเตาหลอมทรงสูงเป็นจำนวนมากด้วย…”

เขาไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าเหล่านี้จะเข้าใจเรื่องซิลิกอนถูกออกซิไดซ์อะไรพวกนี้หรือไม่ จึงสรุปง่ายๆ ว่า “สรุปก็คือ มันจะช่วยเพิ่มคุณภาพของเหล็กแท่งให้สูงขึ้น และช่วยลดเวลาในการหลอมเหล็กกล้าในภายหลังได้อย่างมากนั่นเอง”

ในที่สุดไวเคานต์โอลิวิเยร์ก็ทนต่อความเย้ายวนไม่ไหว จึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ฝ่าบาทผู้ทรงเกียรติ พระองค์พอจะทรงบอกพวกเราได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ ว่าต้องทำอย่างไรพวกเราถึงจะได้รับเทคโนโลยีนี้มาพ่ะย่ะค่ะ?”

โจเซฟแย้มสรวล “ความจริงแล้ว ข้าตั้งใจจะก่อตั้ง ‘สมาคมเทคโนโลยีเหล็กกล้าแห่งฝรั่งเศส’ ขึ้นมา สมาชิกของสมาคมจะสามารถใช้เทคโนโลยีทั้งหมดที่อยู่ในความครอบครองของสมาคมได้ อย่างเช่น เทคโนโลยีการเพิ่มอุณหภูมิในเตาหลอมทรงสูง นอกจากนี้ สมาคมยังจะเป็นผู้ริเริ่มให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตของทุกท่านให้ดียิ่งขึ้นด้วย”

บรรดาเจ้าของโรงงานต่างก็ไม่มีใครตอบอะไรกลับไปเลย เพราะทุกคนต่างก็รู้ดี ว่าเรื่องดีๆ แบบนี้ ย่อมต้องมาพร้อมกับข้อจำกัดอีกหลายอย่างแน่นอน

โจเซฟกวาดสายตามองทุกคน แล้วกล่าวต่อ “อ้อ สมาคมก็จะมีการประสานงานบางอย่างให้กับสมาชิกด้วย อย่างเช่น การจำกัดการขายเหล็กกล้าที่ผลิตออกมา และการประเมินคุณภาพสินค้า แน่นอน หากพวกท่านไม่ใช้เทคโนโลยีของสมาคม ก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดเหล่านี้”

จากนั้นเขาก็อธิบายให้ทุกคนฟังว่าข้อจำกัดและการประเมินคุณภาพคืออะไร

พูดง่ายๆ ก็คือ หากคุณใช้เทคโนโลยีของสมาคมเทคโนโลยีเหล็กกล้า คุณก็จะต้องได้รับการอนุมัติจากสมาคมก่อน ว่าเหล็กกล้าที่คุณผลิตมาจะนำไปขายให้กับใคร และจะนำไปขายให้กับใบสั่งซื้อที่ถูกแบนไม่ได้อย่างเด็ดขาด

ส่วนการประเมินคุณภาพนั้น สมาคมจะเป็นผู้ตรวจสอบสินค้าของคุณ และประกาศระดับคุณภาพสินค้านั้นๆ ออกมาให้รับทราบโดยทั่วกัน

อุตสาหกรรมเหล็กกล้าคือกระดูกสันหลังของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ขอเพียงแค่ควบคุมเหล็กกล้าไว้ได้ โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถควบคุมการผลิตขององค์กรส่วนใหญ่ได้ทั้งหมด

ตราบใดที่ตัวเขาเองเป็นผู้ดูแลสมาคม เขาก็จะสามารถควบคุมพวกนายทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกัน ก็เท่ากับว่าเขาได้กุมด้ามมีดในการแบ่งเค้กเอาไว้ในมือแล้ว

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note