You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“ท่านทำได้ดีมาก” โจเซฟมองไปที่เมอร์ด็อค และกล่าวชมเชยอย่างไม่ขาดปาก “ผลงานอันยอดเยี่ยมของท่าน ได้นำน้ำเพื่อการชลประทานที่เป็นที่ต้องการอย่างมากไปสู่เขตศาสนจักรหลายร้อยแห่ง และช่วยขับเคลื่อนโรงสีจำนวนมหาศาล ทำให้พวกมันยังคงสามารถใช้งานได้ แม้ในยามที่น้ำในแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาวอันโหดร้ายเมื่อปีที่แล้ว

“ท่านและบริษัทเครื่องจักรไอน้ำยูเนียนได้รับการยกย่องจากชาวฝรั่งเศสทุกคนอย่างกว้างขวาง ซึ่งก็รวมถึงข้าด้วย ในความเป็นจริงแล้ว ข้ารู้สึกชื่นชมท่านมากกว่าใครๆ เสียอีก”

แม้สิ่งที่เขาพูดจะดูเกินจริงไปบ้าง แต่เมอร์ด็อคก็คู่ควรกับคำชมเชยเหล่านี้จริงๆ

เขาใช้เวลาเพียงครึ่งปี ก็สามารถช่วยให้บริษัทเครื่องจักรไอน้ำยูเนียนดำเนินการสร้างสายการผลิตเครื่องจักรไอน้ำอย่างครบวงจรได้สำเร็จ จนถึงขณะนี้ เครื่องจักรไอน้ำรุ่น LJ15 ขนาด 15 แรงม้าที่ผลิตออกมา ถือว่ามีความสมบูรณ์แบบมากแล้ว และอัตราการเสียก็ใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันของเจมส์ วัตต์มากๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้ความต้องการของโจเซฟ เมอร์ด็อคยังสามารถทำให้รุ่น LJ15 มีขนาดกะทัดรัดขึ้นได้อีกด้วย หากไม่นับรวมถังน้ำและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ก็สามารถใช้รถลากที่ใช้ลาเพียงตัวเดียว ลากจูงตระเวนไปได้ทั่วโลกแล้ว ในจุดนี้ ถือว่าเขาเหนือกว่าเจมส์ วัตต์เสียด้วยซ้ำ

ความจริงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่เขาพูดเอาไว้แต่แรกไม่ได้เป็นการคุยโตโอ้อวดเลย เขากลายเป็นช่างเทคนิคระดับแนวหน้าของโลกจริงๆ

เมอร์ด็อคถูกชมจนหน้าแดงก่ำ เขาจึงรีบเอามือทาบอกและค้อมคำนับ “การที่ได้รับการยอมรับจากพระองค์ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับข้าพเจ้าพ่ะย่ะค่ะ โปรดทรงเชื่อมั่น ว่าข้าพเจ้าจะนำพาบริษัทเครื่องจักรไอน้ำยูเนียนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดที่รุ่งโรจน์ยิ่งกว่านี้อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!”

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น “และนั่นจะเป็นความรุ่งโรจน์ที่ก้าวข้ามบริษัทโบลตันและวัตต์ (Boulton and Watt) อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!”

เมื่อโจเซฟได้ยินดังนั้นก็แทบจะหลุดขำออกมา ช่างเทคนิคท่านนี้มีความแค้นฝังใจกับเจมส์ วัตต์มากขนาดไหนกันนะ?

จู่ๆ เขาก็เกิดความคิดพิเรนทร์ขึ้นมา หากเขาวาดภาพสีน้ำมันเจมส์ วัตต์ทำหน้าบึ้งตึงขนาดเท่าตัวจริง แล้วนำไปแขวนไว้ในห้องทำงานของเมอร์ด็อค มันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของฝ่ายหลังให้สูงขึ้นอีกสักกี่เปอร์เซ็นต์กันนะ?

ซานเดอร์ที่อยู่ข้างๆ กล่าวเสริมขึ้นมา “ฝ่าบาท ความจริงแล้ว พวกเราก็กำลังอยู่บนเส้นทางแห่งการก้าวข้ามแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”

เขาสบตากับเมอร์ด็อค “เครื่องจักรไอน้ำแรงดันสูงรุ่นใหม่ล่าสุดของพวกเรา LJ26H เครื่องต้นแบบ ได้ทำการทดสอบเสร็จสิ้นไปตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ มันสามารถทำงานตามปกติได้อย่างต่อเนื่องเกินกว่า 60 ชั่วโมง และมีกำลังถึง 26 แรงม้าเลยทีเดียวพ่ะย่ะค่ะ!”

“เยี่ยมไปเลย!” แม้ว่าโจเซฟจะได้ยินข่าวคราวในเรื่องนี้มาก่อนแล้ว แต่เมื่อได้มาฟังอีกครั้ง เขาก็ยังรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เครื่องจักรไอน้ำแรงดันสูงต่างหากคือทิศทางในอนาคต และเป็นอาวุธสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเชิงความร้อนได้อย่างแท้จริง

และประสิทธิภาพเชิงความร้อนที่สูงขึ้น ก็หมายความว่าสามารถใช้ถ่านหินน้อยลง แต่กลับทำงานได้มากขึ้น!

เนื่องจากเจมส์ วัตต์เป็นพวกอนุรักษนิยมและหัวรั้น จึงไม่ยอมรับในเครื่องจักรไอน้ำแรงดันสูงมาโดยตลอด ดังนั้นในด้านนี้ ฝรั่งเศสจึงได้ก้าวล้ำหน้าอังกฤษไปเรียบร้อยแล้ว

เมอร์ด็อคกล่าวเสริมว่า “ฝ่าบาท ตอนนี้พวกเราได้เตรียมการสำหรับการผลิตจำนวนมากของรุ่น LJ26H เสร็จสิ้นโดยพื้นฐานแล้วพ่ะย่ะค่ะ คาดว่าต้นเดือนหน้าก็น่าจะเริ่มทำการผลิตเพื่อจำหน่ายได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น รถลากโยกด้วยมือก็มาถึงหน้าประตูหลักของบริษัทเครื่องจักรไอน้ำยูเนียนแล้ว

โจเซฟอยากจะเห็นเครื่องจักรไอน้ำแรงดันสูงรุ่นใหม่ล่าสุด จึงลงจากรถที่นี่

บรรยากาศภายในบริษัทเป็นไปอย่างคึกคักและวุ่นวาย ช่างฝีมือต่างพากันขนย้ายวัสดุเข้าไปในโรงเรือนอย่างต่อเนื่อง ทุกหนทุกแห่งล้วนมีแต่เสียงตอกโลหะดังก๊องแก๊งเพราะเครื่องจักรในยุคนี้ยังคงต้องพึ่งพาการใช้มือสร้างเป็นหลัก

แน่นอนว่า ก็ยังมีเสียง “จี๊ดๆ” แหลมบาดหูจากเครื่องเจาะ เครื่องกัด และเครื่องจักรอื่นๆ ผสมปนเปไปกับเสียงตะโกนร้องของพวกคนงาน ก่อให้เกิดเป็นบทเพลงอันหยาบกระด้างและกังวาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แห่งยุคเครื่องจักรไอน้ำ

พวกคนงานเพียงแค่ปรายตามองกลุ่มผู้มาเยือนที่แต่งกายหรูหราด้วยความสงสัยเพียงแวบเดียว ก่อนจะหันกลับไปวุ่นวายกับงานของตนต่อภายใต้การเร่งเร้าของผู้คุมงาน

พวกเขาเป็นคนที่เพิ่งจะรับเข้ามาใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้เป็นส่วนใหญ่ จึงยังไม่เคยเห็นฝ่าบาทมกุฎราชกุมารมาก่อน

เมอร์ด็อคนำทางโจเซฟไปจนถึง “พื้นที่ประกอบที่สอง” ทางฝั่งตะวันออกของบริษัท ที่นั่นมีเครื่องจักรไอน้ำขนาดความสูงกว่าหนึ่งคนตั้งอยู่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าใหญ่กว่ารุ่น LJ15 ไปหนึ่งขนาด และมีช่างฝีมือหลายคนกำลังทำงานง่วนอยู่รอบๆ มัน

หลังจากเมอร์ด็อคทราบข่าวการมาเยือนของมกุฎราชกุมาร เขาก็ให้คนเริ่มต้มน้ำในหม้อไอน้ำรอไว้แล้ว ในตอนนี้เขาก้าวเข้าไปดูมาตรวัดความดัน และสอบถามช่างฝีมือที่อยู่ด้านข้างอีกสองสามประโยค จากนั้นจึงลงมือควบคุมเครื่องจักรด้วยตนเอง

สิบกว่านาทีต่อมา รุ่น LJ26H ก็พ่นกลุ่มควันสีขาวออกมา และลูกสูบก็เริ่มเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ

วงล้อเหล็กขนาดมหึมาที่ทำหน้าที่เป็นตัวสร้างภาระ (Load) เริ่มหมุน และเมื่อมีการเติมก้อนถ่านหินเข้าไปในเตาหลอมอย่างต่อเนื่อง ความเร็วในการหมุนก็เริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ

เมอร์ด็อคมองดูเครื่องจักรที่ทำงานอย่างราบรื่น แล้วหันไปกล่าวกับโจเซฟอย่างภาคภูมิใจว่า “ฝ่าบาท หลังจากที่เรามีเทคโนโลยีเครื่องจักรไอน้ำแรงดันสูงที่เชื่อถือได้แล้ว ข้าพเจ้ากับจอห์นก็ตั้งใจว่าจะขยายขนาดมันให้ใหญ่ขึ้น โดยตั้งเป้าว่าจะสร้าง ‘สัตว์ประหลาด’ ที่มีกำลังเกิน 50 แรงม้าออกมาให้จงได้พ่ะย่ะค่ะ!”

เมื่อเทคโนโลยีเครื่องจักรไอน้ำแรงดันสูงมีความสมบูรณ์แบบแล้ว การจะขยายขนาดมันให้ใหญ่ขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก หลักๆ ก็คือการหล่อและทดสอบการรับแรงดันของหม้อไอน้ำ กระบอกสูบ และการออกแบบพวกวาล์วต่างๆ ใหม่เท่านั้น

เมื่อโจเซฟได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที

ต้องรู้ไว้ว่า หากกำลังส่งออกของเครื่องจักรไอน้ำสามารถทำได้ถึง 100 แรงม้าล่ะก็ เมื่อนำไปติดตั้งบนเรือพร้อมกันสักสามถึงสี่เครื่อง ก็สามารถใช้เป็นตัวขับเคลื่อนเรือรบในยุคนี้ได้แล้ว!

หรืออาจจะไม่ต้องใช้กำลังมากขนาดนั้นก็ได้ แค่พัฒนาขึ้นไปอีกสักนิด ให้ได้ถึงประมาณ 70 แรงม้า ก็สามารถนำไปใช้เป็นพลังขับเคลื่อนของเรือกลไฟสำหรับเดินเรือในแม่น้ำได้อย่างสบายๆ แล้ว

และนั่นก็จะเป็นการปฏิวัติระบบการขนส่งเลยทีเดียว!

แม้ว่าเรือกลไฟจะไม่มีส่วนช่วยส่งเสริมกำลังการผลิตได้อย่างน่าทึ่งเหมือนกับรถไฟ แต่สำหรับภูมิภาคยุโรปตะวันตกที่มีเส้นทางเดินเรือในแม่น้ำหนาแน่น การยกระดับในครั้งนี้ก็ถือว่าชัดเจนมากเช่นกัน

หากสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเส้นทางเดินเรือในแม่น้ำไรน์ได้ ก็จะสามารถนำสินค้าของฝรั่งเศสจำนวนมหาศาลไปขายยังดินแดนของเยอรมนีได้ด้วยค่าขนส่งที่ถูกแสนถูก

สิ่งนี้จะนำมาซึ่งผลกำไรมหาศาลให้กับฝรั่งเศส!

แต่หลังจากที่โจเซฟได้ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็ยังคงตัดสินใจที่จะพักเรื่องเครื่องจักรไอน้ำแรงดันสูงขนาดใหญ่เอาไว้ก่อน

เมอร์ด็อคยังมีภารกิจสำคัญอย่างอื่นรออยู่อีกตะเกียงแก๊สอาจจะมีผลกระทบน้อยกว่าเรือกลไฟสักหน่อย แต่มันก็ทำได้ง่ายกว่ามาก และเห็นผลลัพธ์ได้เร็วกว่าด้วย

โจเซฟอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา หากมีคนที่มีความสามารถอย่างเมอร์ด็อคเยอะๆ กว่านี้ก็คงจะดี

น่าเสียดายที่เขาหามาได้แค่คนเดียว

เขายกมือขึ้นกดลงเบาๆ เพื่อขัดจังหวะความกระตือรือร้นของเมอร์ด็อค “ในความเป็นจริงแล้ว ข้ามีเรื่องที่สำคัญมากเรื่องหนึ่ง ที่ต้องการให้ท่านรีบจัดการโดยเร็วที่สุด”

“อ้อ? ได้สิพ่ะย่ะค่ะ เชิญพระองค์รับสั่งมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”

โจเซฟส่งสัญญาณให้เขาเข้าไปในห้องทำงานที่อยู่ด้านข้างด้วยกัน ปิดประตูเพื่อตัดเสียงรบกวนจากเครื่องจักรไอน้ำออกไป แล้วถึงได้กล่าวว่า “ข้ามีแผนที่จะติดตั้งไฟถนนตะเกียงแก๊สให้กับถนนทุกสายในปารีส ใช่แล้ว ก็เจ้านั่นแหละที่ท่านเคยพูดถึง แก๊สเชื้อเพลิงที่เกิดจากถ่านหินน่ะ พวกเราสามารถนำมันมาใช้เพื่อจุดไฟให้ความสว่างกับถนนได้”

แม้ว่าเมอร์ด็อคจะอยากพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำขนาดใหญ่ของเขามากกว่า แต่เมื่อได้ยินว่าต้องทำให้ถนนทุกสายในปารีสสว่างไสวขึ้นมา เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนใจขึ้นมาเช่นกัน

“แต่ว่า ฝ่าบาท ทางฝั่งของข้าพเจ้ามีเทคโนโลยีในการกลั่นถ่านหินเพื่อให้ได้แก๊สมาก็จริง อ้อ ข้าพเจ้ายังได้จดสิทธิบัตรไว้ที่ปารีสแล้วด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ แต่ในตอนนี้ยังไม่มีตะเกียงที่เหมาะสมสำหรับนำมันมาใช้งานเลยพ่ะย่ะค่ะ”

“นี่แหละคือเวลาที่ท่านจะได้แสดงความสามารถออกมาแล้ว” โจเซฟยิ้ม “ข้าเชื่อว่า สำหรับท่านแล้ว นี่คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรหรอก”

เขาคิดในใจว่า ก็แค่ให้ท่านประดิษฐ์สิ่งที่ท่านเคยประดิษฐ์เอาไว้ล่วงหน้าสักสองสามปี ถ้าให้เงินรางวัลมากพอ ก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง?

“ข้าพเจ้าก็พอจะมีไอเดียอยู่บ้างพ่ะย่ะค่ะ…” เมอร์ด็อคถูมือไปมาตามสัญชาตญาณ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เงยหน้าขึ้นพูดว่า “ได้พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ข้าพเจ้าจะเร่งสร้างเจ้านี่ออกมาให้ได้โดยเร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ!”

โจเซฟพยักหน้าด้วยความพอใจ “ข้าจะตั้งบริษัทตะเกียงแก๊สขึ้นมาสักแห่ง ข้าอาจจะขอซื้อสิทธิบัตรของท่าน หรือท่านจะนำสิทธิบัตรมาใช้เป็นหุ้นส่วนก็ได้ อ้อ เงินลงทุนของบริษัทน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านลีฟร์นะ”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note