ตอนที่ 262 แผนการร้ายที่ตูนิส
แปลโดย เนสยัง“จุดยืนของท่านเดย์ก็คือ สามารถใช้พื้นที่ทางตะวันตกของป้อมปราการตแลมแซนเป็นข้อแลกเปลี่ยน มอบให้กับสุลต่านผู้ยิ่งใหญ่ได้” ลูม ซากาโนส ทูตพิเศษของแอลจีเรียพยายามใช้น้ำเสียงที่แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ “แต่ทางฝั่งวาร์เซนิส ไม่สามารถยอมรับได้อย่างเด็ดขาด”
ป้อมปราการตแลมแซนที่เขาพูดถึงนั้น เป็นพรมแดนระหว่างโมร็อกโกและแอลจีเรียอยู่แล้ว ซึ่งน้อยกว่าวาร์เซนิสที่อังกฤษเสนอไว้ถึงร้อยกว่ากิโลเมตร
สุลต่านโมร็อกโกเพียงแค่แย้มยิ้มเชื้อเชิญให้แขกดื่มชา โดยไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ต่อเรื่องนี้
เขารู้ดีว่า อังกฤษต้องการใช้งานเขา ดังนั้น “งานหนัก” เหล่านี้ก็ปล่อยให้พวกเขาเป็นคนจัดการไปเสียก็สิ้นเรื่อง
และก็เป็นไปตามคาด หลังจากที่มาร์ควิสเวลสลีย์ฟังล่ามแปลจบ ก็ส่ายหน้าทันที: “ท่านทูตพิเศษ ข้าต้องขอเตือนท่านว่า เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ประเทศของท่านเพิ่งจะทำสงครามขนาดใหญ่กับชาวฝรั่งเศสมา และพวกท่านก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบ
“แถมจากข้อมูลที่ข้าได้รับมา มกุฎราชกุมารของฝรั่งเศสก็ทรงเข้าร่วมในสงครามครั้งนั้นด้วย
“ซึ่งนั่นหมายความว่า แม้ในตอนนี้ชาวฝรั่งเศสจะยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆเพราะภายในประเทศของพวกเขากำลังเผชิญกับการจลาจลครั้งใหญ่แต่ข้าขอรับรองกับท่านได้เลยว่า ทันทีที่การจลาจลสงบลง พวกเขาจะนึกถึงการยั่วยุของแอลจีเรียขึ้นมาทันที”
ล่ามที่อยู่ข้างๆ รีบแปลเป็นภาษาอาหรับให้ฟังอีกรอบทันที
ซากาโนสพยายามสะกดกลั้นความโกรธในอก คิดในใจว่าถ้าไม่ใช่เพราะพวกอังกฤษยุยง แอลจีเรียก็คงไม่สูญเสียทหารชั้นยอดไปเป็นหมื่นที่อันนาบาหรอก!
อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้ตัวดีว่า แอลจีเรียในเวลานี้กำลังอ่อนแออย่างหนัก หากชาวฝรั่งเศสมาคิดบัญชีกับพวกเขาจริงๆ พวกเขาก็คงไม่มีกำลังพอที่จะต่อต้านได้เลย
ดังนั้น เมื่อเดือนก่อนตอนที่อังกฤษเสนอให้แอลจีเรียใช้ดินแดนที่ติดกับโมร็อกโกแลกกับการสนับสนุนจากโมร็อกโก ดีวานจึงตกลงตามแผนนี้อย่างรวดเร็ว
การที่เขาเดินทางมาที่นี่ก็เพียงเพื่อจะต่อรองราคาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น คำพูดที่จะไปล่วงเกินชาวอังกฤษ เขาจึงไม่สามารถพูดออกมาได้อย่างเด็ดขาด
“พวกเราสามารถจ่ายเพิ่มได้อีก 1 แสนเรียล…”
1 แสนเรียล เทียบเท่ากับ 2.2 ล้านลีฟร์ ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นทรัพย์สินทั้งหมดของแอลจีเรียแล้ว
แต่มาร์ควิสเวลสลีย์กลับพูดแทรกเขาขึ้นมาทันที: “พื้นที่ทางตะวันตกของวาร์เซนิส นี่คือเงื่อนไขพื้นฐานที่เราจะสามารถเจรจากันต่อไปได้ หากท่านปฏิเสธ ข้ากับกงสุลกรีนก็คงต้องขอตัวลากลับด้วยความเสียใจ”
“เดี๋ยวก่อน…”
ทูตพิเศษแอลจีเรียพยายามโต้แย้งอีกครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ต้องก้มหน้าลงอย่างหมดหนทาง: “ถ้าเช่นนั้น ท่านเดย์หวังว่าอังกฤษจะสามารถจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์สำหรับทหารอย่างน้อยสองหมื่นนาย เพื่อช่วยพวกเราต้านทานชาวฝรั่งเศส”
“ข้าจะนำเรื่องนี้ไปร้องขอต่อรัฐสภาให้ท่านเอง”
มาร์ควิสเวลสลีย์ยิ้มและหันไปมองอิบัน อับดุลลาห์: “สุลต่านผู้ทรงเกียรติ ถ้าเช่นนั้นเรื่องการส่งกำลังไปเสริมทัพแอลจีเรีย…”
แต่อับดุลลาห์กลับเพียงแค่ลูบคลำถ้วยชาและกล่าวว่า: “ท่านมาร์ควิส ข้ามีความคิดมาตลอดว่า ภาษีนำเข้าสำหรับสิ่งทอและเครื่องเหล็กจากอังกฤษมายังโมร็อกโก น่าจะถึงเวลาที่ต้องนำมาทบทวนกันใหม่แล้ว”
มาร์ควิสเวลสลีย์มีแววตาแห่งความขุ่นเคืองฉายวาบขึ้นมา อังกฤษผู้ยิ่งใหญ่กลับถูกประเทศเล็กๆ ในแอฟริกาเหนือมารีดไถเสียได้
แต่เพื่อแผนยุทธศาสตร์ในแอฟริกาเหนือของตน เขาพยายามระงับอารมณ์ และพยักหน้าอย่างแข็งทื่อ: “เรื่องนี้ข้าจะให้ตัวแทนการค้าเป็นผู้เจรจากับท่านอย่างละเอียด…”
หลายชั่วโมงต่อมา ภายใต้ความ “ช่วยเหลือ” ของอังกฤษ แอลจีเรียก็ตกลงที่จะยกดินแดนสองมณฑลให้กับโมร็อกโก และรับประกันว่ากองทัพเรือแอลจีเรียจะมีสถานะทางการเมืองในดีวานสูงขึ้น
ส่วนโมร็อกโกก็จะส่งกองทัพ และจัดหาเสบียงจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือแอลจีเรียในการต่อต้านฝรั่งเศส และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ก็จะร่วมกันฟื้นฟูอำนาจการปกครองของกองกำลังราชองครักษ์ในตูนิสกลับคืนมา
วันรุ่งขึ้น หลังจากที่มาร์ควิสเวลสลีย์เดินทางออกจากนครหลวงเมกเนส และเพิ่งจะก้าวขึ้นเรือรบของอังกฤษ ก็มีคนส่งสารเดินเข้ามาหา และทำความเคารพเขา: “ท่านมาร์ควิส นี่คือจดหมายจากคุณแลมเบิร์ตที่ส่งมาจากตริโปลีขอรับ”
มาร์ควิสเวลสลีย์รับจดหมายมาเปิดอ่าน หยิบสมุดรหัสลับออกมาเทียบดู ทันใดนั้นเขาก็หันไปโบกมือให้กัปตันเรือที่อยู่ข้างๆ อย่างตื่นเต้น: “โปรดพาข้าไปพบผู้การแอคตันเดี๋ยวนี้ อาฮ่า ตั้งแต่ฝรั่งเศสเกิดการจลาจล โชคของพวกเราก็เริ่มดีขึ้นมาแล้วล่ะ”
ในจดหมายระบุว่า มีนายทหารออตโตมันชื่อ อาลี เบนกูล ลักลอบพบปะกับผู้ที่ไม่พอใจพาร์ชาในตริโปลีอย่างลับๆ บ่อยครั้ง ดูเหมือนว่าจะมีแผนการที่จะก่อรัฐประหาร
ตอนท้ายของจดหมายยังระบุอีกว่า การเตรียมการของเบนกูลและพวกพ้องดูเหมือนจะยังไม่พร้อมเต็มที่ แต่ก็น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง
มาร์ควิสเวลสลีย์เดินอย่างรวดเร็วเข้าไปในห้องพักนายทหารบนชั้นสอง และกล่าวกับผู้การแอคตัน ผู้บัญชาการกองเรือว่า: “โปรดกางใบเรือเดี๋ยวนี้ เราจะไปตริโปลีกัน”
ตริโปลีตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตูนิส เป็นประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรเพียงห้าถึงหกแสนคน ก่อนหน้านี้มักจะแสดงความเคารพต่อออตโตมัน แต่ในด้านการเมืองและการค้ากลับใช้นโยบายที่ฝักใฝ่ฝรั่งเศสมาโดยตลอด
หากสามารถใช้การรัฐประหารเพื่อเปลี่ยนแปลงทิศทางทางการเมืองของพวกเขาได้ เมื่อประสานกับแผนยุทธศาสตร์โมร็อกโก-แอลจีเรียของเขา ก็จะก่อให้เกิดการปิดล้อมตูนิสจากทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกได้
และอาลี เบนกูลผู้นี้ก็เป็นนายทหารออตโตมัน ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะลากออตโตมันเข้ามาพัวพันในเรื่องยุ่งยากนี้ด้วย แม้จะไม่สามารถไล่ชาวฝรั่งเศสออกจากตูนิสได้ แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้าในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างมหาศาล!
ไม่นานนัก กองเรืออังกฤษก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังช่องแคบยิบรอลตาร์ เมื่อผ่านเข้าไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้ว ก็จะใช้เวลาเดินทางอีกสิบกว่าวันก็จะถึงตริโปลี
มาร์ควิสเวลสลีย์มองออกไปที่เส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น ทันใดนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา และพึมพำกับตัวเองว่า: “ในขณะที่ถูกกดดันจากทั้งสองปีก ทำไมเราไม่ไปสร้างเรื่องอะไรที่ตูนิสบ้างล่ะ?
“อย่างเช่น เรื่องโกหกเรื่อง ‘ต้นกำเนิดร่วมจากโรมัน’ ที่พวกฝรั่งเศสสร้างขึ้นมา บางทีก็ถึงเวลาที่ต้องช่วยชี้แจงให้ชาวตูนิสกระจ่างเสียที”
…
ศาลยุติธรรมสูงสุดแห่งปารีส
คดีที่ดยุกแห่งชาทร์ร้องขอให้ปลดอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของดยุกแห่งออร์เลอ็อง และให้ตนเองเป็นผู้รับมรดกแต่เพียงผู้เดียว เริ่มการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการแล้ว
แตกต่างจากคดีพิจารณาความผิดผู้ก่อจลาจลก่อนหน้านี้ คดีที่เกี่ยวข้องกับขุนนางระดับสูงของฝรั่งเศสเช่นนี้ อนุญาตให้เพียงบุคคลที่มีฐานะสูงส่งไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าร่วมรับฟังได้ และไม่อนุญาตให้นักข่าวคนใดเข้าไปทำข่าว
หลังจากผ่านกระบวนการเปิดศาลตามปกติ ดองตงในฐานะอัยการก็ยืนตัวตรงอยู่ด้านข้าง มองดูทีมทนายความของดยุกแห่งชาทร์ด้วยสายตาเย็นชา
ทนายความวัยห้าสิบกว่าคนหนึ่ง ซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยเนื้อย้อยๆ ก้าวขึ้นไปบนระเบียงสำหรับแถลงการณ์เป็นคนแรก
เขาเริ่มต้นด้วยการบรรยายถึงสถานะอันสูงส่งของดยุกแห่งออร์เลอ็องผู้เป็นพ่อและลูกชายอย่างยืดยาวและละเอียดลออ จากนั้นก็อ้างอิงกฎหมายการสืบทอดมรดกของขุนนาง พูดพล่ามอยู่กว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็เรียกร้องให้ศาลมอบทรัพย์สินที่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมดให้ตกเป็นของดยุกแห่งชาทร์
“ขอเชิญอัยการแถลง” ดูปอร์มองไปทางดองตง ตามพระประสงค์ของมกุฎราชกุมาร เขาในฐานะประธานศาลยุติธรรมสูงสุด จะเป็นผู้รับผิดชอบการพิจารณาคดีในครั้งนี้ด้วยตนเอง
ดองตงกระโดดขึ้นไปบนแท่นแถลงการณ์ และกล่าวเสียงดังว่า: “สำหรับสิทธิในการสืบทอดมรดกของดยุกแห่งชาทร์ ข้าไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ แน่นอนว่า ข้าต้องขอเตือนท่านผู้พิพากษาทุกท่าน ว่าดยุกแห่งออร์เลอ็องเพิ่งจะถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานกบฏต่อชาติเมื่อไม่นานมานี้”
เมื่อดูปอร์เห็นเขากลับไปนั่งที่เก้าอี้ ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากพระประสงค์ของมกุฎราชกุมารไม่น่าจะใช่การยอมให้ดยุกแห่งชาทร์เอาทรัพย์สินก้อนนี้ไปได้ง่ายๆ ดองตงกำลังทำอะไรอยู่?!
เขาจำต้องฝืนดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีต่อไป ในสถานการณ์ที่ฝ่ายอัยการ “ไม่ต่อต้าน” ไม่นานศาลก็มีคำพิพากษาให้ “ดยุกแห่งชาทร์เป็นผู้สืบทอดมรดกของดยุกแห่งออร์เลอ็องอย่างเต็มจำนวน”

0 Comments