ตอนที่ 25 เงินถังแรก
แปลโดย เนสยังแตกต่างจากการพบปะกับเสนาบดีทหารเรืออย่างสิ้นเชิง ครั้งนี้โจเซฟเลือกที่จะให้มาร์ควิสเดอแซงต์-พรีสเข้าเฝ้าในห้องหนังสือส่วนพระองค์ อีกทั้งยังสั่งให้ข้าราชบริพารออกไปให้หมด และให้องครักษ์ที่อยู่หน้าประตูถอยห่างออกไปถึงสิบเมตร
รอจนกระทั่งโจเซฟอธิบายแผนการของตนอย่างละเอียดจนจบ เสนาบดีกระทรวงสงครามก็พลันตกตะลึงร้องเสียงหลง: “พระองค์ทรงทราบได้อย่างไรว่านางอยู่ที่ไนเมเคิน?!”
โจเซฟคิดในใจว่า ก็แน่นอนสิ เพราะฉันดูมาจากสารคดีน่ะสิ แต่เขากลับทำได้เพียงแสร้งทำเป็นมีความลึกลับซ่อนเงื่อนแล้วตอบกลับไปว่า: “อ่า… เรื่องนี้เป็นความลับ แต่ขอให้ท่านเชื่อเถอะว่าแหล่งข่าวนี้เชื่อถือได้อย่างแน่นอน”
แซงต์-พรีสขมวดคิ้วแน่น ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าที่เขาจะพยักหน้าตอบรับอย่างยากลำบาก: “เรื่องนี้ แม้จะมีความเป็นไปได้ แต่มันก็มีความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกัน พระองค์ก็ทรงทราบดี ต่อให้เป็นสายลับที่ยอดเยี่ยมที่สุด ก็ย่อมมีโอกาสผิดพลาดได้ หากเกิดความผิดพลาดเพียงนิดเดียว ก็อาจจะลุกลามกลายเป็นสงครามได้เลยนะพ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟส่งยิ้มบางๆ พลางกล่าวว่า: “ท่านวางใจเถิด ต่อให้เรื่องนี้เกิดรั่วไหลออกไป ขอเพียงวิลเฮลมีนาไม่เป็นอะไร ปรัสเซียก็จะต้องประกาศต่อโลกภายนอกตามข้ออ้างของเราอย่างแน่นอน เพราะว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของพวกเขาก็ย่ำแย่มากเช่นกัน พวกเขาไม่มีทางอยากเปิดศึกกับฝรั่งเศสเด็ดขาด”
เสนาบดีกระทรวงสงครามจมอยู่ในความครุ่นคิดอีกพักใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า: “เรื่องนี้มีความสำคัญใหญ่หลวงเกินไป ข้ายังต้องนำเรื่องนี้ไปทูลรายงานต่อพระราชินีเสียก่อน จึงจะสามารถตัดสินใจขั้นสุดท้ายได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น” โจเซฟเดินไปส่งเขาที่ประตู ทันใดนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “มาร์ควิสเดอแซงต์-พรีส สำหรับเรื่องในครั้งนี้ ท่านสมควรจะต้องขอบคุณข้าให้ดีๆ หน่อยไม่ใช่หรือ?”
เสนาบดีกระทรวงสงครามชะงักไปเล็กน้อย เป็นมกุฎราชกุมารนี่เองที่ช่วยต่อรองของบประมาณฝั่งเนเธอร์แลนด์มาให้ แถมยังช่วยวางแผนปฏิบัติการให้อีก ตัวเขามัวแต่สนใจจะเอาไปลงมือทำจนลืมขอบคุณมกุฎราชกุมารไปเสียสนิท
เขาพยักหน้าหงึกๆ ด้วยความละอายใจเล็กน้อยพลางกล่าวว่า: “ความจริงแล้ว สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟแย้มยิ้ม: “ถ้าเช่นนั้น ก็ช่วยมอบของขวัญให้ข้าสักหน่อยเถิด”
“ขอฝ่าบาทโปรดตรัสมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม… แบ่งสายลับระดับหัวกะทิในสังกัดของท่านมาให้ข้าสัก 20 คนก็แล้วกัน”
แซงต์-พรีสแทบจะร้องไห้ออกมา ในใจคิดว่า ฝ่าบาท พระองค์ยังทรงพระเยาว์แท้ๆ ทำไมถึงได้ลงมือโหดเหี้ยมกว่าพวกโจรปล้นทรัพย์อีกพ่ะย่ะค่ะ? สายลับตั้ง 20 คน แถมยังต้องเป็นระดับหัวกะทิอีก! พระองค์ทรงคิดว่าสายลับของข้าเก็บเอามาจากข้างถนนหรือไงพ่ะย่ะค่ะ?
เขาทำหน้าเบี้ยวพลางทูลว่า: “ฝ่าบาท สายลับระดับหัวกะทิของกองทัพบกทั้งหมดรวมกันยังไม่ถึง 20 คนเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”
“18 คน”
“อย่างมากก็ให้ได้แค่ 2 คนพ่ะย่ะค่ะ”
“15 คน”
“3 คน ไม่มีให้มากกว่านี้แล้วจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ!”
“12 คน น้อยไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว!”
ทั้งสองคนต่างฝ่ายต่าง “โก่งราคา” และ “ต่อรองราคา” กันไปมา สุดท้ายโจเซฟก็สามารถรีดไถสายลับระดับหัวกะทิมาได้ 3 คน และสายลับระดับธรรมดาอีก 8 คนจากมือของเสนาบดีกระทรวงสงคราม แม้จำนวนคนจะไม่มากนัก แต่นี่จะเป็นอิฐก้อนแรกในการสร้างตึกระฟ้าที่ชื่อว่า “สำนักข่าวกรองกลางแห่งฝรั่งเศส (CIA ฝรั่งเศส)” ของเขา
วันนี้ถูกกำหนดมาให้เป็นวันที่แสนวุ่นวาย แซงต์-พรีสเพิ่งจะเดินคล้อยหลังไป ชายสองคนที่พระนางมารี อ็องตัวเน็ตทรงแนะนำก็เดินทางมาขอเข้าเฝ้าตามลำดับ
โจเซฟได้พูดคุยหารือกับทั้งสองคนอย่างลึกซึ้ง จนพอจะเข้าใจถึงนิสัยและความสามารถของพวกเขาคร่าวๆ แล้ว และเมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับความประสงค์ของพวกเขาเอง สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจให้เบซองซงมารับตำแหน่งผู้อำนวยการตำรวจปารีส เพราะอย่างไรเสีย นี่ก็เป็นตำแหน่งที่ต้องการทักษะด้านการบริหารจัดการ
ส่วนฟรีเอนท์นั้นก็เป็นผู้มีความสามารถที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โจเซฟย่อมไม่ยอมปล่อยให้เสียของไปเปล่าๆ จึงแต่งตั้งให้เขารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงเรียนตำรวจปารีสที่กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการก่อตั้งส่วนตำแหน่งอาจารย์ใหญ่นั้น ย่อมต้องให้โจเซฟเป็นผู้ดำรงตำแหน่งด้วยตนเอง
ฟรีเอนท์มีประสบการณ์ในการฝึกทหารใหม่มาอย่างโชกโชน ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการฝึกอบรมตำรวจ
“ดังนั้น ภารกิจที่สำคัญที่สุดหลังจากท่านเข้ารับตำแหน่งก็คือ การขยายผลการปฏิรูปตำรวจให้ครอบคลุมไปทั่วทั้งปารีส” โจเซฟเอ่ยกับเบซองซง “สำหรับกฎระเบียบข้อบังคับและแผนการจัดระเบียบทั้งหมดนั้น ข้าได้สั่งให้คนรวบรวมจัดทำเป็นรูปเล่มไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านเพียงแค่นำไปปฏิบัติตามนั้นก็พอ
“อ้อ ช่วงนี้ความกดดันด้านความสงบเรียบร้อยในย่านแซงต์อองตวนค่อนข้างลดลงไปมาก ท่านสามารถดึงกำลังคนจากที่นั่นมาช่วยประเมินผลงานของเขตอื่นๆ ได้ หากยังไม่พอใช้ ข้าก็สามารถส่งกองทหารรักษาพระองค์ไปช่วยท่านได้”
โครซอร์ดที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับหนังตากระตุก เขารู้สึกว่านับตั้งแต่มกุฎราชกุมารทรงเริ่มการปฏิรูปตำรวจ กองทหารรักษาพระองค์ก็ชักจะเหมือนพวกคนรับใช้ทำงานจับฉ่ายเข้าไปทุกที…
เบซองซงจดบันทึกอย่างตั้งใจ เขาครุ่นคิดก่อนจะทูลว่า: “ฝ่าบาท ก่อนหน้านี้ข้าพอจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจมาบ้างพ่ะย่ะค่ะ หากจะทำการจัดระเบียบกองกำลังตำรวจทั่วทั้งปารีสใหม่หมด เพียงแค่ค่าใช้จ่ายเรื่องเงินเดือนก็น่าจะตกอยู่ที่ประมาณเดือนละ 50,000 ลีฟร์แล้วพ่ะย่ะค่ะ หากรวมค่าเครื่องแบบและอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปด้วย ศาลาว่าการไม่มีทางหาเงินก้อนนี้มาจ่ายได้อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
งบประมาณด้านกิจการตำรวจของศาลาว่าการกรุงปารีสมีเพียงเดือนละ 8,000 ลีฟร์เท่านั้น
โจเซฟตอบว่า: “เรื่องเงินท่านไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวข้าจะจัดสรรเงินให้ท่าน 50,000 ลีฟร์ก่อน และในอนาคตก็จะเบิกจ่ายให้เป็นรายเดือน”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!”
โจเซฟหันไปมองฟรีเอนท์ต่อ: “ภาระงานในส่วนของท่านจะค่อนข้างหนักหนาสักหน่อย ภารกิจแรกของท่านก็คือการเลือกสถานที่สำหรับก่อสร้างโรงเรียนตำรวจ จะให้ตั้งอยู่ไกลออกไปหน่อยก็ไม่เป็นไร ขอแค่ให้ราคาที่ดินถูกเป็นหลักก็พอ
“อีกปัญหาหนึ่งก็คือเรื่องของบุคลากรผู้สอน ปัจจุบันคนที่เราสามารถใช้งานได้ก็มีเพียงพวกตำรวจมากประสบการณ์จากย่านแซงต์อองตวนเท่านั้น ซึ่งมันยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอมากนัก”
ฟรีเอนท์รีบรับคำทันที: “ฝ่าบาท ลูกน้องเก่าของข้าที่เป็นทหารผ่านศึก หรือแม้แต่นายทหารที่รู้จักมักคุ้นก็มีอยู่ไม่น้อย หากให้พวกเขามาทำหน้าที่ฝึกสอนระเบียบแถวและการต่อสู้ ก็น่าจะสามารถรับหน้าที่นี้ได้สบายๆ พ่ะย่ะค่ะ”
“ดีมาก” โจเซฟพยักหน้าอย่างพึงพอใจ มาตรฐานการฝึกของกองทัพนั้นสูงกว่าของตำรวจมากนัก “ท่านจงรีบไปติดต่อพวกเขาให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องเงินเดือนก็ให้จ่ายตามอัตราของข้าราชการเทศบาล บวกเพิ่มไปอีก 30%”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
“นอกจากนี้ ยังต้องรับสมัครอาจารย์ทางด้านการคลัง, การพาณิชย์, สื่อสารมวลชน และกฎหมายเพิ่มด้วย โรงเรียนตำรวจจะเปิดสอนหลักสูตรเหล่านี้”
ฟรีเอนท์ถามด้วยความสงสัย: “โรงเรียนที่มีไว้ฝึกอบรมตำรวจ ทำไมถึงต้องสอนวิชาเหล่านี้ด้วยล่ะพ่ะย่ะค่ะ?”
เบซองซงที่มีหัวกะทิพลิกแพลงเร็วกว่า รีบเอ่ยขึ้นทันที: “ข้ารู้สึกว่า ความหมายของมกุฎราชกุมารก็คือ จะต้องทำความคุ้นเคยกับกลอุบายของอาชญากรให้ได้เสียก่อน จึงจะสามารถจับกุมพวกเขาได้พ่ะย่ะค่ะ ข้ายังจำได้ดี ตอนที่ข้าเริ่มออกตามล่ากวาดล้างพวกลักลอบหนีภาษีใหม่ๆ ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องคำนวณภาษีศุลกากรอย่างไร และสินค้าประเภทไหนที่ง่ายต่อการลักลอบขนส่ง ทำให้ผ่านไปหลายเดือนก็คว้าน้ำเหลว แต่หลังจากที่ได้ศึกษาลงลึกถึงวิธีการลักลอบหนีภาษีอย่างจริงจัง ผ่านไปกว่าครึ่งปี ในที่สุดข้าก็สามารถจับกุมพวกหนีภาษีกลุ่มแรกได้สำเร็จพ่ะย่ะค่ะ”
“พูดได้ถูกต้องมาก” โจเซฟพยักหน้าอย่างชื่นชม “ตำรวจจะต้องมีความเป็นมืออาชีพยิ่งกว่าตัวอาชญากรเสียอีก จึงจะสามารถข่มขวัญและปราบปรามอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ฟรีเอนท์ไหนเลยจะเคยได้ยินแนวคิดอันก้าวล้ำเช่นนี้มาก่อน เขาจึงตกตะลึงไปชั่วขณะ ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ และจดบันทึกลงในสมุดจดอย่างรวดเร็ว
โจเซฟกำชับรายละเอียดให้พวกเขารับทราบอีกมากมาย ก่อนจะอนุมัติเงินทุนเริ่มต้นให้ฟรีเอนท์ไปอีก 20,000 ลีฟร์ แล้วจึงส่งทั้งสองคนจากไป
เมื่อเขากลับมาถึงพระตำหนักที่ประทับ นักบัญชีส่วนพระองค์ก็รีบนำใบเสร็จรับเงินเบิกจ่ายสองฉบับมาให้โจเซฟทรงลงนามทันที
โจเซฟมองดูยอดเงินเบิกจ่ายทั้งหมด 70,000 ลีฟร์ แล้วอดไม่ได้ที่จะถอดถอนใจ ทรัพย์สินส่วนตัวของเขามีอยู่ประมาณสองแสนกว่าลีฟร์ ก่อนหน้านี้จ่ายเป็นเงินเดือนตำรวจไป 20,000 ลีฟร์ มอบให้ลามาร์กไปซื้อของที่จำเป็นสำหรับโรงงานยาอีก 10,000 ลีฟร์ ตอนนี้ในมือของเขาเหลือเงินอยู่เพียงแสนลีฟร์นิดๆ เท่านั้น
นี่มันใช้เงินเป็นเบี้ยชัดๆ ต้องรีบหาทางเพิ่มรายได้ให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นอีกไม่นานคงต้องนั่งกินนอนกินจนหมดตัวแน่
เขานึกขึ้นมาได้ทันทีถึงแผนการที่จะนำซาลิซินมาผลิตเป็นเครื่องสำอาง ไม่น่าเชื่อเลยว่ายาบรรเทาไข้ที่เขาสั่งให้ทำขึ้นแบบส่งเดชในตอนแรก ตอนนี้กลับกลายมาเป็นโปรเจกต์ที่ทำเงินได้เร็วที่สุดไปเสียแล้ว
เขาไล่นักบัญชีให้กลับไป ก่อนจะหันไปสั่งเอมงว่า: “รบกวนท่านช่วยไปสั่งซื้อของลอตหนึ่งให้ข้าที”
มหาดเล็กคนสนิทรีบหยิบกระดาษและปากกาออกมาจดทันที: “ขอฝ่าบาทโปรดรับสั่งมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
“กลีเซอรีน 50 กิโลกรัม, น้ำมันหอมระเหยกลิ่นกุหลาบ 1 กิโลกรัม, ขวดแก้วขนาด 7 ออนซ์ 500 ขวด, และกล่องไม้ขนาดเล็กในจำนวนเท่ากัน เอาขนาดที่พอดีใส่ขวดแก้วลงไปได้นะ ส่วนบนกล่องให้ปั๊มฟอยล์…”
ในฐานะคนที่ตั้งชื่ออะไรไม่ค่อยจะเก่ง โจเซฟนิ่งค้างไปหลายวินาที จู่ๆ เขาก็นึกถึงของขวัญวันเกิดที่เพื่อนร่วมหอในชาติก่อนเคยซื้อให้แฟนสาวอย่าง ‘น้ำหอม SK-II’ ขึ้นมาได้ เขาคิดว่าชื่อนี้ฟังดูติดหูดี จึงบอกว่า: “ปั๊มคำว่า ‘น้ำหอมนางฟ้า’ (Angel Water) ลงไป”
“ของทั้งหมดนี้ต้องเอาเกรดที่ดีที่สุด ส่วนเรื่องราคาไม่ต้องไปใส่ใจมากนัก”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ข้าจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย”
(จบตอนที่ 25)

0 Comments