You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

พระราชวังโทปคาปิ

สุลต่านอับดุลฮามิดที่ 1 ผู้ประทับอยู่บนพระเก้าอี้สี่เหลี่ยมตัวใหญ่ ทรงเห็นยูซุฟก้าวเข้ามาในห้อง ทรงใช้พระหัตถ์ยันเบาะรองนั่งเพื่อจะยืดพระวรกายให้ตั้งตรงขึ้น แต่ความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อก็ทำให้พระองค์ต้องล้มเลิกความตั้งใจไป

ชีวิตการถูกคุมขังยาวนานกว่า 43 ปี ก่อนที่จะได้ขึ้นครองราชย์ ทำให้พระพลานามัยของพระองค์ย่ำแย่อย่างหนัก ปัจจุบันแม้จะมีพระชนมายุเพียง 64 พรรษา แต่ก็มีลางบอกเหตุว่าพระวรกายใกล้จะทรุดโทรมลงเต็มทีแล้ว

พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นโบกเบาๆ ให้กับอัครมหาเสนาบดีที่กำลังถวายบังคม ตรัสถามด้วยสุรเสียงที่ไร้เรี่ยวแรงอย่างเห็นได้ชัด “มีข่าวคราวจากทางมาเกร็บมาบ้างหรือไม่?”

“มาเกร็บ” เป็นภาษาอาหรับหมายถึง “ดินแดนแห่งพระอาทิตย์ตก” ชาวอาหรับยุคแรกเริ่มที่เดินทางมาถึงแอฟริกาเหนือ มักใช้คำนี้เรียกแทนภูมิภาคตอนกลางและตะวันตกของแอฟริกาเหนือ

อัครมหาเสนาบดียูซุฟพยักหน้าด้วยสีหน้ากังวล “ฝ่าบาท กองกำลังราชองครักษ์แอลจีเรียเคลื่อนทัพตามคำสั่งของซาอิดจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ… เขาถึงกับนำพระนามของพระองค์ไปแอบอ้างด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

อับดุลฮามิดที่ 1 ทรงถอนหายใจ “แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะ?”

“คนรับใช้ของเขาเพิ่งเดินทางกลับมาถึงคอนสแตนติโนเปิลเมื่อคืนนี้ บอกว่าเขากระโดดลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“เขายังรักษาศักดิ์ศรีในฐานะทูตของจักรวรรดิเอาไว้ได้”

ยูซุฟก้มหน้าตอบ “ฝ่าบาท เรื่องที่ตูนิสจะผนวกรวมเข้ากับฝรั่งเศส พระองค์มีความเห็นว่า…”

อับดุลฮามิดที่ 1 ทรงทอดพระเนตรมองลวดลายบนพรม ทรงโบกพระหัตถ์อีกครั้ง “ส่งคนไปฝรั่งเศส เพื่อแสดงท่าทีที่จักรวรรดิควรจะมีเถิด”

พระองค์ตรัสกำชับด้วยความไม่ค่อยสบายพระทัยนัก “ไม่ต้องใช้ถ้อยคำรุนแรงนักหรอก พวกเราต้องรวบรวมกำลังไปรับมือกับพวกชาวรัสเซีย”

เมื่อไม่กี่วันก่อน โพเทมกิน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพรัสเซีย ได้แบ่งกำลังออกเป็นหกสายบุกโจมตีป้อมปราการโอชาคอฟอย่างหนัก ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถยึดเมืองยุทธศาสตร์สำคัญทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลดำแห่งนี้มาได้

ในยุทธการครั้งนี้ โพเทมกินได้สังหารและจับกุมทหารออตโตมันไปกว่า 13,000 นาย ก่อนจะมุ่งหน้าสู่แม่น้ำดานูบ

“พูดถึงรัสเซีย” อับดุลฮามิดที่ 1 ปรายพระเนตรมองยูซุฟ “พวกเจ้าเตรียมตัวรับมืออย่างไร?”

แม้ว่าอัครมหาเสนาบดีจะไม่ได้ดูแลรับผิดชอบเรื่องการทหารโดยตรง แต่ในฐานะ “นายกรัฐมนตรี” ของจักรวรรดิออตโตมัน เขาย่อมต้องทราบถึงแผนการจัดวางกำลังพลเป็นอย่างดี

“สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนักพ่ะย่ะค่ะ…” ยูซุฟลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ “ทั้งออสเตรียและรัสเซียต่างก็กำลังระดมพลเพิ่ม เหล่าขุนพลต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า ต้องทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อสกัดกั้นไม่ให้รัสเซียและออสเตรียประสานกำลังกันได้พ่ะย่ะค่ะ

“แผนการเบื้องต้นคือ ก่อนฤดูร้อนปีหน้า จะรวบรวมกำลังพล 150,000 นาย ให้ไปถึงบริเวณแม่น้ำดานูบ ตีเมืองทิกินา และเมืองอัดตริซันไปทีละแห่ง เพื่อตัดขาดการติดต่อระหว่างรัสเซียกับออสเตรีย จากนั้นจึงยึดป้อมปราการโอชาคอฟกลับคืนมาพ่ะย่ะค่ะ”

“คนหนึ่งแสนห้าหมื่นนายเชียวหรือ” อับดุลฮามิดที่ 1 ทรงพยักหน้า “เจ้าคิดว่าเรามีโอกาสชนะพวกชาวรัสเซียมากน้อยแค่ไหน?”

“เอ่อ พวกเรามีกำลังพลที่เหนือกว่า น่าจะเอาชนะได้พ่ะย่ะค่ะ”

สุลต่านทรงส่งสัญญาณให้ยูซุฟขยับเข้ามาใกล้ๆ พระองค์ทรงค้อมพระวรกายลง ตรัสเสียงเบา “หากครั้งนี้ยังเอาชนะไม่ได้อีก ก็หาวิธีเจรจาสันติภาพกับรัสเซียเสียเถิด ยอมสละดินแดนฝั่งเหนือของทะเลดำ เพื่อแลกกับความสงบสุข…”

โจเซฟไม่มีทางรู้เลยว่า การเคลื่อนไหวของเขาในแอฟริกาเหนือ จะเป็นการเร่งให้ขวัญกำลังใจของกองทัพออตโตมันพังทลายลงเร็วขึ้น จากเดิมที่ตั้งใจจะสู้รบจนทหารคนสุดท้าย และยอมถอนตัวจากชายฝั่งตอนเหนือของทะเลดำในอีกสามปีให้หลังเพราะความอ่อนล้า แต่ในเวลานี้ จักรวรรดิออตโตมันกลับสูญเสียความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้แบบตายกันไปข้างกับรัสเซียเสียแล้ว

ลอนดอน

บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง

พิตต์ผู้ลูก นายกรัฐมนตรีอังกฤษผู้เยาว์วัย ดันจดหมายลาออกบนโต๊ะกลับไปให้ดยุกแห่งลีดส์ พลางช้อนตามองเขา “ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ แอฟริกาเหนือไม่ใช่เขตอิทธิพลของพวกเรามาตั้งแต่แรกแล้ว และในครั้งนี้ โชคก็เข้าข้างพวกฝรั่งเศส แผนการของท่านความจริงก็ไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไรเลย ผมมั่นใจว่าสามารถปกป้องท่านในรัฐสภาได้อย่างแน่นอน”

“ฮอลลิสทำตามคำสั่งของผม และเขาก็ตายไปแล้ว” ดยุกแห่งลีดส์ส่ายหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ต้องมีคนรับผิดชอบเรื่องนี้ และคนๆ นั้นจะให้เป็นท่านไม่ได้เด็ดขาด”

พิตต์ผู้ลูกนิ่งเงียบไป

ฮอลลิสเป็นสมาชิกพรรควิก ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของเขา ปัจจุบันเพื่อเป็นการระงับความหายนะทางการทูตเรื่อง “การยุยงให้ตูนิสโจมตีชาวฝรั่งเศส” เขาจึงต้อง “ฆ่าตัวตาย” ไปแล้ว

ในขณะเดียวกัน ดยุกแห่งลีดส์ได้ใช้จ่ายงบประมาณไปมหาศาลเกือบเจ็ดแสนปอนด์ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถหยุดยั้งฝรั่งเศสไม่ให้ครอบครองตูนิสได้ ถือได้ว่าเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่

พรรควิกจะต้องใช้เรื่องนี้มาโจมตีเขาในรัฐสภาอย่างแน่นอน ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเขาก็สั่นคลอนอยู่แล้ว หากเรื่องนี้ลุกลามใหญ่โต ก็อาจจะถูกรัฐสภาถอดถอนได้

เขาค่อยๆ ยกนิ้วที่กดจดหมายลาออกขึ้น ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วถามว่า “ถ้าเช่นนั้น ควรจะให้ใครมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแทนท่านล่ะ?”

“มาร์ควิสเวสลีย์” ดูเหมือนว่าดยุกแห่งลีดส์จะเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว “เขายังหนุ่มและมีความสามารถเหมือนกับท่าน ทั้งมีไหวพริบและเด็ดขาด แม้ประสบการณ์ทางการเมืองจะยังน้อย แต่ผมจะใช้เส้นสายทั้งหมดเพื่อสนับสนุนเขา”

พิตต์ผู้ลูกพยักหน้าเงียบๆ มาร์ควิสเวสลีย์เป็นคนสนิทของเขา เขามีความสามารถโดดเด่นจริงๆ และก่อนหน้านี้เขาก็อยากจะสนับสนุนให้อีกฝ่ายก้าวขึ้นมาอยู่แล้ว

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามดยุกแห่งลีดส์อีกครั้ง “แล้วท่านคิดว่า หลังจากนี้พวกเราควรจะทำอย่างไรเพื่อพลิกสถานการณ์ที่ฝรั่งเศสได้เปรียบในแอฟริกาเหนือกลับมา?”

ทว่าดยุกแห่งลีดส์กลับส่ายหน้าทันที “ท่านนายกรัฐมนตรี ฝรั่งเศสอยู่ใกล้ตูนิสมาก และตอนนี้ก็ตั้งหลักได้อย่างมั่นคงแล้ว หากเรายังดึงดันจะสู้กับพวกนั้นต่อไป เราจะเสียเปรียบอย่างมาก”

“ท่านจะให้เรายอมแพ้แค่นี้หรือ?”

“ไม่! ในทางตรงกันข้าม พวกเราต้องทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อคว่ำฝรั่งเศสลงให้ได้ และเหยียบย่ำให้จมดิน นี่คือเส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ของอังกฤษ!”

ดยุกแห่งลีดส์เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดุจจิ้งจอกเฒ่า “แอฟริกาเหนือก็แค่ก้อนเนื้อชิ้นอร่อยชิ้นหนึ่ง ไม่ต้องไปสนใจมันมากนักหรอก กลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำต่างหากที่เป็นจุดตายที่แท้จริง! หากเราโจมตีที่นั่น ก็จะสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับฝรั่งเศสได้”

สิ่งที่เรียกว่ากลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำ ก็คือประเทศเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และลักเซมเบิร์ก ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรป

ดยุกแห่งลีดส์อธิบายแผนยุทธศาสตร์ในกลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำให้พิตต์ผู้ลูกฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวว่า “นอกจากนี้ ความทะเยอทะยานของรัสเซียและปรัสเซีย ก็เป็นอาวุธชั้นเยี่ยมเช่นกัน ท่านต้องหาวิธีใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด”

พิตต์ผู้ลูกครุ่นคิดพลางพยักหน้า “ปรัสเซียมีความสัมพันธ์อันดีกับเรามาโดยตลอด เพียงแต่ช่วงนี้รัสเซียดูเหมือนจะสนิทสนมกับฝรั่งเศสมากไปหน่อย”

“ผลประโยชน์ไงล่ะ” ดยุกแห่งลีดส์ชูนิ้วชี้ขึ้นส่ายไปมา “ผลประโยชน์สูงสุดของรัสเซียในตอนนี้คือโปแลนด์ ขอเพียงแค่ท่านหาวิธีโยนโปแลนด์ให้รัสเซียได้ หมีใหญ่ตัวนี้ก็จะยอมลงมือทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างเอง”

ดยุกแห่งลีดส์พูดราวกับกำลังสั่งเสียเรื่อง “หน้าที่การงานทางการเมือง” ของตนเอง “สำหรับออสเตรียนั้น ถึงแม้พวกเขาจะส่งผู้หญิงมาแต่งงานกับกษัตริย์ฝรั่งเศส แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความขัดแย้งระหว่างออสเตรียและฝรั่งเศสต่างหาก ที่รุนแรงที่สุดในทวีปยุโรป!

“ท่านอย่าลืมสิ ว่าพวกเขาเป็นศัตรูคู่แค้นกันมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว”

พิตต์ผู้ลูกพยักหน้า “ท่านพูดถูก พวกเขามีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์อย่างรุนแรงในภูมิภาคแม่น้ำไรน์และอิตาลี”

ดยุกแห่งลีดส์ส่งสายตาชื่นชมให้เขา “ก็แค่ช่วงนี้ปรัสเซียผงาดขึ้นมาเร็วเกินไป จึงดึงดูดความสนใจของออสเตรียไปได้ หากท่านสามารถทำให้ปรัสเซียและออสเตรียบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ ออสเตรียก็จะเร่งขยายอิทธิพลไปทางตะวันตกและทางใต้ทันที และจะเกิดการปะทะกับฝรั่งเศสอย่างรุนแรง!”

กรุงเวียนนา ออสเตรีย

พระราชวังเชินบรุนน์

จักรพรรดิโยเซฟที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอาร์ชดยุกแห่งออสเตรียด้วย ทรงรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ในตูนิสจากเจ้าหน้าที่การทูต พระองค์อดไม่ได้ที่จะแย้มสรวล “ครั้งนี้น้องสาวสุดที่รักของข้ากุมจังหวะได้ดีเยี่ยมจริงๆ”

พระองค์หันไปมองชายชราใบหน้ายาวและจมูกโด่งเป็นสันที่อยู่ข้างๆ “แรงกดดันอันมหาศาลจากพวกรัสเซียและเรา ทำให้พวกออตโตมันไม่ทันระวังตัว น้องสาวของข้าจึงฉวยโอกาสนี้เด็ดเอาผลไม้อย่างตูนิสมาครอบครองได้ สุลต่านออตโตมันทำได้แค่มองดูอย่างสิ้นหวังเท่านั้น”

ชายชราผู้มีสีหน้าเคร่งขรึมพยักหน้า “กลเกมทางการเมืองขององค์หญิงเชี่ยวชาญขึ้นมากเลยพ่ะย่ะค่ะ ครั้งนี้แม้แต่พวกชาวอังกฤษก็ยังพูดอะไรไม่ออก เพราะนั่นจะเป็นการล่วงเกินรัสเซีย หรืออาจจะรวมถึงพวกเราด้วย”

“องค์หญิง” ที่เขาเอ่ยถึง ก็คือน้องสาวของจักรพรรดิโยเซฟที่ 2 ผู้ดำรงตำแหน่งพระราชินีแห่งฝรั่งเศสในปัจจุบัน พระนามว่า มารี อองตัวแนตต์ นั่นเอง เขาเป็นขุนนางเก่าแก่ตั้งแต่สมัยของจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา เคยอุ้มชูพระราชินีมารีมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ สรรพนามที่ใช้เรียกจึงแฝงความสนิทสนมเป็นธรรมดา

เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิโยเซฟที่ 2 ทรงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ พระองค์จึงทรงให้มหาดเล็กคนสนิทรินไวน์ให้พระองค์แก้วหนึ่ง และประทานให้ชายชราอีกแก้วหนึ่ง “นี่หมายความว่า ทิศทางยุทธศาสตร์ของฝรั่งเศสเบนเข็มไปทางชายฝั่งตอนใต้ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้วใช่หรือไม่?”

“ไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้นี้พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

“ถ้าเช่นนั้น เราก็ควรคว้าโอกาสอันดีนี้ ส่งสาส์นไปแสดงความยินดีกับน้องสาวสุดที่รักของข้า และถือโอกาสหารือเรื่องอิตาลีกับนางด้วย เจ้าชายริตเบิร์ก ท่านมีความสัมพันธ์อันดีกับแวดวงการเมืองของฝรั่งเศสมาโดยตลอด บางทีท่านอาจจะยินดีไปเยือนพระราชวังแวร์ซายส์แทนข้าสักหน่อย?”

ชายชราผู้นี้คือ เคาฟ์นิตส์-ริตเบิร์ก รัฐมนตรีแห่งรัฐของออสเตรีย ซึ่งเทียบเท่ากับตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี เขาคือรัฐบุรุษผู้โดดเด่นผู้ยุติความขัดแย้งอันยาวนานนับร้อยปีระหว่างฝรั่งเศสและออสเตรีย เป็นผู้ดำเนินการให้พระราชินีมารีได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และเป็นผู้ผลักดันให้เกิดพันธมิตร “สามกระโปรง” ระหว่างออสเตรีย ฝรั่งเศส และรัสเซีย จนประสบความสำเร็จ

แม้ว่าหลังจากที่จักรพรรดิโยเซฟที่ 2 ทรงขึ้นครองราชย์ พระองค์จะริบอำนาจคืนจากเขาไปไม่น้อย แต่เขาก็ยังคงเป็นขุนนางผู้กุมอำนาจสูงสุดของออสเตรียอยู่ดี

เคาฟ์นิตส์รีบลุกขึ้นยืน ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจังว่า “ฝ่าบาท ขอประทานอภัยที่กระหม่อมต้องพูดตรงๆ นโยบายของออสเตรีย ควรมุ่งเน้นไปที่ภูมิภาคเยอรมนีอย่างมั่นคง และต้องจับตามองปรัสเซียอย่างใกล้ชิดพ่ะย่ะค่ะ

“การหันไปแบ่งแยกความสนใจให้กับอิตาลีในตอนนี้ จะยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้พวกรัสเซียขยายอิทธิพลในเยอรมนีได้นะพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่หรอก นี่ไม่ได้กินแรงพวกเรามากมายขนาดนั้น” จักรพรรดิโยเซฟที่ 2 ทรงเป็นคนดื้อรั้นเอาแต่ใจ จึงยากที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง “สิ่งที่ท่านต้องทำ ก็แค่ไปเจรจาตกลงเรื่องการแบ่งแยกดินแดนในอิตาลีกับฝรั่งเศส ไม่ได้หมายความว่าจะให้เราฮุบมันมาไว้คนเดียวเสียหน่อย

“อ้อ จริงสิ ยังมีเรื่อง ‘บริษัทอินเดียตะวันออกร่วม’ ที่พวกเขาเสนอให้ทำร่วมกับพวกชาวดัตช์นั่นอีก ข้าสนใจมาก ท่านก็ถือโอกาสไปหารือเรื่องการเข้าร่วมทุนด้วยเลยก็แล้วกัน”

“ฝ่าบาท กระหม่อมยินดีที่จะเดินทางไปฝรั่งเศสพ่ะย่ะค่ะ” เคาฟ์นิตส์โค้งคำนับเล็กน้อย แต่ก็ยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “แต่กระหม่อมก็ยังอยากจะย้ำเตือนพระองค์อีกครั้ง ว่าปรัสเซียต่างหาก คือภัยคุกคามที่แท้จริงของพวกเรา”

“ใช่ ปรัสเซีย ท่านพูดถูก แล้วท่านตั้งใจจะออกเดินทางเมื่อไหร่ล่ะ?”

“กระหม่อมสามารถเดินทางได้ในวันพรุ่งนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

“ดีมาก ข้าจะรอฟังข่าวดีจากท่านนะ”

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

พระราชวังฤดูหนาว

เคานต์บอบรินสกี หรืออเล็กเซ โค้งคำนับพระมารดาด้วยความประหม่าเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทุกครั้งที่เขาเข้าเฝ้านาง เขาจะรู้สึกเกร็งๆ อยู่เสมอ แม้ว่าตอนนี้นางกำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้เขาก็ตาม

จักรพรรดินีแคทเธอรีนที่ 2 ทรงส่งสัญญาณให้เขาไปนั่งข้างๆ ตรัสพร้อมรอยยิ้ม “อโลชา แม่ต้องยอมรับเลยว่า การที่ลูกได้เข้าไปผูกมิตรกับมกุฎราชกุมารของฝรั่งเศสก่อนหน้านี้ ถือเป็นการกระทำที่ถูกจังหวะเวลามากๆ”

ชาวรัสเซียมักนิยมใช้ชื่อเล่นเรียกคนที่สนิทสนม อโลชา ก็คือชื่อเล่นของอเล็กเซนั่นเอง

“โดยเฉพาะ ‘บริษัทการค้าทวินสตาร์’ ที่พวกลูกร่วมกันก่อตั้งขึ้น ตอนนี้ฝรั่งเศสได้ครอบครองท่าเรือในแอฟริกาเหนือแล้ว ต้นทุนการค้าในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของลูกก็จะลดลงกว่าเดิมมาก บางทีบริษัทของลูกอาจจะได้รับสิทธิพิเศษในการทำธุรกิจบางอย่างในตูนิสด้วยนะ”

อเล็กเซพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท องค์ชายโจเซฟทรงมีลายพระหัตถ์มาถึงกระหม่อม ทรงแสดงเจตจำนงว่าจะเพิ่มปริมาณการค้าของบริษัทขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัวพ่ะย่ะค่ะ”

“เยอะขนาดนั้นเชียว?”

“พวกเขายังไม่เพียงแค่ได้อาณานิคมในตูนิสมาเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ แต่ยังได้กำจัดโจรสลัดตูนิสไปพร้อมกันด้วย เรือโจรสลัดเกือบร้อยลำที่ยึดมาได้ ส่วนใหญ่จะกลายมาเป็นทรัพย์สินของบริษัท แม้กระทั่งกลาสีเรือที่เชี่ยวชาญก็ยังติดมากับเรือด้วยเลยพ่ะย่ะค่ะ”

อันที่จริง โจเซฟยึดเรือในท่าเรือตูนิสมาได้เกือบ 160 ลำ แต่มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่เหมาะสำหรับการเดินเรือระยะไกล ส่วนกะลาสีเรือนั้น แต่เดิมก็มีชาวตูนิสในท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยที่รับใช้กองทัพเรืออยู่แล้ว ในปัจจุบัน หลังจากกวาดล้างโจรสลัดตูนิสจนหมดสิ้น ชาวเบอร์เบอร์เหล่านี้ก็สามารถนำมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยหลังจากผ่านการคัดกรองแล้ว

เรื่องนี้ส่งผลให้ระวางขับน้ำของเรือในบริษัทการค้าทวินสตาร์เพิ่มขึ้นถึง 150% ในทันที โจเซฟจึงกล้าตั้งเป้าว่าจะเพิ่มปริมาณการค้าขึ้นเป็นเท่าตัว

ยิ่งการค้าระหว่างฝรั่งเศสและรัสเซียเพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ การค้าระหว่างอังกฤษและรัสเซียก็จะลดลงมากเท่านั้น เรื่องนี้ส่งผลดีอย่างยิ่งต่อการลดทอนความสัมพันธ์ทางการค้าอันแน่นแฟ้นระหว่างอังกฤษและรัสเซีย

“โอ้ ช่างเป็นข่าวดีจริงๆ” จักรพรรดินีแคทเธอรีนที่ 2 ทรงชี้พระหัตถ์ไปทางทิศตะวันตก “แม่คิดว่า ลูกควรจะไปแสดงความยินดีกับมกุฎราชกุมารแห่งฝรั่งเศสผู้เป็นสหายของลูกด้วยตนเองนะ

“นอกจากนี้ ลูกยังสามารถเสนอแนะเขา ให้ฉวยโอกาสจากชัยชนะในครั้งนี้ เข้ายึดครองแอลจีเรียโดยตรงไปเลย แม่จำได้ว่า พวกแอลจีเรียที่โง่เขลานั่น เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีพวกเขาก่อนไม่ใช่หรือ”

นางยินดีที่จะได้เห็นฝรั่งเศสยึดครองมณฑลต่างๆ ในแอฟริกาเหนือของออตโตมันต่อไป แม้ว่าออตโตมันจะไม่ได้มีอำนาจปกครองดินแดนเหล่านั้นอย่างแท้จริง แต่การที่ดินแดนโพ้นทะเลถูกยึดครองไปเรื่อยๆ ก็ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของพวกเขาอย่างรุนแรง

สิ่งนี้จะช่วยให้รัสเซียรับมือกับสงครามกับออตโตมันได้ง่ายขึ้น

แถมบางทีความก้าวหน้าของฝรั่งเศสอาจจะราบรื่นเกินคาด จนสามารถโจมตีขนาบดินแดนหลักของออตโตมันจากทางทิศใต้ได้เลยก็เป็นได้

ต้องไม่ลืมว่า การรับมือกับจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่อย่างออตโตมันนั้น ไม่ใช่สงครามที่จะจบลงได้ภายในเวลาสามถึงห้าปี ในระหว่างการต่อสู้อันยาวนานนี้ การที่ฝรั่งเศสจะรุกคืบไปถึงชายฝั่งตอนใต้ของออตโตมันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท อันที่จริงกระหม่อมก็ตั้งใจจะไปเยือนปารีสในเร็วๆ นี้อยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” แม้ว่าในตอนนี้อเล็กเซจะมุ่งความสนใจไปที่การบริหารบริษัทการค้าทวินสตาร์ แต่แสงสีและชีวิตอันหรูหราฟู่ฟ่าในปารีสก็ยังคงดึงดูดใจเขาอยู่ตลอดเวลา

เหมือนจักรพรรดินีแคทเธอรีนที่ 2 จะทรงนึกอะไรขึ้นมาได้ ทรงกำชับอีกว่า “จริงสิ พาซาชาไปด้วยสิ หลานบ่นมาตลอดว่าอยากจะไปเที่ยวปารีส แต่ลูกต้องคอยดูแลเรื่องการเรียนของหลานระหว่างเดินทางด้วยนะ”

ซาชา ก็คือชื่อเล่นของอเล็กซานดรานั่นเอง

หากเป็นเมื่อก่อน แคทเธอรีนคงไม่มีทางวางใจให้ลูกชายคนเล็กจอมเสเพลดูแลหลานสาวสุดที่รักอย่างแน่นอน แต่ในช่วงเกือบปีที่ผ่านมานี้ อเล็กเซดูมีความเป็นผู้ใหญ่และสุขุมขึ้นมาก การให้เขาคอยดูแลซาชาก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ปารีส

ภายในพระราชวังแวร์ซายส์ งานเฉลิมฉลองชัยชนะในแอฟริกาเหนือที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาสามวันเต็ม ในที่สุดก็สิ้นสุดลง

โจอาน ฮิลาดา อิสฮาก และคนอื่นๆ รีบเดินทางกลับตูนิสทันที เนื่องจากยังมีภารกิจอีกมากมายที่รอให้พวกเขาไปจัดการที่นั่น

ส่วนในห้องรับแขกของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ก็มีเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังแว่วมาเป็นระยะ

พระราชินีมารีประคองหม้อดินเผาที่มีลวดลายเรขาคณิตสีสันสดใสชิ้นหนึ่งอยู่ในมือ และพิจารณาดูมันอย่างชื่นชม

นี่คือ “ของฝาก” ที่โจเซฟนำกลับมาจากแอฟริกาเหนือให้นาง เป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยปรมาจารย์ด้านเครื่องปั้นดินเผาชาวตูนิสเมื่อหลายร้อยปีก่อน

ส่วนพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ที่อยู่ข้างๆ ก็กำลังจับต้องซองใส่ปืนล่าสัตว์ที่ทำจากหนังอูฐและหนังจระเข้ ซึ่งลูกชายนำมามอบให้

ฝีมือการทำเครื่องหนังของตูนิสนั้นยอดเยี่ยมมาก ผลงานของช่างฝีมือชั้นยอดจึงเป็นของที่หาซื้อได้ยากมากในยุโรป

แต่คนที่ดูจะมีความสุขมากที่สุดกลับเป็นชาร์ล พระอนุชาองค์เล็กของโจเซฟ ซึ่งในตอนนี้เขากำลังเล่นสนุกอยู่กับนกแก้วสีสันสดใสตัวหนึ่งอย่างเพลิดเพลิน

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note