ตอนที่ 19 ผู้ช่วยเสนาบดีคลัง
แปลโดย เนสยังเหล่าเสนาบดีในคณะรัฐมนตรีเมื่อได้ยินดังนั้น ไม่ว่าในใจจะคิดอย่างไร ต่างก็พากันลุกขึ้นยืนเพื่อกล่าวแสดงความยินดีกับมกุฎราชกุมาร คำสรรเสริญเยินยอต่างพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย
ในขณะที่โจเซฟกำลังคำนับตอบอย่างมีมารยาท ประตูสีทองของห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออก พร้อมกับเสียงของเจ้าพนักงานพิธีการที่ดังขึ้น: “องค์กษัตริย์และพระราชินีเสด็จ”
เหล่าเสนาบดีในห้องต่างพากันประหลาดใจกับการปรากฏตัวขององค์กษัตริย์ที่ร้อยวันพันปีจะเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีสักครั้ง ทุกคนรีบหันไปทางพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อ็องตัวเน็ตที่กำลังดำเนินเข้ามาในห้องประชุม พร้อมกับทาบอกคำนับอย่างนอบน้อม
หลุยส์ที่ 16 คุ้นเคยกับเหล่าเสนาบดีเป็นอย่างดี อาการกลัวการเข้าสังคมจึงไม่ปรากฏให้เห็นชัดนัก เขายิ้มพลางตรัสว่า: “ทุกท่านยังคงขยันขันแข็งกันเหมือนเดิมเลยนะ โอ้… มีใครบอกข้าได้บ้างว่าพวกท่านกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่?”
โมโนรีบเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มกริบทันที: “ฝ่าบาท พวกหม่อมฉันกำลังแสดงความเคารพต่อผลงานอันรุ่งโรจน์ของมกุฎราชกุมารที่ได้รับจากการปฏิรูปกรมตำรวจพ่ะย่ะค่ะ!”
หลุยส์ที่ 16 และพระราชินีประทับลงที่หัวโต๊ะประชุม ใบหน้าเต็มไปด้วยความปิติยินดีที่ปิดไม่มิด โดยเฉพาะพระนางมารี อ็องตัวเน็ตที่เริ่มเล่าถึงวีรกรรมความเก่งกาจของโจเซฟในช่วงที่ผ่านมาซ้ำอีกรอบอย่างไม่รู้เบื่อ
โมโนเห็นว่าบรรยากาศกำลังพอเหมาะ เขาจึงส่งสายตาที่มีเลศนัยให้โจเซฟหนึ่งครั้ง ก่อนจะกระแอมไอสองสามทีแล้วลุกขึ้นยืนทูลว่า: “พระราชินีพ่ะย่ะค่ะ ในช่วงเวลาที่มกุฎราชกุมารปฏิบัติหน้าที่ในกรมตำรวจ พระองค์ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถที่เหนือล้ำอย่างเต็มที่แล้ว หม่อมฉันจำได้ว่า ท่านเคยตรัสไว้ว่าหากมกุฎราชกุมารทำผลงานที่ศาลาว่าการได้โดดเด่น จะทรงอนุญาตให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาบดีคลังพ่ะย่ะค่ะ”
พระนางมารี อ็องตัวเน็ตพยักหน้าพลางยิ้มรับ
ทว่าทางด้านหนึ่ง ซูเมียล เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาปรายตาไปทางดุ๊กแห่งออร์เลอ็องแต่เห็นอีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉย เขาจึงแสร้งก้มหน้าพึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า: “ฝ่าบาทเพียงแต่ตรัสว่า จะอนุญาตให้มกุฎราชกุมารเริ่มเรียนรู้งานด้านการคลังเท่านั้นเอง…”
แต่เสียงของเขาก็ดังพอที่จะทำให้คนรอบข้างได้ยินอย่างชัดเจน
รอยยิ้มบนใบหน้าของพระนางมารี อ็องตัวเน็ตจางหายไป นางกวาดสายตามองเสนาบดีคนอื่นๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่บรีแอนน์ เสนาบดีคลัง: “บิชอปบรีแอนน์ ในเรื่องนี้ท่านมีความเห็นอย่างไรบ้าง?”
โมโนได้ยินดังนั้นก็ส่งสายตา “วางใจได้” ไปให้โจเซฟ เป็นเชิงบอกว่าเขาได้เจรจากับบรีแอนน์ไว้เรียบร้อยแล้ว
ชายชราใบหน้ากลมที่นั่งอยู่ในตำแหน่งรองประธานลุกขึ้นคำนับพระราชินีครั้งหนึ่ง แล้วเอ่ยตอบโดยไม่ลังเล: “ฝ่าบาท หม่อมฉันเห็นว่ามกุฎราชกุมารทรงมีความสามารถเพียงพอที่จะดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาบดีคลังได้พ่ะย่ะค่ะ”
เขาคืออาร์ชบิชอปแห่งตูลูส ดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีและควบตำแหน่งเสนาบดีคลัง เมื่อเขาพยักหน้าเห็นชอบ คนอื่นๆ จึงไม่มีใครกล้าคัดค้านอีก
พระนางมารี อ็องตัวเน็ตกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง ยามที่นางกำลังจะประกาศการแต่งตั้ง บรีแอนน์กลับเอ่ยเสริมขึ้นว่า: “ฝ่าบาท ยามนี้ปัญหาการคลังเป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ ทว่ามกุฎราชกุมารยังทรงขาดประสบการณ์ในด้านนี้ ดังนั้นหม่อมฉันขอเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดในนโยบายการคลัง มกุฎราชกุมารจะไม่สามารถข้ามหน้าข้ามตาหม่อมฉันในการจัดการกิจการการคลังได้ หวังว่าพระองค์จะทรงเห็นชอบพ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟลอบยิ้มขื่นในใจ ท่านตาแก่คนนี้กลัวฉันจะทำระบบการเงินของประเทศพังขนาดนั้นเลยเหรอ? ตอนนี้มีใครนอกจากฉันอีกที่จะช่วยกู้เงินในท้องพระคลังของท่านได้กันล่ะ?
ในขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีโน้มน้าวชายชรา จู่ๆ ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องก็ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า: “บิชอปบรีแอนน์ กิจการด้านการคลังของประเทศนั้นมีมากมายมหาศาล ที่ผ่านมางานจิปาถะหลายอย่างก็เป็นหน้าที่ของผู้ช่วยเสนาบดีคลังอยู่แล้ว หากท่านต้องคอยตรวจสอบทุกเรื่องด้วยตัวเอง ย่อมเป็นการเสียพลังงานโดยใช่เหตุ ข้าเห็นว่ายามนี้ท่านควรทุ่มเทสมาธิไปที่การผลักดันกฎหมายภาษีฉบับใหม่ มากกว่าจะมาพะวงกับงานยิบย่อยพวกนี้พ่ะย่ะค่ะ”
ห้องประชุมพลันเงียบกริบทันที ทุกคนต่างพากันประหลาดใจอย่างยิ่ง ในการประชุมครั้งก่อน ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องกับมกุฎราชกุมารยังปะทะคารมกันจนเกือบจะวางมวยอยู่เลย ทำไมคราวนี้ถึงกลับมาช่วยพูดให้เสียอย่างนั้น?
พระนางมารี อ็องตัวเน็ตมองไปที่บรีแอนน์อย่างระมัดระวังแล้วถามว่า: “ในปัจจุบัน ผู้ช่วยเสนาบดีคลังต้องรับผิดชอบงานส่วนไหนบ้าง?”
“หลักๆ คือการจัดการเรื่องการกู้ยืมเงินและการชำระหนี้พันธบัตรรัฐบาล รวมถึงงานรวบรวมและจัดระเบียบข้อกฎหมายภาษีพ่ะย่ะค่ะ”
คิ้วของพระราชินีคลายออก งานเหล่านี้ดูเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่ยุ่งยากนัก เรื่องการกู้เงินก็มีธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำร่วมกับธนาคารมาอย่างยาวนาน ส่วนเรื่องการจัดระเบียบกฎหมายก็มีเลขานุการและนักกฎหมายคอยช่วยเหลืออยู่แล้ว
โจเซฟย่อมทำงานเหล่านี้ได้อย่างสบายๆ และถือเป็นโอกาสดีที่จะให้เขาได้ทำความคุ้นเคยกับงานด้านการคลัง
นางไม่ลังเลอีกต่อไป หลังจากหันไปถามความเห็นของหลุยส์ที่ 16 ตามมารยาทไม่กี่คำ นางก็ประกาศเสียงดังว่า: “งานในส่วนที่ผู้ช่วยเสนาบดีคลังรับผิดชอบเดิม ให้มกุฎราชกุมารเป็นผู้ดูแลโดยตรง ส่วนเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากบิชอปบรีแอนน์ก่อน”
“แต่งตั้งมกุฎราชกุมารให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาบดีคลังอย่างเป็นทางการ ขอให้เคานต์บาลังด็องเตรียมเอกสารการแต่งตั้งด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
โจเซฟก้มตัวน้อมรับคำสั่ง พร้อมกล่าวคำขอบพระทัยตามพิธี สายตาเขาปรายมองไปทางดุ๊กแห่งออร์เลอ็อง พลางสงสัยว่าเจ้าหมอนี่กำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่?
แม้ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องจะมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับแสยะยิ้มอย่างสมใจ
เขารู้ดีว่าด้วยชื่อเสียงของโจเซฟในตอนนี้ เขาไม่อาจขัดขวางการรับตำแหน่งผู้ช่วยเสนาบดีคลังได้ ดังนั้นเขาจึงเริ่มวางแผนขุดหลุมฝังโจเซฟไว้ตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว
ในเดือนหน้าจะมีพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 6 ล้านลีฟร์ที่ครบกำหนดชำระคืน เขาได้แอบตกลงกับกลุ่มทุนธนาคารไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะให้ระงับการปล่อยกู้ทุกชนิดแก่รัฐบาล
เขาคิดหัวข้อข่าวรอไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว【มกุฎราชกุมารบริหารงานผิดพลาด ทำรัฐบาลผิดนัดชำระหนี้ เตรียมเผชิญวิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่】
พระนางมารี อ็องตัวเน็ตเอ่ยให้กำลังใจลูกชายไม่กี่ประโยค ก่อนจะหันไปทางบรีแอนน์: “เริ่มการประชุมตามวาระของวันนี้เถอะ”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
ชายชราใบหน้ากลมหยิบเอกสารที่เตรียมไว้ออกมา สวมแว่นตากรอบทองแล้วเอ่ยว่า: “จากสถานะรายรับรายจ่ายในปีนี้ ข้าเห็นว่าในอีกครึ่งปีข้างหน้า เราจำเป็นต้องตัดลดงบประมาณรายจ่ายลงอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”
เขามองไปทางพระนางมารี อ็องตัวเน็ต ซึ่งนางพยักหน้าเห็นพ้อง: “ใช่ ข้าอ่านรายงานของท่านแล้ว และเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ ข้าขอเป็นตัวแทนของราชวงศ์ประกาศว่า ต่อจากนี้ราชวงศ์จะลดรายจ่ายลงปีละ 1 ล้านลีฟร์ เพื่อช่วยบรรเทาความกดดันทางการเงิน”
“ขอบพระคุณในความเมตตาของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” บรีแอนน์หันไปมองชายวัยกลางคนจมูกโด่งทางขวาของโต๊ะประชุม “ขอเสนอให้กองทัพเรือยกเลิกการต่อเรือรบ 1 ลำ และเรือรบชั้นสองอีก 2 ลำ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินในท้องพระคลังได้ถึง 1.35 ล้านลีฟร์พ่ะย่ะค่ะ”
มาร์ควิสเดอคาสตรี เสนาบดีกระทรวงทหารเรือพลันเด้งตัวออกจากเก้าอี้ทันที แล้วเอ่ยเสียงกร้าว: “จะทำแบบนั้นได้ยังไงกัน?! กองเรือของพวกอังกฤษนำหน้าเราไปไกลมากแล้ว! เราจำเป็นต้องต่อเรือรบเพิ่มอีก 4 ลำนอกเหนือจากแผนเดิมถึงจะพอรักษาเส้นทางการค้าไว้ได้ ท่านนอกจากจะไม่เพิ่มงบประมาณให้แล้วนี่ยังจะมาตัดลดเรือรบอีกลำงั้นเหรอ? โอ้… แล้วยังมีเรือรบชั้นสองอีกสองลำนั่นด้วย!”
พระนางมารี อ็องตัวเน็ตส่งสัญญาณให้เขาใจเย็นลง แล้วถามเสนาบดีคนอื่นๆ: “พวกท่านมีความเห็นอย่างไร?”
คนส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกับการตัดลดงบประมาณ เพราะงบมีจำกัด หากไม่ตัดงบกองทัพเรือ ก็ต้องมาตัดงบในส่วนงานของตัวเอง ดังนั้นตัดกองทัพเรือไปน่ะดีแล้ว
มาร์ควิสเดอคาสตรีร้อนใจจนเหงื่อท่วม เมื่อเห็นว่าใครก็พึ่งไม่ได้ สายตาของเขาจึงไปหยุดอยู่ที่มกุฎราชกุมาร
เขาเคยได้ยินมาว่าเมื่อไม่นานมานี้มกุฎราชกุมารเพิ่งนำทหารองครักษ์ปะทะกับพวกแก๊งอันธพาลย่านแซงต์อองตวนมา ดูท่าจะเป็นพวกคนหนุ่มเลือดร้อนสายแข็ง น่าจะสนับสนุนการขยายกำลังรบแน่นอน!
เขาจึงรีบหันไปหาโจเซฟทันที: “ฝ่าบาท พระองค์ทรงเห็นด้วยกับแผนการตัดลดงบของบิชอปบรีแอนน์ด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ? นั่นจะทำให้เราไร้กำลังต่อกรกับพวกอังกฤษยิ่งกว่าเดิมนะพ่ะย่ะค่ะ!”
“ไม่!” โจเซฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “การตัดลดเรือรบเพียงลำเดียวนั้นไม่เหมาะสม!”
“นั่นไง…”
มาร์ควิสเดอคาสตรีเพิ่งหลุดคำพูดออกมาได้คำเดียว แต่ประโยคหลังของโจเซฟกลับทำให้เขาอึ้งค้างไปในทันที:
“ข้าเห็นว่า แผนการต่อเรือรบทั้งหมดของกองทัพเรือในตอนนี้… ควรจะถูกระงับไว้ทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ!”
(จบตอนที่ 19)
โฆษณานะค๊ะ
0 Comments