ตอนที่ 185 รุ่งอรุณแห่งการคลังฝรั่งเศส
แปลโดย เนสยังกองเรือร่วมเห็นเรือโจรสลัดพยายามหลบหนี แต่ก็ไม่ได้ประหลาดใจอะไรนัก ยังคงรักษาระยะห่างและแล่นเข้าบีบวงล้อมให้แคบลงเรื่อยๆ
กะลาสีบนเรือโจรสลัดหลายสิบคนออกแรงพายเรือกันอย่างสุดกำลัง และในขณะที่พวกมันกำลังจะหลุดรอดจากวงล้อมทางทิศตะวันออกและตะวันตกไปได้นั้น จู่ๆ ก็มีเรือรบขนาดมหึมาปรากฏตัวขึ้นบนผืนน้ำทางทิศใต้ เสากระโดงเรือประดับด้วยธงดอกลิลลี่สีน้ำเงิน
นั่นคือเรือลาดตระเวน ‘เกลแด้’ (Cléda) ขนาด 42 กระบอกปืน
แม้ว่าเรือแกลลีย์ (Galley) จะได้เปรียบเรื่องความเร็วในยามที่สายลมบนทะเลเมดิเตอร์เรเนียนพัดอ่อนๆ ก็ตาม แต่รูปแบบการจัดทัพของกองเรือร่วมนั้นสมบูรณ์แบบมาก เรือ ‘เกลแด้’ เพียงแค่จอดรออยู่อย่างสบายใจ ไม่นานนักเรือรบฝ่ายเดียวกันจากอีกสองทิศทางก็จะแล่นเข้ามาล้อมกรอบ
ในที่สุด เรือโจรสลัดที่ถูกบีบจนไร้ทางหนีก็ต้องปะทะกับเรือ ‘เกลแด้’ และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่คาดไว้ เพียงแค่การยิงพร้อมกันครั้งที่สามของเรือ ‘เกลแด้’ เสากระโดงของเรือโจรสลัดลำเล็กที่มีปืน 12 กระบอกก็ถูกยิงจนหักสะบั้น หัวเรือทั้งลำถูกกระสุนปืนใหญ่ขนาด 28 ปอนด์ระเบิดจนแหลกกระจุย
เรือโจรสลัดลำที่ใหญ่กว่าเล็กน้อยพยายามฉวยโอกาสตีตัวออกห่าง แต่ก็ถูกกระสุนปืนใหญ่จากเรือ ‘เกลแด้’ ยิงเข้าใส่จนไม้พายฝั่งซ้ายหักไปถึง 7 อัน
ฝีพายบนเรือโจรสลัดตั้งตัวไม่ทัน ยังคงออกแรงพายอย่างสุดกำลัง ส่งผลให้แรงผลักของทั้งสองฝั่งไม่สมดุลกัน ตัวเรือจึงหักเลี้ยวไปทางซ้ายอย่างกะทันหันถึง 60 องศา
เมื่อเรือโจรสลัดปรับทิศทางได้ใหม่ เรือคุ้มกันสองลำของกองเรือร่วมก็แล่นมาทันเสียแล้ว
เรือคุ้มกัน ‘วอลรัส’ ของเนเธอร์แลนด์เปิดฉากยิงก่อน เมื่อเรือ ‘คอนสเตลเลชัน’ ที่ชาร์ลส์ประจำการอยู่แล่นมาถึงและเตรียมจะสาดกระสุนเข้าใส่ ก็เห็นแสงไฟวาบขนาดใหญ่ระเบิดขึ้นที่ท้ายเรือโจรสลัด เห็นได้ชัดว่าคลังแสงถูกยิงเข้าอย่างจัง
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว…
ชาร์ลส์เดินขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ สัมผัสได้ถึงไอร้อนที่พัดพาเอากลิ่นไหม้โชยมาปะทะใบหน้า เขามองเห็นโจรสลัดที่กรีดร้องกระโดดลงไปในทะเล กำลังดิ้นรนตะเกียกตะกายอยู่บนผิวน้ำราวกับปลาที่ติดอยู่ในแห เกิดเป็นฟองน้ำแตกกระจายไปทั่ว
ภาพเหตุการณ์ในอดีตตอนที่พวกโจรสลัดบุกขึ้นเรือ ‘โกลเด้นวีต’ (Golden Wheat) ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง ความโกรธแค้นพวยพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่อก เขาคว้าปืนยาวจากทหารเรือข้างๆ ตรวจดูว่าบรรจุกระสุนเรียบร้อยแล้ว ก็เล็งปืนไปยังโจรสลัดที่อยู่เบื้องล่างแล้วเหนี่ยวไกทันที
ไม่นานนัก เสียงแตรแห่งชัยชนะก็ดังกึกก้องไปทั่วเรือรบหลายลำ
ในขณะที่ชาร์ลส์กำลังสบถด่าเรือโจรสลัดที่กำลังลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง เขาก็ได้ยินเสียงกัปตันไวต์ดังมาจากด้านหลัง “ไอ้หนุ่ม ครั้งนี้นายสร้างผลงานได้เยี่ยมมาก!”
…
พระราชวังแวร์ซายส์
หนึ่งในสิ่งที่พระราชินีมารีเกลียดที่สุดก็คือ การเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี เพราะมักจะมีแต่ข่าวร้ายมาให้ปวดหัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องงบประมาณที่ดูเหมือนจะถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็มเสียที
แต่สำหรับวันนี้ พระองค์ทรงตั้งตารอคอยการประชุมคณะรัฐมนตรีมาตั้งแต่ตอนทานอาหารเช้าเลยทีเดียว
นั่นก็เป็นเพราะเมื่อวานนี้ พระองค์ทรงได้เห็นรายงานที่บรีแยนนำมาถวาย ซึ่งระบุว่าหลังจากผ่านการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาอุตสาหกรรม ปัญหาหนี้สินของประเทศก็ได้รับการแก้ไขให้เบาบางลงอย่างน่าประหลาดใจ
นี่คือปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนประเทศฝรั่งเศสมานานนับร้อยปีตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แต่ในที่สุดมันก็เริ่มมีหนทางแก้ไขแล้ว ภายใต้การบริหารจัดการอันยอดเยี่ยมของพระองค์!
พระองค์เสด็จไปที่โรงปฏิบัติงานหลวงเป็นอันดับแรก เพื่อเร่งเร้าให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการซ่อมแซมเครื่องทอผ้าจนมีรอยคล้ำใต้ตา ให้รีบไปเปลี่ยนชุด ก่อนจะลากพระองค์ไปยังห้องประชุม
บรรดารัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีต่างก็มาคอยท่าอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็คงจะได้รับข่าวดีนี้เช่นกัน ทุกคนล้วนมีสีหน้าเบิกบานใจ จะมีก็แต่ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องในชุดเสื้อคลุมสีดำเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่นั่งคอตกเหม่อลอยอยู่
เมื่อทุกคนทำความเคารพกษัตริย์และพระราชินีเรียบร้อยแล้ว และนั่งลงตามคำอนุญาตของพระราชินี บรีแยนก็ประกาศขึ้นด้วยความตื่นเต้น “วันนี้ ข้าพเจ้ามีข่าวดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาแจ้งให้ทุกท่านทราบ
“ด้วยพระเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้า และการบริหารจัดการอันชาญฉลาดของกษัตริย์และพระราชินีผู้ยิ่งใหญ่ หนี้สินของประเทศฝรั่งเศสได้ลดลงอย่างมหาศาลในช่วงเดือนที่ผ่านมา!”
เขาพูดพลางหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่าน “จนถึงเมื่อสามวันก่อน หนี้สินของประเทศลดลงไป 130 ล้านลีฟร์ ปัจจุบันเหลือเพียง 2,110 ล้านลีฟร์เท่านั้น”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง กวาดสายตามองทุกคน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “และที่สำคัญที่สุดก็คือ ดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงจาก 180 ล้านลีฟร์ต่อปี เหลือไม่ถึง 100 ล้านลีฟร์แล้ว
“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป การคลังของฝรั่งเศสจะสามารถรักษาสมดุลรายรับรายจ่ายได้ในไม่ช้า!”
ในปัจจุบัน ฝรั่งเศสมีรายได้เข้าคลัง 510 ล้านลีฟร์ต่อปี หากหักรายจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ออกไปแล้ว ก็จะเหลือเงินประมาณ 430 ล้านลีฟร์ นั่นก็หมายความว่า หากสามารถหารายได้เพิ่มอีกเพียง 20 กว่าล้านลีฟร์ ก็จะสามารถทำให้รายรับและรายจ่ายสมดุลกันเป็นครั้งแรก!
ทุกคนลุกพรวดขึ้นพร้อมกัน โค้งคำนับไปทางพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 “ขอพระองค์ทรงพระเจริญ!”
“ขอพระราชินีทรงพระเจริญ!”
แม้ว่าปากของดุ๊กแห่งออร์เลอ็องจะพูดตามคนอื่นๆ แต่ในใจกลับกำลังหลั่งเลือด
หนี้สินของประเทศลดลงได้อย่างไร เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร? นั่นมันเงินของธนาคารทั้ง 13 แห่งเชียวนะ!
หลังจากผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ ธนาคารรายใหญ่ที่เป็นฐานอำนาจของเขาต่างก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในขณะเดียวกัน เมื่อมาร์ควิสลูโดและพรรคพวกหันไปสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ อิทธิพลของเขาในสมาคมธนาคารก็ยิ่งตกต่ำลงอย่างถึงที่สุด
จู่ๆ เขาก็รู้สึกอึดอัดที่หน้าอกขึ้นมา เมื่อสูญเสียอำนาจในการควบคุมการเงินของประเทศไปแล้ว เขาก็หมดสิ้นหนทางที่จะเอาชนะราชวงศ์ได้อย่างเด็ดขาด
ในขณะที่คนอื่นๆ ยังคงกล่าวคำสรรเสริญเยินยอกษัตริย์และพระราชินี เขากลับทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง
ดูเหมือนว่าปณิธานอันยาวนานนับร้อยปีของตระกูลออร์เลอ็อง คงจะต้องมาจบสิ้นลงในยุคของเขาเสียแล้ว เขารำพึงในใจว่า หลังจากนี้คงต้องตั้งใจอบรมสั่งสอนฟิลิปป์ให้ดี เพื่อรอคอยวันที่เขาเติบใหญ่ขึ้นมา…
เรื่องงบประมาณถูกนำมา ‘อภิปราย’ กันอย่างออกรสออกชาติอยู่นานเกือบชั่วโมง ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มเข้าสู่วาระการประชุมถัดไปอย่างไม่ค่อยอยากจะจบเรื่องนี้นัก
บรีแยนหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาแสดงให้รัฐมนตรีทุกคนเห็น “กษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในกฤษฎีกา ให้เพิ่มตำแหน่งเสนาบดีอุตสาหกรรมในคณะรัฐมนตรี โดยมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการกำกับดูแล บริหารจัดการ และลงทุนในอุตสาหกรรมของประเทศ”
เขาผายมือไปยังประตูสีทองของห้องประชุม ทหารรักษาพระองค์สองคนก็รีบเปิดประตูทันที เคานต์มิราโบในชุดเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม แต่งหน้าแต่งตามาอย่างดี และฉีดน้ำหอมจนหอมฟุ้ง เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเบิกบานใจ
บรีแยนกล่าวต่อ “ตามข้อเสนอของมกุฎราชกุมาร เคานต์มิราโบจะดำรงตำแหน่งเสนาบดีอุตสาหกรรม”
อันที่จริงเขาก็แอบต่อต้านการแต่งตั้งนี้อยู่บ้าง มิราโบเป็นเพียงเศรษฐีใหม่ที่ไม่มีภูมิหลังทางครอบครัวเลย ไม่รู้ว่าไปประจบประแจงมกุฎราชกุมารอีท่าไหน ถึงได้ก้าวเข้ามานั่งในคณะรัฐมนตรีได้
ทว่า มกุฎราชกุมารก็ทรงระบุไว้ด้วยว่า มิราโบมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก และจะสามารถช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี
ในปัจจุบัน แหล่งรายได้ที่ใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศสก็คืออุตสาหกรรม หากมิราโบสามารถนำพาอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสไปถึงระดับของอังกฤษ หรือเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของอังกฤษ ก็จะสามารถสร้างรายได้เข้าคลังได้หลายสิบล้านลีฟร์ต่อปี ซึ่งจะช่วยให้ฝรั่งเศสสามารถรักษาสมดุลรายรับรายจ่ายได้อย่างแท้จริง
และในฐานะเสนาบดีคลัง เขาก็จะได้รับการจารึกชื่อลงในหน้าประวัติศาสตร์ และอาจจะมีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งกว่าอาร์คบิชอปริเชอลิเยอ จนกลายเป็นรัฐมนตรีอันดับหนึ่งของฝรั่งเศสก็เป็นได้
ดังนั้น บรีแยนจึงยอมรับข้อเสนอของโจเซฟ และปล่อยให้ขุนนางใหม่ก้าวขึ้นมาเป็นเสนาบดีอุตสาหกรรมคนแรก
หลังจากพิธีแต่งตั้งแบบเรียบง่ายเสร็จสิ้น มิราโบก็นั่งลงที่ปลายโต๊ะประชุม
ในเวลานั้นเอง เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังคนหนึ่งก็เดินย่องเข้ามาอย่างเงียบกริบ และส่งรายงานให้มาร์ควิส เดอ คาสตรี เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
ฝ่ายหลังรีบเปิดรายงานอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปยิ้มให้กษัตริย์ และโค้งคำนับ “ฝ่าบาท มีข่าวดีมาอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองเรือของเราเพิ่งจะจมเรือโจรสลัดบาร์บารีได้หนึ่งลำเมื่อสัปดาห์ก่อน และยังสามารถยึดมาได้อีกหนึ่งลำพ่ะย่ะค่ะ”

0 Comments