You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“โอ้?” โจเซฟหันไปมองฟูเชร์ “รู้ไหมว่าคนกลุ่มนั้นคือใคร?”

“เรื่องนี้ ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ แต่สายข่าวของเราในธนาคารคลาเซนเน่รายงานว่า ทางธนาคารได้เรียกตัวสายลับทางธุรกิจกลับมาทั้งหมด น่าจะมีภารกิจสำคัญอย่างอื่น ส่วนทางฝั่งธนาคารปารีสก็มีข่าวแว่วมาว่าพวกเขากำลังว่าจ้างนักสืบเอกชนจำนวนมากพ่ะย่ะค่ะ”

“คงหนีไม่พ้นพวกนายธนาคารแน่ๆ” โจเซฟพยักหน้าเล็กน้อย ดูเหมือนที่คาโลนพูดจะจริง เนกเกร์กับพวกธนาคารยักษ์ใหญ่คงมีความลับดำมืดที่เปิดเผยไม่ได้อยู่มากมาย คนพวกนี้ถึงได้อยากหาตัวเขาให้เจอก่อนรัฐบาล

เขาเคาะนิ้วลงบนพนักวางแขนเบาๆ ในใจก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เนกเกร์ในฐานะตัวแทนของธนาคารยักษ์ใหญ่ และยังเป็นผู้บริหารระดับสูงของสมาคมธนาคาร ตามหลักแล้ว เมื่อเกิดเรื่องเขาน่าจะขอความช่วยเหลือจากแวดวงธนาคารทันที แต่เขากลับเลือกที่จะหนีไปซ่อนตัวเป็นอันดับแรก

งั้นก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว เนกเกร์ไม่ไว้ใจคนในสมาคมธนาคารเลย

เรื่องนี้ก็พอเข้าใจได้ เนกเกร์เป็นชาวสวิส รากฐานในฝรั่งเศสไม่ได้หยั่งลึกนัก ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นมา เขาไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าพวกนายธนาคารฝรั่งเศสจะไม่ฆ่าปิดปากเขาเพื่อป้องกันความลับรั่วไหล

เมื่อคิดถึงตรงนี้ โจเซฟก็ยิ่งมั่นใจว่าต้องระดมกำลังตำรวจลับไปค้นหาแบบเคาะประตูบ้านทีละหลัง แม้จะต้องระดมกองทัพมาช่วยก็ยอม ต้องหาตัวเนกเกร์ให้เจอก่อนพวกสมาคมธนาคารให้ได้!

โจเซฟกำชับฟูเชร์อีกรอบให้เร่งการค้นหา จากนั้นก็ตรงดิ่งไปที่พระราชวังแวร์ซายส์ เพื่อหารือกับบรีแยนและโรแบร์หัวหน้าตำรวจลับ เรื่องการปูพรมค้นหาทั่วปารีส

บนรถม้า เคลมองตีนเห็นมกุฎราชกุมารมีสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วขมวดมุ่น จึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า “ท่านพี่ มีเรื่องอะไรให้กลุ้มใจหรือเพคะ? เล่าให้หม่อมฉันฟังได้นะเพคะ บางเรื่องพอได้พูดออกมาก็จะรู้สึกดีขึ้นเองเพคะ”

โจเซฟถอนหายใจยาว แล้วพูดลอยๆ ว่า “เคลมองตีน ถ้าเธอต้องการตามหาคนที่หายตัวไป เธอจะหาด้วยวิธีไหนล่ะ?”

สาวน้อยโลลิคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบอย่างจริงจังว่า “อืม หม่อมฉันจะไปถามเพื่อน หรือไม่ก็คนรับใช้ของเขาก่อน ว่าเขาอาจจะไปที่ไหน แล้วจากนั้นก็…”

โจเซฟชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินคำตอบนั้น เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองมองข้ามเรื่องสำคัญไปเรื่องหนึ่ง พวกสมาคมธนาคารย่อมต้องคุ้นเคยกับเนกเกร์มากกว่าเขาแน่นอน!

เผลอๆ ลูกน้องของเนกเกร์อาจจะเป็นคนที่ธนาคารใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่งแนะนำให้ด้วยซ้ำ

หากมีคนใกล้ชิดของเนกเกร์คอยให้เบาะแสแบบนี้ ต่อให้เขาระดมคนหามากแค่ไหน ก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าจะชิงตัดหน้าพวกนั้นได้…

จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?

เคลมองตีนยังคงพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อย แต่พอเห็นคิ้วของพระเชษฐาญาติขมวดแน่นขึ้นไปอีก เธอก็รีบพูดปลอบใจว่า “ท่านพี่มีเพื่อนคนไหนหายไปหรือเพคะ? จริงๆ แล้วท่านพี่ไม่ต้องกังวลมากหรอกนะเพคะ บางทีเขาอาจจะแค่มีธุระต้องไปทำ อีกเดี๋ยวก็กลับมาเองแหละเพคะ”

โจเซฟฝืนยิ้มให้เธอ “ขอบใจที่ปลอบใจนะ แต่ว่าหมอนั่นคงไม่ยอมโผล่หัวออกมาเองหรอก…”

เดี๋ยวก่อน!

เขาพูดไปได้ครึ่งประโยค จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก

ในเมื่อเรื่องการตามหาคน เขาไม่อาจสู้พวกสมาคมธนาคารได้ งั้นทำไมไม่ทำให้เนกเกร์ยอมปรากฏตัวออกมาเองล่ะ?

ก็เหมือนกับกลศึกในสมัยโบราณเวลาจะตีเมือง ต้อง ‘ล้อมสามเปิดหนึ่ง’ (ล้อมสามด้าน ปล่อยว่างไว้ด้านหนึ่ง) แล้วศัตรูก็จะหนีไปทางช่องว่างที่เปิดไว้ให้เอง

หากสามารถปิดทางรอดอื่นๆ ของเนกเกร์ได้หมด เขาก็จะต้องเดินมาตายรังในทางรอดที่ตนเปิดทิ้งไว้ให้เท่านั้น!

โจเซฟค่อยๆ คิดแผนการ ‘ล้อมสามเปิดหนึ่ง’ ให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในหัว

เขาหันไปกล่าวขอบคุณเคลมองตีนอย่างจริงใจ: “เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตามหาคนจริงๆ ขอบใจมากนะ!”

สาวน้อยโลลิถูกชมจนหน้าแดงก่ำ หยิบลูกอมรสมินต์วานิลลาเข้าปากเพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเอง แล้วยังยัดใส่มือพระเชษฐาญาติอีกเม็ดด้วย

รถม้ามาหยุดที่ลานหินอ่อนของพระราชวังแวร์ซายส์ โจเซฟลงจากรถแล้วก็พุ่งตรงไปยังห้องทำงานของเสนาบดีคลังทันที

ในแผน ‘ล้อมสามเปิดหนึ่ง’ จุดสำคัญที่สุดคือการ ‘เปิดหนึ่ง’ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากพระราชินี

ไม่นานนัก เสนาบดีมหาดไทยโมโนต์ และเสนาบดียุติธรรมบรีเตย ต่างก็มารวมตัวกันที่ห้องทำงานของบรีแยนด้วยใบหน้าฉงนสงสัย มองมาที่โจเซฟเป็นตาเดียว

“ฝ่าบาทมกุฎราชกุมาร กระหม่อมไม่เข้าใจเลย ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเราควรทุ่มเทสรรพกำลังไปกับการจับกุมเนกเกร์หรอกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“แล้วทำไมพระองค์ถึงทรงสั่งให้ถอนประกาศจับ ซ้ำยังจะให้พระราชินีทรงประกาศอภัยโทษให้เขาอีกล่ะพ่ะย่ะค่ะ?”

ขุนนางเหล่านี้ต่างก็เป็นขั้วอำนาจทางการเมืองของโจเซฟในคณะรัฐมนตรี ย่อมต้องรู้เรื่องที่คาโลนนำหลักฐานการทุจริตของเนกเกร์มาเปิดเผยแล้ว

โจเซฟกวาดสายตามองทุกคน แล้วอธิบายว่า “เมื่อคนเราเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ต้องตายอย่างแน่นอน หากปล่อยให้เขามองเห็นความหวังที่จะรอดชีวิต เขาจะเลือกเดินในเส้นทางนั้นโดยไม่ลังเลเลยทีเดียว เราก็แค่จะทำให้ราชวงศ์กลายเป็นทางรอดเพียงทางเดียวของเนกเกร์”

บรีเตยรีบทักท้วง “ฝ่าบาท แต่ความผิดฐานทุจริตของเนกเกร์นั้นร้ายแรงมาก ควรจะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเข้มงวด การอภัยโทษให้เขาคงไม่เหมาะสมกระมังพ่ะย่ะค่ะ”

โจเซฟตอบว่า “ตัวเนกเกร์น่ะไม่สำคัญหรอก สิ่งที่เราต้องการคือข้อมูลที่เขารู้ต่างหาก!

“ส่วนเรื่องอภัยโทษ หึหึ แม้ว่าพระราชาจะทรงอภัยโทษให้เขาแล้ว แต่ถ้าหากมีคนอื่นอยากจะลงโทษเขา เราก็คงไปยุ่งไม่ได้หรอกนะ”

บรีแยนมองมาที่โจเซฟ “ฝ่าบาท เนกเกร์รู้ความลับอะไรอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกี่ยวข้องกับหนี้สินของรัฐบาลมูลค่าหลายร้อยล้านลีฟร์!”

ทุกคนในห้องถึงกับเงียบกริบ

ช่วงบ่าย ขุนนางระดับสูงหลายท่านเป็นแกนนำ นำพากลุ่มขุนนางผู้มีชื่อเสียงกลุ่มใหญ่ ไปยังพระตำหนักเปอติ ทริอานง เพื่อโน้มน้าวให้พระราชินีมารีทรงประกาศงดเว้นการดำเนินคดีกับเนกเกร์ พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่มีการตัดสินประหารชีวิตเขา และจะไม่มีการจำคุกเป็นเวลานานด้วย

ก่อนหน้านี้พระราชินีได้ทอดพระเนตรรายงานเรื่องการทุจริตของเนกเกร์ที่บรีแยนนำมาถวายแล้ว แม้พระองค์จะไม่ค่อยเข้าใจถึงพฤติกรรมของเหล่าเสนาบดีและขุนนางนัก แต่พระองค์ก็ทรงเป็นคนหูเบา

หลังจากโดนคำหว่านล้อมสารพัด ทั้ง “เพื่อแสดงถึงพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณของราชวงศ์” “เพื่อแสดงถึงความห่วงใยที่พระองค์ทรงมีต่อขุนนาง” “เพื่อมุ่งเน้นที่การทวงคืนทรัพย์สินที่ถูกยักยอกไป” และ “เพื่อเปิดโอกาสให้อดีตเสนาบดีได้กลับตัวกลับใจ” ในที่สุดพระราชินีมารีก็ทรงรู้สึกว่ามีเหตุผล และทรงตอบตกลงไปแบบงงๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น พระราชินีมารีก็ทรงประกาศต่อหน้าขุนนางและนักข่าวจำนวนมากว่า จะมีการลงโทษเนกเกร์สถานเบา พร้อมกับนำเอกสารที่พระราชาทรงลงพระปรมาภิไธยออกมาแสดง

และในขณะเดียวกันนั้นเอง แผ่นพับจำนวนมากก็ถูกแจกจ่ายไปทั่วปารีสอย่างบ้าคลั่ง

เนื้อหาส่วนใหญ่ในแผ่นพับยังคงเป็นเรื่องราวคาวโลกีย์ของชนชั้นสูงที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ตรงกลางกลับมีข่าวแทรกเข้ามาว่า: มีผู้ตั้งค่าหัว 1.5 แสนลีฟร์ สำหรับหัวของฌัก เนกเกร์ แม้แต่ให้เบาะแสก็ยังได้ถึง 1 แสนลีฟร์

ตามติดมาด้วยวงการโลกมืดของปารีสก็ได้รับข้อเสนอที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่า: เนกเกร์ตาย 1.8 แสนลีฟร์ แจ้งเบาะแส 1.2 แสนลีฟร์

หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในปารีสวันนั้น ครึ่งบนพาดหัวข่าว “เนกเกร์อาจมีส่วนพัวพันกับการทุจริต ราชวงศ์ตัดสินใจงดเว้นโทษหนัก” ส่วนครึ่งล่างพาดหัวว่า “ขุมกำลังลึกลับตั้งค่าหัวมหาศาล สั่งล่าหัวเนกเกร์”

ส่วนตำรวจลับและหน่วยข่าวกรองตำรวจก็ได้รับคำสั่งใหม่ ให้โยกย้ายกำลังพลจำนวนมากที่กำลังค้นหาตัวเนกเกร์ ไปประจำการอยู่รอบนอกของกรุงปารีส ล้อมปารีสไว้ราวกับกำแพงเหล็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เนกเกร์หนีรอดไปได้

วันต่อมา ขุมกำลังลึกลับได้เพิ่มค่าหัวของเนกเกร์สูงถึง 2 แสนลีฟร์

ขณะที่หนังสือพิมพ์และแผ่นพับแต่ละค่ายก็สืบเสาะหาข่าวจากช่องทางต่างๆ และเริ่มวิเคราะห์กันอย่างเป็นจริงเป็นจังว่า ใครกันแน่ที่ต้องการเอาชีวิตเนกเกร์

แน่นอนว่า ภายใต้การชี้นำอย่างแยบยลของโจเซฟ บทความทั้งหมดต่างก็ชี้เป้าไปที่สมาคมธนาคารอย่างพร้อมเพรียง

ณ บ้านพักธรรมดาๆ หลังหนึ่งทางตอนเหนือของปารีส เอลอนก์ พ่อบ้านของเนกเกร์ ลอบมองไปที่ถนนผ่านรอยแยกของผ้าม่านอย่างระแวดระวัง เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีบุคคลต้องสงสัย จึงยกถาดอาหารเข้าไปในห้องนอน

เขาปิดประตูห้องอย่างแน่นหนา ขยับหัวเตียงและโต๊ะเครื่องแป้งตามลำดับ ก็มีเสียง ‘กริ๊ก’ เบาๆ ดังมาจากหลังตู้เสื้อผ้า

เอลอนก์เปิดแผ่นกระดานพื้นหลังตู้เสื้อผ้าออก แล้วมุดเข้าไปในช่องสี่เหลี่ยมที่ปรากฏขึ้น

ในห้องใต้ดินชั้นสอง ท่ามกลางแสงเทียนสลัวๆ เนกเกร์ผู้มีสีหน้าอิดโรยรับถาดอาหารมา เขาแบ่งอาหารให้ภรรยาและลูกๆ สองคนก่อน ส่วนตัวเองกลับเมินอาหารมื้อเที่ยง แล้วคว้าหนังสือพิมพ์บนถาดขึ้นมาแทน

นั่นคือหนังสือพิมพ์ ‘ปารีส นิวส์’ เขาเพียงแค่กวาดสายตาอ่านบทความบนหน้าหนึ่งคร่าวๆ ก็รู้สึกใจหายวาบ

แม้ในเนื้อข่าวจะไม่ได้ระบุชื่อตรงๆ แต่ทุกตัวอักษรก็สื่อความหมายอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ตั้งค่าหัว 2 แสนลีฟร์เพื่อเอาชีวิตเขานั้น ก็คือกลุ่มนายธนาคารรายใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น เครดิตของพวกเขายังเชื่อถือได้อย่างแน่นอน ต่อให้มือสังหารต้องจบชีวิตลง เงินรางวัลก็จะถูกส่งมอบให้ครอบครัวของพวกเขาอยู่ดี

“ไอ้พวกสารเลวที่ถูกปีศาจสิงสู่เอ๊ย!”

เนกเกร์กดเสียงต่ำ ตะคอกด่าพร้อมกับปาหนังสือพิมพ์ลงบนพื้นอย่างแรง

‘ปารีส นิวส์’ เป็นหนังสือพิมพ์ของดุ๊กแห่งออร์เลอ็อง และเขาก็คือหนึ่งในผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังสมาคมธนาคาร

ในเมื่อหนังสือพิมพ์ของเขายังรายงานแบบนี้ ก็แสดงว่าพวกเขาต้องการให้ตนตายแบบไม่ต้องสงสัยเลย

ไอ้พวกนี้ ตนอุตส่าห์ช่วยให้พวกมันทำเงินได้ตั้งมากมาย พอมีปัญหาปุ๊บก็ทิ้งกันหน้าตาเฉย!

ทว่าเขาหารู้ไม่ว่า ในช่วงสองวันนี้ ‘ปารีส นิวส์’ ไม่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักพิมพ์และข่าวสารด้วยเหตุผลสารพัด จนไม่สามารถตีพิมพ์ออกวางจำหน่ายได้เลย

และหนังสือพิมพ์ ‘ปารีส นิวส์’ ที่ปรากฏอยู่ตามท้องตลาดในตอนนี้ ล้วนเป็นของปลอมที่สำนักพิมพ์ ‘ปารีส บิสซิเนส เดลี่’ ของโจเซฟจัดทำขึ้นมาเอง แล้วก็ส่งให้เด็กส่งหนังสือพิมพ์ไปเร่ขาย

ส่วนเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์น่ะหรือ? หึหึ รอให้เรื่องของเนกเกร์จบลงเมื่อไหร่ ‘ปารีส นิวส์’ อยากจะไปฟ้องศาลก็เชิญเลย อย่างมากก็แค่ชดใช้ค่าเสียหายให้สิบเท่า มีปัญญามาสั่งปิดสำนักพิมพ์ของมกุฎราชกุมารไหมล่ะ?

เนกเกร์หยิบแผ่นพับที่พ่อบ้านนำมาให้ขึ้นมาดูอีก ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าค่าหัวเพิ่มขึ้นไปอีกแล้ว ถึงขั้นแตะตัวเลขมหาศาลถึง 3 แสนลีฟร์

เขารู้ซึ้งดีว่าตัวเลขนี้หมายถึงอะไร

อย่าว่าแต่วงการโลกมืดในปารีสที่จะคลุ้มคลั่งเลย แม้แต่ชาวเมืองธรรมดาๆ สักคน หากได้เห็นเงินจำนวนนี้ ก็คงจะกลายร่างเป็นฆาตกรเลือดเย็นได้ในพริบตา!

และนั่นก็หมายความว่า ทุกคนที่เขาพบเจอล้วนไม่อาจไว้ใจได้อีกต่อไป คนเหล่านั้นที่เขาเคยติดต่อไว้เพื่อใช้เป็นเส้นทางหลบหนี ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเด็ดขาด เงิน 3 แสนลีฟร์อาจทำให้พวกเขาหักหลังเขาได้ทุกเมื่อ

ต้องเข้าใจว่า แม้เขาจะมีทรัพย์สินนับสิบล้าน แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นบัญชีนิรนามที่ฝากไว้ตามธนาคารต่างๆ ซึ่งส่วนมากก็เป็นธนาคารในต่างประเทศ ในมือของเขาตอนนี้มีเพียงเหรียญทอง 2 พันเอกู (Écu) เท่านั้น เขาไม่สามารถพกเงินสดจำนวนมากติดตัวไปได้หรอก

ดังนั้นเขาจึงไม่มีปัญญาไปติดสินบนพวกคนที่ละโมบในเงินรางวัลเหล่านั้นได้เลย

และต่อให้เขาสามารถหาเงินก้อนใหญ่มาได้ เขาก็ไม่กล้าเสี่ยงอยู่ดี ใครจะไปรู้ว่าไอ้พวกนั้นรับเงินไปแล้ว จะไม่หันกลับมาตัดหัวเขาไปแลกเงิน 3 แสนลีฟร์อีก

ท้ายที่สุดแล้ว นั่นมันตั้ง 3 แสนลีฟร์เชียวนะ!

ความซื่อสัตย์และศีลธรรมอะไรกัน ต่อหน้าเงินก้อนโตขนาดนี้ มันก็กลายเป็นแค่เรื่องตลกเท่านั้นแหละ

มาดามเนกเกร์มองดูหนังสือพิมพ์ในมือสามี แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ที่รักคะ พรุ่งนี้เรายังจะไปกันไหมคะ?”

เนกเกร์หันไปคว้าแขนเธอไว้แน่น แล้วตวาดใส่ว่า “ไปงั้นเหรอ! คุณก็รู้แต่จะไปๆ! นี่คุณอยากจะฆ่าพวกเราให้ตายหมดรึไง?!”

เขาชี้ไปทางทางเข้าห้องใต้ดิน “ผมขอสาบานเลยนะ ยังไม่ทันที่ผมจะก้าวขึ้นรถม้า ไอ้คนขับรถนั่นก็คงจะเอามีดแทงหลังผมสักสองแผลแล้ว! จบแล้ว ทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว…”

เขาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างสิ้นหวัง แต่หางตากลับเหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่กางอยู่ บนนั้นมีข่าวที่เขาเพิ่งอ่านไปเมื่อวาน พระราชินีทรงประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่าจะรักษาชีวิตของเขาไว้ และอาจจะไม่ตัดสินจำคุกเกินห้าปีด้วยซ้ำ

ในหนังสือพิมพ์ยังคาดเดาด้วยว่า ขอเพียงเนกเกร์ยอมคืนเงินที่ยักยอกไป และจ่ายค่าปรับอีกเล็กน้อย ท้ายที่สุดก็น่าจะถูกตัดสินแค่เนรเทศเท่านั้น

ในใจของเขาเริ่มต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนัก เนิ่นนานผ่านไป เขาก็ลุกพรวดขึ้นจากเตียง แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

ในเมื่อพวกสมาคมธนาคารอยากให้ฉันตายนักล่ะก็ งั้นก็อย่าหาว่าฉันหันไปร่วมมือกับราชวงศ์ฝรั่งเศสก็แล้วกัน!

ตกดึก เอลอนก์ พ่อบ้านของเขาก็ลอบกลืนหายไปในความมืดมิด…

ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองตำรวจและตำรวจลับนับร้อยนายก็เข้าปิดล้อมบ้านพักที่เนกเกร์ใช้ซ่อนตัว

ฟูเชร์นำกำลังบุกเข้าไปด้วยตัวเอง แต่กลับพบว่าห้องใต้ดินลับนั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งวี่แววของผู้ใด

ในขณะที่เขากำลังร้อนรนอยู่นั้น ลูกน้องหลายคนก็วิ่งเข้ามารายงานว่าจับตัวเนกเกร์ได้แล้ว

“ไปจับตัวเขาได้ที่ไหน?” ฟูเชร์เหลือบมองห้องใต้ดินที่ว่างเปล่า แล้วเอ่ยถามด้วยความงุนงง

“เขาคลานออกมาจากท่อระบายน้ำริมถนนข้างๆ เองเลยครับ”

ฟูเชร์หารู้ไม่ว่า ประกาศจับค่าหัว 3 แสนลีฟร์นั้น ทำให้เนกเกร์ไม่กล้าไว้ใจแม้กระทั่งพ่อบ้านที่เขาไว้ใจที่สุด เขากลัวว่าพ่อบ้านจะพานักฆ่ากลับมาด้วย จึงได้ชิงหนีออกจากบ้านไปซ่อนตัวก่อนแล้ว

ในที่สุดฟูเชร์ก็ทำภารกิจสำเร็จ เขาจึงคุมตัวเนกเกร์ไปยังคุกบาสตีย์ด้วยตัวเองทันที

พระราชวังปาแล-รัวยาล

บรรดานายธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งสมาคมธนาคารต่างก็มองไปที่ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องด้วยความร้อนใจ

เดิมทีคนของพวกเขาพอจะสืบหาร่องรอยของเนกเกร์ได้บ้างแล้ว ไม่คาดคิดว่าช่วงสองวันนี้จู่ๆ จะมีประกาศตั้งค่าหัวสูงลิ่วโผล่ขึ้นมา ทำให้แผนการของพวกเขารวนไปหมด

“ไม่คิดเลยว่าราชวงศ์จะอภัยโทษให้มัน” ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องก็ขมวดคิ้วแน่นเช่นกัน “แถมยังมีค่าหัว 3 แสนลีฟร์นี่อีก เนกเกร์มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะไปมอบตัวกับราชวงศ์”

เคานต์เคปเฟลกล่าว “เราต้องรีบทำให้เนกเกร์รู้ให้ได้ ว่าไอ้เรื่องตั้งค่าหัวนั่นไม่ใช่ฝีมือเรา!”

เคานต์ไอแซกเหลือบมองเขาอย่างเหยียดหยาม “ถ้าหาตัวเขาเจอได้ จะต้องมายุ่งยากแบบนี้อีกทำไม?”

ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องส่ายหน้า “ตอนนี้สิ่งพิมพ์ถูกควบคุมหมดแล้ว แม้แต่หนังสือพิมพ์ของฉันก็ยังถูกปลอมแปลง ยากมากที่จะส่งข่าวไปถึงเขาได้”

ในตอนนั้นเอง พ่อบ้านของดุ๊กแห่งออร์เลอ็องก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาอย่างเร่งรีบ แล้วกระซิบที่ข้างหูเขา

“อะไรนะ? ไอ้โง่นั่นถูกจับแล้วรึ!” ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องเบิกตากว้าง หันไปมองพ่อบ้าน “ข่าวเชื่อถือได้ไหม?”

“เป็นข่าวจากสายของเราที่อยู่ในหน่วยตำรวจลับครับ ตอนนี้กำลังถูกคุมตัวไปที่คุกบาสตีย์ครับ”

ทุกคนในห้องถึงกับแตกตื่นลุกลี้ลุกลนกันไปหมด

ดุ๊กแห่งออร์เลอ็องถลึงตาใส่พวกเขาแล้วตวาดว่า “ใจเย็นๆ กันหน่อย! ก่อนหน้านี้หาตัวเนกเกร์ไม่เจอ ก็ได้แต่ปล่อยให้ราชวงศ์ปล่อยข่าวลือไปเรื่อย ตอนนี้เขาโผล่หัวออกมาแล้ว บางทีอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้”

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปสั่งพ่อบ้าน “นายรีบไปหาพันโทลาวิแยร์ ให้เขาหาทางเข้าไปพบเนกเกร์ แล้วบอกเขาว่า…”

สองชั่วโมงต่อมา

เนกเกร์ก็ถูกจับเข้าไปขังในคุกบาสตีย์สมใจอยาก

ผิดจากที่ผู้คนจินตนาการไว้ ห้องขังนี้เป็นห้องชุดที่มีทั้งห้องน้ำและห้องอาหารในตัว สะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก แถมยังมีโซฟาและเตียงนอนบุนวมอีกด้วย

ฟูเชร์กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นอีก จึงนำลูกน้องกว่าสิบคนมาเฝ้าเนกเกร์และครอบครัวอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา แม้แต่ตอนเข้าห้องน้ำก็ไม่เว้น

ในขณะนั้นเอง นายทหารร่างสูงใหญ่คนหนึ่งพร้อมทหารยามก็เดินเข้ามา ทักทายปราศรัยกับฟูเชร์อย่างสุภาพ ก่อนจะพยักพเยิดไปทางเนกเกร์ “คุณก็รู้นะ นักโทษที่เข้ามาที่นี่ต้องผ่านการตรวจค้นตามระเบียบ ผมก็แค่ต้องมาทำตามหน้าที่น่ะ”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note