You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เฟลสเซลกล่าวเสริมว่า “นี่เป็นเพียงรายรับของคณะกรรมการจัดงานเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ ทางฝั่งศาลาว่าการเมืองน่าจะมีรายรับอีกหลายแสนลีฟร์ ซึ่งจะต้องให้พวกเขาเป็นคนรวบรวมตัวเลขพ่ะย่ะค่ะ”

รายรับที่เข้าคณะกรรมการจัดงานสัปดาห์แฟชั่นมีเพียงแค่ส่วนของพระราชวังตุยเลอรีและสวนสนุกเท่านั้น ส่วนรายได้เสริมอื่นๆ อย่างเช่น รถม้าโดยสาร พิพิธภัณฑ์ โรงละคร ฯลฯ จะตกเป็นของศาลาว่าการเมือง

โจเซฟพยักหน้าอย่างเรียบเฉย แต่ในใจกลับตื่นเต้นไม่น้อย ตัวเลขนี้สูงกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้เกือบล้านลีฟร์เลยทีเดียว แถมยังเพิ่งผ่านวันที่หกของสัปดาห์แฟชั่นไปเท่านั้น ยังเหลืออีกสองวัน รับรองได้ว่ากำไรสุทธิทะลุ 5 ล้านลีฟร์แน่นอนทำไมสัปดาห์แฟชั่นถึงมี 8 วันน่ะหรือ? หึหึ ความจริงแล้วยังมีกิจกรรมต่างๆ ตามมาอีกกว่าครึ่งเดือนเลยนะ ทั้งนิทรรศการศิลปะแฟชั่น สัปดาห์การกุศล สัปดาห์อาหาร ฯลฯ ลากยาวไปจนถึงปลายเดือนมีนาคมนู่นแหละ

ทว่า เขาก็ไม่ได้แปลกใจกับรายรับนี้นัก เพราะงานเฉลิมฉลองที่มีบริการครบวงจรทั้งกิน ดื่ม เที่ยว เล่น แถมยังมีแฟชั่นเป็นจุดขายที่ดึงดูดใจขนาดนี้ ถือเป็นงานแรกในโลกเลยก็ว่าได้ การที่เหล่าชนชั้นสูงของยุโรปจะให้ความสนใจอย่างล้นหลามก็เป็นเรื่องธรรมดา

นี่ขนาดว่าการเดินทางและข้อมูลข่าวสารยังไม่ค่อยสะดวกนักนะ อย่างเช่นลูกค้าจากอเมริกาก็แทบจะไม่มีเลย หรือแม้แต่ลูกค้าจากยุโรปตะวันออกก็มีไม่มากนัก หากเป็นในยุคที่การคมนาคมสะดวกสบายกว่านี้ รายรับของสัปดาห์แฟชั่นอาจจะพุ่งสูงกว่านี้อีกเป็นเท่าตัวก็ได้

นอกจากนี้ โจเซฟยังมีรายรับก้อนใหญ่อีกหลายก้อนที่ยังไม่ได้นำมาคำนวณรวมด้วย

อย่างแรกคือโครงการอสังหาริมทรัพย์

ที่ดินเปล่าในสวนของพระราชวังตุยเลอรีถูกพัฒนาเป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรร “ราชอุทยาน” เฟสแรกมีวิลล่าทั้งหมด 75 หลัง ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 48,000 ลีฟร์ ตอนนี้ขายไปแล้วกว่าครึ่ง คิดเป็นรายรับกว่า 1.8 ล้านลีฟร์ แถมยังมีคนแห่มาสอบถามและดูบ้านกันอย่างไม่ขาดสายในแต่ละวัน

ต้องรู้ไว้ก่อนว่า บ้านพวกนี้ยังสร้างไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ ลูกค้ายังไม่เห็นหน้าตาของบ้านจริงๆ เลย มิฉะนั้นก็คงจะขายหมดเกลี้ยงไปนานแล้ว

โจเซฟก็ไม่รีบร้อนหรอกเขาตั้งใจจะใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบเดียวกับพวกขายอสังหาริมทรัพย์ในยุคหลัง ค่อยๆ ปรับราคาขึ้นทีละนิด แล้วก็ปล่อยข่าวว่า “ท่านดยุกคนนั้นคนนี้” ย้ายเข้ามาอยู่แล้ว พอถึงตอนที่บ้านสร้างเสร็จ ราคาเฉลี่ยก็คงจะพุ่งทะลุ 60,000 ลีฟร์ไปอย่างแน่นอน

แถมเมื่อโครงการเฟสแรกสร้างเสร็จ สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างโรงพยาบาลและโรงเรียนก็สร้างเสร็จตามไปด้วย โครงการเฟสสองก็แทบจะได้กำไรเนื้อๆ เน้นๆ

เมื่อเทียบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถทำกำไรมหาศาลได้แล้ว ยอดขายเครื่องสำอางของบริษัท “ปารีสแองเจิล” และยอดขายรถม้าของโชว์รูม “เป่าสือเจี๋ย” กลับดูจืดชืดไปเลย

ยอดขายเครื่องสำอางตลอด 6 วันอยู่ที่กว่า 800,000 ลีฟร์ ส่วนโชว์รูมรถม้าเพิ่งจะเริ่มต้น ทำให้สินค้าขาดตลาดอย่างหนัก ทำยอดขายไปได้เพียงไม่ถึง 120,000 ลีฟร์เท่านั้น

โจเซฟคำนวณคร่าวๆ ว่า เมื่อถึงสิ้นเดือนที่กิจกรรมสัปดาห์แฟชั่นจบลง คณะกรรมการจัดงานน่าจะทำรายได้ถึงประมาณ 7 ล้านลีฟร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะตกเป็นของคลังแผ่นดินฝรั่งเศสและราชวงศ์ หอการค้าปารีสที่ร่วมลงทุนเล็กน้อยก็ได้ส่วนแบ่งกำไรไป 3%

ทว่า สำหรับโจเซฟแล้ว เงินพวกนี้ส่วนใหญ่ก็เหมือนเป็นเงินของเขาเองนั่นแหละรัฐบาลฝรั่งเศสยังค้างชำระเงินกู้เขาอยู่ 6 ล้านลีฟร์ แถมตอนซื้อเสบียงอาหารเขาก็ควักเนื้อจ่ายไปอีกหลายล้าน พี่น้องยังไงก็ต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน เงินก้อนนี้รัฐบาลต้องคืนให้มกุฎราชกุมารอยู่แล้ว ก็เอาจากรายได้ของสัปดาห์แฟชั่นไปหักลบกันเลยแล้วกัน

ส่วนส่วนแบ่งของราชวงศ์นั้น ก็เท่ากับเข้ากระเป๋าเขาโดยตรง ก่อนหน้านี้พระราชินีบอกว่ายกพระราชวังตุยเลอรีให้เขาใช้ฟรีๆ แน่นอนว่าต่อไปก็คงต้องแบ่งรายได้ให้พระนางบ้าง มีเงินก็ต้องแบ่งกันรวย ทางข้างหน้าจะได้สะดวกขึ้นไง

ส่วนรายได้จาก “ราชอุทยาน” นั้นตกเป็นของโจเซฟแต่เพียงผู้เดียว เพราะเขาคือผู้พัฒนาโครงการเพียงรายเดียว ก่อนหน้านี้เขาซื้อที่ดินในสวนพระราชวังตุยเลอรีมาในราคา 50,000 ลีฟร์ตอนนั้นที่นั่นมีแต่ที่ดินเปล่าๆ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นย่านที่พักอาศัยสุดหรูระดับท็อปของปารีสไปแล้ว

คำนวณเบ็ดเสร็จแล้ว การที่เขาลงแรงเหน็ดเหนื่อยจัดงานสัปดาห์แฟชั่นครั้งนี้ ทำให้เขามีรายได้สุทธิประมาณ 10 ล้านลีฟร์เลยทีเดียว

พอมีเงินก้อนนี้ เขาก็จะสามารถซื้อเสบียงจากต่างประเทศได้มากขึ้น เพื่อเตรียมรับมือกับภาวะข้าวยากหมากแพงที่กำลังจะมาถึง

โจเซฟพลิกดูรายละเอียดรายรับของสัปดาห์แฟชั่นต่อไป

ในบรรดารายการทั้งหมด รายรับที่สูงที่สุดย่อมหนีไม่พ้นส่วนแบ่งยอดขายจากเสื้อผ้า รองเท้า หมวก เครื่องประดับ ฯลฯ รวมถึงค่าเช่าพื้นที่ รวมแล้ว 1,470,000 ลีฟร์ หากคิดจากส่วนแบ่ง 15%-25% เท่ากับว่าจนถึงตอนนี้ สัปดาห์แฟชั่นขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับไปได้กว่า 6 ล้านลีฟร์แล้ว!

แต่รายการที่ทำรายรับเป็นอันดับสอง กลับทำให้โจเซฟประหลาดใจไม่น้อยมันคือห้องเด็กเล่นที่ไม่ค่อยจะสะดุดตาเท่าไหร่นั่นเอง

เครื่องเล่นในพระราชวังตุยเลอรี 75 เครื่อง และข้างนอกอีก 30 เครื่อง ตลอด 6 วันที่ผ่านมา ทำกำไรไปได้กว่า 800,000 ลีฟร์!

เฉลี่ยแล้ว เครื่องหนึ่งทำเงินได้ถึงวันละ 1,200 ลีฟร์!!

ฉันจะไปเหนื่อยทำอุตสาหกรรมพาณิชยกรรมทำไม ในเมื่อเจ้านี่มันทำเงินได้เร็วกว่าอะไรทั้งหมด?

แต่เขาก็เข้าใจดีว่า สาเหตุที่เครื่องเล่นพวกนี้ทำเงินได้มหาศาลขนาดนี้ อย่างแรกคือเพราะความแปลกใหม่ ทุกคนก็เลยอยากจะลองเล่นดู อย่างที่สองคือเพราะลูกค้าที่มางานสัปดาห์แฟชั่นครั้งนี้ล้วนเป็นเศรษฐีกระเป๋าหนัก ขอแค่ได้เล่นสนุก ก็ไม่สนใจหรอกว่าจะต้องจ่ายเงินไปเท่าไหร่

หากเวลาผ่านไปจนหมดความตื่นเต้น ประกอบกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ รายได้ก็คงไม่โอเวอร์ขนาดนี้แน่นอน

และโจเซฟก็ไม่อยากให้คนฝรั่งเศสต้องมาหมดเนื้อหมดตัวเพราะหมกมุ่นอยู่กับเครื่องเล่นพวกนี้ด้วย ต่อไปก็เอาไปตั้งไว้ที่พระราชวังแวร์ซายส์แค่สิบกว่าเครื่องก็พอ ส่วนที่เหลือก็ส่งไปที่ดินแดนอาณานิคมให้หมดเลยแล้วกัน

รายรับในลำดับต่อๆ มาก็คือ ที่พัก สวนสนุกอีเดน บริการพิเศษ ร้านอาหาร…

หลังจากที่โจเซฟสอบถามเรื่องการดำเนินงานของสัปดาห์แฟชั่นจากเฟลสเซลเพิ่มเติม เขาก็ได้ยินเสียงดนตรีอันไพเราะดังมาจากข้างนอก จึงต้องจบการรายงานรายรับไว้เพียงเท่านี้แฟชั่นโชว์กำลังจะเริ่มในอีกสิบกว่านาที เฟลสเซลต้องไปเตรียมงานแล้ว

โจเซฟมองดูบรรยากาศงานสัปดาห์แฟชั่นที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนผ่านทางหน้าต่าง ในใจกำลังวางแผนที่จะสร้างผลกำไรสูงสุดจากงานมหกรรมครั้งนี้

อันที่จริง สำหรับรายรับทางเศรษฐกิจโดยตรง เขากลับให้ความสำคัญกับรายรับแอบแฝงของสัปดาห์แฟชั่นมากกว่า

เช่น ผลประโยชน์มหาศาลในการยกระดับภาพลักษณ์ของฝรั่งเศส

เมื่อแขกที่มาร่วมงานสัปดาห์แฟชั่นเดินทางกลับบ้านเกิด พวกเขาย่อมต้องนำเอาความยิ่งใหญ่ของสัปดาห์แฟชั่นและความเจริญรุ่งเรืองของปารีสไปบอกเล่าให้ทุกคนฟังอย่างแน่นอน

ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยดึงดูดการลงทุนพิเศษ และดึงดูดผู้มีความสามารถแขนงต่างๆ ที่หลงใหลในสภาพแวดล้อมอันแสนสะดวกสบายของที่นี่ ให้เข้ามาในฝรั่งเศสได้

เมื่ออิทธิพลของสัปดาห์แฟชั่นเริ่มอยู่ตัว เขาก็สามารถต่อยอดจัดงาน “มหกรรมยุโรป” และกิจกรรมการประกวดต่างๆ ได้อีก ซึ่งจะช่วยยกระดับสถานะในระดับนานาชาติของฝรั่งเศส และดึงดูดการลงทุนและผู้มีความสามารถได้มากขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ยอดขายเสื้อผ้าทุกประเภทในสัปดาห์แฟชั่นครั้งนี้มีมูลค่าสูงกว่า 4 ล้านลีฟร์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากเมืองลียงทั้งนั้น

ก่อนหน้านี้ เนื่องจากอุตสาหกรรมสิ่งทอของฝรั่งเศสขาดศักยภาพในการแข่งขัน ประกอบกับสนธิสัญญาอีเดนที่ช่วยลดกำแพงภาษีศุลกากร ทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอของลียงแทบจะพังพินาศอยู่รอมร่อ

ในหน้าประวัติศาสตร์ การตกงานของคนงานทอผ้าชาวลียงจำนวนมาก ก็เป็นหนึ่งในชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส

แต่เมื่อผ่านการโปรโมทจากงานสัปดาห์แฟชั่นในครั้งนี้ ก็จะทำให้เสื้อผ้าของฝรั่งเศสขายดีเป็นเทน้ำเทท่าถึงเทคโนโลยีสิ่งทอของฝรั่งเศสจะสู้ของอังกฤษไม่ได้ แต่ถ้าเสื้อผ้าของเราขายดี ก็สามารถชดเชยต้นทุนผ้าที่แพงกว่าได้มาก

แน่นอนว่า ในปัจจุบัน ครอบครัวส่วนใหญ่มักจะซื้อผ้าไปตัดเสื้อผ้าใส่เอง ตลาดเสื้อผ้าสำเร็จรูปยังมีขนาดเล็กมาก และมักจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินค้าระดับล่างสุดเท่านั้น

แต่โจเซฟก็มั่นใจว่า หากใช้กลยุทธ์การส่งเสริมการขายบางอย่าง ก็จะสามารถเพิ่มยอดขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปได้อย่างมหาศาล

ด้วยวิธีนี้ ก็จะทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอของฝรั่งเศสสามารถประคองตัวไปได้จนถึงจุดที่สามารถต่อกรกับพวกอังกฤษได้

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note