You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“อืม เอาซี่โครงแกะทอด ซุปข้นบีทรูทเห็ดทรัฟเฟิล แล้วก็ขนมปังปิ้ง”

อเล็กเซย์สั่งอาหารสองสามอย่างกับบริกรที่อยู่ข้างๆ อย่างลวกๆ แล้วหันไปถามโจเซฟว่า “ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ที่ท่านบอกว่า ‘เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง’ มันหมายถึงอะไรหรือ?”

“ขอชาดำให้ข้าแก้วหนึ่ง ไม่ต้องใส่นม เครื่องเทศ และน้ำตาล”

โจเซฟไล่บริกรไป แล้วยิ้มตอบ “อย่างเช่น ทำธุรกิจอะไรทำนองนั้น หากท่านมีธุรกิจเป็นของตัวเองในปารีส องค์ราชินีก็คงไม่ทรงเป็นกังวลเรื่องความประพฤติของท่านอ้อ ขออภัยที่ข้าใช้คำพูดตรงไปหน่อยจนต้องเรียกท่านกลับรัสเซียหรอก”

ทำธุรกิจงั้นหรือ? อเล็กเซย์กะพริบตา รู้สึกเหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง คงไม่มีใครเอาพ่อค้าที่มัวแต่วุ่นวายกับการหาเงินไปเชื่อมโยงกับตำแหน่งรัชทายาทในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กหรอก นี่เป็นวิธีที่ดีในการอยู่ห่างจากการเมืองจริงๆ แถมยังช่วยสลัดภาพลักษณ์เพลย์บอยออกไปได้บ้างด้วย

ทว่า อเล็กเซย์ก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ องค์มกุฎราชกุมาร แต่ข้าทำธุรกิจไม่เป็นหรอก ตอนนี้องค์ราชินีต้องควักเงินอุดหนุนให้ข้าปีละหลายหมื่นรูเบิลอยู่แล้ว ข้าไม่อยากจะผลาญเงินของพระนางไปมากกว่านี้อีก”

“ไม่หรอก ข้าเชื่อว่าท่านต้องหาเงินได้แน่” โจเซฟยิ้ม “แถมยังเป็นเงินก้อนโตด้วย”

“ฝ่าบาท ขอประทานอภัยที่ต้องพูดตรงๆ เรื่องนี้คงจะเป็นไปได้ยาก ข้ารู้ความสามารถของตัวเองดี”

โจเซฟสูดกลิ่นหอมกรุ่นของชาในถ้วยที่บริกรเพิ่งนำมาเสิร์ฟ ปรายตามองลูกนอกสมรส “อันที่จริงมันไม่ได้ยากอย่างที่ท่านคิดหรอก สิ่งที่ท่านต้องการก็แค่หุ้นส่วนที่ดีเท่านั้น”

“หุ้นส่วน?”

โจเซฟใช้ช้อนคนชาชี้มาที่ตัวเอง “อย่างเช่น ข้าไง”

อเล็กเซย์ประหลาดใจ “ท่านหมายความว่า จะให้ข้าร่วมหุ้นทำธุรกิจกับท่านหรือ?”

โจเซฟพยักหน้า “เราสามารถร่วมทุนกันตั้งบริษัทการค้าขึ้นมา เพื่อทำการค้าขายระหว่างฝรั่งเศสและรัสเซียโดยเฉพาะ”

เขาไม่ได้พูดขึ้นมาลอยๆ แต่ได้วางแผนเรื่องนี้มานานแล้ว

แท้จริงแล้ว ฝรั่งเศสและรัสเซียได้ลงนามในข้อตกลงทางการค้ากันตั้งแต่ปีก่อนนู้น แต่ทว่าด้วยสถานะทางการคลังของฝรั่งเศสที่ตึงตัว ประกอบกับทั้งสองประเทศไม่มีสินค้าที่อีกฝ่ายสนใจมากนักนอกจากไวน์และแนวคิดรู้แจ้งแล้ว ฝรั่งเศสก็แทบจะไม่มีอะไรส่งออกไปรัสเซียได้เลย ในขณะเดียวกัน สินค้าส่งออกหลักของรัสเซียอย่างผ้าลินิน ไขมันสัตว์ ไม้ และอื่นๆ ฝรั่งเศสก็ไม่ได้มีความต้องการสูงนัก

ส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างสองฝ่ายทรงตัวมาโดยตลอด

แต่ทั้งสองประเทศต่างก็อยากจะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้สูงขึ้นอย่างมาก

สำหรับรัสเซีย พวกเขากังวลมาตลอดเรื่องที่ต้องพึ่งพาการค้ากับอังกฤษมากเกินไป จึงต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการค้า อย่างเช่นการเพิ่มสัดส่วนของฝรั่งเศส เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกอังกฤษควบคุม

ส่วนฝรั่งเศส หากสามารถเพิ่มปริมาณการค้ากับประเทศมหาอำนาจอย่างรัสเซียได้ ก็ย่อมจะช่วยให้สถานการณ์ทางการคลังดีขึ้นอย่างแน่นอน

“เรื่องการบริหารจัดการท่านไม่ต้องเป็นห่วง เราสามารถจ้างมืออาชีพมาดูแลบริษัทได้” โจเซฟกล่าว “ข้าจะออกเรือสินค้าจำนวนหนึ่งเป็นหุ้นของข้า เรือเหล่านี้จะชักธงรัสเซีย เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากนโยบาย ‘เป็นกลางติดอาวุธ’ ของพวกท่าน ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการก่อกวนจากพวกอังกฤษได้

“ส่วนท่านก็ให้คนไปรับซื้อผ้าลินิน ไขมันสัตว์ หรืออาจจะรวมถึงเหล็กจากทางรัสเซีย เพื่อใช้เป็นหุ้นของท่าน

“เมื่อของพวกนี้มาถึงมาร์เซย์ ก็จะขนส่งไวน์ สิ่งทอ หรือในอนาคตอาจจะมีกระดาษ เครื่องจักร และสินค้าอื่นๆ ของฝรั่งเศส กลับไปยังไครเมีย”

นโยบาย “เป็นกลางติดอาวุธ” คือนโยบายทางการค้าของรัสเซียที่แคทเธอรีนที่ 2 ทรงประกาศใช้ มีใจความสำคัญว่า “ในฐานะประเทศเป็นกลาง เรือของรัสเซียสามารถเดินเรือได้อย่างเสรีระหว่างท่าเรือต่างๆ รวมถึงตามแนวชายฝั่งของประเทศคู่สงคราม เว้นเสียแต่ว่าจะบรรทุกสินค้าต้องห้ามในยามสงคราม ประเทศคู่สงครามก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซง”

นโยบายนี้ได้รับการยอมรับจากอังกฤษแล้ว ดังนั้นการใช้ “เรือรัสเซีย” ของอเล็กเซย์ขนส่งสินค้า แม้ฝรั่งเศสและอังกฤษจะเกิดการกระทบกระทั่งกัน ก็ยังสามารถรับประกันได้ว่าการค้าจะดำเนินไปได้ตามปกติ

นอกจากนี้ โจเซฟยังแอบซ่อนไพ่เด็ดไว้อีกใบ

เขาเคยอ่านข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและรัสเซียมาก่อน ตามเงื่อนไขในข้อตกลง เรือสินค้าของรัสเซียสามารถขนส่งสินค้าจากตะวันออกไกลมายังยุโรปได้ โดยที่กองเรืออังกฤษจะไม่มีสิทธิ์ขัดขวาง ตอนนั้นอังกฤษคิดว่ารัสเซียไม่มีบทบาทอะไรในตะวันออกไกล จึงตอบตกลงไปโดยไม่คิดอะไรมาก ซึ่งจุดนี้แหละที่เขาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ผ่านบริษัทการค้าระหว่างเขากับอเล็กเซย์ได้ในอนาคต

อเล็กเซย์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวอย่างลังเลว่า “ฝ่าบาท ข้าต้องยอมรับเลยว่า ข้อเสนอของท่านสมบูรณ์แบบมาก

“เพียงแต่ ตอนนี้ก็มีคนทำการค้าระหว่างฝรั่งเศสและรัสเซียในลักษณะนี้อยู่ไม่น้อย ข้าไม่คิดว่าเราจะสามารถแข่งขันกับพวกเขาได้หรอกนะ”

โจเซฟยิ้มและพยักหน้า อเล็กเซย์เป็นคนฉลาดจริงๆ ไม่ได้เป็นเหมือนภาพลักษณ์เพลย์บอยที่แสดงออกเลยแม้แต่น้อย ดูท่าการร่วมมือกับเขาคงจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่

“อย่างแรกเลย ปริมาณการค้าระหว่างฝรั่งเศสและรัสเซียในตอนนี้ยังน้อยเกินไป

“ถ้าข้าจำไม่ผิด แต่ละปีมีเรือสินค้าจากอังกฤษแล่นไปที่ริกามากกว่าสามร้อยลำ แต่มีเรือจากลียงแล่นไปทะเลดำเพียงแค่หนึ่งในสิบของจำนวนนั้นเท่านั้น

“พูดกันตามตรง ฝรั่งเศสกำลังจะเริ่มการปฏิรูปอุตสาหกรรม ความต้องการสินค้าจากรัสเซียจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะผ้าลินิน ถ้าเป็นอย่างนั้น จำนวนเรือสินค้าที่มีอยู่ตอนนี้ก็คงไม่เพียงพออย่างแน่นอน”

อเล็กเซย์พยักหน้าเล็กน้อย ที่แท้มกุฎราชกุมารฝรั่งเศสก็มีข้อมูลวงในนี่เอง ถ้าเป็นแบบนี้ ธุรกิจนี้ก็ทำได้จริงๆ

โจเซฟโน้มตัวไปข้างหน้า ลดเสียงลงพูดว่า “อีกอย่าง ข้าสามารถให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรแก่ท่านได้ ข้ารับรองเลยว่า สิทธิพิเศษนี้จะต้องไม่น้อยแน่นอน”

“ท่านพูดจริงหรือ?”

“แน่นอน”

โจเซฟมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถขอสิทธิพิเศษทางภาษีจากคณะรัฐมนตรีได้ หรืออาจจะไม่ต้องลดภาษีเลยด้วยซ้ำ แค่ให้พวกเขาหลับตาข้างหนึ่งให้กับบริษัทการค้าของเขาก็พอแล้ว

การทำเช่นนี้นอกจากจะดึงดูดชาวรัสเซียได้แล้ว เนื่องจากการลดภาษีนำเข้าผ้าลินิน ก็จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมสิ่งทอของฝรั่งเศส เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อีกด้วย

ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นการลดความเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างอังกฤษและรัสเซีย ทำให้ต้นทุนสินค้าผ้าลินินของอังกฤษสูงขึ้น

เขากล่าวต่อ “ขณะเดียวกัน ท่านก็สามารถใช้เส้นสายในรัสเซีย จัดหาสินค้าอย่างผ้าลินิน หรือไขมันสัตว์ในราคาที่ถูกลงได้ ด้วยวิธีนี้ เรากดต้นทุนลงได้จากทั้งสองทาง แล้วยังจะต้องกลัวว่าจะไม่มีกำไรอีกหรือ?”

อเล็กเซย์ดีใจมาก หากเขาสามารถส่งออกสินค้ามายังฝรั่งเศสได้เป็นจำนวนมากด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ ก็จะช่วยลดการพึ่งพาการค้ากับอังกฤษของรัสเซียได้อย่างมหาศาล นี่คือสิ่งที่องค์ราชินีปรารถนาจะทำมาตลอดสิบกว่าปีแต่ก็ไม่สำเร็จสักที! หากเขายกความดีความชอบเหล่านี้ให้พี่ชาย มันจะต้องทำให้ทัศนคติที่แม่มีต่อพี่ชายเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน!

เขาประสานมือเข้าด้วยกันอย่างตื่นเต้น “ฝ่าบาท ข้าคิดว่าข้อเสนอของท่านมีความเป็นไปได้สูงมาก ข้าจะพยายามกดราคาต้นทุนสินค้าให้ได้มากที่สุด”

โจเซฟยิ้มและโค้งตัวเล็กน้อย “ยินดีที่ได้ร่วมงานกับท่าน เคานต์โบบรินสกี”

บนโต๊ะอาหาร อาหารที่อเล็กเซย์สั่งมานั้นเย็นชืดไปนานแล้ว แต่เขากลับไม่ได้นึกถึงเรื่องกินเลยแม้แต่น้อย

โจเซฟสั่งให้คนเปลี่ยนอาหารร้อนมาให้ใหม่ แล้วส่งสัญญาณให้ลูกนอกสมรส “ข้าว่า ท่านควรจะทานมื้อค่ำได้แล้วล่ะ”

หลังจากอเล็กเซย์ทานเสร็จ ทั้งสองก็ปรึกษาหารือรายละเอียดของบริษัทการค้ากันอีกเล็กน้อย ถือเป็นการตกลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการ

ที่โจเซฟเลือกจะข้ามขั้นตอนของรัฐบาลรัสเซีย แล้วมาตั้งบริษัทการค้าแบบนี้ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการเจรจาการค้าอันแสนจะยืดเยื้อนั่นเอง ประสิทธิภาพในการเจรจาของคนยุคนี้ไม่ค่อยจะสูงนัก ยิ่งฝรั่งเศสกับรัสเซียอยู่ห่างไกลกันขนาดนี้ หากตัวแทนเจรจาของทั้งสองฝ่ายมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แค่ส่งข่าวกลับไปขอคำแนะนำจากประเทศของตนก็ปาเข้าไปสองเดือนกว่าแล้ว

ดังนั้น เขาจึงเลือกใช้วิธีจัดการเป็นการส่วนตัวแบบนี้ไปก่อน เพื่อให้การค้าระหว่างสองประเทศเริ่มเดินหน้าไปได้ เมื่อปริมาณการค้ามีมากพอ และทั้งสองฝ่ายพึ่งพาตลาดของกันและกันได้ในระดับหนึ่ง การเจรจาข้อตกลงทางการค้าในภายหลังก็จะง่ายขึ้นมาก

อีกอย่าง การทำแบบนี้ก็ถือเป็นการควบคุมการนำเข้าวัตถุดิบไปในตัว เพื่อให้พวกนายทุนหัวอ่อนขึ้นมาบ้าง

ตอนสี่ทุ่มกว่า อเล็กเซย์บอกลาโจเซฟ เขายืนมองแผ่นหลังที่เดินจากไปของมกุฎราชกุมาร ในใจเกิดความรู้สึกไม่สมจริงขึ้นมาวูบหนึ่ง

เด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่ จู่ๆ ก็โผล่มาตรงหน้าเขา ใช้บริษัทการค้าแห่งหนึ่งแก้ปัญหาที่ยากลำบากของเขา แถมยังมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับรัสเซียอีกต่างหาก

เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยจะเชื่อข่าวลือเกี่ยวกับมกุฎราชกุมารฝรั่งเศสผู้นี้เท่าไหร่นัก ทั้งเรื่องการเป็นผู้นำในการปฏิรูปตำรวจ ทำให้ความปลอดภัยในปารีสดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือการวางแผนสัปดาห์แฟชั่นอันยิ่งใหญ่นี้ เขาคิดว่าคงเป็นฝีมือของพวกขุนนางที่จัดการทุกอย่างให้ แล้วก็ยกความดีความชอบไปแขวนไว้ในชื่อของมกุฎราชกุมารเท่านั้น

แต่หลังจากที่ได้สัมผัสกันในคืนนี้ เขาก็มั่นใจแล้วว่าข่าวลือเกี่ยวกับมกุฎราชกุมารผู้นี้เป็นความจริงทั้งหมด แถมคำพูดคำจาและสติปัญญาของเขาก็ลึกล้ำกว่าที่ลือกันเสียอีก

อเล็กเซย์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย หากพอลพี่ชายของเขามีสติปัญญาเช่นนี้ เขาก็คงไม่ต้องระหกระเหินจากบ้านเกิดเมืองนอนมานานหลายปี ใช้สุราและนารีมอมเมาตัวเอง และเสแสร้งเป็นเพลย์บอยที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยแบบนี้

ในขณะที่โจเซฟและอเล็กเซย์กำลังปรึกษาหารือเรื่องบริษัทการค้า ที่โถงชั้นหนึ่งของงานสัปดาห์แฟชั่นก็กำลังมีการประมูลสินค้าอยู่

ผู้ที่เข้าร่วมการประมูลล้วนเป็นขุนนางระดับสูงจากนานาประเทศ หรือแม้แต่สมาชิกราชวงศ์บางพระองค์ก็มาร่วมด้วย ส่วนพระราชินีมารีที่เพิ่งจะทรงกล่าวสุนทรพจน์สั้นๆ ในงานสัปดาห์แฟชั่นเสร็จ ก็ทรงถูกหลานสาวลากมานั่งอยู่บนชั้นลอยชั้นสอง

สินค้าประมูลหลักในงานนี้คือเสื้อผ้าและเครื่องประดับหรูหรา

ของพวกนี้ไม่ได้อยู่ในสายพระเนตรของพระราชินีเลยแม้แต่น้อย ในเวลานี้พระนางกำลังทรงครุ่นคิดถึงเรื่องที่สนทนากับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เมื่อตอนกลางวัน

นั่นคือตอนหลังอาหารเที่ยง พระนางได้คุยเรื่องว่าที่คู่หมั้นของลูกชายกับพระสวามีอย่างไม่ใส่ใจนัก

ตอนแรกพระนางมั่นใจว่าหลานสาวน่าจะเอาชนะใจมกุฎราชกุมารได้แล้ว แต่กษัตริย์กลับบอกพระนางว่า พระองค์ได้คุยกับลูกชายแล้ว และดูเหมือนว่าทั้งเคลมองตีนและมาเรียจะไม่ใช่คู่หมั้นที่เขาพอใจ

พระนางทอดพระเนตรหลานสาวที่แสนจะร่าเริงน่ารักอยู่ข้างกายด้วยความกลัดกลุ้ม โอ้ พระเจ้า โจเซฟจะไม่ชอบนางได้อย่างไรกัน?

ชั่วแวบหนึ่ง พระนางทรงคิดอยากจะทำแบบกษัตริย์และราชินีประเทศอื่นๆ ที่ทรงประกาศให้ลูกชายรู้ไปเลยว่าเคลมองตีนนี่แหละคือภรรยาในอนาคตของเขา แต่พระนางก็ไม่อาจทนเห็นลูกชายผิดหวังหรือไม่มีความสุขได้

รอไปอีกสักพักก็แล้วกัน… พระราชินีทรงถอนหายใจในพระทัย มกุฎราชกุมารและเคลมองตีนต่างก็ยังเด็ก บางทีให้พวกเขาได้คลุกคลีกันอีกสักระยะ เขาอาจจะตกหลุมรักลูกพี่ลูกน้องที่น่ารักและสวยงามคนนี้ก็ได้

ในขณะนั้นเอง เสียงกังวานของนักประมูลก็ดังขึ้นจากเบื้องล่าง “สินค้าชิ้นต่อไป คือสร้อยคอ ‘ปรารถนาแห่งดวงดาว’ อันล้ำค่าเส้นนี้ มันมาจากดีไซเนอร์ชื่อดัง…”

พระราชินีที่กำลังเหม่อลอยอยู่ ก็เห็นเคลมองตีนที่อยู่ข้างๆ ผุดลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างจ้องมองสินค้าชิ้นนั้นไม่กะพริบ ปากก็พึมพำอย่างตื่นเต้นว่า “เขาใส่มัน ไม่ผิดแน่ อันนั้นแหละ!”

พระราชินีทรงแย้มพระสรวลแล้วส่ายพระเศียร เด็กสาวมักจะต้านทานเสน่ห์ของเครื่องประดับสวยๆ งามๆ ไม่ค่อยได้ ตอนที่พระนางยังสาว เมื่อเห็นเครื่องประดับที่ถูกใจก็มักจะตื่นเต้นแบบนี้เหมือนกัน

ทว่าพระนางไม่ทันสังเกตเห็นว่า สร้อยคอที่นำมาประมูลนั้น ดูเหมือนสร้อยคอที่มกุฎราชกุมารสวมใส่ในภาพวาด “บุตรแห่งความโปรดปรานของพระเจ้า” แทบจะทุกประการ!

พระเจ้าเป็นพยาน นี่ไม่ใช่เครื่องประดับของโจเซฟแน่นอน เขาไม่เคยเห็นสร้อยคอเส้นนี้เลยด้วยซ้ำ

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะมาดามเลอเบริงผู้วาดภาพ ได้รับการสนับสนุนจากพ่อค้าเครื่องประดับคนหนึ่ง ให้นำสร้อยคอที่เขานำเสนอวาดแทรกเข้าไปในภาพวาดด้วย แต่พูดก็พูดเถอะ สร้อยคอที่ประดับด้วยเพชรมากมายจนดูเหมือนทางช้างเผือกอันเจิดจรัสเส้นนี้ ก็เข้ากับบุคลิกของโจเซฟมากจริงๆ

เมื่อนักประมูลเสนอราคาเริ่มต้นที่แปดหมื่นลีฟร์ เคลมองตีนก็รีบส่งสัญญาณให้สาวใช้ทันที อีกฝ่ายจึงชูมือขวาขึ้นสูง

นักประมูลยังไม่ทันได้ขานรับ เสียงผู้หญิงก็ดังมาจากห้องส่วนตัวทางทิศตะวันออก “เก้าหมื่น”

เคลมองตีนทำแก้มป่องทันที มีคนกล้ามาแย่งสร้อยคอของพี่ชายของนาง แถมยังเพิ่มราคาตั้งหนึ่งหมื่นลีฟร์เชียวหรือ!

นางส่งสัญญาณให้สาวใช้อีกครั้ง อีกฝ่ายก็ชูมือขึ้น

นักประมูลรีบชี้มือมาทางนาง “แขกทางด้านนี้เสนอราคาเก้าหมื่นหนึ่งพันลีฟร์”

เสียงเดิมดังมาอีก “หนึ่งแสน”

ทางฝั่งสาวน้อยโลลิก็ไม่ยอมแพ้ เพิ่มราคาอีกครั้ง

ส่วนสตรีในห้องทางทิศตะวันออกยังคงเพิ่มราคาเป็นเลขกลมๆ อย่างไม่ลดละ “หนึ่งแสนหนึ่งหมื่น”

เคลมองตีนเริ่มร้อนใจ สองมือเท้าสะเอว ตะโกนอย่างหัวเสียว่า “หนึ่งแสนสองหมื่น!”

หึ คิดว่าข้าจะเพิ่มทีละหนึ่งหมื่นไม่เป็นหรือไง!

สตรีทางทิศตะวันออกกลับเอ่ยเสียงเรียบอย่างไม่ลังเลว่า “หนึ่งแสนสี่หมื่น”

“เจ้า! กล้าเพิ่มอีกหรือ!” สาวน้อยโลลิตะโกนกลับ “หนึ่งแสนหกหมื่น!”

“หนึ่งแสนแปดหมื่น”

“สองแสน!” เคลมองตีนตะโกนราคาอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะหันไปถามสาวใช้ว่า “คนนั้นเป็นใครกันแน่? ทำไมถึงได้คอยขัดใจข้าอยู่ได้!”

สาวใช้เดินไปชิดระเบียงของชั้นสอง ชะโงกตัวออกไปจนสุด ในที่สุดก็มองลอดช่องว่างระหว่างม่านของห้องทางทิศตะวันออก เห็นร่างในชุดเดรสสีแดง ผมยาวสีน้ำตาล และดวงตาสีน้ำตาลอันอ่อนโยนที่นั่งอยู่ข้างใน

นางรีบหดตัวกลับมา ปิดปากด้วยความตกใจ แล้วกระซิบข้างหูเคลมองตีนว่า “คุณหนู เหมือนจะเป็นเจ้าหญิงแห่งราชอาณาจักรซิซิลีทั้งสองนะเพคะ”

“อ๊า” สาวน้อยโลลิกัดริมฝีปาก ถ้าเป็นนางล่ะก็ ยิ่งยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!

“สองแสนห้าหมื่น!”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note