ตอนที่ 147 เตรียมประกาศสงคราม
แปลโดย เนสยังแหนบแผ่นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบในปัจจุบัน โจเซฟเพียงแค่ให้ช่างฝีมือเปลี่ยนวิธีการใช้งานเท่านั้น ดังนั้นเรื่องทางเทคนิคจึงคุยกับช่างฝีมือเสร็จอย่างรวดเร็ว
โจเซฟออกมาจากโรงงานรถม้า แล้วกำชับผู้จัดการโรงงานคนใหม่ที่เขาเพิ่งแต่งตั้ง “คุณลาสปินา งานที่สำคัญที่สุดของคุณหลังจากนี้ก็คือ การรีบรับสมัครช่างฝีมือผู้ชำนาญการให้เร็วที่สุด จะยอมจ่ายแพงหน่อยเพื่อดึงตัวมาจากโรงงานอื่นก็ได้”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท กระหม่อมจะจัดการตามนั้น” ผู้จัดการที่มาจากปาร์มารีบพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม
โจเซฟกล่าวต่อ “หลังจากที่ทดลองผลิตระบบกันสะเทือนแบบแหนบแผ่นสำเร็จแล้ว โรงงานของเราจะผลิตแค่โครงรถเท่านั้น ส่วนตัวรถให้สั่งทำจากโรงงานรถม้าที่อื่นทั้งหมด โดยใช้วัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งที่หรูหราที่สุด”
ลาสปินากล่าวอย่างระมัดระวัง “ฝ่าบาท หากทำเช่นนั้น ต้นทุนจะสูงมากนะพ่ะย่ะค่ะ…”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องต้นทุน เราจะได้กำไรสูงพออยู่แล้ว”
โจเซฟยิ้ม แล้วสั่งการต่อ “จำไว้ว่า ตัวรถม้าทุกคันจะต้องสลักคำว่า ‘รับรองโดยราชสำนัก’ เอาไว้ ส่วนท้ายรถก็สลักว่า ‘โครงรถแบบเดียวกับรถม้าหลวง’ อ้อ คำว่าโครงรถเขียนให้เล็กหน่อยล่ะ”
การจะเอา “การรับรองโดยราชสำนัก” มาใช้นั้นง่ายมากสำหรับโจเซฟ แค่บอกแม่คำเดียวก็เรียบร้อย ส่วน “แบบเดียวกับรถม้าหลวง” นั้น ต้องส่งรถม้าที่ผลิตเองคันหนึ่งไปให้พ่อ แล้วให้พ่อนั่งออกไปนั่งรถเล่นสักสองสามรอบ แน่นอนว่าต้องเหมือนแค่โครงรถเท่านั้น หากตัวรถยังเหมือนกันเป๊ะ ขุนนางในราชสำนักต้องมีปัญหาแน่
“จากนี้ไปก็ต้องทุ่มงบโฆษณา ข้าจะไปคุยกับทางหนังสือพิมพ์ข่าวการค้าปารีส ให้เขาจัดหน้ากระดาษที่ดีที่สุดให้คุณ งานสัปดาห์แฟชั่นปารีสใกล้จะเริ่มแล้ว คุณต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ ทำให้รถม้าของเรากลายเป็นกระแสนิยมของพวกขุนนางให้ได้”
โจเซฟมั่นใจในอนาคตยอดขายของรถม้ามาก
โครงสร้างระบบกันสะเทือนที่เขาลอกเลียนแบบมาจากรถบรรทุกขนาดเล็กในยุคหลังนี้ ให้ความรู้สึกสบายไม่แพ้ระบบกันสะเทือนแบบสปริงในยุคปัจจุบันเลย แต่ต้นทุนกลับถูกกว่าถึงสิบเท่า ดังนั้นจึงสามารถนำเงินไปทุ่มกับการเพิ่มความหรูหราให้กับตัวรถได้มากขึ้น แม้จะเป็นเช่นนั้น ต้นทุนโดยรวมของรถก็ยังต่ำกว่าการใช้ระบบกันสะเทือนแบบสปริงอยู่มาก ซึ่งก็หมายความว่า ราคาขายจะลดลงตามไปด้วย
ในปัจจุบัน มีเพียงเศรษฐีไม่กี่คนเท่านั้นที่ซื้อรถม้าที่ใช้ระบบกันสะเทือนแบบสปริงไหว ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราอย่างแท้จริง เทียบได้กับรถระดับมายบัคหรือปอร์เช่ในยุคหลัง
แต่โจเซฟตั้งใจจะตั้งราคารถม้าแบบใหม่ไว้ที่ประมาณ 60% ของรถสปริง ซึ่งก็คือลดลงมาอยู่ในระดับราคาของเบนซ์หรือบีเอ็มดับเบิลยูในยุคหลัง พวกขุนนางที่ซื้อแบบ “โคตรหรู” ไม่ไหว จะต้องคลั่งไคล้รถม้า “รับรองโดยราชสำนัก” ที่ดูหรูหรากว่าแบบ “โคตรหรู” แต่ให้ความสบายพอกันนี้อย่างแน่นอน
สิ่งเดียวที่โจเซฟกังวลก็คือ กำลังการผลิตของโรงงาน
หากผลิตไม่ทันขายจริงๆ อาจจะพิจารณาเปิดให้โรงงานอื่นซื้อสิทธิบัตรไปใช้ได้ ครั้งนี้ไม่เหมือนกับเทคนิคการหมักเบียร์ที่เก็บค่าลิขสิทธิ์แค่ 3% เพราะตอนนั้นทำไปเพื่อจูงใจให้เจ้าของที่ดินมาปลูกมันฝรั่ง แต่รถม้านี้เป็นการทำธุรกิจล้วนๆ ค่าลิขสิทธิ์ต้องเก็บอย่างน้อย 30% ขึ้นไปถึงจะถูก
…
วันรุ่งขึ้น ณ ห้องประชุมฝั่งตะวันออกของพระราชวังแวร์ซายส์ การประชุมคณะรัฐมนตรีกำลังดำเนินไปตามปกติ
“แบบนี้ใช้ได้แล้วใช่ไหม?” พระราชินีมารีส่งเอกสารแต่งตั้งตาแลร็องเป็นที่ปรึกษาทางการทูตระดับสูงคืนให้เบรียน ซึ่งมีลายเซ็นของพระนางอยู่บนนั้นแล้ว
เบรียนรีบค้อมตัวอย่างนอบน้อม “พ่ะย่ะค่ะ ขอบพระทัยฝ่าบาท”
รัฐมนตรีที่นั่งอยู่ต่างก็ไม่ได้ใส่ใจกับนักบวชอย่างตาแลร็องเท่าไหร่นัก ประกอบกับตำแหน่งที่ปรึกษาทางการทูตก็ไม่ใช่ตำแหน่งสำคัญอะไร ดังนั้นเมื่อเบรียนเสนอการแต่งตั้งขึ้นมา จึงผ่านมติได้อย่างง่ายดาย
อาร์ชบิชอปเบรียนเก็บเอกสารแต่งตั้ง แล้วส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยแจกจ่ายสำเนาจดหมายของเยกาเจรีนาที่ 2 ให้กับทุกคนในที่ประชุม
แม้จะบอกว่าเป็นจดหมาย แต่เนื้อหาจริงๆ ก็คือเอกสารทางการทูต ซึ่งไม่ได้มีข้อมูลที่ต้องปิดเป็นความลับ
เบรียนกล่าวว่า “สงครามรัสเซีย-ออตโตมันในครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ออตโตมันเรียกร้องให้รัสเซียคืนไครเมียเมื่อปีที่แล้ว และยังโจมตีเรือคุ้มกันของรัสเซียด้วย”
“สถานการณ์การรบในตอนนี้คือ กองทัพออตโตมันพยายามโจมตีท่าเรือคินเบิร์นหลายครั้ง แต่ก็ถูกกองทัพรัสเซียตีโต้กลับไปได้หมด โดยเฉพาะเมื่อปลายปีที่แล้ว กองกำลังหลักของออตโตมันถูกกองทัพซูโวรอฟกวาดล้างจนเกือบหมดสิ้น จึงต้องหยุดการโจมตีไปชั่วคราว ส่วนทางฝั่งรัสเซีย กำลังรวบรวมกองทัพและเรือรบอยู่”
แวร์แชน รัฐมนตรีต่างประเทศที่เพิ่งกลับมาจากรัสเซีย เสริมขึ้นว่า “ตามข่าวที่ข้าได้ยินมาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก องค์ราชินีแห่งรัสเซียทรงมีความมุ่งมั่นในครั้งนี้มาก เตรียมที่จะบุกยึดโอชากอฟในคราวเดียว”
โอชากอฟเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญระหว่างรัสเซียและออตโตมัน ไม่ว่าฝ่ายใดจะโจมตีอีกฝ่าย ก็ต้องผ่านทางนี้ก่อน ในขณะเดียวกัน ที่นี่ก็เป็นฐานทัพเรือที่สำคัญในการควบคุมทะเลดำด้วย
เบรียนกล่าวต่อ “เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ออสเตรียน่าจะสนับสนุนรัสเซีย และส่งทหารไปโจมตีออตโตมัน ส่วนสวีเดนก็กำลังระดมกองทัพ ดูเหมือนเตรียมจะสนับสนุนออตโตมันจากทางเหนือ เพื่อโจมตีรัสเซีย”
พระราชินีมารีขมวดพระขนงเล็กน้อย ราวกับตรัสกับตัวเอง “แล้วอย่างไรล่ะ?”
“ฝ่าบาท แม้ว่าพระเจ้าฮามิดที่ 1 จะทรงทำการปฏิรูปกองทัพ และเตรียมการมาอย่างดี แต่จากสถานการณ์การรบที่ผ่านมา รัสเซียก็ยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบพ่ะย่ะค่ะ” เบรียนรีบวิเคราะห์ให้ฟัง “นอกจากนี้ ท่าทีของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กก็แสดงออกชัดเจนว่าอยากให้เราเข้าร่วมทำสงครามกับออตโตมัน ซึ่งพวกเขาคงยินดีที่จะยอมจ่ายผลประโยชน์บางอย่างให้”
ฮามิดที่ 1 ก็คือสุลต่านออตโตมันองค์ปัจจุบัน
เบรียนสบตากับโจเซฟ แล้วกล่าวต่อ “หากเราจะเข้าไปแทรกแซงในสงครามรัสเซีย-ออตโตมัน ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีพ่ะย่ะค่ะ”
พระราชินีทรงสงสัย “แต่กองทัพของเราต้องเดินทางผ่านออสเตรีย รอนแรมไปไกลถึงสี่พันไมล์ทะเลกว่าจะถึงไครเมียนะ”
โจเซฟแทรกขึ้น “เสด็จแม่ เราไม่จำเป็นต้องไปถึงไครเมียพ่ะย่ะค่ะ สวีเดนสามารถสนับสนุนพันธมิตรของตนจากทางเหนือของรัสเซียได้ เราก็สามารถลงมือจากทางตะวันตกของออตโตมันได้เช่นกัน”
“มกุฎราชกุมารตรัสถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เบรียนกล่าว “เราเพียงแค่แสดงกองกำลังทางฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก็สามารถดึงความสนใจในการวางกำลังของออตโตมันได้มากแล้ว”
เมื่อรัฐมนตรีทหารเรือได้ยินว่าจะมีการเคลื่อนไหวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที “ข้าเห็นด้วยกับความเห็นของอาร์ชบิชอปเบรียน เราแค่ไปป้วนเปี้ยนแถวอ่าวซิร์เตสักรอบ ก็จะได้รับความขอบคุณจากรัสเซียแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามากในเชิงยุทธศาสตร์”
โจเซฟแอบถอนหายใจในใจ ท่านรัฐมนตรีคิดอะไรอยู่เนี่ย? ตอนนี้มีงบประมาณทหารมากมายขนาดที่จะไปอวดเบ่งแถวออตโตมันได้ที่ไหนกัน? ไปหาผลประโยชน์ใกล้ๆ แถวทะเลบาบารีไม่ดีกว่าหรือ?
อ่าวซิร์เตตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใกล้กับชายฝั่งตอนใต้ของออตโตมัน แม้จะคุกคามออตโตมันได้มาก แต่ก็อยู่ไกลจากฝรั่งเศส ตอนนี้ฝรั่งเศสเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปโจมตีแผ่นดินใหญ่ของออตโตมันจริงๆ มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นไปช่วยรัสเซียออกแรงเปล่าๆ
ส่วนทะเลบาบารีตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ติดกับชายฝั่งตอนใต้ของฝรั่งเศส และติดกับแอฟริกาเหนือทางตอนใต้ นี่ต่างหากคือผลประโยชน์ที่แท้จริงของฝรั่งเศส
เขารีบกล่าว “ท่านมาร์ควิสเดอกัสตรี เป้าหมายในการปฏิบัติการของเราในครั้งนี้ ควรจะเป็นกองกำลังทางเรือของออตโตมันที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนพ่ะย่ะค่ะ”
“กองทัพเรือออตโตมันทางตะวันตกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน…” รัฐมนตรีทหารเรือใช้เวลาครุ่นคิดอีกครู่หนึ่ง จึงเข้าใจว่าฐานทัพเรือที่มกุฎราชกุมารตรัสถึงก็คือสถานที่อย่างอัลเจียร์ ตูนิส และสถานที่อื่นๆ ที่พวกโจรสลัดบาบารียึดครองอยู่นั่นเอง
“ใช่พ่ะย่ะค่ะ” โจเซฟพยักหน้า “รวมถึงฐานทัพเรือของพวกเขาด้วย”

0 Comments