ตอนที่ 144 นโยบายต่างประเทศ
แปลโดย เนสยังยิ่งไปกว่านั้น เมื่อได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย หากอังกฤษเข้ามาแทรกแซงปฏิบัติการของฝรั่งเศสในแอฟริกาเหนือโดยพลการ ทางรัสเซียก็จะเป็นฝ่ายประท้วงอังกฤษก่อน
โจเซฟคืนจดหมายให้เบรียน “ท่านมีความเห็นอย่างไรกับเรื่องที่เขียนไว้ในนี้?”
อีกฝ่ายไตร่ตรอง “การร่วมมือกับรัสเซีย ในระยะสั้นอาจจะไม่ค่อยสร้างผลประโยชน์ให้เรามากนัก แต่ในอนาคตอาจจะนำมาใช้เพื่อคานอำนาจกับออสเตรีย ปรัสเซีย ฯลฯ หรือแม้แต่ส่งผลกระทบต่ออังกฤษได้ในระดับหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
ดูเหมือนวิสัยทัศน์ทางการเมืองของเบรียนจะใช้ได้ทีเดียว โจเซฟคิดในใจ
และเขารู้ดีว่า ผลลัพธ์ของสงครามรัสเซีย-ออตโตมันในครั้งนี้ รัสเซียจะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ และบีบให้ออตโตมันลงนามใน “สนธิสัญญายาสซี” ซึ่งนับแต่นั้นมา ดินแดนชายฝั่งตอนเหนือของทะเลดำทั้งหมดก็จะตกเป็นของรัสเซีย
ในประวัติศาสตร์ ประเทศแรกที่ออกหน้าสนับสนุนรัสเซียก็คือออสเตรีย ซึ่งทำให้พวกเขาได้รับผลประโยชน์ทางการเมืองและยุทธศาสตร์อย่างมหาศาล
แต่ครั้งนี้ โจเซฟจะไม่มีวันปล่อยให้ผลประโยชน์นี้ตกไปอยู่ในมือคนอื่นอีกเป็นอันขาด
เขารีบพยักหน้า “ข้าเห็นด้วยกับมุมมองของท่านเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งต่อไป ท่านสามารถให้คนเสนอญัตติร่วมมือกับรัสเซีย และใช้ท่าทีแข็งกร้าวกับออตโตมันได้เลย อันที่จริง การประกาศสงครามกับออตโตมันก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ทำได้”
“ได้พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท กระหม่อมจะเตรียมการไว้”
หลังจากเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่ผ่านมา เบรียนก็แทบจะเชื่อฟังคำสั่งของโจเซฟทุกอย่างแล้ว
หลังจากคุยเรื่องสถานการณ์ระหว่างประเทศจบ เบรียนก็เปลี่ยนมาคุยเรื่องภายในประเทศอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยน้ำเสียงเลื่อมใส
“ฝ่าบาท กระหม่อมได้อ่านรายงานสถานการณ์การปลูกมันฝรั่งจากทุกมณฑลทั่วประเทศแล้ว ไม่รู้เลยว่าฝ่าบาทไปเกลี้ยกล่อมคนพวกนั้นอย่างไร ถึงได้ยอมปลูกมันฝรั่งกันมากมายขนาดนี้ ปีนี้เสบียงของเราน่าจะเหลือเฟือเลยล่ะพ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟถอนหายใจเงียบๆ แค่พอประทังชีวิตไปได้ก็บุญแล้ว จะไปเหลือเฟือได้อย่างไร…
เขารีบสั่งการ “ท่านอาร์ชบิชอปเบรียน ถึงมันฝรั่งจะปลูกลงดินไปแล้ว แต่ก็ยังต้องคอยดูแลเรื่องการรดน้ำเพื่อรับมือกับภัยแล้งด้วย ถ้าเป็นไปได้ ข้าขอเสนอให้แต่ละเขตแพริชมีเครื่องสูบน้ำพลังไอน้ำไว้ใช้สักหน่อย ของแบบนี้มีแค่เครื่องเดียวก็สูบน้ำเข้านาได้ตั้งหลายสิบเฮกตาร์แล้ว”
“เขตแพริช” ของฝรั่งเศสในความเป็นจริงก็คือหน่วยการปกครองระดับหมู่บ้านและตำบล
ข้อเสนอของโจเซฟไม่ได้พูดขึ้นมาลอยๆ เหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ของฝรั่งเศสมีน้อย แต่เหมืองขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทั่วประเทศมีมาก แค่มีนโยบายการขุดที่เหมาะสม ก็เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการใช้ถ่านหินในครัวเรือนของหมู่บ้านและตำบลได้อย่างง่ายดาย
และจากพื้นฐานนี้ ยังช่วยส่งเสริมการขายเครื่องจักรไอน้ำ สร้างวงจรที่เป็นบวกได้อีกด้วย
“เรื่องนี้…” เบรียนครุ่นคิด “เขตแพริชรอบๆ ปารีสอาจจะยังพอทำได้ แต่เขตที่อยู่ไกลออกไปคงไม่มีปัญญาจ่ายเงินก้อนนี้หรอกพ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟนึกถึงสถานการณ์ของครอบครัวชาวนาอย่างเกสกา แล้วพยักหน้าเล็กน้อย “สามารถจัดตั้งธนาคารชุมชนขนาดเล็กในเขตแพริชขึ้นมา เพื่อปล่อยสินเชื่อให้ชาวนาโดยเฉพาะ แต่ธนาคารพวกนี้จำเป็นต้องถูกจำกัดอัตราดอกเบี้ย เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือขูดรีดชาวนา”
เบรียนรีบพยักหน้า “ข้อเสนอของพระองค์ยอดเยี่ยมมากพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะสั่งให้คนจัดเตรียมนโยบายในภายหลัง”
โจเซฟนึกถึงปัญหาการขนส่งเสบียงขึ้นมาได้อีก จึงสั่งการต่อ “อีกอย่าง เราต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่าในช่วงหน้าแล้ง เสบียงอาจจะขนส่งไม่ได้”
“ดังนั้น ข้าจึงขอเสนอให้เมืองใหญ่ๆ สร้างยุ้งฉางสำรองเสบียงทางยุทธศาสตร์ขึ้นมา โดยจัดตั้งเจ้าหน้าที่คอยดูแลจัดการ และมีระบบตรวจสอบการเบิกจ่ายเสบียงอย่างสม่ำเสมอ อ้อ ปารีสควรสร้างเพิ่มเป็นพิเศษสักสองแห่งนะ”
ฝรั่งเศสเป็นประเทศผลิตเสบียงรายใหญ่ของยุโรปมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้จึงไม่เคยมีแนวคิดเรื่องการสำรองเสบียงมาก่อนเลย
เบรียนสงสัยเล็กน้อย “ฝ่าบาท ตอนนี้เราไม่ได้มีเสบียงมากมายขนาดนั้น สร้างยุ้งฉางขึ้นมาก็ต้องปล่อยทิ้งไว้เปล่าๆ นะพ่ะย่ะค่ะ”
“เรื่องเสบียงข้ากำลังหาทางอยู่ ท่านเพียงแค่รีบส่งคำสั่งไปยังข้าหลวงประจำมณฑลต่างๆ ให้เร็วที่สุดก็พอ”
แม้เบรียนจะรู้สึกว่าเมื่อมีมันฝรั่งจำนวนมาก วิกฤตการณ์เสบียงในปีนี้ก็น่าจะผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย และไม่เข้าใจว่าทำไมมกุฎราชกุมารยังต้องระมัดระวังตัวถึงเพียงนี้
แต่ด้วยความเชื่อใจอย่างเต็มเปี่ยมที่มีต่อโจเซฟ เขาจึงรับปากอย่างแข็งขัน
…
เมื่อโจเซฟออกมาจากห้องทำงานของเบรียน ก็ใกล้จะถึงเวลาอาหารค่ำแล้ว เขาจึงต้องอยู่ค้างคืนที่พระราชวังแวร์ซายส์
เมื่อเขารับประทานอาหารค่ำร่วมกับพระราชินีเสร็จแล้วและกลับมาที่ห้องบรรทมมกุฎราชกุมาร ก็เห็นตาแลร็องมารออยู่อย่างนอบน้อมแล้ว
หมอนี่เป็นคนคล่องแคล่วว่องไวดีทีเดียว แถมยังหัวไวอีกด้วย มิน่าล่ะถึงได้อยู่รอดปลอดภัยมาได้ตั้งหลายยุคสมัย โจเซฟประเมินในใจ พลางพยักหน้ารับการทำความเคารพของตาแลร็อง “เชิญนั่งก่อนเถิด ท่านอธิการตาแลร็อง ท่านมาหาข้าดึกป่านนี้ มีธุระอะไรหรือ?”
“ฝ่าบาท พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ตรัสว่า ฝ่าบาทเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถช่วยชีวิตกระหม่อมได้พ่ะย่ะค่ะ”
ตาแลร็องเริ่มเล่าเรื่องการเลื่อนตำแหน่งเป็นอาร์ชบิชอปที่ถูกขัดขวางให้ฟัง คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกว่าตนเองได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม น่าสงสารราวกับลูกแมวไร้บ้านในวันหิมะตกหนัก แต่กลับไม่เอ่ยถึงความผิดของพระราชินีมารีเลยแม้แต่ครึ่งคำ
โจเซฟรู้สึกเลื่อมใสในวาทศิลป์ของเขา มิน่าล่ะถึงได้กลายเป็นนักการทูตที่เก่งกาจที่สุดในยุคของนโปเลียน มีฝีมือจริงๆ ด้วย
แต่โจเซฟก็ไม่ได้เล่นแง่กับเขา ถามไปตรงๆ ว่า “ท่านไปทำอะไรให้องค์พระราชินีทรงกริ้วล่ะ?”
ตาแลร็องชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาถอนหายใจและตอบว่า “ฝ่าบาท พระองค์ก็ทรงทราบ ก่อนหน้านี้มีข่าวลือเกี่ยวกับพระราชินีมากมาย กระหม่อมโง่เขลาเบาปัญญาไปหลงเชื่อข่าวลือบางเรื่อง แล้วก็นำไปพูดคุยกับคนอื่น… เรื่องนี้รู้ไปถึงพระกรรณพระราชินีน่ะพ่ะย่ะค่ะ”
ดูเหมือนเรื่องราวจะไม่ร้ายแรงเท่าไหร่นัก ถ้าพูดถึงเรื่องเอาใจพระราชินี ฉันก็พอจะมั่นใจอยู่บ้าง ถึงเวลาแค่ช่วยพูดจาดีๆ ให้ตาแลร็องสักสองสามประโยค ก็น่าจะแก้ปัญหาได้แล้ว โจเซฟคิดในใจ
เขาจึงหันไปบอกตาแลร็อง “เรื่องนี้ข้าช่วยท่านได้”
“จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ?!” อีกฝ่ายตื่นเต้นจนแทบร้องไห้ “ฝ่าบาท พระองค์เป็นดั่งทูตสวรรค์ที่พระผู้เป็นเจ้าส่งมาโปรดสัตว์โลกจริงๆ!”
โจเซฟรีบยกมือขึ้นห้ามไม่ให้เขาเยินยอต่อไป “เรื่องเล็กน้อยน่า ท่านอธิการตาแลร็อง”
“ทว่า องค์กษัตริย์ทรงเป็นกังวลและวุ่นวายพระทัยกับเรื่องของท่านมาตลอด ท่านต่างหากที่ควรจะขอบพระทัยพระองค์ให้มากๆ”
“พ่ะย่ะค่ะๆ ฝ่าบาททรงห่วงใยกระหม่อมเสมอ” ตาแลร็องมองโจเซฟด้วยสายตาหยั่งเชิง “เอ่อ… แล้วกระหม่อมควรจะขอบพระทัยฝ่าบาทอย่างไรดี ฝ่าบาทพอจะมีคำแนะนำไหมพ่ะย่ะค่ะ?”
โจเซฟยิ้มบางๆ “ข้าได้ยินมาว่า ช่วงนี้ฝ่าบาทกำลังจะสร้างโรงงานผลิตอาวุธปืนอยู่น่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ตาแลร็องก็พยักหน้าอย่างครุ่นคิด
…
วันรุ่งขึ้น โจเซฟได้สั่งให้ช่างทำขนมของราชสำนักทำขนมหวานรสชาติเยี่ยมกว่าสิบอย่างด้วยตัวเอง และนำไปที่พระตำหนักเปอติ ทริอานง
พระราชินีมารีทอดพระเนตรเค้ก พุดดิ้ง และขนมต่างๆ บนโต๊ะด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
โจเซฟหยิบพายชิ้นหนึ่งป้อนให้พระราชินี และฉวยโอกาสตอนที่พระนางกำลังอารมณ์ดี เอ่ยถึงเรื่องของตาแลร็อง
พระราชินีที่กำลังกอดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่แสนจะฉลาดและรู้ความ จะไปใส่ใจตาแลร็องอะไรนั่นได้อย่างไร เมื่อได้ยินโจเซฟพูดจาให้เหตุผลเข้าข้างตาแลร็อง โดยเฉพาะเมื่อได้ยินว่าเขาต้องการจะใช้คนผู้นี้ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ พระนางก็ทรงตอบตกลงอย่างง่ายดายว่าจะไม่เอาความกับความผิดก่อนหน้านี้ของเขาอีก
ทุกอย่างราบรื่น
โจเซฟจึงให้คนไปเรียกตาแลร็องมา หลังจากที่นักบวชผู้นี้ใช้โวหารและการแสดงละครอันยอดเยี่ยมกล่าวขอโทษพระราชินีอย่างจริงจังแล้ว พระราชินีก็ทรงให้อภัยเขา ตาแลร็องจึงได้ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แล้วเดินถอยหลังออกไป
เมื่อออกมาจากห้องของพระราชินี โจเซฟก็เห็นตาแลร็องรออยู่ที่ทางเข้าพระตำหนักเปอติ ทริอานง
นักบวชเดินเข้ามาหาพร้อมกับน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจ ก่อนหน้านี้เขาไปรบเร้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 มาปีกว่าก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ นึกไม่ถึงเลยว่ามกุฎราชกุมารจะใช้ขนมหวานแค่โต๊ะเดียวจัดการได้เรียบร้อย
ถ้าหากไม่มีโจเซฟยื่นมือเข้ามาช่วย กว่าพ่อของตาแลร็องจะเสียชีวิตในปลายปีนี้ เขาถึงจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอาร์ชบิชอปด้วยความเวทนาจากพระราชินี
โจเซฟถามขึ้นมาอย่างลอยๆ ว่า “จริงสิ ท่านอธิการตาแลร็อง ท่านรู้เรื่องสถานการณ์ในแอฟริกาเหนือมากน้อยแค่ไหน?”

0 Comments