You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

หลังจากนั้น ก็เข้าสู่ช่วงที่ครูฝึกของโรงเรียนตำรวจพากันทดลองยิงปืนเพอร์คัชชันแคป

ทุกคนหลังจากที่ได้ทดลองยิงปืนรุ่นใหม่แล้ว ต่างก็มีท่าทีตื่นเต้นดีใจ พวกเขารู้ดีว่าการที่ปืนนี้สามารถเพิ่มความเร็วในการยิงได้ถึงสามสี่วินาทีนั้นหมายความว่าอย่างไร

โจเซฟเองก็ลองยิงดูสองสามนัดเช่นกัน เขารู้สึกเพียงว่าแรงถีบกลับมหาศาลมาก จนพานท้ายปืนกระแทกไหล่เจ็บไปหมด แถมถ้าพูดถึงความเร็วในการบรรจุกระสุน แม้แต่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ก็ยังทิ้งห่างเขาแบบไม่เห็นฝุ่น

อืม ฉันใช้สมองเป็นหลัก เรื่องยิงปืนพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเคลอโซดก็แล้วกัน

ไม่นาน ฟรีย็องต์ หัวหน้าฝ่ายวิชาการก็ค้นพบข้อดีใหม่ของปืนเพอร์คัชชันแคป “ข้ารู้สึกว่า ปืนกระบอกนี้อานุภาพร้ายแรงกว่ารุ่นปี 1776 เสียอีก”

โจเซฟพยักหน้าเห็นด้วยในใจ เมื่อไม่มีช่องว่างให้ก๊าซรั่วไหล พลังระเบิดของดินปืนก็จะส่งผลต่อลูกกระสุนได้มากขึ้น อานุภาพย่อมต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ครูฝึกคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ พยักหน้ารับ “ข้าก็รู้สึกได้เหมือนกัน แล้วก็ ตอนที่ยิงปืนกระบอกนี้ ไม่มีควันดินปืนพ่นใส่หน้า ทำให้ไม่แสบตาด้วย”

นี่ก็เป็นผลพลอยได้จากการตัดช่องใส่ดินปืนจุดระเบิดออกไปนั่นเอง ช่องดินปืนนี้อยู่ใกล้กับใบหน้าของผู้ถือปืนมาก ก๊าซที่รั่วไหลออกมาจากการระเบิดของดินปืนจะรบกวนการมองเห็นอย่างรุนแรง แต่ปืนเพอร์คัชชันแคปไม่มีปัญหานี้

ทุกคนผลัดกันยิงไปถกเถียงกันไปอย่างตื่นเต้น จนกระทั่งใช้แก๊ปปืนที่นำมาเจ็ดแปดสิบอันจนหมดเกลี้ยง จึงได้หยุดลงอย่างเสียดาย

ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่าฝีมือของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 นั้นยอดเยี่ยมมาก ปืนแต่ละกระบอกถูกนำมายิงต่อเนื่องเกือบ 40 นัดโดยไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นเลย

มีเพียงองค์กษัตริย์ที่ประทับยืนอยู่ข้างๆ ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง พระองค์ตั้งใจมาทดลองยิงแท้ๆ แต่สุดท้ายกลับได้ยิงแค่สองนัดตั้งแต่ต้นจนจบ แถมด้วยนิสัยประหม่าการเข้าสังคมของพระองค์ ก็ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากขอปืนจากคนแปลกหน้าพวกนี้…

ปืนเปล่าถูกคนสนิทของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เก็บไป ฟรีย็องต์หันไปถามโจเซฟ “ฝ่าบาท ปืนสองกระบอกนี้เป็นปืนรุ่นใหม่ที่ผลิตจากชาร์เลอวิลล์หรือพ่ะย่ะค่ะ? มีชื่อว่าอะไรหรือ?”

เมืองชาร์เลอวิลล์เป็นแหล่งผลิตอาวุธปืนที่ใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส ปืนรุ่นใหม่ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ก็ถูกวิจัยและพัฒนามาจากที่นั่น

โจเซฟกลับค้อมตัวทำความเคารพพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ที่อยู่ข้างๆ “ไม่ใช่หรอก ปืนกระบอกนี้องค์กษัตริย์ทรงสร้างขึ้นมาด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง”

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงแย้มพระสรวลอย่างเอียงอายแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความดีใจ พระองค์อยากจะเสริมว่าปืนนี้ออกแบบโดยมกุฎราชกุมาร แต่ความขวยเขินก็ทำให้พระองค์อึกอักอยู่นานก็พูดไม่ออก

“ส่วนเรื่องชื่อของปืน” โจเซฟครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ข้าขอเสนอให้เรียกว่า ปืนคาบศิลาเพอร์คัชชันแคปรุ่น ‘ออกุสต์ 1788’ ก็แล้วกัน”

ทุกคนพากันตะโกนเรียกชื่อปืนรุ่นใหม่เสียงดังลั่น ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องยินดี “ออกุสต์ 1788! ปืนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุโรป!”

“นี่คือยุคใหม่ของปืนไฟ ออกุสต์ 1788!”

“องค์กษัตริย์ทรงพระเจริญ!”

พระนามเดิมของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ก็คือ หลุยส์ โอกุสต์

โจเซฟรู้ดีว่า ฉากหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์ในตอนนี้ก็คือพ่อของเขาเอง การเชิดชูบารมีของพ่อ ก็คือการเชิดชูบารมีของราชวงศ์ทั้งหมด ในขณะที่ตัวเขาเองยังคงคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง การยกชื่อเสียงให้พ่อไปน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกนและคำสรรเสริญรอบตัว พระทัยก็เบิกบานขึ้นมาทันที และเริ่มจินตนาการถึงภาพอันสง่างามของปืนที่ใช้พระนามของพระองค์กวาดล้างกองทัพศัตรูไปทั่วยุโรป ความเสียดายที่ไม่ได้ยิงปืนให้หนำใจเมื่อครู่นี้มลายหายไปจนสิ้น

แม้จะทรงรู้สึกว่าตนเองแย่งผลงานของมกุฎราชกุมารมา แต่ในเมื่อลูกชายมอบสิทธิ์การตั้งชื่อให้ด้วยความกระตือรือร้นเช่นนี้ พระองค์ก็ไม่อยากจะปฏิเสธความปรารถนาดีของเขา

หลังจากนั้น พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงถูกห้อมล้อมพาเดินชมสนามฝึกของโรงเรียนตำรวจจนทั่ว เมื่อได้ทอดพระเนตรการฝึกซ้อมตั้งแถวของเหล่านักเรียนตำรวจแล้ว พระองค์ก็เสด็จกลับด้วยความพึงพอพระทัย

บนรถม้า พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงนึกย้อนถึงการเดินทางสั้นๆ ในครั้งนี้ไม่มีขบวนเสด็จที่ห้อมล้อมหน้าหลังเหมือนอย่างเคย มีเพียงคำชื่นชมจากใจจริงของผู้คน สิ่งนี้ทำให้พระองค์ทรงรู้สึกเบิกบานและปีติยินดีไปทั้งตัว

โจเซฟยิ้มและพูดจากฝั่งตรงข้าม “ท่านพ่อ ข้าตั้งใจจะสร้างโรงงานผลิตอาวุธปืนใกล้ๆ ปารีส เพื่อผลิตปืนรุ่นใหม่นี้ ถึงตอนนั้นคงต้องรบกวนท่านมาช่วยชี้แนะขั้นตอนการผลิตให้เหล่าช่างฝีมือด้วย”

“สร้างโรงงานอาวุธปืนแห่งใหม่หรือ?” พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ประหลาดใจเล็กน้อย “ไม่ผลิตที่ชาร์เลอวิลล์ล่ะ?”

โจเซฟเผลอพูดออกไปตามสัญชาตญาณ “ปืนนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมกองทัพ แน่นอนว่า…”

ดวงตาของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทอประกายสดใส ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสายิ่งนัก “ควบคุมกองทัพหรือ? แต่กองทัพก็จงรักภักดีต่อพ่ออยู่แล้วนี่นา”

โธ่เอ๊ย โจเซฟแอบกุมขมับ ไม่รู้จะอธิบายให้พ่อฟังอย่างไรดีถ้าท่านควบคุมกองทัพได้จริงๆ ตอนช่วงปฏิวัติใหญ่ก็คงไม่ถึงขั้นเรียกกองกำลังสักหน่วยเข้ามาในปารีสไม่ได้หรอกนะ

เขาจำต้องเปลี่ยนคำพูด “จงรักภักดีต่อท่าน อา ใช่ๆๆ แน่นอน”

“เพียงแต่กระบวนการผลิตปืนรุ่นนี้ค่อนข้างซับซ้อน ตอนนี้มีเพียงท่านเท่านั้นที่เข้าใจขั้นตอนทั้งหมดอย่างถ่องแท้ จะให้ท่านเดินทางไปถึงชาร์เลอวิลล์เพื่อสอนช่างคนอื่นก็คงไม่ได้ใช่ไหมล่ะ? ดังนั้นสร้างโรงงานผลิตใกล้ๆ ปารีสเลยจะดีที่สุด”

“อ้อ จริงสิ ในอนาคตยังมีอาวุธแบบใหม่อีกหลายอย่างที่ต้องการให้ท่านช่วยวิจัยและผลิตขึ้นมา ถ้าโรงงานอยู่ใกล้พระราชวังแวร์ซายส์ก็จะยิ่งสะดวกขึ้นด้วย”

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงคล้อยตามในทันที และพยักพระพักตร์ช้าๆ “สร้างโรงงานใหม่ต้องใช้เงินไม่น้อย อืม ตอนนี้พ่อพอจะเอาเงินออกมาได้สักห้าแสนลีฟร์ ไม่รู้ว่าจะพอหรือเปล่า?”

โจเซฟรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาทันทีพ่อที่แสนดีและยอมทุ่มเงินลงทุนทำวิจัยให้แบบนี้ จะไปหาได้จากที่ไหนอีก

เขารีบกล่าว “น่าจะพอแล้วล่ะ ถ้าไม่พอ ข้าค่อยหามาเติมให้เอง อ้อ จริงสิ เดี๋ยวท่านต้องส่งคนไปที่ชาร์เลอวิลล์กับแซ็งเตเตียนเพื่อรับสมัครช่างทำปืนฝีมือดีมาด้วยนะ จะได้เริ่มผลิตปืนกระบอกใหม่นี้ได้โดยเร็วที่สุด”

โจเซฟคำนวณไว้แล้วว่า หากองค์กษัตริย์ทรงเรียกตัวด้วยพระองค์เอง แถมยังได้มาใช้ชีวิตในปารีสอันเจริญรุ่งเรือง ช่างฝีมือเหล่านั้นต้องปฏิเสธข้อเสนอยั่วยวนนี้ไม่ได้แน่

ด้วยวิธีนี้ โรงงานอาวุธของเขาถึงจะเดินเครื่องได้ในเวลาอันสั้นที่สุด

เมื่อปืนเพอร์คัชชันแคปถูกผลิตออกมา ประสิทธิภาพการรบของกองกำลังรักษาพระองค์ของเขาก็จะผงาดขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในยุโรปทันที!

จากนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่า กองทัพที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงจะมัวแต่อุดอู้อยู่ในสนามฝึกตลอดไปไม่ได้ ควันปืนในสนามรบต่างหากที่จะทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

จะว่าไปแล้ว แอฟริกาเหนือก็เป็นสถานที่ฝึกซ้อมที่เหมาะสมดีทีเดียวไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากองทัพยุโรป แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอเหมือนชนพื้นเมืองในอเมริกา

แต่จะทำอย่างไรถึงจะอ้อมหลบอังกฤษเข้าไปแทรกแซงแอฟริกาเหนือได้ล่ะ?

หลายชั่วโมงต่อมา ขบวนรถก็แล่นเข้าสู่ลานกว้างของพระราชวังแวร์ซายส์ รถม้าเป็นของโจเซฟ เขาจึงต้องมาส่งพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ก่อน อีกอย่างเขาก็อยากไปคุยกับเบรียนเรื่องเสบียงอาหารและแอฟริกาเหนือด้วย

สองพ่อลูกเพิ่งจะลงจากรถม้า โจเซฟก็เห็นชายในชุดนักบวชยืนรออยู่นอกประตูอย่างนอบน้อม แต่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กลับทรงขมวดพระขนง ก้มพระพักตร์ทำเป็นมองไม่เห็น และรีบก้าวเดินผ่านไป

โจเซฟเหลือบเห็นสีหน้าหงอยเหงาของนักบวชผู้นั้น จึงกระซิบถามพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 “ท่านพ่อ ท่านอธิการตาแลร็องมีธุระอะไรหรือ?”

หลุยส์ที่ 16 ทรงถอนหายใจ “ก็เรื่องที่เขาจะเลื่อนตำแหน่งเป็นอาร์ชบิชอปนั่นแหละ”

“อืม แล้วยังไงต่อหรือ?”

“คุณสมบัติของเขาก็ครบถ้วน ทางคริสตจักรก็เห็นชอบแล้ว เพียงแต่ แม่ของเจ้าไม่พอใจที่เขาเคยแอบนินทาลับหลัง ก็เลยไม่ยอมเซ็นอนุมัติให้ เขาก็เลยมักจะมาอ้อนวอนข้าอยู่เรื่อย”

โจเซฟพยักหน้าในใจ ตาแลร็องเป็นบุคลากรชั้นยอดอย่างแน่นอน ตอนนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะดึงเขามาใช้งาน

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note