ตอนที่ 14 ปิดจ๊อบ
แปลโดย เนสยังสีหน้าของกีโซแข็งค้าง เขาหันไปตะโกนใส่วาล็อง: “คุมคนของเจ้าให้ดี! มันกำลังพูดบ้าอะไรอยู่?”
รถม้าหยุดกึกทันที คนหลังเผยรอยยิ้มที่ดูน่าเกลียดกว่าการร้องไห้พลางเบี่ยงตัวเล็กน้อย ทำให้กีโซเห็นว่ามีกริชจ่ออยู่ที่เอวของเขา
รูม่านตาของกีโซหดวูบ เขาพุ่งตัวขึ้นหวังจะคว้าที่เปิดประตูรถ ทว่าชายร่างผอมกลับเร็วกว่า ในจังหวะที่ก้นของเขาเพิ่งพ้นจากที่นั่ง มือขวาของอีกฝ่ายก็คว้าหมับเข้าที่คอหอยแล้วกดเขาติดพนักพิงทันที
กีโซดิ้นรนสุดชีวิต พร้อมกับตะโกนเสียงหลงอย่างบ้าคลั่ง: “ปล่อยข้า! ข้าคือผู้อำนวยการตำรวจปารีส! พวกเจ้าไม่มีหลักฐาน จะมาจับข้าไม่ได้!”
ชายที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ทางขวาของวาล็องพลันเอ่ยขึ้นว่า: “ข้า อองบรัวส์ เดอ เฮอร์มันน์ ในนามของพระราชินีผู้เป็นพยานในเหตุการณ์เมื่อครู่ทั้งหมด สามารถยืนยันได้ว่าเจ้ามีฐานความผิดจริง”
ประตูรถถูกเปิดออกโดยคนข้างนอก อัลเดนและนายตำรวจอีกนายหนึ่งเล็งปืนไปที่กีโซด้วยสีหน้าโกรธแค้น: “เมื่อครู่ข้าเป็นคนขับรถม้าเอง พวกข้าก็ได้ยินสิ่งที่ท่านพูด และพร้อมจะเป็นพยานพ่ะย่ะค่ะ!”
กีโซพลันหมดแรงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นรถ…
ณ ลานกว้างของสถานีตำรวจย่านแซงต์อองตวน โจเซฟมองดูขบวนตำรวจเดินแถวผ่านหน้าไปพร้อมกับพยักหน้าให้เป็นระยะ ตำรวจเหล่านั้นต่างตะโกนคำขวัญดังกึกก้องเป็นการตอบรับ
อัลเดนตื่นเต้นมาก เขาเอาแต่เล่าเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้ามืดให้มกุฎราชกุมารฟังซ้ำไปซ้ำมาอย่างหยุดไม่ได้: “คนของวิสเคานต์อองตวนรออยู่ที่หัวมุมถนน พอถึงตัวก็คุมตัวกีโซไปทันที คาดว่าคงไปที่ห้องสอบสวนของตำรวจลับ… แค็ก… ตำรวจราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ ส่วนข้าก็นำกำลังอีกชุดไปตรวจค้นที่บ้านของกีโซ ตอนนั้นข้าเห็นหัวเตียงมันนูนผิดปกติก็เลยเอะใจ พอทุบออกมาก็เจอกับช่องลับจริงๆ ด้วย…”
โจเซฟเพิ่งฟังเรื่องนี้จบไปรอบหนึ่ง จึงยิ้มตอบว่า: “แล้วท่านก็เจอสมุดบันทึกเล่มนั้น ครั้งนี้ท่านมีความดีความชอบครั้งใหญ่จริงๆ”
ในสมุดบันทึกของกีโซระบุข้อมูลของแก๊งอันธพาลหลักและอาชญากรจำนวนมากในย่านแซงต์อองตวน หน้าท้ายๆ ของสมุดยังบันทึกการที่กีโซคอยเป็นร่มเงาคุ้มกะลาหัวให้คนพวกนี้เพื่อแลกกับเงินสินบน
โจเซฟรีบระดมกำลังตำรวจทั้งหมดที่มี โดยมีกองทหารรักษาพระองค์คอยสนับสนุน ออกกวาดล้างรังอาชญากรตามรายชื่อในทันที
ย่านแซงต์อองตวนเผชิญกับวันที่ไม่สงบสุขอย่างยิ่ง สมาชิกแก๊งและอาชญากรต่างถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว วิ่งหนีกันจ้าละหวั่นทั่วท้องถนน แต่ไม่นานก็ถูกง่ามระงับเหตุกดลงกับพื้น ส่วนบางคนที่ขัดขืนอย่างรุนแรงก็ถูกกระสุนปืนจัดการ
ปฏิบัติการกวาดล้างดำเนินไปถึงสองวัน ชาวเมืองที่ได้รับข่าวต่างพากันกบดานอยู่ในบ้านอย่างว่าง่ายเพื่อร่วมมือกับตำรวจ แม้แต่คนใจกล้าบางคนยังถือไม้กระบองออกมาช่วยตำรวจดักจับคนร้ายตามหัวถนนอีกด้วย
ห้องขังของสถานีตำรวจย่านแซงต์อองตวนเต็มพิกัดในเวลาอันรวดเร็ว อาชญากรที่เหลือจึงถูกส่งตัวไปยังคุกบาสตีย์แทน
และด้วยความเคลื่อนไหวที่ใหญ่ขนาดนี้ ทำให้บรรดานักข่าวแทบจะทั่วทั้งปารีสต่างแห่กันมาสืบข่าว
ถนนไวท์ไอริส ชายวัยกลางคนผมเผ้ายุ่งเหยิง มีร่องแก้มลึกและสีหน้าครุ่นคิดราวกับกำลังสืบค้นความหมายของชีวิตตลอดเวลา เขามองข้ามถนนไปยังกลุ่มทหารรักษาพระองค์ที่กำลังคุมตัวชายฉกรรจ์ 7-8 คนที่ถูกมัดมือเดินก้มหน้าเลือดกลบปากผ่านไป
ชายหนุ่มข้างกายเขาเอ่ยด้วยความกังวล: “คุณมาราครับ ความจริงคุณไม่ต้องมาดูด้วยตัวเองก็ได้ ที่นี่ดูท่าจะอันตราย…”
“ไม่เป็นไร” มารา โบกมือ “หากไม่มาดูให้เห็นกับตา ก็ไม่มีทางเข้าถึงความจริงได้!”
เขารีบเดินเข้าไปในร้านโชห่วย ซื้อของติดมือนิดหน่อยแล้วชี้ไปที่กองทหารที่อยู่ไกลๆ พลางถามเจ้าของร้าน: “ท่านรู้ไหมว่าพวกเขากำลังทำอะไร? จับนักโทษการเมืองงั้นหรือ?”
เจ้าของร้านค้อนขวับแล้วตอบอย่างหัวเสีย: “นักโทษการเมืองที่ไหนกัน? ที่ถูกมัดอยู่น่ะมันพวกแก๊งอสรพิษ พวกมันไม่เคยทำเรื่องดีเลยสักอย่าง!”
พูดเสร็จเขาก็ถกแขนเสื้อโชว์รอยแผลเป็น: “ดูนี่สิ แผลจากพวกแก๊งอสรพิษเมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่มกุฎราชกุมารจะพาตำรวจชุดใหม่มา ข้าต้องถูกพวกมันรีดไถเดือนละ 5 ลีฟร์! ขอพระเจ้าคุ้มครองมกุฎราชกุมาร ตอนนี้ไอ้พวกเศษเดนพวกนี้ถูกจับหมดแล้ว! ต่อไปข้าจะได้มีเงินซื้อเนยให้ลูกกินเสียที!”
มาราหยิบสมุดบันทึกออกมาจดตามความเคยชิน: “ท่านช่วยเล่าเรื่อง ‘ตำรวจชุดใหม่’ อะไรนั่นให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม?”
“แน่นอน” เจ้าของร้านวางมือจากงานแล้วพินิจมองเขา “ท่านเป็นนักข่าวใช่ไหม? ฮ่าๆ ท่านช่วยเขียนคำขอบคุณของข้าที่มีต่อมกุฎราชกุมารลงหนังสือพิมพ์ด้วยได้ไหมล่ะ?”
“เอ๊ะ? ละ… ได้ครับ…”
หลังจากพูดคุยกันพักใหญ่ มาราที่โดนคำชื่นชมมกุฎราชกุมารกรอกหูจนเต็มสมองก็เดินออกจากร้านด้วยความสงสัย เขาเดินไปดึงตัวชาวเมืองอีกคนที่ริมถนนเพื่อถามเรื่องตำรวจและกองทหารอีกครั้ง
และผลที่ได้คือคำตอบที่ไม่ต่างจากเจ้าของร้านคนแรกเลย
หลังจากสัมภาษณ์คนไป 7-8 คน เดินชมป้อมยามที่ถนนไวท์ไอริส และถึงขั้นเดินเข้าไปสอบถามอาชญากรที่ถูกจับได้ด้วยตัวเอง ในที่สุดเขาจึงเริ่มเชื่อว่า… ราชวงศ์ดันทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อราษฎรเข้าจริงๆ!
นี่มันผิดปกติเกินไปแล้ว!
ในความทรงจำของเขา ราชวงศ์และพวกขุนนางชั้นสูงมีแต่จะขูดรีดและข่มเหงประชาชน การออกมาปราบอาชญากรเพื่อราษฎรโดยไม่มีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มนี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว
แต่เขาเป็นคนที่ยึดถือข้อเท็จจริง หลังจากได้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ด้วยตัวเองมากมาย เขารีบกลับไปยังที่พักและเขียนหัวข้อข่าวสำหรับวันพรุ่งนี้ทันที 【มกุฎราชกุมารปฏิรูปตำรวจเห็นผลชัดเจน กวาดล้างรากเหง้าอาชญากรรมในย่านแซงต์อองตวนในคราวเดียว】
รถม้าสีเทาดำหลายคันแล่นไปตามฝั่งเหนือของแม่น้ำแซน มุ่งหน้าไปยังพระราชวังแวร์ซายส์
ในรถคันกลาง โจเซฟไอออกมาเล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเครื่องตอกเสาเข็ม ร่างกายแทบจะแหลกสลายจากการถูกเขย่า
เขาขยี้หน้าผากที่ปวดตุบๆ พลางคิดในใจ: ต้องรีบสร้างสปริงกันกระแทกออกมาให้ได้แล้วล่ะ ถ้าจะให้ดีควรมีลางล้อด้วย ชีวิตที่เหลือต้องนั่งรถม้าอีกตั้งเยอะ อย่าให้ต้องมาตายเพราะรถสั่นแบบนี้เลย
เมื่อวานนี้ เขาได้รับจดหมายชื่นชมจากคณะรัฐมนตรี ที่สรรเสริญความสำเร็จในการกวาดล้างอาชญากรในย่านแซงต์อองตวน และมีคำสั่งให้เขากลับไปยังแวร์ซายส์เพื่อรายงานตัวต่อราชสำนัก โดยท้ายจดหมายมีการประทับตราจากทั้งองค์กษัตริย์และพระราชินี
โจเซฟลอบยิ้มพลางส่ายหัว เพิ่งรับตำแหน่งได้ยี่สิบกว่าวันก็ต้องไปรายงานตัวเสียแล้ว ฉันนี่คงสร้างสถิติใหม่แล้วล่ะมั้ง คาดว่าหลุยส์ที่ 16 กับเสด็จแม่คงจะคิดถึงลูกชาย เลยหาข้ออ้างเรียกตัวฉันกลับ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ประจวบเหมาะกับแผนการที่เขาวางไว้พอดี
โจเซฟไม่เคยคิดจะปักหลักอยู่ที่กรมตำรวจไปตลอด เป้าหมายหลักของเขาคือการกอบกู้สถานะทางการเงินของฝรั่งเศส เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะรัฐล้มละลายที่อาจนำไปสู่การถูกมวลชนที่โกรธแค้นเชือดคอ
ถือโอกาสที่ทำผลงานปราบอาชญากรรมได้โดดเด่นครั้งนี้ เข้าไปขอตำแหน่งผู้ช่วยเสนาบดีคลังจากพระราชินีเสียเลย อยากจะรู้นักว่าพวกคณะรัฐมนตรีจะหาเหตุผลอะไรมาคัดค้านได้อีก
จะว่าไปแล้ว การที่เขาสามารถทำผลงานได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ในย่านแซงต์อองตวน คงต้องขอบคุณกีโซด้วยจริงๆ
หากกีโซไม่ควักเงินหลายหมื่นลีฟร์มาสร้างความวุ่นวาย เขาก็คงไม่มีโอกาสสร้างผลงาน “กวาดล้างอิทธิพลมืด” ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งปารีสแบบนี้
โจเซฟกวาดสายตาอ่านกระดาษไม่กี่แผ่นในมือ
นั่นคือคำให้การและบันทึกการสอบสวนของกีโซที่ส่งมาจากทางตำรวจลับ
ทำให้เขาได้รับรู้ว่า แผนการจัดระเบียบตำรวจของเขาไปขัดผลประโยชน์การค้าตำแหน่งตำรวจของกรมตำรวจเข้า จนทำให้กีโซต้องออกมาแก้แค้นอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้
ภายใต้การกระตุ้นจากเงิน 20,000 ลีฟร์นั้น ทำให้ย่านแซงต์อองตวนต้องสังเวยชีวิตชาวเมืองไปนับสิบคนในเวลาไม่กี่วัน และมีผู้บาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน สถานการณ์เกือบจะหลุดลอยเกินควบคุมไปแล้ว
โจเซฟสูดลมหายใจลึก ถ้าเซมิลียงไม่มีความรู้เรื่องการต่อต้านการสืบสวนเส้นทางเงินล่ะก็ ฉันคงต้องปวดหัวจนแย่ และการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้อาจจะต้องล้มครืนกลางคันไปแล้วก็ได้
(จบตอนที่ 14)
โฆษณานะค๊ะ
0 Comments