ตอนที่ 135 ไปเลย ปิก้า… เอ้ย คุณมาราตช์!
แปลโดย เนสยังโจเซฟนึกถึงกลุ่มนายธนาคารที่นำเงินทุนก้อนโตของฝรั่งเศสไปลงทุนในอังกฤษ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกลียดชังจนปวดฟัน ถ้าสามารถสืบหาประวัติมืดของเจ้านายพวกนี้ได้ล่ะก็ นอกจากจะสะใจผู้คนแล้ว ยังจะช่วยจัดระเบียบวงการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
แต่โจเซฟก็รู้สึกท้อแท้ขึ้นมาทันที เป้าหมายในวงการธนาคารก็ยังคงมีมากเกินไปอยู่ดี แถมคนพวกนี้ก็ไม่ใช่ข้าราชการ การจะให้สำนักงานสืบสวนคดีทุจริตไปตรวจสอบพวกเขา มาราตช์ซึ่งเป็น ‘มิตรของประชาชน’ ก็คงจะไม่เห็นด้วยเป็นแน่
‘ถ้ามีตัวแทนวงการธนาคารที่เป็นข้าราชการด้วยก็คงดี…’
คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็ตาลุกวาว มีคนแบบนี้อยู่จริงๆ ด้วย!
ถึงแม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้เป็นข้าราชการแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เขาเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาอย่างยาวนาน และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวงการธนาคารเป็นอย่างยิ่ง อ้อ พูดให้ถูกก็คือ ตัวเขาเองนั่นแหละที่เป็นนายธนาคาร
และช่วงเวลาที่เนกเกร์ดูแลการคลังของฝรั่งเศส ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฝรั่งเศสก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการพึ่งพาเงินกู้ดอกเบี้ยสูงเพื่อพยุงฐานะการคลังจนกู่ไม่กลับ รัฐมนตรีคลังคนต่อจากเขาก็พยายามจะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ที่ต้องกู้หนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่านี้ แต่ก็ต้องยอมแพ้ต่อแรงกดดันจากดอกเบี้ยอันมหาศาล และจำต้องกู้เงินต่อไป
แววตาของโจเซฟฉายแววเย็นชา จากพฤติกรรมการทำงานที่ผ่านมาของเนกเกร์ ถ้าหมอนี่ไม่มีปัญหาซุกซ่อนอยู่ก็ผีหลอกแล้ว
ตอนนี้การให้สำนักงานสืบสวนคดีทุจริตไปตรวจสอบหมอนี่ ประการแรกคือสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของมาราตช์ได้ ประการที่สองคือหากสืบเจออะไรขึ้นมาจริงๆ ภายหลังก็อาจจะสาวไส้ไปถึงพวกฉลามร้ายในวงการธนาคารที่ไร้คุณธรรมได้อีกเป็นพรวน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น โจเซฟก็สั่งให้เอมังไปที่ห้องทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อนำแฟ้มเอกสารการคลังทั้งหมดในช่วงที่เนกเกร์ดำรงตำแหน่งผู้ดูแลคลังแห่งชาติ (เขาเป็นชาวสวิส จึงไม่สามารถใช้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้โดยตรง แต่อำนาจหน้าที่ไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย) ออกมา ซึ่งก็ใส่รถเข็นได้เต็มๆ ถึงสี่คันรถ
โจเซฟสั่งให้เคลอโซดส่งองครักษ์ไปคุ้มกันแฟ้มเอกสารเหล่านี้ไปยังสำนักงานสืบสวนคดีทุจริต
และก็เป็นไปตามคาด วันรุ่งขึ้นตอนเที่ยง มาราตช์ก็วิ่งมาหาโจเซฟเองโดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปากเรียกเลย
โจเซฟยังคงใช้วิธีเดิมกับเขา
เริ่มจากการพรรณนาด้วยความเจ็บปวดว่า เนกเกร์สมคบคิดกับพวกยักษ์ใหญ่ในวงการธนาคาร จงใจเพิ่มรายจ่ายของรัฐ เพื่อจะกู้เงินจำนวนมหาศาลจากธนาคาร แล้วสูบดอกเบี้ยสูงลิ่วไปให้ธนาคาร จากนั้นก็อธิบายถึงผลกระทบอันร้ายแรงจากวิกฤตการคลังของประเทศที่มีต่อประชาชนฝรั่งเศส
สุดท้ายก็ชี้ทิศทางให้ ‘ปลาปิรันย่า’ ตัวนี้พุ่งเป้าไป—ลุยเลย เพื่อประชาชนชาวฝรั่งเศส ไปฉีกกระชากเนกเกร์ให้แหลกเป็นชิ้นๆ!
แต่คราวนี้ มาราตช์กลับดูลังเลเป็นอย่างมาก “ฝ่าบาท ขอประทานอภัยที่กระหม่อมต้องพูดตรงๆ ชื่อเสียงของคุณเนกเกร์นั้นดีมาก ตอนที่เขาดูแลการคลังของประเทศ รายรับรายจ่ายแทบจะสมดุลกันเลย พระองค์คงไม่ได้จงใจใส่ร้ายเขา เพียงเพราะเขาเคยเปิดเผยความฟุ่มเฟือยของราชวงศ์หรอกใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ?”
โจเซฟยิ้มบางๆ เนกเกร์เก่งเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองจริงๆ—ในประวัติศาสตร์ตอนที่จัดการประชุมสภาฐานันดร ทั้งสามชนชั้นต่างก็มีความรู้สึกดีๆ ต่อเขา ถึงขนาดที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ก็ยังทรงมองเขาเป็นดั่งผู้กอบกู้
แต่ในฐานะคนที่รู้ประวัติศาสตร์เป็นอย่างดี โจเซฟรู้แจ้งแก่ใจถึงวีรกรรมที่เจ้านี่เคยทำไว้
“ท่านมาราตช์ คนชั่วจะไม่เขียนคำว่า ‘คนเลว’ ไว้บนหน้าหรอก สำนักงานสืบสวนคดีทุจริตมีหน้าที่ลอกคราบความจอมปลอมที่อยู่ภายนอกออก เพื่อเปิดเผยให้เห็นถึงความดำมืดที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ข้างใน”
โจเซฟโน้มตัวไปข้างหน้า และกล่าวเสียงเบา “ท่านรู้หรือไม่ว่า หลังจากที่เนกเกร์เข้ารับตำแหน่งผู้ดูแลคลังแห่งชาติ เงินกู้ก้อนแรกที่เขากู้ให้รัฐบาลมาจากที่ไหน?”
มาราตช์น่าจะดูแฟ้มเอกสารการคลังพวกนั้นมาคร่าวๆ แล้ว เขาเปิดสมุดบันทึกดูแวบหนึ่ง “มาจากธนาคารสวิสแห่งหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ…”
“ถูกต้อง” โจเซฟพยักหน้า “แล้วท่านรู้หรือไม่ว่า ธนาคารแห่งนั้นเป็นการร่วมทุนระหว่างเนกเกร์กับเพื่อนของเขา?”
มาราตช์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า
โจเซฟกล่าวเสียงเย็นชา “นั่นก็หมายความว่า สิ่งแรกที่เนกเกร์ทำหลังจากเข้ารับตำแหน่ง ก็คือการลากเอาธุรกิจก้อนโตไปให้ธนาคารของตัวเอง แถมดอกเบี้ยก็ไม่ใช่ถูกๆ เสียด้วย”
“ยังมีเรื่องอื่นอีกมากมายที่ท่านยังไม่รู้”
“ตัวอย่างเช่น สมัยหนุ่มๆ เนกเกร์เคยร่วมมือกับเพื่อนในวงการธนาคารชาวอังกฤษ ใช้เงินทุนจำนวนมหาศาลมากว้านซื้อธัญพืชสลับไปมาระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส ส่งผลให้ราคาอาหารในตอนนั้นพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง”
“หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง เพื่อให้ได้ตำแหน่งผู้ดูแลคลังแห่งชาติ เนกเกร์ยอมควักเงินหลายแสนลีฟร์ บวกกับหุ้นของธนาคารตนเอง ไปติดสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายต่อหลายคน…”
มาราตช์ทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาลุกขึ้นยืนและกล่าวว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมจะไปสืบเรื่องทั้งหมดนี้ให้กระจ่าง แต่บางทีผลที่ออกมาอาจจะพิสูจน์ให้เห็นว่า พระองค์ทรงมีอคติต่อคุณเนกเกร์พ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟยิ้มพลางพยักหน้า “ข้าหวังว่าท่านจะนำความยุติธรรมมาสู่ประชาชนฝรั่งเศสได้มากขึ้น”
มาราตช์โค้งคำนับ กำลังจะเดินจากไป โจเซฟก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “อ้อ จริงสิ ท่านมาราตช์ เมื่อครู่นี้ท่านบอกว่ารายรับรายจ่ายทางการคลังในยุคของเนกเกร์อยู่ในระดับคงที่งั้นหรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท นั่นคือความจริง”
“ความจริงก็คือ สิ่งที่เรียกว่าความสมดุลระหว่างรายรับและรายจ่ายนั้น ถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของการกู้ยืมเงินเกินตัว ดอกเบี้ยเงินกู้ในระยะสั้นอาจจะยังไม่เห็นผลชัดเจนนัก มันจึงทำให้สถานะการคลังดูเหมือนจะออกมาดี แต่ดอกเบี้ยจะยิ่งพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ และผลกระทบที่แท้จริงจะปรากฏให้เห็นในอีกสิบกว่าปีให้หลัง หรือพูดอีกอย่างก็คือ การขาดดุลงบประมาณมหาศาลในตอนนี้ ส่วนใหญ่ก็มาจากเงินกู้ในยุคของเขานั่นแหละ”
“ขอบพระทัยที่ทรงชี้แนะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” มาราตช์ทำความเคารพอีกครั้ง แล้วหันหลังเดินจากไปด้วยความตื่นเต้น
หลังจากเบี่ยงเบนความสนใจของมาราตช์ไปจากกองทหารรักษาพระองค์ฝรั่งเศสได้แล้ว โจเซฟก็เรียกบารอนเบรอเตยเข้าพบ และบอกใบ้ให้เขาผ่อนปรนการตรวจสอบนายทหารกองทหารรักษาพระองค์ฝรั่งเศสลงบ้าง
ในตอนแรก บารอนเบรอเตยได้รับการผลักดันจากองค์มกุฎราชกุมารและอาร์ชบิชอปเบรียนให้ขึ้นรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประกอบกับการตรวจสอบพวกนายทหารก็เป็นงานที่ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรแก่เขาแถมยังรังแต่จะสร้างศัตรู เขาจึงตอบตกลงทันที
…
ทางด้านค่ายกองทหารรักษาพระองค์ฝรั่งเศส จดหมายร้องเรียนนายทหารลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการตรวจสอบของกองสารวัตรทหารก็เพิ่มขึ้นมากทันที
มาร์ควิสแซงต์-พรีสต์ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้รับรายงาน ไม่น่าเชื่อว่านายแบร์ตีเยผู้นั้นจะมีอิทธิพลมากมายถึงเพียงนี้ เขาจึงลดทอนขั้นตอนทั้งหมดลง และแทบจะลงนามในใบแต่งตั้งให้แบร์ตีเยเลื่อนยศเป็นพันโททันที พร้อมทั้งแต่งตั้งให้เขาเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่สามแห่งกองทหารรักษาพระองค์ฝรั่งเศส
ทว่าเพิ่งจะเลยช่วงเที่ยงมาได้ไม่นาน แบร์ตีเยก็มาหาเขาอีกครั้ง พร้อมกับบอกว่าตนเองเจอปัญหาเล็กน้อย
“สหายคนสนิทของท่านมีข้อเรียกร้องอะไรอีกงั้นหรือ?” แซงต์-พรีสต์ขมวดคิ้วถาม
“อา คืออย่างนี้ครับ เขามีน้องชายคนหนึ่งเพิ่งจะเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยได้ไม่นาน ตอนนี้ยังเป็นแค่ร้อยตรีธรรมดาคนหนึ่ง” แบร์ตีเยทวนคำขอขององค์มกุฎราชกุมาร “เขาหวังว่าน้องชายจะได้เป็นผู้บังคับกองพันในกองทหารรักษาพระองค์ฝรั่งเศสครับ”
มาร์ควิสแซงต์-พรีสต์ถอนหายใจยาว วัวทั้งตัวยังยกให้คนอื่นไปแล้ว จะมางกอะไรกับแค่เชือกสนตะพายเส้นเดียว?
เขาพยักหน้าทันที “เอาตามที่เขาบอกก็แล้วกัน ท่านให้เขารีบไป…”
“น้องชายเขาเรียนด้านการบัญชาการทหารม้ามาครับ ดังนั้นเขาเลยหวังว่าจะเป็นกองพันทหารม้า”
“ได้ๆ! จะเป็นทหารม้าหรืออะไรก็ตาม เอาตามนี้แหละ” แซงต์-พรีสต์นวดขมับอย่างแรง ตอนนี้เขาชาชินไปหมดแล้ว หวังเพียงให้ฝันร้ายนี้จบลงเสียที
แบร์ตีเยจัดการทุกอย่างอย่างรวดเร็ว หลังจากเลื่อนขึ้นเป็นผู้บังคับการกรมแล้ว เขาก็รีบพาดูบัวส์ และออโดริกลูกพี่ลูกน้องของเคลอโซด เดินทางไปยังค่ายกองทหารรักษาพระองค์ฝรั่งเศส เพื่อเริ่มคัดเลือกกองกำลังของตนเองทันที

0 Comments