ตอนที่ 117 ประสิทธิภาพการบริหารอันน่าสะพรึงกลัว
แปลโดย เนสยังภายในสนามฝึกซ้อมของโรงเรียนตำรวจ มีนักเรียนตำรวจวิ่งเหยาะๆ เข้ามารายงานสถานการณ์ภายนอกให้โจเซฟและคนอื่นๆ ทราบ
“บารอนเบซองซงงั้นหรือ?” เมื่อโจเซฟได้ยินชื่อนี้ เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
นี่ไม่ใช่ผู้บัญชาการกองทหารรักษาพระองค์แห่งฝรั่งเศสหรอกหรือ?
ในตอนที่ชาวปารีสบุกโจมตีคุกบาสตีย์ ชายผู้นี้ไม่เพียงแต่ไม่ยอมเข้าไปขัดขวางเท่านั้น แต่ยังสั่งให้ถอนกำลังทหารทั้งหมดไปไว้ที่ช็องเดอมาร์ส บริเวณชานเมืองอีกต่างหาก
หากแค่ยืนดูอยู่เฉยๆ ก็ยังพอว่า แต่เขากลับส่งทหารปืนใหญ่ไปช่วยยิงถล่มคุกบาสตีย์อีกต่างหาก และลูกน้องของเขาก็มักจะไปรับเสบียงที่พระราชวังปาแล-รัวยาลอยู่บ่อยๆ จึงเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเขาเป็นคนของฝั่งออร์เลอ็อง การที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ไว้ใจให้คนแบบนี้มาปกป้องกรุงปารีส ก็แปลกแล้วที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้
คนประเภทนี้ โจเซฟจะต้องหาทางเปลี่ยนตัวเขาให้ได้ แต่ในเวลานี้เขายังต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มขุนนางทหารเอาไว้ก่อน จึงยังไม่ถึงเวลาลงมือ
แต่ในเมื่อเขาเสนอหน้ามาถึงที่นี่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำดีด้วยหรอก
…
ไม่นานนัก ฟรีเอนท์ก็เดินออกมาจากสนามฝึกซ้อม ยกหมวกทำความเคารพ:
“ท่านคือท่านนายพลเบซองซงใช่ไหม? ยินดีที่ได้พบท่าน
“ข้าชื่อฟรีเอนท์ หัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงเรียนตำรวจปารีส ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ข้ารับใช้หรือ?”
เบซองซงนั่งตัวตรงอยู่บนหลังม้า พยักหน้าตอบรับเล็กน้อย ใช้แส้ม้าชี้ไปที่สนามฝึกซ้อม: “ที่นี่ทำไมถึงมีเสียงปืนใหญ่?”
“เสียงปืนใหญ่งั้นหรือ?” ฟรีเอนท์แสร้งทำเป็นยิ้มตามแผนการรักษาความลับของโรงเรียนตำรวจ “อ้อ เรากำลังจัดงานฉลองเพื่อมอบใบประกาศนียบัตรจบการฝึกอบรม เลยต้องยิงปืนใหญ่ฉลองสักหน่อยน่ะ”
เบซองซงอึ้งไป ก่อนจะถามกลับอย่างไม่สบอารมณ์ว่า: “ข้ากำลังถามท่านอยู่ ว่าทำไมสนามฝึกซ้อมของโรงเรียนตำรวจถึงได้มีปืนใหญ่!”
“ท่านนายพล ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามไม่ให้โรงเรียนตำรวจมีปืนใหญ่นี่?”
เบซองซงอีกครั้งก็อึ้งไป ดูเหมือนว่าจะไม่มีกฎแบบนั้นจริงๆ ในเมื่อก่อนหน้านี้ไม่เคยมีโรงเรียนตำรวจมาก่อน แล้วจะมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างไรล่ะ?
เขาขมวดคิ้วถาม: “แล้วพวกท่านจะซื้อปืนใหญ่มาทำไม?”
ฟรีเอนท์ตอบอย่างฉะฉาน: “ก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในเมืองไงล่ะ”
“ท่านจะใช้ปืนใหญ่รักษาความสงบเรียบร้อยเนี่ยนะ?!”
ฟรีเอนท์พยักหน้า: “ท่านนายพลเบซองซง ท่านยังจำได้ไหมว่าตอนที่เกิดจลาจลแป้งเมื่อหลายปีก่อน พวกชาวเมืองได้สร้างสิ่งกีดขวางไว้ตามแยกถนน? ตอนนั้นแม้แต่กองทัพปราบปรามก็ยังไม่สามารถข้ามสิ่งกีดขวางเหล่านั้นไปได้เลย
“เราเชื่อว่า หากมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในปารีส ก็คงจะต้องพึ่งพาปืนใหญ่ในการกอบกู้ความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา”
“หากเกิดการจลาจลขึ้นมาจริงๆ ก็คงไม่ต้องพึ่งพวกตำรวจอย่างพวกท่านหรอก”
เบซองซงปรายตามองเขา แล้วแค่นยิ้มเย็น: “พูดไปก็เท่านั้นแหละ เมื่อเดือนที่แล้วตอนที่พวกชาวบ้านไปล้อมประท้วงที่ศาลสูงสุดเป็นเวลานาน ไม่เห็นจะมีตำรวจหน้าไหนกล้าไปปราบปรามเลย”
ฟรีเอนท์แสร้งทำหน้าตกใจ: “ท่านนายพล กลุ่มคนที่ไปประท้วงนั่น เขาแค่ต้องการจะเรียกร้องให้มีการลงโทษคนชั่วอย่างเวซินิเยร์ ท่านคิดว่าพวกเขาสมควรถูกปราบปรามงั้นหรือ?”
“ท่าน…”
เบซองซงถึงกับพูดไม่ออก กระแสสังคมในตอนนี้ได้ตีตราว่าเวซินิเยร์คือคนเลวไปแล้ว หากใครกล้ายืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็เตรียมตัวโดนชาวปารีสรุมด่าได้เลย
เขาถลึงตาใส่ฟรีเอนท์อย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะยกมือขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง: “ช่วยหลีกทางให้ด้วย อีกไม่นานจะมีบุคคลสำคัญมาเยือน ข้าต้องรับประกันความปลอดภัยในละแวกนี้ ตอนนี้ข้าจะขอเข้าไปตรวจค้นข้างในสักหน่อย”
ฟรีเอนท์ไม่ยอมขยับไปไหน และส่งยิ้มบางๆ ให้: “เรื่องนั้นคงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ ท่านนายพล ยกเว้นแต่ท่านจะมีคำสั่งจากองค์กษัตริย์ หรือจากกรมตำรวจ”
เบซองซงไม่เคยเห็นตำรวจอยู่ในสายตามาก่อน เขาหันไปส่งซิกให้ทหารยามที่ติดตามมาด้วย
ทหารยามหลายนายรีบก้าวเข้ามา เตรียมจะลากตัวฟรีเอนท์ออกไป แต่แล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางสนามฝึกซ้อม จากนั้นนักเรียนตำรวจกว่าสามสิบนายก็วิ่งเรียงแถวกันออกมา
นักเรียนตำรวจที่นำทีมได้ออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว นักเรียนทั้งสามสิบกว่าคนนั้นก็รีบกระจายตัว จัดแถวเป็นหน้ากระดานสองแถว แล้วยกปืนขึ้นเล็งไปที่เบซองซง
เบซองซงถึงกับหน้าซีดเผือด เขาคิดว่าต่อให้เป็นผู้อำนวยการตำรวจมาเจอเขา ก็ยังต้องแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม ไม่คิดเลยว่าเจ้าหน้าที่โรงเรียนตำรวจเล็กๆ จะกล้าเอาปืนมาจ่อหน้าเขา
“เจ้า! เจ้าจะต้องเสียใจกับการกระทำในวันนี้!” เบซองซงแค่นยิ้มเย็น ดึงบังเหียนม้า แล้วพาลูกน้องเดินคอตกจากไป
สำหรับเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ นี้ โจเซฟก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะในนามแล้ว โรงเรียนตำรวจอยู่ภายใต้สังกัดของศาลาว่าการ เบซองซงก็ทำอะไรที่นี่ไม่ได้อยู่แล้ว
…
จังหวัดลอแรน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส
ข้าหลวงใหญ่แห่งลอแรน มาร์ควิสเดอลาทูร์ อ่านเอกสารในมือไปหนึ่งรอบ ก่อนจะขมวดคิ้วถามผู้ช่วยที่อยู่ข้างๆ: “ชาร์ล นี่มันคำสั่งที่ข้าเพิ่งส่งให้มอริสเมื่อวันก่อนไม่ใช่หรือ?”
“อ้อ ใต้เท้า อยู่ตรงนี้ขอรับ” ผู้ช่วยรีบชี้ไปที่ตัวอักษรบรรทัดเล็กๆ ให้เขาดู “ไวเคานต์เลอนีฟ คิดว่ามันอาจจะไปขัดกับพระราชกฤษฎีกาเรื่องการเกณฑ์คนเมื่อปีก่อน เขาเลยส่งมาให้ท่านยืนยันอีกทีขอรับ”
ลาทูร์ขมวดคิ้วอีกครั้ง: “แล้วตกลงมันขัดกันไหมล่ะ?”
“อ่า ข้าคิดว่า น่าจะไม่มีปัญหาอะไรนะขอรับ…”
ลาทูร์พยักหน้า เซ็นชื่อลงในเอกสาร และกำลังจะส่งให้ผู้ช่วย แต่แล้วก็มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบเดินเข้ามาในห้องทำงาน และโค้งคำนับ: “ท่านมาร์ควิสขอรับ มีจดหมายจากพระราชวังแวร์ซายส์เพิ่งจะส่งมาถึงขอรับ”
“เนื้อหาว่าอย่างไร?”
“ดูเหมือนจะบอกว่า ให้ท่านรีบส่งคนไปนับจำนวนมันฝรั่ง และเตรียมขนขึ้นเรือขอรับ”
ลาทูร์รับจดหมายนั้นมาอ่านดูคร่าวๆ ก่อนจะถามด้วยความประหลาดใจ: “จะไปหามันฝรั่งมาจากไหนล่ะ? มอริสเพิ่งจะส่งคำสั่งซื้อคืนมาให้ข้าอยู่เลย”
เจ้าหน้าที่คนนั้นตอบ: “ใต้เท้า ดูเหมือนว่าไวเคานต์วาลร็องจะเป็นคนรับหน้าที่ไปซื้อมาขอรับ อ้อ คนของเขามาถึงตั้งแต่เที่ยงแล้ว และตอนนี้ก็รออยู่ข้างนอกขอรับ”
ลาทูร์รีบสั่งให้ลูกน้องของวาลร็องเข้ามาพบ หลังจากสอบถามรายละเอียด ก็ได้ความว่าวาลร็องได้รับมอบหมายจากคนรู้จัก ให้เริ่มกว้านซื้อมันฝรั่งจากทั่วทุกสารทิศมาตั้งแต่ห้าวันก่อนแล้ว และตอนนี้ก็รับซื้อมาได้กว่าหนึ่งล้านปอนด์แล้ว ซึ่งทั้งหมดก็ถูกนำไปกองรอการตรวจสอบและขนขึ้นเรืออยู่ที่ท่าเรือ
ลาทูร์รีบสั่งให้คนเตรียมเอกสาร ตรวจสอบ เซ็นชื่อ และส่งไปให้ผู้ช่วยข้าหลวงประจำจังหวัดรับทราบ
จากนั้น เขาก็ร่างเอกสารอีกฉบับ เพื่อส่งกลับไปยังพระราชวังแวร์ซายส์ เพื่อรายงานว่างานที่ได้รับมอบหมายก่อนหน้านี้ ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง และมีพ่อค้าเข้ามาช่วยจัดการแทน
ลูกน้องของวาลร็องได้รับคำสั่งจากเจ้านาย ให้จ่ายเงินเร่งให้พวกเจ้าหน้าที่ส่งเอกสาร และตามติดไปจนถึงตัวผู้ช่วยข้าหลวง…
ตามขั้นตอนการบริหารงานของรัฐบาลฝรั่งเศสในยุคนี้ หน้าที่หลักของท่านข้าหลวงก็คือการเป็นตัวกลางในการส่งต่อและเซ็นอนุมัติเอกสาร จากนั้นก็นำคำสั่งจากพระราชวังแวร์ซายส์ไปมอบให้ผู้ช่วยข้าหลวงตามหัวเมืองต่างๆ
ผู้ช่วยข้าหลวงจะต้องตรวจสอบเอกสาร หากพบว่ามีปัญหาก็จะต้องส่งกลับไปให้เซ็นใหม่ หากไม่มีปัญหา ก็จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไปเบิกงบประมาณ และจัดหาคนมาดำเนินการให้เป็นรูปธรรม
แน่นอนว่า หากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นพบว่าเอกสารมีข้อบกพร่อง พวกเขาก็จะต้องส่งกลับไปตรวจสอบใหม่…
ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของทางการลอแรน กว่าจะผ่านขั้นตอนแรกไปได้ก็กินเวลาไปครึ่งค่อนวันแล้ว คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักสี่ห้าวัน กว่าจะเริ่มกระบวนการรับซื้อได้ ในขณะที่พ่อค้าที่เป็นเพื่อนของมิราโบ กลับสามารถรวบรวมมันฝรั่งมาได้กว่าล้านปอนด์แล้ว และยังมีอีกจำนวนมากที่กำลังอยู่ระหว่างการขนส่งทางบก
ส่วนเรื่องรถม้าและเรือขนส่ง ก็ล้วนแต่เป็นเพื่อนของมิราโบหามาให้ทั้งสิ้น มิเช่นนั้น ท่านข้าหลวงก็คงจะต้องเสียเวลาไปกับการเรียกเกณฑ์รถและเรืออีกนาน
แต่ถึงกระนั้น แค่การส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบจำนวนมันฝรั่ง ขั้นตอนทั้งหมดก็ปาเข้าไปถึงสามวันแล้ว ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นสิ่งที่พ่อค้าไม่สามารถทำแทนได้เด็ดขาด และถ้าไม่มีลายเซ็นรับรองจากเจ้าหน้าที่ พวกเขาก็จะไม่สามารถเบิกเงินค่ามันฝรั่งได้
และเมื่อนับจำนวนมันฝรั่งกว่าล้านปอนด์เสร็จสิ้น แล้วขนขึ้นเรือ ก็ต้องใช้เวลาไปอีกหนึ่งวัน
ในเวลานี้ เหลือเวลาอีกเพียง 20 กว่าวันก็จะถึงฤดูหว่านเมล็ดในฤดูใบไม้ผลิของฝรั่งเศสแล้ว แทบจะแน่นอนเลยว่า จังหวัดที่อยู่ใต้สุด จะไม่สามารถปลูกมันฝรั่งได้ทันเวลาอย่างแน่นอน
เรือลำแรกที่บรรทุกมันฝรั่งจนเต็มลำ ได้แล่นไปตามแม่น้ำออร์น มุ่งหน้าสู่บอร์กโดซ์ที่อยู่ห่างไกลออกไป

0 Comments