ตอนที่ 97 ซานจวินจำแลงครรภ์ พยัคฆ์คำรามลั่นป่า
แปลโดย เนสยังเฉินสือรู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อย เขาตื่นขึ้นมาจากความตาย และใฝ่ฝันมาตลอดว่าตนเองจะสามารถกลับมาบำเพ็ญเพียรได้อีกครั้ง หลุดพ้นจากฐานะคนไร้ค่า และมีครรภ์เทพอันใหม่ จากนั้นก็สอบเป็นซิ่วไฉ สอบผ่านจวี่เหริน เป็นขุนนางรีดนาทาเร้นราษฎร เพื่อให้ท่านปู่ได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสุขสบาย ทว่าบัดนี้ ท่านปู่ได้จากไปสู่ปรโลกแล้ว หนำซ้ำครรภ์เทพของเขาดูเหมือนจะมีปัญหาใหญ่
เดิมทีควรจะเป็นเทพแท้จริงประทานพร หย่อนครรภ์เทพลงมาให้ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าพอพบเจอวิญญาณเร่ร่อนหรือรูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ใด ก็จะจับเข้าไปในศาลเจ้าเพื่อทำเป็นครรภ์เทพเสียอย่างนั้น! บนแท่นบูชามีครรภ์เทพอันอื่นอยู่แล้ว เช่นนี้ในพิธีบวงสรวงเทพอัญเชิญของซิ่วไฉ เทพแท้จริงยังจะประทานพรให้เขาอยู่อีกหรือ?
“ข้ากราบไหว้แม่บุญธรรมมาปีกว่า ในที่สุดก็ได้รับการประทานพรคุ้มครองจากแม่บุญธรรม ทว่ากลับไม่รู้เลยว่าพรนี้คือดีหรือร้าย”
เขาเพิ่งคิดถึงตรงนี้ ก็เห็นว่าในศาลเจ้าเล็กๆ เสือเหลืองตัวนั้นกำลังชะเง้อคอมองออกไปนอกประตูศาล ดูเหมือนจะอยากรู้อยากเห็นโลกภายนอกเป็นอย่างมาก ศาลเจ้าเล็กๆ แห่งนี้คล้ายมีสรรพคุณวิเศษ ทำให้รูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของมันที่ไม่อาจก่อตัวได้เป็นเวลานาน สามารถรวมตัวกันเป็นรูปร่างได้
เดิมทีมันไม่อาจคงรูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของตนให้มั่นคงได้เลย และอาจแตกซ่านไปได้ทุกเมื่อ ทว่าเมื่อเข้ามาอยู่ในศาลเจ้าเล็กๆ ของเฉินสือ รูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ก็พลันมั่นคงขึ้น ส่วนรูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์รูปคนหัววัวบนแท่นบูชาก็หยุดการพังทลายลง แม้จะยังก่อตัวไม่สมบูรณ์ แต่ก็ดีกว่าก่อนหน้านี้มาก
เฉินสืออาศัยกระจกส่องดูภาพในศาลเจ้าเล็ก เห็นธูปสามดอกที่ปักอยู่ในกระถางธูป ควันธูปเหล่านั้นกำลังไหลพุ่งไปยังรูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์องค์นั้นอย่างรวดเร็ว เสือเหลืองเองก็กำลังสังเกตกระจกในมือของเฉินสือ ดูเหมือนมันจะสนใจตัวเองในกระจกอยู่ไม่น้อย
นี่คือพยัคฆ์ร้ายที่โตเต็มวัย ท่าทางดูเชื่องช้า ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ ทันใดนั้น หัวขนาดใหญ่โตดั่งภูเขาของมันก็โผล่ออกมาจากศาลเจ้าเล็กหลังศีรษะของเฉินสือ เงาทะมึนปกคลุมยอดเขา ความรู้สึกกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วยอดเขาน้อยใหญ่ของเขาเฉียนหยางในพริบตา!
หน้าประตูศาล เฮยโกวตกตะลึงลาน นึกว่านายน้อยสูญเสียการควบคุมในที่สุด พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นหัวอันใหญ่โตมโหฬารของพยัคฆ์ร้าย มันจึงรีบหมอบลงกับพื้นแกล้งหลับอย่างว่าง่ายทันที โลกมนุษย์ช่างอันตรายเกินไปแล้ว เจ้าหมาคิดในใจ
ในเวลาเดียวกัน ทั่วทั้งเขาเฉียนหยาง เหล่าจิตวิญญาณน้อยใหญ่ รวมถึงเหล่าแม่บุญธรรมตามหมู่บ้านโดยรอบ ต่างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเสือเหลืองตัวนั้น กลิ่นอายที่เก่าแก่ ยาวนาน และทรงพลัง และเบื้องหลังเสือเหลืองตัวนั้น ยังมีกลิ่นอายอีกสายหนึ่งที่ดั่งขุนเขาเฉียนหยางอันยิ่งใหญ่ตระหง่าน สง่างาม และเปี่ยมด้วยความเมตตา
หมู่บ้านโหยวไช่ ลานบ้านตระกูลหู ยายเฒ่าซากำลังมาเป็นแขกที่นี่ ปรึกษากับหูเสี่ยวเหลียงว่าจะหาวิธีดึงสิ่งชั่วร้ายในร่างของเฉินสือออกมาได้อย่างไร ทันใดนั้นชายฉกรรจ์เคราครึ้มฝั่งตรงข้ามก็ผุดลุกขึ้น ยืนมองไปยังหมู่เขาด้วยความตื่นตะลึง
“ยายเฒ่า ท่านสัมผัสได้หรือไม่?”
ยายเฒ่าซาสงสัย “สัมผัสได้ถึงสิ่งใด?” ทันใดนั้นนางก็สัมผัสได้ว่าท่ามกลางหมู่เขามีกลิ่นอายอันทรงพลังสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมา ทรงพลังไม่ด้อยไปกว่างูยักษ์เสวียนซาน ทว่ากลับมีความดุร้ายป่าเถื่อนมากกว่ากลิ่นอายของงูยักษ์เสวียนซานอยู่หลายส่วน!
งูยักษ์เสวียนซานผ่านการชำระล้างแห่งกาลเวลาอันยาวนาน จนกลายเป็นผู้ที่สงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น ทว่ากลิ่นอายสายนี้กลับแฝงไว้ด้วยพลังอันบ้าคลั่งถึงขีดสุด! “ในภูเขามีตัวตนที่เทียบชั้นได้กับงูยักษ์เสวียนซานปรากฏขึ้นมาอีกหนึ่ง!” ยายเฒ่าซาประหลาดใจยิ่งนัก
งูยักษ์เสวียนซานเปรียบดั่งจิตวิญญาณของเขาเฉียนหยาง ตบะลึกล้ำสุดหยั่งคาด เรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ยายเฒ่าซาเคยพบเจอมา ในชั่วพริบตานี้ กลิ่นอายที่ยอดฝีมือในภูเขาแผ่ออกมา กลับสามารถทัดเทียมกับเขาได้ ทำให้ยายเฒ่าซาอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นชื่นชม
“ไม่ใช่กลิ่นอายอันแข็งแกร่งนั้น!” ชายฉกรรจ์เคราครึ้มยังคงตกตะลึงไม่หาย เอ่ยว่า “เบื้องหลังกลิ่นอายสายนี้ ยายเฒ่าสัมผัสได้หรือไม่?”
ยายเฒ่าซาไม่เข้าใจ “เบื้องหลังกลิ่นอายนี้มีสิ่งใด? เฒ่าหู เจ้าอย่ามัวแต่เล่นคำทาย!”
ชายฉกรรจ์เคราครึ้มกล่าว “ราชาแห่งเขาเฉียนหยาง ดูเหมือนจะตื่นขึ้นแล้ว!”
“อะไรนะ?” สีหน้าของยายเฒ่าซาเปลี่ยนไปทันที ซานจวินแห่งเขาเฉียนหยาง ตื่นขึ้นแล้ว ชายฉกรรจ์เคราครึ้มรีบลุกขึ้น “ในฐานะราษฎรแห่งเขาเฉียนหยาง ข้าต้องไปเข้าเฝ้าซานจวิน!”
“ข้าจะไปกับเจ้าด้วย!” ยายเฒ่าซารีบตามเขาไปทันที
ในหมู่บ้านกลางหุบเขา แกะเขียวยืนสองขาพิงต้นไม้ถือถ้วยน้ำชาจิบ ทันใดนั้นมือก็สั่นเทา ถ้วยชาตกแตกกระจาย มันเงยหน้ามองขึ้นไปเบื้องบนด้วยความตื่นตะลึง คนธรรมดามีเพียงกายเนื้อ ไม่อาจมองเห็นหัวอันใหญ่โตของพยัคฆ์ร้ายนั้นได้ แต่มันกลับมองเห็นหัวขนาดมหึมาดั่งภูเขาย่อมๆ ของเสือเหลืองตัวนี้ เงาที่ทอดลงมาแทบจะบดบังหมู่บ้านของมันจนมิด
“ซานจวิน…” มันเอ่ยด้วยความตกตะลึงลาน มันกลับมาเดินสี่ขา มุ่งหน้าไปยังเขาเฉียนหยาง
แกะเขียวเพิ่งเดินออกจากหมู่บ้าน ทันใดนั้นก็เห็นต้นไม้ในป่าล้มระเนระนาด เต่าเฒ่าตัวมหึมาไม่รู้ว่าเดินออกมาจากที่ใด สลัดหินภูเขาหนาเตอะบนตัวออก รูจมูกพ่นควันโขมง มุ่งหน้าไปยังยอดเขาอันเป็นที่ตั้งของศาลซานจวินเช่นกัน
“ครืน!”
น้ำในลำธารกลางหุบเขาพลันเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ไหลเชี่ยวกราก ท่วมท้นล้นตลิ่ง ทว่าเมื่อมาถึงที่ราบ กลับหดตัวแคบลงกลายเป็นแม่น้ำสายยาวกว้างกว่าสิบจ้าง ในแม่น้ำมีแสงสีเงินเปล่งประกาย ทันใดนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์กระโจนขึ้นเหนือน้ำ ส่งเสียงมังกรคำรามดังกึกก้องกังวาน ราวกับวัวป่าแผดร้องในหุบเขา ทว่าเสียงนั้นดังกังวานยิ่งนัก แสบแก้วหูจนแทบหนวก
นั่นคือมังกรเงินตัวหนึ่ง ยังอยู่ในวัยเยาว์ แต่ก็สามารถควบคุมสายน้ำได้แล้ว แกะเขียวเคยพบหน้านางเมื่อร้อยปีก่อน หลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวคราวของนางอีก นึกไม่ถึงว่าจะยังมีชีวิตอยู่
ระหว่างทาง สัตว์วิเศษรูปร่างใหญ่โตแต่ละตัวราวกับได้รับการชี้นำ ต่างมุ่งหน้าไปยังศาลซานจวินโดยไม่ได้นัดหมาย จำนวนยิ่งมายิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
หลี่เซี่ยวเจิ้ง ผู้ตรวจการมณฑลซินเซียงนั่งอยู่ในรถม้า มุ่งหน้าไปยังเมืองเอกของมณฑลไปตามถนนหลวงอย่างไม่เร่งรีบ ท่ามกลางการคุ้มกันของยอดฝีมือตระกูลหลี่มากมาย ทันใดนั้นเสียงของหลี่เซี่ยวเจิ้งก็ดังมาจากในรถ “หยุดรถ”
คนขับรถม้ารีบหยุดรถทันที หลี่เซี่ยวเจิ้งเลิกม่านรถ เดินออกมาจากรถม้า มองไปยังหมู่เขาเฉียนหยาง “กลิ่นอายนี้…”
แสงศักดิ์สิทธิ์สว่างวาบขึ้นหลังศีรษะของเขา พริบตาเดียวจิตหยวนก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า ยืนหยัดอยู่บนหมู่เมฆ ทอดสายตามองเข้าไปในภูเขา ท่ามกลางเมฆหมอกที่ปกคลุม เขาเห็นเพียงหัวเสือขนาดใหญ่โตมโหฬาร พยัคฆ์คำรามลั่นป่า ปลุกจิตวิญญาณนับไม่ถ้วนในหุบเขาให้ตื่นขึ้น หลี่เซี่ยวเจิ้งตื่นตะลึง ดึงจิตหยวนกลับคืนมา
“ท่านพ่อ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือขอรับ?” หลี่จวิ้นก้าวเข้าไปสอบถาม หลี่เซี่ยวเจิ้งสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยว่า “เขาเฉียนหยางมียอดฝีมือปรากฏตัวขึ้นมาอีกหนึ่ง กำลังปลดปล่อยกลิ่นอายออกมาอย่างกำเริบเสิบสาน เกรงว่าสำหรับตระกูลหลี่ของเราคงไม่ใช่เรื่องดีนัก”
เขารู้สึกกังวลใจ การที่ตระกูลหลี่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาได้มารับตำแหน่งผู้ตรวจการมณฑลซินเซียงที่ว่างลง ก็เพื่อความมั่งคั่งในเขาเฉียนหยาง ทว่าความตั้งใจของตระกูลหลี่คือ การหลอกให้ตระกูลใหญ่อื่นๆ คิดว่าเป้าหมายของพวกเขาคือสุสานกษัตริย์ที่แท้จริง แต่แท้จริงแล้วเป้าหมายของตระกูลหลี่คือเรือเป่าฉวนแห่งราชวงศ์หมิงลำนั้นต่างหาก ในขณะที่ตระกูลอื่นๆ กำลังจับจ้องไปที่สุสานกษัตริย์ที่แท้จริง
พวกเขาจะแอบชิงเรือเป่าฉวนแห่งราชวงศ์หมิงมา กว่าพวกตระกูลใหญ่เหล่านั้นจะรู้ตัว เรือเป่าฉวนก็ตกอยู่ในมือตระกูลหลี่เสียแล้ว เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงในเขาเฉียนหยางครั้งนี้ ทำให้เขารู้สึกกังวลอยู่บ้าง
งูยักษ์เสวียนซานจ้องมองเสือเหลืองเงียบๆ รู้สึกเลื่อนลอยไปชั่วขณะ ยามที่หัวเสือโผล่ออกมาจากศาล ไม่เพียงแต่เขา ทว่าจิตวิญญาณทั้งหมดในเขาเฉียนหยาง ล้วนสัมผัสได้ถึงเสียงเรียกจากยุคสมัยกษัตริย์ที่แท้จริงในอดีตกาล เสียงเรียกนี้ไม่เพียงแต่เป็นการข่มทับทางสายเลือด แต่ยังเป็นความเคารพศรัทธาที่มาจากใจของราษฎร เป็นความหวาดหวั่นของเหล่าทหารราชวงศ์หมิงและราษฎรที่อพยพมา ขณะโดยสารเรือเป่าฉวนข้ามผ่านทะเลแห่งความมืดมิดอันกว้างใหญ่ มายังทวีปใหม่
พวกเขาต้องการเทพเจ้าสักองค์ที่จะช่วยให้พวกเขาตั้งหลักในทวีปใหม่ได้ ต่อต้านโรคระบาดและสิ่งชั่วร้าย เสียงเพรียกนี้ทำให้พวกเขาอัญเชิญรูปปั้นเทพเจ้าที่คุ้มครองพวกเขาข้ามทะเลออกมาจากเรือ สร้างศาลเจ้าและแท่นบูชาในเขาเฉียนหยาง อัญเชิญรูปปั้นของเทพเจ้าองค์นี้ขึ้นประดิษฐานบนแท่นบูชา
นับแต่นั้นมา ในเขาเฉียนหยางก็มีเทพเจ้าองค์หนึ่งที่ทอดสายตามองออกไปสู่ท้องทะเล คอยคุ้มครองขุนเขา พิทักษ์ดินแดนซินเซียงแห่งราชวงศ์หมิงแห่งนี้ เขาเป็นทั้งเทพผู้พิทักษ์ขุนเขาแห่งนี้ และเป็นผู้ปัดเป่าโรคระบาด เป็นแพทย์ผู้เยียวยารักษาความเจ็บปวดจากการอพยพทางไกลให้แก่ราษฎรราชวงศ์หมิงที่ขึ้นฝั่งที่ซินเซียง
เขาคือทายาทแห่งเสินหนง รักษารักษาเสือเหลือง ช่วยชีวิตมังกรเขียว ควบคุมวิถีแห่งการแพทย์ โปรดสัตว์พ้นทุกข์ ในขณะเดียวกันก็ควบคุมเพลิงอสนีเก้าสุริยัน ทำให้ปุถุชนมีพลังในการสังหารเทพปราบเซียน เขาได้รับการขนานนามว่า มหาเทพแพทย์สวรรค์ราชาโอสถสามภพผู้ตรวจการเก้าสวรรค์ เทพสวรรค์ไคหยวนโปรดสัตว์ เทพสวรรค์กานอิงช่วยโลก เทพสวรรค์ดินปืนสัมผัสวิญญาณ นักพรตผู้ยิ่งใหญ่ซุน!
ดินปืนที่เขาประดิษฐ์ขึ้น ทำให้ปุถุชนสามารถระเบิดจินตันของผู้บำเพ็ญเพียร สั่นคลอนทารกหยวน และทำลายจิตหยวนให้แหลกสลายได้! ในยุคสมัยกษัตริย์ที่แท้จริง เขาได้จำแลงกายมายังทวีปซีหนิวซินโจว จาริกไปตามหมู่เขา รักษาโรคช่วยชีวิตผู้คน ส่วนเสือเหลืองที่ติดตามเขาก็คอยพิทักษ์หมู่เขา ขับไล่สิ่งชั่วร้าย รักษาความสงบเรียบร้อย
จิตวิญญาณในเขาเฉียนหยางจำนวนมาก คือสมุนไพรที่ซานจวินองค์นี้ปลูกไว้ บัดนี้ได้กลายเป็นจิตวิญญาณที่คุ้มครองภูเขาและแม่น้ำ ปกป้องราษฎรในละแวกนี้ งูยักษ์เสวียนซานมองไปยังศาลซานจวิน รำพึงในใจเงียบๆ “ซานจวิน ท่านหลับใหลเพราะเหตุใด? แล้วตื่นขึ้นมาเพราะเหตุใดเล่า?”
จิตวิญญาณของเขาเดินลงมาจากยอดหัว กลายเป็นบุรุษชุดดำ มือถือธูปหนึ่งดอก ทำความเคารพแต่ไกล เอ่ยว่า “ท่านคือเจ้าแห่งเขาเฉียนหยาง ข้าคือบุตรแห่งเขาเฉียนหยาง ผู้ให้กำเนิดข้า ผู้เลี้ยงดูข้า ข้าสมควรทำนุบำรุงด้วยควันธูป”
เฉินสือก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในเขาเฉียนหยาง พลังเหนือธรรมดาสายแล้วสายเล่ากำลังลอยขึ้นมาจากภูเขา พุ่งตรงมายังศาลเจ้าเล็กหลังศีรษะของเขา นั่นคือควันธูปที่จิตวิญญาณในภูเขาอุทิศให้ หลอมรวมเป็นพลังเหนือธรรมดา หลั่งไหลเข้าสู่ศาลเจ้าเล็กของเขา ช่วยให้เทพเจ้าในศาลก่อรูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้น
ในบรรดาจิตวิญญาณเหล่านี้ มีทั้งจิตวิญญาณที่ยังเยาว์วัยอย่างเด็กสาวลำธารและตุ๊กตาโสม มีทั้งต้นไม้ยักษ์ เถาวัลย์ สัตว์ประหลาดในภูเขาที่ยังไม่ก่อร่างเป็นจิตวิญญาณ ทั้งยังมีแม่บุญธรรมของแต่ละหมู่บ้านที่คอยคุ้มครองผู้คน และยังมีจิตวิญญาณที่ทรงพลังอย่างงูยักษ์เสวียนซานและยายเฒ่าจวง พวกเขาคือจิตวิญญาณที่คุ้มครองเขาเฉียนหยาง และเป็นราษฎรของเขาเฉียนหยางเช่นกัน ที่ได้รับบุญคุณจากภูเขาแห่งนี้ ได้รับบุญคุณจากภูเขา ย่อมต้องตอบแทนภูเขา นี่คือค่านิยมอันเรียบง่ายของจิตวิญญาณ
เฉินสือมองผ่านกระจกใส เห็นว่าในแท่นบูชาของศาลเจ้าเล็ก รูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของซานจวินกำลังรวมตัวและมั่นคงขึ้น ดูท่าแล้ว เพียงแค่สองสามวัน รูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของซานจวินก็จะมั่นคงอย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกทำลายอีก “ทว่าพรุ่งนี้คือวันประกาศผลสอบ มะรืนนี้คือพิธีบวงสรวงเทพอัญเชิญ หรือว่าข้าต้องพาซานจวินไปร่วมพิธีด้วย?”
เฉินสือรู้สึกกังวลใจ เขาปิดประตูวิหารหลัก เดินออกจากศาลซานจวิน เรียกเฮยโกว นั่งรถม้าลงจากเขา พอมาถึงตีนเขา เฮยโกวก็เกิดอาการประหม่า มันไปขวางหน้าเข็นไม้แล้วเห่ากรรโชกใส่หมู่เขา เฉินสือนั่งอยู่บนรถม้า รู้สึกว่ารถเข็นไม้กำลังสั่นเบาๆ ความถี่ในการสั่นเร็วขึ้นเรื่อยๆ และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่เขากำลังตกตะลึง ก็เห็นสัตว์วิเศษจำนวนมหาศาลวิ่งบ่าลงมาจากภูเขาตรงหน้าเบนหน้าราวกับน้ำหลาก กวาดล้างเนินเขา ทำลายป่าไม้ “สัตว์วิเศษมากมายขนาดนี้ แค่เหยียบข้าคนละที ข้าก็คงเละเป็นโจ๊กแล้ว!”
เฉินสือกำลังจะขับเคลื่อนรถเข็นไม้เพื่อหนีสุดชีวิต ทันใดนั้นท้องฟ้าก็สว่างจ้าผิดปกติ เขางยหน้าขึ้นมอง เห็นเปลวเพลิงลุกโชนพุ่งตรงมาจากนอกฟ้า มุ่งหน้ามายังเขาเฉียนหยาง เบื้องหลังเปลวเพลิงนั้นลากควันดำหนาทึบยาวหลายลี้ ดูจากทิศทางของเปลวเพลิงนั้นแล้ว เป้าหมายคือศาลซานจวิน!
“เสี่ยวสือ เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?” เสียงของยายเฒ่าซาดังขึ้น
เฉินสือรีบหันไปมองตามเสียง เห็นยายเฒ่าซาหิ้วตะกร้าใบเล็ก ยืนอยู่บนหน้าผากของจิ้งจอกขาวรูปร่างใหญ่โต ใต้คอของจิ้งจอกขาวมีขนสีดำรอบหนึ่ง ด้านหลังมีเก้าหาง กลิ่นอายปีศาจรุนแรง มันก็กำลังวิ่งไปที่ศาลซานจวินเช่นกัน
“อย่านะ—” จิ้งจอกขาวส่งเสียงคนออกมา คล้ายจะเป็นเสียงของชายฉกรรจ์เคราครึ้ม
เฉินสือยังเห็นแกะเขียวยักษ์วิ่งตะบึงอยู่ในฝูงสัตว์ด้วย ร่างกายท่อนบนของแกะเขียวล่ำสันแข็งแรง กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เขาคู่บนหัวราวกับดาบแหลมคมกริบ ทว่าดาบนั้นยาวถึงสิบห้าสิบหกจ้าง กรงเล็บราวกับดาบโค้ง สัตว์วิเศษทั่วไปไม่กล้าเข้าใกล้เลย
“ท่านอาแกะเขียว!” เฉินสือสงสัย พวกเขามาได้อย่างไร?
แกะเขียวกระโจนสุดตัว เหยียบเมฆมงคล ก้มหัวลงตั้งใจจะพุ่งชนเปลวเพลิงที่พุ่งมาจากนอกฟ้า ราวกับต้องการชนให้เปลวเพลิงนั้นเบี่ยงเบนทิศทาง!
ทว่าเปลวเพลิงนั้นพุ่งมาอย่างดุดัน ร่วงหล่นลงมาในแนวเฉียงและเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ แกะเขียวพุ่งชนเปลวเพลิงไม่ทันเสียแล้ว! จิ้งจอกขาวกรีดร้อง สะบัดหาง ท้องฟ้าเบื้องบนราวกับแก้วหลากสีที่แตกกระจาย มิติพังทลาย เศษซากนับไม่ถ้วนแหลมคมกริบ พยายามขวางกั้นเปลวเพลิงสายนั้นไว้
ทว่าเปลวเพลิงนั้นส่งเสียงหวีดหวิว ทะลวงผ่านเศษซากมิตินับไม่ถ้วน มาถึงบริเวณศาลเจ้าภูเขา! สัตว์วิเศษจำนวนมากต่างคำรามก้อง บางตัวก็สังเวยเน่ยตันของตน บางตัวก็กระตุ้นพลังวิเศษประจำเผ่าพันธุ์ บางตัวก็พุ่งตัวเข้าชนเปลวเพลิงนั้น แต่ทั้งหมดล้วนไม่ทันกาล
เห็นเพียงในศาลเจ้าภูเขา ต้นไม้ยักษ์เก่าแก่นั้นจู่ๆ ก็เจริญงอกงามขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เรือนยอดแผ่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับร่มยักษ์ค้ำฟ้า พยายามขวางกั้นเปลวเพลิง นั่นคือต้นซิ่งที่ทีจิตวิญญาณ ในยามนี้มันก็พยายามปกป้องศาลซานจวินเช่นกัน ทว่าวินาทีต่อมา เปลวเพลิงก็ทะลวงผ่านเรือนยอดของต้นซิ่ง พุ่งชนศาลเจ้าภูเขา
แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาแผ่ออกมาจากจุดปะทะ จากนั้นลูกไฟลูกใหญ่ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า ภูเขาแตกสลาย ก้อนหินยักษ์ปลิวว่อนขึ้นไปในอากาศนับไม่ถ้วน ลมร้อนระอุพองตัวขยายออก นำพาพลังโจมตีจากนอกฟ้าที่ยากจะจินตนาการ ซัดสาดไปทั่วทุกสารทิศ!
สัตว์วิเศษจำนวนไม่น้อยถูกจุดติดไฟท่ามกลางแสงเพลิง พริบตาเดียวเลือดเนื้อก็กลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือเพียงโครงกระดูกยืนอยู่กับที่ แต่วินาทีต่อมา โครงกระดูกก็กลายเป็นสีแดงฉานในลมร้อน และเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไป
เฉินสือกระโจนลงมาจากรถเข็น กอดเฮยโกวไว้แน่น ปกป้องสุนัขตัวใหญ่ตัวนี้ไว้ในอ้อมอก กำลังจะฝืนต้านทานการกัดกร่อนของคลื่นความร้อนนี้ ทันใดนั้นรอบด้านก็กลับมาสงบเงียบ เขารีบมองดู เห็นสัญลักษณ์กว้าขนาดยักษ์สั้นยาวไม่เท่ากัน หมุนวนรอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว ขวางกั้นลมร้อนเอาไว้
เฉินสือปล่อยเฮยโกว ยังคงอกสั่นขวัญแขวน ทว่าบนท้องฟ้ามีก้อนหินยักษ์ร่วงหล่นลงมาดังหวีดหวิว สัตว์วิเศษที่ยังไม่ตายกำลังวิ่งหนีตาย หลบหลีกก้อนหินที่ตกลงมา บางตัวหลบไม่ทัน ก็ถูกทับจนแหลกเหลว เลือดเนื้อสาดกระจาย
ลมร้อนพัดผ่านไปอย่างรวดเร็ว เฉินสือมองไปยังยอดเขา เห็นยอดเขาที่โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินนี้ถูกเฉือนหายไปครึ่งหนึ่ง ยอดเขาที่แตกสลายมีควันดำลอยกรุ่น ส่วนศาลเจ้าภูเขาและต้นซิ่งยักษ์นั้นแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว ฉากนี้เขารู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ตอนที่เขาและท่านปู่รีบเดินทางไปร่วมเทศกาลไหว้พระจันทร์ ก็มียอดเขาเล็กๆ โผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน บนเขามีศาลเจ้าพังๆ หลังหนึ่ง เขาบำเพ็ญเพียรอยู่ในภูเขา ในศาลเจ้ามีแสงแดดสาดส่องออกมา ยามเช้าตอนลงจากเขา ก็มีลูกไฟร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ในไฟนั้นมีอุกกาบาต พุ่งชนศาลเจ้าพังๆ หลังนั้น ทำลายยอดเขาเล็กๆ ไปพร้อมกัน บัดนี้ฉากนี้ได้ซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง!
เฉินสือนึกถึงคำพูดของท่านปู่ตอนกลับถึงบ้านขึ้นมาได้ “เรื่องพรรค์นี้ในทวีปซีหนิวซินโจวมีมากมายราวขนโค” ท่านปู่เคยเห็นเรื่องทำนองนี้มานับไม่ถ้วน บัดนี้ เขาก็ได้เป็นประจักษ์พยานอีกครั้ง
เสียงระเบิดทำให้หูของเฉินสืออื้ออึง ไม่ได้ยินเสียงของยายเฒ่าซา เห็นเพียงใบหน้าที่ร้อนรนของนาง กำลังพูดอะไรบางอย่างกับเขา คล้ายกำลังถามว่าเขาได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ส่วนท่านอาแกะเขียวยืนด่าทออยู่กลางอากาศ ชี้นิ้วด่าฟ้าด่าดิน พ่นคำหยาบคายออกมาสารพัด แต่เขาก็ยังคงไม่ได้ยิน
จิ้งจอกขาวเดินโซเซเข้ามา ท่าทางสิ้นหวัง ทันใดนั้นก็จ้องเขม็งไปยังยอดเขาที่อยู่ไกลออกไป อ้าปากตะโกนต่อว่างูยักษ์เสวียนซานเสียงดัง ดูเหมือนจะต่อว่าเสวียนซานว่าเหตุใดจึงไม่ยอมลงมือขัดขวางเปลวเพลิงสายนั้น หูของเฉินสือยังคงอื้ออึงอยู่
ดั่งที่ท่านปู่กล่าว เรื่องราวทำนองนี้บนทวีปซีหนิวซินโจวมีมากจริงๆ แต่ตอนนั้นท่านปู่กับพวกมีใจแต่ไร้กำลัง ไม่อาจช่วยชีวิตทวยเทพในศาลเจ้าเหล่านั้นได้ ทว่า…
“ข้าช่วยไว้ได้” เฉินสือรู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก รำพึงในใจเงียบๆ

0 Comments