You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เฉินสือถอนหายใจด้วยความโล่งอก เดินเข้าไปในห้อง เอ่ยถามว่า “เด็กร้องหรือเปล่า?” หมอตำแยส่ายหน้าเอ่ยว่า “ไม่ร้องเลย” เฉินสือมีสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยว่า “ตีตูด ตีแรงๆ หน่อย ตีจนกว่าจะร้อง!”

หมอตำแยจับเด็กทารกทั้งสองคนยกขึ้นมา ตีตูดทีละคน ผ่านไปครู่หนึ่ง ทารกทั้งสองก็ร้องไห้จ้าออกมา ในที่สุดเฉินสือก็วางใจได้ สองชีวิต ถือว่ารักษาไว้ได้แล้ว “ยินดีด้วยนะ บ้านท่านได้เด็กหัวดีมาตั้งสองคน โตไปต้องส่งไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาให้ได้นะ วันหน้าอย่างน้อยๆ ก็ต้องได้เป็นจวี่เหรินแน่นอน” เฉินสือหันไปยิ้มให้สามีของชุ่ยเอ๋อ สามีของชุ่ยเอ๋อไม่เข้าใจความหมาย แต่เพราะเป็นเรื่องน่ายินดีสองชั้น ก็เลยไม่มีเวลามาซักไซ้เรื่องพวกนี้

ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว เฉินสือกลับไปไม่ทัน ก็เลยพักอยู่ที่ตำบลลู่เวย อาศัยนอนอยู่ในหอระฆังนั่นแหละ การไปพักตามโรงเตี๊ยมหรือบ้านคนอื่น ตอนกลางคืนจะต้มยาไม่ค่อยสะดวก หอระฆังนี้มีประตูหน้าต่างทั้งสี่ด้าน อาศัยอยู่ก็สบายดี แถมยังมีแม่บุญธรรมคอยปกป้องตำบลอยู่ ปลอดภัยหายห่วง เฉินสือต้มยาให้ตัวเอง แล้วก็ให้อาหารเฮยโกว ทำความสะอาดหอระฆังนิดหน่อย หยิบที่นอนออกมาจากรถม้าไม้ ปูนอนบนพื้น เทศกาลไหว้พระจันทร์มีเวลาสามวัน เขาต้องใช้โอกาสนี้หาเงินให้ได้เยอะๆ

ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานอน เฮยโกวเห่าโฮ่งๆ สองที ดูเหมือนจะไม่เข้าใจการกระทำของเขาก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ เฉินสือก็ยังไม่ง่วง จึงยิ้มพลางกล่าวว่า “ปู่บอกว่า ถ้าวิญญาณของผู้ฝึกตนหลงเข้าไปในครรภ์มารดา ห้ามขับไล่วิญญาณออกไปเด็ดขาด ถ้าขับไล่ออกไป เด็กที่คลอดออกมาก็จะตาย เพราะวิญญาณเข้าไปอยู่ในร่างของเด็กทารก วิญญาณก็คือวิญญาณของเด็กคนนั้น เขาไปแย่งวิญญาณของเด็กมา ถ้าเขาไป เด็กก็จะไม่มีวิญญาณ ไม่มีวิญญาณก็ต้องตายเป็นธรรมดา เด็กทารกไม่ผิด ผู้ฝึกตนต่างหากที่ทำผิด จะให้เด็กทารกกับหญิงตั้งครรภ์มารับกรรมแทนไม่ได้ เพราะงั้นก็เลยต้องหลอกผู้ฝึกตนเอาไว้ก่อน เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์รีบคลอดลูกออกมาให้เร็วที่สุด”

เฮยโกวสงสัย ครางหงิงๆ สองที เฉินสือส่ายหน้าเอ่ยว่า “ไม่ได้หรอก ต้องหลอกพวกเขา เพราะผู้ฝึกตนมักจะมีจิตใจเด็ดเดี่ยว พอเจอเรื่องแบบนี้ ก็จะฆ่าหญิงตั้งครรภ์เพื่อเอาตัวรอด เพราะงั้นก็เลยต้องหลอกพวกเขา เพื่อไม่ให้พวกเขาลงมือฆ่าหญิงตั้งครรภ์” เฮยโกวเข้าใจแล้ว นี่ก็คือเหตุผลที่เฉินสือบอกกับยอดฝีมือระดับครรภ์แปรผันวิญญาณสองคนนั้นว่า ถ้าเห็นแสงสว่างให้รีบพุ่งออกมา แต่มันก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี ว่าถ้าผู้ฝึกตนเจอเรื่องแบบนี้ ฆ่าหญิงตั้งครรภ์แล้วจะรอดไปได้เหรอ?

“ไม่ได้หรอก” เฉินสือส่ายหน้าเอ่ยว่า “ทั้งแม่ทั้งลูกก็จะตายกันหมด วิญญาณของผู้ฝึกตนเข้าไปอยู่ในร่างกายของแม่แล้ว ก็เท่ากับไปเกิดใหม่ การฆ่าแม่ ตัวเองก็จะตายไปด้วย ความรักระหว่างแม่ลูก ยิ่งใหญ่กว่าวิชาคาถาทั้งปวง ต่อให้มีพลังเวทสูงส่งเทียมฟ้า ก็ไม่สามารถฆ่าแม่ได้”

เขาค่อยๆ อธิบายถึงที่มาที่ไปของการลงมือในครั้งนี้ให้ฟัง “ข้าใช้ยันต์คุ้มครองครรภ์ก่อน เพื่อทำให้ทารกในครรภ์ที่กำลังกระสับกระส่ายสงบลง จากนั้นก็ใช้ยันต์เร่งคลอด เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์คลอดลูกให้เร็วที่สุด พอเด็กเกิดมา ถ้าไม่ร้อง ก็ต้องตีให้ร้อง” เขาพูดอย่างไม่รีบร้อนว่า “เสียงร้องแรกของทารก เปรียบเสมือนเสียงฟ้าร้องในฤดูใบไม้ผลิ สามารถสลายความทรงจำที่ฝังลึกอยู่ในวิญญาณได้ ทำให้ผู้ฝึกตนลืมเลือนอดีตไปจนหมดสิ้น แล้วก็กลายเป็นเด็กทารกไปอย่างสบายใจ แต่ทว่า ร่างเนื้อของผู้ฝึกตนสองคนนั้น ก็คงจะต้องตายไปเพราะเหตุนี้แหละ แต่ในฐานะผู้ฝึกตน ในวินาทีที่พวกเขาเข้าไปอยู่ในครรภ์มารดา ก็ถูกลิขิตไว้แล้วว่าพวกเขาจะต้องตาย ดังนั้นจะมาโทษข้าไม่ได้หรอกนะ”

พอพูดถึงตรงนี้ เขาก็ชะงักไป ตั้งแต่ปู่ลงไปปรโลก เขาก็กลายเป็นนักพรตวาดยันต์ที่เก่งกาจคนหนึ่งไปโดยไม่รู้ตัว ในเหตุการณ์ครั้งนี้ มีผู้ฝึกตนระดับครรภ์แปรผันวิญญาณถึงสองคนเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กลับถูกนักพรตวาดยันต์ระดับครรภ์เทพตัวเล็กๆ อย่างเขาสลายพลังบำเพ็ญเพียรและความทรงจำทั้งชีวิต จนกลายเป็นแค่ทารกน้อย!

นี่สิ ถึงจะเป็นการกระทำของนักพรตวาดยันต์ที่แท้จริงตามที่ปู่เคยพูดไว้! เฉินสือดีใจมาก กระซิบเสียงเบาว่า “ข้าก็สามารถเป็นนักพรตวาดยันต์แบบปู่ได้แล้วเหมือนกัน” เหตุการณ์ในท้องมีคนพูดคุยกันครั้งนี้ ไม่นับว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย แต่นักพรตวาดยันต์ก็ไม่ได้มีหน้าที่แค่ปราบสิ่งชั่วร้ายเท่านั้น ยังสามารถแก้ไขปัญหาแปลกประหลาดสารพัดอย่างในวันนี้ได้อีกด้วย นักพรตน้อยใต้ระฆังมองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เฉินสือยิ้มบางๆ ให้กับรูปลักษณ์เทพของนักพรตน้อย นักพรตน้อยก็ยิ้มตอบเขาเช่นกัน

“ท่านนักพรต ท่านเป็นแม่บุญธรรมของตำบลลู่เวยแท้ๆ ทำไมถึงเป็นผู้ชายล่ะ?” เฉินสือเอ่ยถาม นักพรตน้อยตอบ “ข้าคือรูปลักษณ์ รูปลักษณ์ไม่แบ่งแยกชายหญิง” เฉินสือชะงักไปเล็กน้อย นักพรตน้อยจึงกล่าวต่อว่า “ข้าถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากควันธูปของชาวบ้านตำบลลู่เวย ก่อเกิดจากความศรัทธา สร้างรูปลักษณ์ขึ้นมาจากพลังอันไม่ธรรมดา เป็นการรวมตัวกันของความปรารถนาของชาวบ้าน ไม่มีเพศสภาพหรอกนะ” เฉินสือไม่เชื่อ ลุกขึ้นเดินไปตรงหน้าเขา พยายามจะล้วงดูช้างน้อยของเขา นักพรตน้อยปัดมือเขาทิ้ง เอ่ยว่า “อย่าเสียมารยาท” เฉินสือหัวเราะ “ท่านไม่มีของพรรค์นั้น แล้วจะฉี่ยังไงล่ะ?” นักพรตน้อยตอบ “ข้าคือรูปลักษณ์แห่งเทพ ไม่จำเป็นต้องใช้ของพรรค์นั้นหรอก”

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง” เฉินสือยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก “แล้วทำไมท่านถึงมีรูปร่างหน้าตาเป็นนักพรตน้อยล่ะ?” คำถามนี้ ทำเอานักพรตน้อยถึงกับสับสนไปเหมือนกัน เขาเกิดมาจากการรวมตัวกันของความศรัทธาของชาวบ้าน เกิดมาก็มีรูปร่างหน้าตาแบบนี้เลย แต่ทำไมถึงมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้ล่ะ? “แล้วเฉินสือล่ะ ทำไมเจ้าถึงมีรูปร่างหน้าตาแบบที่เป็นอยู่ในตอนนี้ล่ะ?” นักพรตน้อยเปลี่ยนเรื่องสนทนา เอ่ยว่า “เจ้าเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้ หรือว่าคนอื่นเป็นคนตัดสินใจให้ล่ะ?”

เฉินสือโดนถามจนเริ่มงง รีบส่ายหัวรัวๆ นั่งลงข้างๆ เขา หัวเราะพลางกล่าวว่า “รูปลักษณ์ของข้า พ่อแม่เป็นคนให้มา ข้าตัดสินใจเองไม่ได้ แล้วรูปลักษณ์ของท่านล่ะ ใครเป็นคนให้มา?” นักพรตน้อยอ้าปากค้าง พยายามใช้ความคิดอย่างหนัก เฉินสือเอามือพาดบ่าเขา กอดคอเขาไว้อย่างสนิทสนม หัวเราะ “เพราะงั้นไงท่านนักพรตน้อย ข้าถึงได้คิดว่าพวกท่านที่เป็นเทพผู้พิทักษ์หมู่บ้าน จะต้องมีความลับอะไรซ่อนอยู่อีกแน่ๆ!” “ความลับอะไร?” นักพรตน้อยยิ่งงงหนักเข้าไปอีก

เฉินสือลุกขึ้น เดินวนรอบระฆังใบใหญ่ที่แขวนอยู่ในหอระฆัง เอามือลูบคลางพลางกล่าวว่า “ข้าว่าน่าจะเริ่มสืบจากร่างต้นของท่านนะ ไม่แน่ว่าเมื่อก่อนเจ้านายของท่านอาจจะเป็นนักพรตน้อย พอท่านได้รับควันธูปจากชาวบ้าน ก็เลยกลายร่างเป็นรูปล่างหน้าตาแบบเขาไงล่ะ… ท่านไม่มีช้างน้อยจริงๆ เหรอ? ขอข้าดูหน่อยสิ!” เขาพยายามจะถอดกางเกงนักพรตน้อย ก็เลยโดนนักพรตน้อยที่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงซ้อมจนน่วม หน้าตาปูดบวม ถึงได้ยอมไปนอนอย่างสงบเจียมตัว

วันรุ่งขึ้น ก็มีเหตุการณ์สิ่งชั่วร้ายมาหาเขาอีกจนได้ ครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งชั่วร้ายกินคน แต่เป็นสิ่งชั่วร้ายเข้าสิง! สถานที่เกิดเหตุคือหมู่บ้านสือเหนี่ยนจื่อ มีครอบครัวคนขายหมูครอบครัวหนึ่ง แม้หน้าตาจะดุดันน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วเป็นคนคุยง่าย ปกติก็ยึดอาชีพฆ่าหมูขาย วันนี้ไม่รู้อีท่าไหนถึงโดนผีเข้า ตอนกินข้าวก็จู่ๆ ก็บันดาลโทสะ จับลูกเมียมัดมือมัดเท้า แขวนไว้บนขื่อบ้าน เตรียมจะเชือดคอเอาเลือดเหมือนตอนฆ่าหมู

แม่ลูกร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังลั่น จนทำให้ชาวบ้านคนอื่นๆ ตกใจตื่น ถึงได้เข้ามาช่วยชีวิตไว้ได้ แต่คนขายหมูก็หันไปจะฆ่าคนอื่นในหมู่บ้านแทน เฉินสือรีบไปถึง เอายันต์ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายแปะลงบนตัวคนขายหมู ก็ขับไล่สิ่งชั่วร้ายตัวนั้นออกไปได้ จากนั้นก็ไปหาซากหมูตายมาเผาทิ้ง เหตุการณ์ผีเข้าก็เป็นอันจบลง เพราะจัดการได้ง่าย เฉินสือก็เลยคิดแค่สองตำลึง

สิ่งชั่วร้ายตัวนี้ค่อนข้างอ่อนแอ เป็นเพราะคนขายหมูฆ่าหมูเสร็จแล้ว ไม่ยอมเอาซากหมูเข้าไปเก็บในบ้านให้ทันเวลา พอโดนแสงจันทร์ในตอนกลางวันสาดส่อง ซากหมูก็เลยกลายเป็นสิ่งชั่วร้าย มาสิงร่างคนขายหมู เพื่อจะฆ่าล้างโคตรแก้แค้น “กลางวันมีพระจันทร์ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ พอตายแล้วห้ามโดนแสงจันทร์เด็ดขาด ต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย” เฉินสือกำชับชาวบ้านพวกนั้น เอ่ยว่า “คนตายก็รีบเอาใส่โลง ไม่ก็ฝังไปเลย” ในใจเขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก สิ่งชั่วร้ายที่ปรากฏตัวในตอนนี้ ยังเป็นแค่สิ่งชั่วร้ายตัวเล็กๆ ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่เกรงว่าอีกไม่นาน สิ่งชั่วร้ายที่ร้ายกาจกว่านี้จะต้องโผล่มาแน่ๆ!

เฉินสือยังไม่ทันได้พัก ก็มีคนมาตามอีกแล้ว “ท่านนักพรตเฉิน หมู่บ้านพวกเรามีสิ่งชั่วร้ายอาละวาด!” เฉินสือรีบตามคนผู้นั้นไป นี่ก็เป็นเหตุการณ์กินคนอีกแล้ว มีคนยืนอยู่ริมถนน โดนหนูชุดเทากินทั้งเป็น กว่าเขาจะไปถึง คนคนนั้นก็ไม่รอดแล้ว เฉินสือโกรธจัด ตีหนูชุดเทาจนตาย

วันนี้ เขายังได้รับแจ้งเหตุผีเข้าอีกสองคดี คดีแรกเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ กำลังวิ่งเล่นอยู่ริมถนน มีเกวียนวัวแล่นผ่าน บนเกวียนมีเด็กเล่นอยู่ด้วยสี่ห้าคน ร้องเรียกให้นางขึ้นไปเล่นด้วยกัน นางก็ปีนขึ้นไปบนเกวียน เด็กพวกนั้นเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่พ่อแม่ของนางกลับเห็นนางลอยอยู่กลางอากาศ ห่างจากพื้นประมาณหนึ่งฟุต ทำท่าทางเหมือนกำลังเล่นอยู่กับอากาศ สิ่งชั่วร้ายนั่นกำลังจะลากนางไปเกิดใหม่ โชคดีที่เฉินสือตามไปทัน ช่วยชีวิตนางไว้ได้ ส่วนเหตุการณ์ผีเข้าอีกคดี ก็เป็นหนูชุดเทากินคนอีกตามเคย

“แม่เฒ่าเขาดำนี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่?” เฉินสือเริ่มมีน้ำโห สิ่งชั่วร้ายในพื้นที่เขาเฉียนหยางมีแค่ครึ่งเดียว ส่วนหนูของแม่เฒ่าเขาดำที่มาอาละวาดกลับมีอีกครึ่งนึงเลย เห็นได้ชัดว่าไม่ไว้หน้าเจ้าถิ่นอย่างเขาเลย “แถวๆ เขาดำนั่น มีแม่เฒ่าเขาดำอยู่จริงๆ นะ” ตกกลางคืน เฉินสือกลับมาพักที่หอระฆังตำบลลู่เวย พอพูดถึงเรื่องนี้ นักพรตน้อยก็บอกกับเฉินสือว่า “แม่เฒ่าเขาดำตนนี้ถูกบูชาอยู่ในศาลเจ้า ควันธูปหนาแน่นมาก นางมักจะแสดงอภินิหารอยู่บ่อยๆ ศักดิ์สิทธิ์มากเลยล่ะ หมู่บ้านในละแวกนั้น พอถึงเทศกาลก็จะมีคนไปกราบไหว้แม่เฒ่ากันเยอะแยะ มีคนที่มากราบไหว้ข้าหลายคน ก็มักจะไปกราบไหว้นางด้วยเหมือนกัน ในศาลเจ้าของนางมีหนูตัวใหญ่ๆ เต็มไปหมดเลยนะ…”

“เดี๋ยวก่อนนะ ท่านกำลังจะบอกว่าแม่เฒ่าเขาดำไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย แต่เป็นรูปลักษณ์เทพที่ถูกบูชาอยู่ในศาลเจ้างั้นเหรอ?” เฉินสือสับสนเป็นอย่างมาก นักพรตน้อยลังเล “ก็น่าจะใช่แหละมั้ง ข้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่หรอก เจ้าเป็นนักพรตวาดยันต์ เจ้าไม่รู้เหรอ?” เฉินสือส่ายหน้า รู้สึกสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างมาก หรือว่าจะได้เป็นเทพในศาลเจ้า ได้รับการกราบไหว้จากผู้คน ก็ไม่ได้ขัดข้องกับการเป็นสิ่งชั่วร้ายงั้นเหรอ? “หนูในศาลเจ้าของแม่เฒ่าเขาดำยังเก่งกาจขนาดนี้ แม่เฒ่าเขาดำก็ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ”

ดวงตาของเฉินสือเป็นประกายวูบวาบ เอ่ยว่า “นางอยากจะมาตั้งศาลเจ้าที่เขาเฉียนหยาง ก็เลยส่งพวกหนูพวกนี้มาสอดแนมดูลาดเลา นักพรตน้อย นางมาแย่งอาณาเขตท่าน แย่งลูกบุญธรรมท่าน แถมยังปล่อยให้ลูกสมุนหนูมากินคนอีก ท่านจะไม่จัดการอะไรเลยเหรอ?” นักพรตน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยว่า “พรุ่งนี้ข้าจะไปพบหน้านางสักหน่อย!”

ฟ้าสาง เฉินสือก็ตั้งแผงขายยันต์ต่อไป แต่ครั้งนี้มียันต์สายฟ้าเพิ่มมาอีกชนิดหนึ่ง ยันต์ชนิดนี้สามารถปราบสิ่งชั่วร้ายที่อ่อนแอได้ ราคาถูกและยุติธรรม พกติดตัวไว้ หรือจะเอาไปแขวนไว้หลังประตูบ้าน ก็สามารถคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้หนึ่งเดือน หากยันต์สายฟ้าลุกไหม้ขึ้นมากะทันหัน หรือส่งเสียงฟ้าร้องออกมา ก็แสดงว่ามีสิ่งชั่วร้ายเข้ามาใกล้ และถูกยันต์สายฟ้าปราบไปแล้ว เมื่อถึงตอนนั้น ก็ค่อยมาซื้อยันต์แผ่นใหม่ ยันต์สายฟ้าราคาแผ่นละห้าสิบอีแปะ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทำเอาเฮยโกวถึงกับหงอยไปเลย เพราะเสียเลือดมากไป ก็เลยดูไม่มีเรี่ยวมีแรง

เงินที่ขายยันต์สายฟ้าได้ ยังไม่พอซื้อเนื้อสัตว์วิเศษมาบำรุงเฮยโกวเลย แต่ยังไงซะก็เป็นยันต์ช่วยชีวิต เฉินสือก็เลยขายให้ในราคาถูก พอตกเที่ยง เฉินสือก็เห็นนักพรตน้อยกลับมา ในสภาพหน้าตาปูดบวม โดนตีจนขาเป๋ไปข้างนึง นั่งพักอยู่ใต้ระฆัง

“แม่เฒ่าเขาดำแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งกว่าข้าตั้งเยอะ” นักพรตน้อยหน้าสลด เอ่ยอย่างเป็นกังวลว่า “ข้าสู้กับนางไม่ได้เลย นางบอกว่าอีกไม่นานจะมาเข้ายึดตำบลลู่เวย แล้วให้ข้าออกไปเป็นสิ่งชั่วร้าย” เฉินสือรู้สึกหวาดหวั่น แม่เฒ่าเขาดำคนนี้ ตั้งใจจะมาแย่งอาณาเขตที่เขาเฉียนหยางจริงๆ แฮะ!

เขายุ่งจนถึงค่ำ เทศกาลไหว้พระจันทร์จบลง ถึงได้เดินทางกลับหมู่บ้านหวงพัว ทางบนเขาขรุขระ รถม้าไม้ต้องเดินทางไกลถึงเจ็ดสิบกว่าลี้ ถึงจะกลับถึงหมู่บ้านได้ เฉินสือถือเข็มทิศ คอยกำหนดทิศทาง เฮยโกวก็คาบโคมไฟวิ่งนำหน้าไปมา เมื่อเดินทางเข้าสู่ป่าลึก ทันใดนั้น เฮยโกวก็หยุดชะงัก เฉินสือใจเต้น วางเข็มทิศลง มองไปที่ความมืดเบื้องหน้า แสงจันทร์สลัวๆ บนทางเดินบนเขาเบื้องหน้า ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงมีดวงตาสีแดงก่ำโผล่ขึ้นมาเต็มไปหมด พอโดนแสงจากโคมไฟของเฮยโกวสาดส่อง ก็ไม่ได้หนีไปไหน

“ใต้เท้าคือท่านนักพรตเฉินใช่หรือไม่?” เสียงแหลมปรี๊ดดังขึ้น “ข้าได้รับคำสั่งจากแม่เฒ่าเขาดำ ให้มาแจ้งใต้เท้า เจ้ากับข้าต่างคนต่างอยู่ แต่เจ้ากลับไปตีหลานรักของแม่เฒ่าจนตาย แม่เฒ่าก็เลยจะเอาชีวิตเจ้า การแก้แค้นของแม่เฒ่าเริ่มต้นขึ้นแล้ว ใต้เท้าจงล้างคอรอไว้ได้เลย” เฉินสือกระโดดลงจากรถม้าไม้ ตวาดลั่น “ใครมาแกล้งทำผีหลอกวิญญาณหลอนกัน?”

เขาแย่งโคมไฟมาจากปากของเฮยโกว ส่องไปข้างหน้า ก็เห็นว่าบนถนนเบื้องหน้า มีชายชุดเทาที่สูงกว่าคนทั่วไปยืนอยู่เต็มไปหมด ล้วนมีหัวเป็นหนูตัวเป็นคน จ้องมองเขาตาไม่กะพริบ เฉินสือรู้สึกหวาดหวั่นในใจ “สิ่งชั่วร้ายในสังกัดของแม่เฒ่าเขาดำ ทำไมถึงมีเยอะขนาดนี้เนี่ย? หรือว่าข้าจะไปแหย่รังหนูเข้าให้แล้ว?” เขารู้สึกกระวนกระวายใจ หากหนูชุดเทาพวกนี้รุมเข้ามาพร้อมกัน เขาก็คงต้องจบชีวิตลงที่นี่แน่ๆ

พลังฝีมือของหนูชุดเทาพวกนี้ไม่สูงนัก แต่กลับรู้จักใช้วิชาคาถา โดยเฉพาะการใช้ปลายหางนวดหัว ก็จะทำให้หลับสนิททันที ยากที่จะป้องกันได้ เฉินสือเคยลองมาแล้วครั้งนึง ไม่มีทางป้องกันหางของหนูชุดเทาพวกนี้ได้เลย หากถูกสัมผัสเข้า เขาก็จะหลับสนิท หนูชุดเทาพวกนี้ก็จะแห่กันเข้ามากินเขาจนเหลือแต่กระดูก! เขาเพิ่งจะคิดถึงตรงนี้ จู่ๆ หนูชุดเทาพวกนั้นก็กระโดดลอยตัวขึ้น หายลับไปในความมืดมิด เฉินสือขมวดคิ้ว หนูสิ่งชั่วร้ายพวกนี้ผลุบๆ โผล่ๆ หากลอบโจมตีล่ะก็… “ข้ากลับไปแล้ว ต้องไปหาซื้อหมวกเหล็กที่ตำบลมาใส่ไว้บนหัวซะแล้ว! ไม่ได้สิ ต้องไปที่สุสานกษัตริย์ที่แท้จริงให้ได้ เพื่อไปเอาเคล็ดวิชาปราณแท้สามแสงฉบับสมบูรณ์มา ไม่งั้นข้าไม่มีทางเอาชนะแม่เฒ่าเขาดำได้แน่!”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note