You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

หลี่เทียนชิงใจเต้นระทึก แต่ไม่นานก็สงบสติอารมณ์ลงได้ นิ่งสงบดั่งเช่นคนกระเบื้องเคลือบ ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงคนกระเบื้องเคลือบ เบิกตากว้าง นิ่งไม่ไหวติง

จินหงอิงเดิมทีคิดจะหนี แต่รู้ตัวดีว่าอาการบาดเจ็บของตัวเองสาหัส แถมขาก็ยังกะเผลก ไม่มีทางหนีพ้นแน่ จึงจำต้องยืนปะปนอยู่กับคนกระเบื้องเคลือบเช่นกัน

เพียงแต่นางมีขาข้างเดียวที่พอจะลงน้ำหนักได้ ส่วนอีกข้างลงน้ำหนักไม่ได้ ทำให้การยืนของนางดูไม่ค่อยมั่นคงนัก

ข้างเท้านาง เฮยโกวราวกับหมาที่กลายเป็นกระเบื้องเคลือบไปแล้ว ยืดหัวไปข้างหน้า ยกขาหน้าซ้ายขึ้น ทำท่าเหมือนกำลังจะเดิน หางชี้ไปด้านหลัง ท่าทางเหมือนกำลังเตรียมตัวจะออกล่าเหยื่อแต่ถูกทำให้กลายเป็นกระเบื้องเคลือบเสียก่อน ดูสมจริงสมจัง จนจินหงอิงยังต้องแอบนับถือ

“ข้ายังเอาตัวรอดสู้หมาไม่ได้เลยเหรอเนี่ย?”

นางกัดฟันพยายามฝืนทน

แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พระโพธิสัตว์ปีศาจขยับเข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้น

สามคนกับอีกหนึ่งหมากลั้นหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจช้าลงจนถึงขีดสุด

พระโพธิสัตว์ปีศาจยกเท้าขึ้น ร่างกายอันใหญ่โตเดินข้ามหัวของพวกเขาไป

“ตึง!”

มารตนนี้เดินมาถึงกลางหมู่บ้าน นั่งขัดสมาธิลง ฝุ่นควันคลุ้งกระจาย

แม้จะแค่นั่งลง ก็ยังสูงกว่าบ้านเรือนเป็นไหนๆ

เมื่อก่อนในโรงเผาเครื่องเคลือบมีเขตแดนภูตผีปีศาจอยู่ เขตแดนภูตผีปีศาจแห่งนั้น ก็คืออาณาเขตที่เกิดจากมารตนนี้นั่นเอง แต่ตอนนี้เขตแดนภูตผีปีศาจได้กลายเป็นมารอาณาเขตไปแล้ว ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในรัศมีร้อยลี้ อาณาเขตใหญ่กว่าเดิมไม่รู้กี่เท่า

แม้ขอบเขตจะกว้างขึ้น แต่ก็เพราะแผ่ขยายออกไปกว้างขึ้นนี่แหละ ทำให้พลังอานุภาพลดน้อยลง

ดังนั้นตอนที่พระโพธิสัตว์ปีศาจเดินผ่านพวกเขาไป เฉินสือและพวกถึงไม่ได้กลายเป็นกระเบื้องเคลือบ

แต่ทว่าหากพระโพธิสัตว์ปีศาจหันมาสนใจพวกเขาเมื่อไหร่ ก็สามารถเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นกระเบื้องเคลือบได้ในพริบตา ง่ายดายเหมือนที่ทำกับชาวบ้านในหมู่บ้านไม่มีผิด!

สามคนกับอีกหนึ่งหมาระมัดระวังตัวยิ่งขึ้น ไม่กล้าทำเสียงดังใดๆ

ตอนนั้นเอง จากในท้องของพระโพธิสัตว์ปีศาจก็มีเสียงเสียดสีดัง “ครืดๆ” ดังออกมา จากนั้นสะดือของมันก็ถูกผลักออก ราวกับเป็นประตูบานกลมบานหนึ่ง คนงานเตาเผารูปร่างผอมสูง สูงประมาณหนึ่งจั้ง คลานออกมาจากข้างใน พร้อมกับลากคนกระเบื้องเคลือบมาด้วยคนหนึ่ง

คนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงลากคนกระเบื้องเคลือบคนนั้นออกมาบนถนน จัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ให้อยู่ข้างหน้าคนกระเบื้องเคลือบคนอื่นๆ จากนั้นก็กลับเข้าไปในสะดือของพระโพธิสัตว์ปีศาจ ลากคนกระเบื้องเคลือบออกมาอีกคน จัดวางในลักษณะเดียวกัน

มันทำซ้ำแบบนี้ ลากคนกระเบื้องเคลือบออกมาจากท้องพระโพธิสัตว์ปีศาจ จัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

เฉินสือและคนอื่นๆ ถึงได้รู้ว่า ที่นี่มีคนกระเบื้องเคลือบมากมายขนาดนี้ ก็เพราะคนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงตนนี้นี่เอง

“มันขนคนกระเบื้องเคลือบมาเยอะขนาดนี้ทำไมกัน?”

เฉินสือนึกถึงตอนที่คนงานเตาเผาซ่อมแซมชิ้นส่วนเครื่องเคลือบที่แตกร้าวของพระโพธิสัตว์ปีศาจ ก็ตระหนักขึ้นมาได้ทันที คิดในใจว่า “มันตั้งใจจะเอาคนกระเบื้องเคลือบพวกนี้มาเป็นวัตถุดิบ หลอมละลายใหม่ เพื่อเอามาซ่อมแซมร่างกายให้พระโพธิสัตว์ปีศาจ! คนทั้งหมดที่นี่ คือวัตถุดิบ!”

ในที่สุดคนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงก็ขนคนกระเบื้องเคลือบออกจากท้องพระโพธิสัตว์ปีศาจจนหมด เดินมาท่ามกลางคนกระเบื้องเคลือบ ยื่นนิ้วออกมาชี้ทีละคน ราวกับกำลังนับจำนวนคนกระเบื้องเคลือบอยู่

“แย่แล้ว มันกำลังนับเลข!”

เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของเฉินสือ การนับเลขคือทักษะพื้นฐานของคนงานเตาเผา แต่คนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงตนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนจริงๆ แต่เป็นตุ๊กตาเซรามิกที่ถูกเผาขึ้นมา ถึงกับรู้จักนับเลขด้วย!

และในเมื่อมันนับเลขเป็น มันก็ต้องรู้ตัวสิว่ามีสามคนกับอีกหนึ่งหมาเกินมา!

ถึงตอนนั้นก็ซวยแน่!

หลี่เทียนชิงกับจินหงอิงก็มีเหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นบนหน้าผากเช่นกัน ทั้งสองคนยืนผิดทิศทาง ได้แต่พยายามกลอกตาไปด้านข้างสุดฤทธิ์ เพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวของพระโพธิสัตว์ปีศาจ

พระโพธิสัตว์ปีศาจนั่งขัดสมาธิตัวตรง สี่หน้า แปดตา หลับตาพริ้มลง ราวกับพระพุทธองค์ผู้ทรงศีล ดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม

“ถ้าพวกเราวิ่งหนีเอาตอนนี้ จะหนีพ้นสายตาและการโจมตีด้วยวิชาคาถาของพระโพธิสัตว์ปีศาจได้ไหม?” ทั้งสองลอบคิดในใจพร้อมกัน

ก่อนจะรีบปัดความคิดนั้นทิ้งไป

พวกเขาหนีไม่ทันแน่

คนงานเตาเผานับมาถึงพวกเขาแล้ว ก็ยังนับต่อไป

พอนับเสร็จรอบนึง คนงานเตาเผาก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมานับนิ้ว ดูเหมือนจำนวนจะไม่ถูกต้อง ทำให้มันเริ่มสงสัยว่าตัวเองนับผิดหรือเปล่า

มันเกาหัว เกาจนเกิดเสียงดังแกรกๆ ก็ยังคิดไม่ตกว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

มันเดินไปทางพระโพธิสัตว์ปีศาจ เดินไปได้ครึ่งทางก็หยุดชะงัก หันกลับมามองพวกคนกระเบื้องเคลือบ

แล้วมันก็เดินกลับมาอีกครั้ง

เหงื่อเย็นๆ ไหลชุ่มหน้าผากจินหงอิง ไหลลงมาตามคอ เหงื่อไหลเข้าไปในเสื้อ ชวนให้รู้สึกคันยิบๆ เหมือนมีมดไต่ไปมา ทรมานสิ้นดี

ร่างของนางเริ่มโอนเอนเบาๆ ขาข้างที่บาดเจ็บก็เริ่มสั่น สั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ

คนงานเตาเผาราวกับสังเกตเห็นนาง จึงเดินตรงมาหานาง

จินหงอิงพยายามทรงตัวอย่างหนัก แต่ก็ยังยืนไม่อยู่

นางกัดฟันกรอด ในแขนเสื้อมีตุ๊กตากระดาษตัวเล็กๆ หลายตัว ค่อยๆ ไหลลงมาตามกางเกง ค่อยๆ ย่องเข้าไปหาคนงานเตาเผา

คนงานเตาเผาตนนี้คือคนงานที่รับหน้าที่ซ่อมแซมพระโพธิสัตว์ปีศาจโดยเฉพาะ ตอนนั้นจินหงอิง เซียวหวังซุน และคนอื่นๆ อีกสี่คน เกือบจะกำจัดมันได้แล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าพระโพธิสัตว์ปีศาจจะเจ้าเล่ห์ กลืนมันเข้าไปในท้อง ปล่อยให้มันคอยซ่อมแซมความเสียหายจากภายใน

การต่อสู้ครั้งนั้นต้องล้มเหลว สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะพวกเขาสี่คนสู้พระโพธิสัตว์ปีศาจไม่ได้ แต่เป็นเพราะคนงานเตาเผาตนนี้นี่แหละ!

จินหงอิงตัดสินใจเด็ดขาด ต่อให้ต้องตาย ก็จะขอลากคนงานเตาเผาตนนี้ไปลงนรกด้วย!

“แต่ว่า ข้าเป็นถึงขุนนางบู๊แห่งค่ายเสินจีเชียวนะ ต้องมาตายแลกชีวิตกับเครื่องเคลือบเนี่ยนะ ขาดทุนย่อยยับเลย!”

ตุ๊กตากระดาษของนางเดินไปถึงข้างตัวคนงานเตาเผาแล้ว ตุ๊กตากระดาษเดินเงียบกริบไร้เสียง ส่วนคนงานเตาเผาตนนั้นก็เป็นแค่เครื่องเคลือบ ลูกตาที่เป็นเซรามิกไวต่อเสียงแค่อย่างเดียว สายตาไม่ค่อยดีนัก จึงมองไม่เห็นตุ๊กตากระดาษพวกนี้

ตุ๊กตากระดาษคาบดาบและกระบี่ไว้ในปาก ปีนขึ้นไปบนขาของมัน ปีนขึ้นไปจนถึงหลัง เตรียมจะลงมือ

ตอนนี้คนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงได้เดินมาอยู่ท่ามกลางคนกระเบื้องเคลือบแล้ว กำลังจะชะโงกหน้าเข้ามาดูจินหงอิงใกล้ๆ ทันใดนั้นด้านหลังก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

มันหันกลับไปมอง ก็เห็นพระโพธิสัตว์ปีศาจยกแขนทั้งแปดขึ้นมา ประคองหัวตัวเอง ค่อยๆ หมุนไปซ้ายทีขวาที จากนั้นพร้อมกับเสียงดังโครมคราม มันก็ถอดหัวของตัวเองออกมา!

พระโพธิสัตว์ปีศาจยังคงนั่งขัดสมาธิตัวตรง มั่นคงดุจขุนเขา วางหัวของตัวเองไว้ด้านข้าง

คนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงไม่สนใจจะตรวจดูจินหงอิงและคนอื่นๆ อีกต่อไป ใช้มือข้างละคน คว้าคนกระเบื้องเคลือบไว้สองคน เดินตรงดิ่งไปยังหัวของพระโพธิสัตว์ปีศาจ

ตอนนี้เองเฉินสือถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ตรงที่พระโพธิสัตว์ปีศาจวางหัวเอาไว้ มีถ้ำเผาอยู่ถ้ำหนึ่ง น่าจะเป็นถ้ำเผาที่เพิ่งจะสร้างขึ้นมาใหม่ ใช้งานไปได้ไม่กี่ครั้ง

คนงานเตาเผาเอาคนกระเบื้องเคลือบสองคนใส่เข้าไปในถ้ำเผา ปีนขึ้นไปบนหัวของพระโพธิสัตว์ปีศาจ เลิกเปลือกตาข้างหนึ่งของมันขึ้น ทันใดนั้นไฟแท้ (真火) ที่ลุกโชนก็พุ่งออกมาจากดวงตาของพระโพธิสัตว์ปีศาจ เปลวไฟร้อนแรงเจิดจ้า แผดเผาคนกระเบื้องเคลือบทั้งสองคนจนหลอมละลายในพริบตา!

คนกระเบื้องเคลือบหลอมละลาย ร่วงลงไปในหม้อดินเผาด้านล่าง จนเต็มหม้อ ส่องประกายสีแดงฉาน

คนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงปิดเปลือกตาของพระโพธิสัตว์ปีศาจลง สไลด์ตัวลงมาจากหัวของมัน ประคองหม้อดินเผาที่ร้อนระอุ เดินตรงดิ่งไปยังสะดือของพระโพธิสัตว์ปีศาจ เปิดสะดือแล้วเดินเข้าไปข้างใน

“มันน่าจะตั้งใจซ่อมแซมร่างกายของพระโพธิสัตว์ปีศาจจากข้างใน”

เฉินสือกะพริบตาปริบๆ ลอบคิดในใจ “ตอนนี้หัวของพระโพธิสัตว์ปีศาจวางอยู่ด้านข้าง หลับตาลงแล้ว ส่วนคนงานเตาเผาก็เข้าไปในตัวของพระโพธิสัตว์ปีศาจ นี่น่าจะเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการหลบหนี”

เขาค่อยๆ ขยับเท้า เดินไปหาจินหงอิง ประคองจินหงอิงที่โงนเงนใกล้จะล้มเต็มที ส่งซิกให้หลี่เทียนชิง หลี่เทียนชิงรู้ความหมาย ทั้งสามคนค่อยๆ ย่องออกไปนอกหมู่บ้านอย่างระมัดระวัง

ส่วนเฮยโกวนั้น ก็รู้จังหวะดีอยู่แล้ว วิ่งนำหน้าพวกเขาไปก่อน ฝีเท้าเบาหวิว ไร้สุ้มเสียงใดๆ

รอบด้านล้วนเป็นคนกระเบื้องเคลือบ พวกเขาต้องระมัดระวังให้มาก ไม่อย่างนั้นหากพลาดไปชนคนกระเบื้องเคลือบเข้า คนกระเบื้องเคลือบส่งเสียงดัง ก็จะปลุกพระโพธิสัตว์ปีศาจให้ตื่นขึ้นมาทันที!

เสียงน้ำไหลรินนอกหมู่บ้าน ทิวทัศน์แบบชนบท ช่างดูงดงามจับตา

ทว่าทั้งสามคนที่อยู่ในหมู่บ้านกลับเหงื่อแตกพลั่ก ค่อยๆ เขยิบไปทีละนิด

ในตอนที่พวกเขาใกล้จะเดินพ้นเขตหมู่บ้าน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง “แกรก” สะดือของพระโพธิสัตว์ปีศาจก็ถูกเปิดออก คนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงผลักประตูสะดือเดินออกมา

สามคนกับอีกหนึ่งหมาเห็นดังนั้น ก็นิ่งแข็งเป็นหินไปอีกครั้ง

คนงานเตาเผาเดินมาอยู่ท่ามกลางคนกระเบื้องเคลือบ ลากคนกระเบื้องเคลือบไปเผาอีกสองคน

คนกระเบื้องเคลือบทั้งสองคนเพิ่งจะหลอมละลาย คนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ หันไปมองตรงจุดที่จินหงอิงเคยยืนอยู่

มันสับสนงุนงงเป็นอย่างมาก เมื่อกี้ตรงนี้เหมือนจะมีคนกระเบื้องเคลือบยืนอยู่นี่นา ทำไมถึงหายไปได้ล่ะ?

จินหงอิงกับหลี่เทียนชิงตึงเครียดจนถึงขีดสุด จินหงอิงทนไม่ไหว เตรียมจะกระตุ้นตุ๊กตากระดาษให้ทำงาน เฉินสือแอบบีบมือของนางเบาๆ จินหงอิงชะงักไปเล็กน้อย จึงไม่ได้ลงมือ ยอมอดทนรอต่อไป

นางไม่ค่อยได้คลุกคลีกับคนงานเตาเผา แต่เฉินสือกลับวิ่งเข้าออกโรงเผาเครื่องเคลือบเป็นว่าเล่น จึงรู้ถึงนิสัยใจคอของคนงานเตาเผาพวกนี้เป็นอย่างดี

สติปัญญาของคนงานเตาเผาพวกนี้ไม่สูงนัก พวกมันแยกแยะได้เฉพาะวัตถุที่เคลื่อนไหวเท่านั้น ส่วนวัตถุที่หยุดนิ่งพวกมันจะไม่สามารถแยกแยะได้

ในโรงเผาเครื่องเคลือบ มีหม้อไหกะละมังที่บำเพ็ญเพียรจนเป็นเซียนหลายใบ เวลาหนีการตามล่าของคนงานเตาเผา ก็มักจะไปซ่อนตัวอยู่ตามซอกหลืบ นิ่งไม่ไหวติง หากตกใจจนวิ่งหนีออกไปล่ะก็ ถึงจะตายแน่ๆ

หลายครั้งที่เฉินสือเกือบจะถูกคนงานเตาเผาจับได้ ก็รอดมาได้เพราะแกล้งทำเป็นเครื่องเคลือบนิ่งไม่ไหวติงนี่แหละ

อีกอย่าง สมองของคนงานเตาเผาก็มีปัญหา ไม่สามารถคิดวิเคราะห์อะไรซับซ้อนได้

พวกมันสามารถพบเจอความผิดปกติได้ แต่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ว่าทำไมถึงเกิดความผิดปกติขึ้น

และก็เป็นอย่างที่คิด คนงานเตาเผาหาจินหงอิงไม่เจอ ก็เลิกสนใจ สไลด์ตัวลงมาจากหัวของพระโพธิสัตว์ปีศาจ ประคองหม้อดินเผากลับเข้าไปในท้องของพระโพธิสัตว์ปีศาจ ก้มหน้าก้มตาซ่อมแซมร่างกายให้มันต่อไป

สามคนกับอีกหนึ่งหมาเดินต่อไปทางนอกหมู่บ้าน ในที่สุดก็หลุดพ้นเขตหมู่บ้านมาได้ พวกเขาแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ในตอนนั้นเอง จินหงอิงก็รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ หันกลับไปมอง ก็เห็นว่าหัวของพระโพธิสัตว์ปีศาจ หนึ่งในสี่ใบหน้านั้น ไม่รู้ว่าลืมตาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ กำลังจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา!

“แย่แล้ว!”

จินหงอิงขนลุกซู่ ตะโกนลั่น “รีบหนี!”

เฉินสือก็เห็นหัวของพระโพธิสัตว์ปีศาจเช่นกัน รีบอุ้มจินหงอิงขึ้นมา วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ร้องตะโกนว่า “พี่สาวหงอิง ตุ๊กตากระดาษ!”

จินหงอิงอยู่ในอ้อมกอดของเขา พอได้ยินก็ตระหนักขึ้นมาได้ทันที รีบกระตุ้นตุ๊กตากระดาษที่อยู่ในท้องของพระโพธิสัตว์ปีศาจ

ตุ๊กตากระดาษพวกนี้เดิมทีก็เกาะอยู่บนหลังของคนงานเตาเผารูปร่างผอมสูง นิ่งไม่ไหวติงมาตลอด ตอนนี้รีบลงมือทันที ฟาดฟันดาบและกระบี่เข้าใส่คนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงไม่ยั้ง!

คนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงก็ไม่ใช่ย่อย พอโดนลอบโจมตี ก็รีบสาดน้ำร้อนในหม้อดินเผาไปด้านหลังตัวเองทันที

มันเป็นเครื่องเคลือบ ย่อมไม่กลัวน้ำร้อน แต่ตุ๊กตากระดาษพวกนี้ถูกตัดมาจากกระดาษ แม้จะมีพลังเวทของจินหงอิงคอยค้ำจุน แต่พอโดนน้ำร้อน ก็ลุกไหม้เป็นไฟทันที!

ตุ๊กตากระดาษตัวอื่นๆ กระโดดหลบน้ำร้อน ใช้ขาถีบผนังท้องของพระโพธิสัตว์ปีศาจอย่างแรง ดีดตัวขึ้นมา เงื้อดาบและกระบี่พุ่งเข้าใส่คนงานเตาเผารูปร่างผอมสูง

ดาบและกระบี่ในมือของพวกมันแม้จะทำมาจากกระดาษ แต่ก็คมกริบ ฟันฉับเดียว แทงฉึกเดียว ก็สามารถทะลวงผิวเซรามิกอันแข็งแกร่งของคนงานเตาเผาได้ หรือไม่ก็ฟันจนเกิดรอยแยก!

คนงานเตาเผากับตุ๊กตากระดาษต่อสู้กันอุตลุดในท้องของพระโพธิสัตว์ปีศาจ พระโพธิสัตว์ปีศาจก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ ยื่นแขนสองข้างออกไป คว้ารูปสลักหัวของตัวเองที่วางอยู่บนพื้น พอจับหัวได้ แข้งขาอันใหญ่โตก็ออกแรง พยุงร่างกายลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ

คำว่า “ช้าๆ” ในที่นี้ หมายถึงเมื่อเทียบกับร่างกายของมันเท่านั้น ร่างกายของมันใหญ่โตมโหฬาร การลุกขึ้นยืนแม้จะดูช้า แต่จริงๆ แล้วความเร็วในการลุกขึ้นยืนนั้นกลับเร็วมาก

ในเวลาเดียวกัน ใบหน้าทั้งสี่บนหัวของมันก็แสดงอารมณ์ดีใจ โกรธแค้น โหดเหี้ยม และกระหายเลือดออกมาตามลำดับ ดวงตาของหนึ่งในนั้นลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ พุ่งตรงเข้าใส่เฉินสือ หลี่เทียนชิง และพวก!

หลี่เทียนชิงรีบกระตุ้นยันต์ม้าเกราะที่ซ่อนไว้ที่ขาทั้งสองข้างทันที เท้าแตะลม วิ่งสับเท้าสุดชีวิต หวังจะหลบหนีให้พ้นสายตาของพระโพธิสัตว์ปีศาจ

แต่ในตอนนั้นเอง ก็มีเงาดำสายหนึ่งพุ่งพรวดผ่านเขาไป ความเร็วนั้นเร็วกว่าเขาหลายเท่าตัว เสียงแหวกอากาศดังก้องราวกับฟ้าร้อง

เขาตกใจแทบแย่ เพ่งมองดู ก็พบว่าเป็นเฮยโกว

ขาทั้งสี่ของหมาดำตัวนี้ก็ผูกยันต์ม้าเกราะไว้เหมือนกัน ตอนนี้พอกระตุ้นยันต์ม้าเกราะขึ้นมา ไม่ใช่แค่เท้าแตะลมเท่านั้น แต่ความเร็วยังเร็วปานบินได้!

ส่วนเฉินสือที่อุ้มจินหงอิงอยู่ ความเร็วกลับเร็วกว่าเขาเสียอีก!

หลี่เทียนชิงนึกถึงเรื่องตลกที่เคยอ่านเจอในหนังสือ พี่น้องสองคนวิ่งหนีเสือ คนนึงบอกว่าไม่ต้องวิ่งหรอก ยังไงก็วิ่งหนีเสือไม่พ้น อีกคนบอกว่าข้าไม่ต้องวิ่งหนีเสือหรอก ข้าแค่วิ่งให้เร็วกว่าเจ้าก็พอแล้ว

“ฉันวิ่งช้าสุด คงได้เป็นคนแรกที่โดนพระโพธิสัตว์ปีศาจจับกินแน่ๆ”

เขาเพิ่งจะคิดแบบนั้น ในท้องของพระโพธิสัตว์ปีศาจก็ต่อสู้กันชุลมุน ตุ๊กตากระดาษของจินหงอิงฉวยโอกาสนั้น ฟันคอคนงานเตาเผารูปร่างผอมสูงจนขาดกระเด็น หัวหลุดกระเด็นไปเลย!

ตุ๊กตากระดาษฟันกันอุตลุดอยู่ในท้องของพระโพธิสัตว์ปีศาจ หวังจะทำลายร่างกายของพระโพธิสัตว์ปีศาจจากข้างใน!

พระโพธิสัตว์ปีศาจไม่สนใจจะไล่ล่าเฉินสือกับพวกแล้ว รีบชูหัวของตัวเองขึ้นสูง ดวงตาพ่นไฟแท้อันร้อนแรงออกมา ฉีดเข้าไปในร่างของตัวเองผ่านทางลำคอ ทันใดนั้นตุ๊กตากระดาษทั้งหมดก็กลายเป็นเถ้าถ่าน

แต่แค่เสียเวลาไปนิดเดียว เฉินสือ จินหงอิง หลี่เทียนชิง และเฮยโกว ก็หนีพ้นสายตาของมันไปแล้ว

ยันต์ม้าเกราะของเฉินสือถูกกระตุ้น พุ่งไปถึงแม่น้ำสายเล็กหน้าหมู่บ้าน เท้าเหยียบผิวน้ำ สายลมพัดโชย พยุงร่างของเขาให้ลอยขึ้น เฉินสืออุ้มจินหงอิง เท้าเหยียบผิวน้ำ พุ่งทะยานออกไป

ส่วนข้างหน้า หมาดำวิ่งสับเท้าสุดชีวิต ความเร็วเร็วกว่ามาก ผิวน้ำในแม่น้ำกระเพื่อมไหวรุนแรง แทบจะระเบิดออก

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note