You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

หลี่เทียนชิงมองตามสายตาของเขาไป ก็เห็นต้นสนโบราณต้นหนึ่ง ลำต้นตั้งตรง มีบาดแผลเต็มไปหมด ดูขรุขระไปทั้งต้น

ลมภูเขาพัดมา กิ่งก้านใบไม้ของต้นไม้โบราณสั่นไหวเบาๆ มีควันธูปสีเขียวขาวลอยวนเวียนอยู่รอบๆ ต้นไม้โบราณ บางครั้งก็ก่อตัวเป็นรูปร่างของหญิงชราคนหนึ่ง แล้วก็สลายไป

ต้นไม้ที่คอยปกป้องเฉินสือต้นนี้ ภายใต้ผลกระทบของพลังวิเศษ กำลังก่อตัวเป็นรูปลักษณ์ใหม่

“ป่าเขาแห่งนี้มีจิตวิญญาณ ต้นไม้ ก้อนหิน ซากปรักหักพังเหล่านี้ ภายใต้ควันธูปของชาวเขา ก็จะก่อเกิดเป็นแม่บุญธรรมองค์ใหม่ คอยปกป้องชาวเขารุ่นแล้วรุ่นเล่า”

หลี่จินต๋อยรู้สึกสะเทือนใจ เอ่ยว่า “เมื่อแม่บุญธรรมองค์หนึ่งแก่ชราลง หมู่บ้านแห่งหนึ่งล่มสลาย ก็จะมีแม่บุญธรรมองค์ใหม่มาแทนที่ จะมีหมู่บ้านแห่งใหม่ก่อตั้งขึ้นล้อมรอบแม่บุญธรรม เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ดิ้นรนมีชีวิตรอดต่อไปอย่างแข็งแกร่ง”

สองปู่หลานเดินตามเฉินสือไปตลอดทาง ลึกเข้าไปในภูเขาลึกลับแห่งนี้เรื่อยๆ

เฉินสือคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี จึงไม่ได้รู้สึกอะไร แต่หลี่จินต๋อยกลับลอบตื่นตระหนกอยู่ในใจ “ภูมิประเทศในป่าเขาสลับซับซ้อนถึงเพียงนี้ หากไม่มีคนนำทาง การจะหาที่นี่เจอ ถือเป็นเรื่องเพ้อฝันเลยทีเดียว!”

ป่าไม้เบื้องหน้าเริ่มบางตาลง พืชพรรณไม่ค่อยหนาแน่นนัก ปรากฏถ้ำเผาเครื่องเคลือบที่ก่อด้วยอิฐและหินเรียงรายให้เห็น

หลี่จินต๋อยตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก “โรงเผาเครื่องเคลือบที่ผลิตเครื่องเคลือบให้สุสานกษัตริย์ที่แท้จริง ในที่สุดก็มาถึงแล้ว! เดี๋ยวก่อน… เขตแดนภูตผีปีศาจ!”

เขามีสีหน้าเคร่งเครียด มองไปยังโรงเผาเครื่องเคลือบเบื้องหน้า ยื่นมือออกไปขวางเฉินสือและหลี่เทียนชิงที่กำลังจะเดินเข้าไปในโรงเผา

“นี่คือเขตแดนภูตผีปีศาจ ไม่ควรเข้าไปยุ่มย่ามสุ่มสี่สุ่มห้า”

หลี่จินต๋อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “สุสานกษัตริย์ที่แท้จริง ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ ขนาดโรงเผาเครื่องเคลือบก็ยังก่อเกิดเป็นเขตแดนภูตผีปีศาจได้ หากหลงเข้าไป เกรงว่าจะหนีไม่รอดเป็นแน่!”

เฉินสือตกใจในใจ เขาเคยพาคนมามากมาย คนเหล่านั้นไม่มีใครดูออกเลยว่าโรงเผาเครื่องเคลือบแห่งนี้มีความผิดปกติ แล้วก็หลงเข้าไปในเขตแดนภูตผีปีศาจของโรงเผา จนกลายเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบกันหมด

ไม่คิดเลยว่า ชายชราตระกูลหลี่ที่ดูธรรมดาๆ คนนี้ กลับสามารถจำได้ว่าที่นี่คือเขตแดนภูตผีปีศาจ!

“ปู่ของเทียนชิง แข็งแกร่งกว่าที่ฉันคาดไว้ซะอีก” เขาแอบคิดในใจ

หลี่เทียนชิงปรายตามองเขาแวบหนึ่ง เห็นเขามีสีหน้าเป็นปกติ ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

หลี่จินต๋อยค่อยๆ เดินวนรอบโรงเผาเครื่องเคลือบแห่งนี้ ทุกก้าวที่เหยียบลงไป ผืนดินรอบๆ จะยุบตัวลง เกิดเป็นหลุมลึก เขาเดินแบบนี้ไปหนึ่งรอบ ก็สามารถทำเครื่องหมายขอบเขตของเขตแดนภูตผีปีศาจได้สำเร็จ เอ่ยว่า “ข้าได้ทำเครื่องหมายขอบเขตของเขตแดนแห่งนี้ไว้แล้ว พวกเจ้าห้ามเข้าไปเด็ดขาด จำไว้ให้ดี จำไว้ให้ดี”

เขาหันหน้าไปทางโรงเผาเครื่องเคลือบ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ โรงเผาเครื่องเคลือบแห่งนี้ ถึงกับทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าเข้าไปง่ายๆ

หลี่จินต๋อยตั้งสติ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “เทียนชิง เฉินสือ พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะเข้าไปดูลาดเลาในโรงเผาเครื่องเคลือบ! ถ้าข้าออกมาไม่ได้ เทียนชิง เจ้าก็กลับไปกับเฉินสือซะ”

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยต่อ “พอกลับไปถึงหมู่บ้าน พรุ่งนี้เช้า เทียนชิง เจ้าก็เดินทางกลับฉวนโจวซะ อย่าโอ้เอ้ พอไปถึงฉวนโจว เจ้าก็บอกไปว่ายังสืบคดีการหายตัวไปของอาเจ็ดไม่สำเร็จ จินต๋อยเฒ่ารู้สึกละอายใจต่อบรรพบุรุษตระกูลหลี่ จึงได้หนีไปแล้ว จำไว้ให้ดีนะ บอกว่าหนีไปแล้ว ไม่ใช่ตายแล้ว!”

เขาหันขวับกลับมา สีหน้าดุดัน เอ่ยว่า “บอกว่าข้าหนีไป ตระกูลหลี่ก็จะยังคงเห็นแก่หน้าข้า คอยดูแลพวกเจ้า ไม่ให้แม่ลูกต้องอดตาย ถ้าบอกว่าข้าตายอยู่ในเขตแดนภูตผีปีศาจ แม่ลูกอย่างพวกเจ้าก็ต้องตายแน่ๆ แม้แต่ครรภ์เทพก็ยังรักษาไว้ไม่ได้!”

หลี่เทียนชิงหน้าซีดเผือด เอ่ยเสียงเบา “ปู่ครับ เทียนชิงเข้าใจแล้ว”

“เด็กอย่างเจ้านี่นะ เป็นเด็กดีรู้ความมาตลอด ทำให้คนไว้ใจได้ ดูแลแม่เจ้าให้ดี นางลำบากมามาก”

หลี่จินต๋อยเผยรอยยิ้ม ก้าวเท้าเดินเข้าไปในโรงเผาเครื่องเคลือบ

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง แสงสว่างจ้าก็พุ่งทะยานขึ้นจากด้านหลังศีรษะของเขา ศาลเจ้าเทพปรากฏขึ้น ครรภ์เทพนั่งอยู่ภายในศาลเจ้าเทพ และเบื้องหลังศาลเจ้าเทพกลับมียักษ์วิญญาณศักดิ์สิทธิ์สูงตระหง่านปรากฏขึ้นมาด้วย

เมื่อเขาก้าวเข้าไปในโรงเผาเครื่องเคลือบ ร่างกายก็เริ่มเปลี่ยนเป็นกระเบื้องเคลือบอย่างรวดเร็ว กายเนื้อเปลี่ยนเป็นกระเบื้องเคลือบในทันที ในขณะเดียวกัน ศาลเจ้าเทพของเขาก็เปลี่ยนเป็นกระเบื้องเคลือบอย่างรวดเร็วเช่นกัน ครรภ์เทพเองก็ไม่ต่างกัน!

มีเพียงยักษ์วิญญาณศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ยังคงยืนตระหง่านนิ่งขึง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

หลี่จินต๋อยก้าวไปข้างหน้า ร่างกายก็เปลี่ยนเป็นกระเบื้องเคลือบไปพร้อมๆ กับที่ขนาดตัวหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวเขาก็เปลี่ยนจากชายชราหลังค่อม กลายเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตัวจิ๋วที่สูงไม่ถึงฟุต

เขาเดินอยู่ในโรงเผาเครื่องเคลือบ โดยมียักษ์วิญญาณศักดิ์สิทธิ์เดินตามหลัง คอยสำรวจตรวจสอบโครงสร้างของที่นี่

เฉินสือและหลี่เทียนชิงยืนอยู่นอกโรงเผาเครื่องเคลือบ คอยชะเง้อมองเข้าไปข้างในไม่หยุด

แต่ทว่าที่นั่นมีถ้ำเผาอยู่มากมาย บดบังทัศนวิสัยของพวกเขาไปจนหมด

จู่ๆ หลี่เทียนชิงก็เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าสิบ นายเป็นคนฆ่าหลี่เซียวติ่ง ลูกพี่ลูกน้องของฉันใช่ไหม?”

เฉินสือกำลังมองหาพวกคุณหนูรองตระกูลจ้าวที่เป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบอยู่ ชะงักไปเล็กน้อย หันกลับมามองเขา

หลี่เทียนชิงเม้มริมฝีปากบางๆ เอ่ยว่า “นายไม่ต้องใช้ยันต์นักรบผ้าเหลือง ก็สามารถแบกปืนใหญ่หงอี๋ขึ้นบ่าได้ ปืนใหญ่น้ำหนักสองสามพันชั่งเบาหวิวราวกับขนนกสำหรับนาย พละกำลังของนายต้องมหาศาลมากแน่ๆ ฉันสืบคดีของอาเจ็ด อาเจ็ดลงมาชนบท ก็เพราะการตายของหลี่เซียวติ่ง ลูกพี่ลูกน้องของฉัน คดีของหลี่เซียวติ่งมีเตี่ยนสื่อชื่อจูเก๋อเจี้ยนเป็นคนรับผิดชอบ คนผู้นี้ฉลาดหลักแหลมมาก สืบพบว่าคนร้ายมีร่างกายแข็งแกร่ง สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้ดุจสายฟ้าฟาดในระยะหนึ่งจั้ง หมัดและเท้าหนักหน่วง สามารถทุบกะโหลกให้แตกกระจายได้ มีกายเนื้อที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญเพียรระดับก่อกำเนิดวิญญาณ (จินตาน) เลยทีเดียว”

จูเก๋อเจี้ยนได้เผาเอกสารบันทึกประวัติของเฉินสือและเฉินอิ๋นตวงทิ้งไปแล้ว แต่บันทึกรายละเอียดของสถานที่เกิดเหตุยังคงอยู่ หลี่เทียนชิงเพื่อไขคดีการหายตัวไปของหลี่เค่อฝ่า ย่อมต้องค้นอ่านบันทึกเหล่านี้อย่างแน่นอน

เฉินสือเกาหัว “จูเก๋อเจี้ยนยังทิ้งของพวกนี้ไว้อีกเหรอเนี่ย?”

หลี่เทียนชิงพยักหน้าเบาๆ “จูเก๋อเจี้ยนยังบอกอีกว่า คนร้ายสูงไม่ถึงห้าฟุต รูปร่างเหมือนเด็ก เป็นนักพรตวาดยันต์ และพกหมาดำตัวใหญ่มาด้วยตัวหนึ่ง”

เฉินสือถอนหายใจ “ลักษณะพวกนี้ ตรงกับฉันเป๊ะเลยแฮะ”

หลี่เทียนชิงเอ่ยต่อ “นายพาฉันกับปู่มาที่โรงเผาเครื่องเคลือบแห่งนี้ ไม่ได้ประสงค์ดี นายรู้แต่แรกแล้วว่าที่นี่คือเขตแดนภูตผีปีศาจ ก็เลยตั้งใจจะล่อพวกเราเข้ามาในโรงเผา ให้พวกเราหลงอยู่ในนั้น อาศัยเขตแดนภูตผีปีศาจจัดการพวกเรา เรื่องแบบนี้นายคงไม่ได้เพิ่งทำเป็นครั้งแรกแน่ๆ คงจะชำนาญน่าดู”

เขาไม่รอให้เฉินสือตอบ ก็พูดต่อว่า “ฉันเคยค้นบันทึกคดีคนหายแถวๆ เขาเฉียนหยางในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงสองปีมานี้ มีเหตุการณ์คนหายเกิดขึ้นแถวหมู่บ้านหวงพัวถึงสิบห้าคดี มีคนหายไปกว่าสองร้อยคน การหายตัวไปของคนกว่าสองร้อยคนนี้ ส่วนใหญ่น่าจะเกี่ยวข้องกับพวกนายสองปู่หลานแน่ๆ! เฉินสือ คนอื่นอาจจะบอกว่านายเป็นคนเหี้ยมโหดกระหายเลือด แต่ฉันรู้ดี ว่าจริงๆ แล้วนายกำลังปกป้องคนในหมู่บ้านหวงพัวอยู่”

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง เอ่ยว่า “นายคอยผูกเชือกสีแดง และจุดธูปให้วิญญาณแห่งขุนเขาตลอดทาง แสดงว่านายต้องการปกป้องชาวบ้าน ไม่ให้พวกเขาต้องได้รับอันตราย คนนอกที่มาตามหาสุสานกษัตริย์ที่แท้จริงพวกนั้น พอสืบรู้ว่าสุสานกษัตริย์ที่แท้จริงอยู่แถวนี้ ก็ย่อมต้องคิดจะฆ่าปิดปากเป็นธรรมดา ชาวบ้านพวกนั้นยังไม่รู้ตัวเลยว่า ถ้านายไม่ทำแบบนี้ หมู่บ้านหวงพัวคงถูกฆ่าล้างหมู่บ้านไปสิบห้าครั้งแล้ว!”

เขาเข้าใจพวกคนล่าสมบัติเหล่านี้ดีเกินไป

พวกเขามาจากตระกูลใหญ่โต มองชีวิตคนเป็นผักปลา การจะฆ่าล้างหมู่บ้านเพื่อเก็บความลับของสุสานกษัตริย์ที่แท้จริงเอาไว้ พวกเขาย่อมทำได้ และจะต้องทำอย่างแน่นอน!

เฉินสือนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยชมว่า “เทียนชิง นายเป็นคนฉลาดจริงๆ ฉลาดกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก ทำไมนายถึงมาเปิดโปงฉันเอาตอนนี้ล่ะ?”

หลี่เทียนชิงมีสีหน้าหม่นหมองลง เอ่ยว่า “รู้จักกับนาย ฉันดีใจมากนะ แต่ฉันแคร์ปู่ฉัน แคร์แม่ฉัน ฉันต้องมีชีวิตรอดต่อไปในตระกูลหลี่ให้ได้! ตอนพิธีประทานพรจากเทพเจ้า ฉันได้รับความเมตตาจากเทพเจ้าที่แท้จริง ประทานครรภ์เทพหยกม่วงมาให้ แม้จะไม่ใช่ครรภ์เทพที่ดีที่สุด แต่ก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว ในตระกูลก็มีคนบอกว่าจะควักครรภ์เทพของฉันออกมา เอาไปให้ลูกชายคนโตของผู้นำตระกูลใช้ ฉันเป็นแค่ลูกหลานสายรอง แถมยังเป็นลูกอนุ เจอเรื่องแบบนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ ปู่ของฉันไปซ้อมคนที่เสนอเรื่องนี้จนน่วม แล้วก็พาฉันหนีไปซ่อนตัวที่ต่างถิ่น ซ่อนตัวอยู่ปีกว่าถึงได้กลับมา”

เขาหน้าซีดเผือด เอ่ยว่า “การเดินทางครั้งนี้ ถือเป็นการทำความดีไถ่โทษของพวกเราสองปู่หลาน ขอแค่ไขคดีของอาเจ็ดได้ หรือหาสุสานกษัตริย์ที่แท้จริงเจอ พวกเราก็จะได้กลับตระกูลหลี่ แม่ของฉันก็จะไม่ถูกรังแก ฉันก็จะมีชีวิตรอดต่อไปได้! เฉินสือ ผลงานชิ้นนี้ ฉันต้องเอามาให้ได้!”

เขาโคจรเคล็ดวิชา ศาลเจ้าเทพด้านหลังศีรษะกระโดดออกมา ครรภ์เทพนั่งอยู่ภายในศาลเจ้าเทพ

ครรภ์เทพของเขาแผ่ซ่านไอพลังสีม่วง แสงศักดิ์สิทธิ์สีม่วงลอยวนเวียน ศักดิ์สิทธิ์ไม่ธรรมดา ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงแรงกดดันจากพลังแห่งเทพเจ้า

เทพเจ้าที่แท้จริงลงมาจุติ ประทานครรภ์เทพให้

ครรภ์เทพแบ่งออกเป็นเก้าขั้น ขั้นที่เก้าคือขั้นที่ต่ำต้อยที่สุด เช่นครรภ์มายาของเฉินอิ๋นตวง ปู่ของเฉินสือ ครรภ์เทพจะบางเบามาก โปร่งใสหรือกึ่งโปร่งใส สามารถมองทะลุได้ ลมพัดมาก็แทบจะปลิวสลาย

ขั้นที่แปดคือครรภ์ลี้ลับ (เสวียนไท) หรือเรียกอีกอย่างว่าครรภ์น้ำแข็งลี้ลับ (เสวียนปิงไท) ก็มีลักษณะกึ่งโปร่งใสเช่นกัน ดีกว่าขั้นที่เก้าไม่เท่าไหร่นัก

ขั้นต่อๆ ไป หากเลื่อนขั้นขึ้นไปหนึ่งขั้น คุณภาพของครรภ์เทพก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

ขั้นที่หนึ่งคือขั้นที่ดีที่สุด ก็คือครรภ์เทพหยกม่วง (จื่ออวี้เสินไท) ครรภ์เทพของเซียวหวังซุนก็อยู่ในประเภทนี้

หลี่เทียนชิงก็เช่นเดียวกัน

พลังแห่งเทพเจ้าที่ซ่อนอยู่ในครรภ์เทพของเขา มากกว่าขั้นที่เก้าถึงสองร้อยห้าสิบหกเท่า!

นั่นก็หมายความว่า จุดเริ่มต้นของพวกเขา สูงกว่าปู่ของเฉินสือถึงสองร้อยห้าสิบหกเท่า!

ตั้งแต่โบราณกาลมา ทรัพย์สินเงินทองล้วนยั่วยวนใจคน นับประสาอะไรกับครรภ์เทพ?

แม้แต่ภายในตระกูล ก็ยังมีคนโลภอยากได้ครรภ์เทพแบบนี้ หลี่เทียนชิงเป็นลูกหลานสายรอง แถมยังเป็นลูกอนุ ฐานะในตระกูลหลี่ต้อยต่ำ หากเขาได้รับประทานครรภ์เทพหยกม่วงมาครอบครอง แต่ไม่มีหลี่จินต๋อยคอยคุ้มครอง ก็คงไม่มีทางรักษาครรภ์เทพเอาไว้ได้ ดีไม่ดีแม้แต่ชีวิตก็คงรักษาไว้ไม่ได้ด้วยซ้ำ!

เฉินสือไม่เข้าใจอย่างยิ่ง เอ่ยว่า “ในเมื่อนายรู้ว่าฉันเป็นคนฆ่าหลี่เซียวติ่ง ทำไมนายถึงไม่ไปบอกปู่นายล่ะ?”

หลี่เทียนชิงเม้มริมฝีปาก “ปู่ฉันสู้ปู่นายไม่ได้หรอก ถ้าฉันไปบอกปู่ ปู่ก็จะฉวยโอกาสตอนที่อยู่ระหว่างทาง ลงมือกับนาย แล้วปู่นายที่ซ่อนตัวอยู่ในที่มืด ก็จะฉวยโอกาสนั้นฆ่าปู่ฉัน”

เฉินสือมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นว่าปู่จะซ่อนตัวอยู่ที่ไหน แอบขำที่เขาช่างระแวดระวังเกินไป เอ่ยว่า “ดังนั้นนายก็เลยอดทนมาจนถึงตอนนี้งั้นเหรอ?”

หลี่เทียนชิงมีสีหน้าขึงขัง เอ่ยว่า “ตอนนี้ปู่ฉันเข้าไปในโรงเผาเครื่องเคลือบ เป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้ ฉันมาถึงทางตันแล้ว ก็เลยต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง”

เขาไม่มีทางถอยแล้ว หากไม่สามารถพาเฉินสือกลับไปได้ แม่ของเขาและตัวเขา ก็คงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แน่

“เฉินสือ วิชาที่ฉันฝึกคือเคล็ดวิชากงล้อหยกหกหยิน ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาสุดยอดของตระกูลหลี่ ไม่เหมือนกับเคล็ดวิชาปราณแท้แห่งใจสวรรค์ที่พวกบัณฑิตเขาเรียนกันหรอกนะ คำว่าหกหยิน หมายถึง เส้นลมปราณไท่หยินม้าม เส้นลมปราณไท่หยินปอด เส้นลมปราณเส้าหยินหัวใจ เส้นลมปราณเส้าหยินไต เส้นลมปราณเจวี๋ยหยินตับ และเส้นลมปราณเจวี๋ยหยินเยื่อหุ้มหัวใจ ปราณแท้ของเส้นลมปราณทั้งหกเส้นจะรวมตัวกัน กลายเป็นรูปร่างของกงล้อ”

หลี่เทียนชิงกระตุ้นกงล้อหยก สองมือผูกตราประทับ ตราประทับนั้นแปลกประหลาดมาก มีทั้งหมดหกรูปแบบ

ทุกครั้งที่ตราประทับแต่ละรูปแบบเกิดการเปลี่ยนแปลง ครรภ์เทพหยกม่วงที่นั่งอยู่ในศาลเจ้าเทพ ก็จะผูกตราประทับแบบเดียวกันออกมาในเวลาเดียวกัน

เฉินสือสัมผัสได้ถึงปราณแท้ไร้รูปที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบกายหลี่เทียนชิง

เขารวบรวมสายตาเพ่งมอง ก็เห็นเพียงร่างกายของหลี่เทียนชิงที่ค่อยๆ พร่ามัวขึ้นมา นั่นคือการสั่นสะเทือนของอากาศที่เกิดจากการหมุนอย่างรวดเร็วและการสั่นสะเทือนของกงล้อหยก

“กงล้อหยกหกหยินของฉัน มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แขนของฉันสามารถสอดเข้าไปในกงล้อหยก เพื่อต่อสู้ระยะประชิดกับศัตรูได้ หากศัตรูเข้ามาใกล้ ก็จะถูกกงล้อหยกของฉันตัดขาด”

หลี่เทียนชิงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ขยับเท้า สองมือร่ายรำกระบวนท่าของเคล็ดวิชากงล้อหยกหกหยินออกมา ดูคล้ายกับกระบวนท่าวิทยายุทธ์ ท่าร่างเรียกว่าก้าวลู่หยก (อวี้หวนปู้) เดินเป็นวงกลม พลิกแพลงไปมา มีลูกเล่นมากมาย

ทว่าสิ่งที่แตกต่างจากกระบวนท่าวิทยายุทธ์ก็คือ ทุกกระบวนท่าของเขาจะประสานเข้ากับตราประทับแต่ละรูปแบบ เสริมด้วยก้าวลู่หยก ทำให้คาดเดาทิศทางได้ยาก

“กงล้อหยกหกหยินยังสามารถโจมตีระยะไกลได้ด้วยนะ ด้วยระดับพลังครรภ์เทพของฉัน ระยะสิบหกจั้ง ล้วนอยู่ในรัศมีการโจมตีของฉันทั้งสิ้น”

หลี่เทียนชิงเก็บกระบวนท่า แม้อายุยังน้อย แต่ก็มีท่วงท่าสง่างามดั่งปรมาจารย์ เอ่ยว่า “คนนอกไม่รู้จักเคล็ดวิชากงล้อหยกหกหยินของตระกูลหลี่ของฉัน เวลาปะทะกัน ก็มักจะถูกสังหารในกระบวนท่าเดียว นายเป็นเพื่อนฉัน ฉันไม่อยากให้นายต้องตายแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว”

เฉินสือโคจรเคล็ดวิชาปราณแท้สามแสง กลุ่มดาวเหนือทั้งเจ็ดดวงรวมตัวกันกลายเป็นยันต์ ก่อตัวเป็นกลุ่มแสงดาว ลอยวนเวียนอยู่รอบกายเขาอย่างไม่รีบร้อน

จู่ๆ เขาก็ก้าวเท้าออกไป ก้าวเดินไปข้างหน้า ร่างกายพุ่งปะทะกับอากาศ เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องทุ้มต่ำ ก้าวเดียวเขาก็มาถึงตรงหน้าหลี่เทียนชิง คลื่นอากาศซัดสาดเข้าใส่หน้า ทำให้เสื้อผ้าของหลี่เทียนชิงปลิวไปด้านหลัง เข็มขัดสีแดงพลิ้วไสว!

“ฉันแข็งแกร่งกว่าตอนที่ฆ่าหลี่เซียวติ่งแล้วนะ”

เฉินสือก้าวเท้าเหยียบดาวเทียนซู ร่างกายพลิ้วไหวดุจภูตผี วนเวียนอยู่รอบตัวหลี่เทียนชิงเดี๋ยวหน้าเดี๋ยวหลัง เดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวา ร่างกายแหวกอากาศ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว

“ฉันฝึกฝนกายาธรรมจนสำเร็จ ตอนนี้สามารถเคลื่อนที่ได้ไกลถึงหนึ่งจั้งห้าฟุตในชั่วพริบตา ภายในรัศมีหนึ่งจั้งห้าฟุต ความเร็วของฉันเร็วกว่าวิชาคาถาซะอีก!”

“อานุภาพหมัดและเท้าของฉัน ก็ไม่ด้อยไปกว่าวิชาคาถาเลยนะ!”

“นายคอยดูท่าร่างของฉันให้ดี นี่คือท่าเท้าดาวเทียนซูแห่งกลุ่มดาวเหนือ!”

เมื่อเฉินสือก้าวเท้าลง กลุ่มแสงดาวก็ระเบิดออก พลังแห่งดวงดาวหล่อหลอมร่างกาย ในขณะเดียวกันท่าร่างก็เริ่มมีความพลิกแพลงซับซ้อนขึ้น

“นอกจากนี้ ฉันยังเชี่ยวชาญท่าเท้าอีกหกท่า คือ เทียนเสวียน เทียนจี เหยาอวง ไคหยาง เทียนเฉวียน และอวี้เหิงด้วย!”

เฉินสือแสดงท่าเท้าทั้งหกท่าออกมาให้ดูทีละท่า จู่ๆ ก็หยุดฝีเท้า ยืนตระหง่านดั่งขุนเขา เลือดลมที่พลุ่งพล่านก็ค่อยๆ สงบลง

“เทียนชิง เชิญ!”

นอกโรงเผาเครื่องเคลือบ สองเด็กหนุ่มขยับฝีเท้าพร้อมกัน!

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note