ตอนที่ 34 เท้าไวดั่งม้า สันมือสังหารยอดฝีมือ
แปลโดย เนสยังภูเขาทองคำที่กดทับอยู่บนหัวเฉินสือนั้น ไม่ใช่ภูเขาทองคำของจริง แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากกระดาษยันต์
ผู้ที่โดนยันต์นี้เข้าไป ร่างกายจะต้องแบกรับน้ำหนักที่กดทับลงมากว่าพันชั่ง หากมีพละกำลังน้อยเพียงนิดเดียว ก็จะถูกทับจนแบนแต๊ดแต๋ แต่เฉินสือไม่เพียงทนต่อแรงกดทับของยันต์ย้ายภูผาได้ ความเร็วของเขาก็ยังคงรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ ถึงขั้นสามารถวิ่งตามฟู่ซานเค่อที่ใช้ยันต์ม้าเกราะได้ทัน และปลิดชีพเขาได้ในกระบวนท่าเดียว!
น่าสงสารฟู่ซานเค่อที่มีฝีมือเก่งกาจ มีความเชี่ยวชาญด้านยันต์ขั้นสูง จนได้รับการขนานนามคู่กับเถี่ยปี่เวิงว่าเป็น ‘สองสุดยอดยอดยันต์แห่งจวนเสวียนอิง’ กลับยังไม่ทันได้ใช้ฝีมือแม้แต่ส่วนเดียว ก็ถูกสังหารเสียแล้ว!
หากเป็นเฉินสือในตอนที่สู้ตัดสินกับเถี่ยปี่เวิง ฟู่ซานเค่อย่อมสามารถจัดการเฉินสือได้อย่างอยู่หมัด หรือแม้กระทั่งเฉินสือก็ไม่อาจทำลายยันต์งูวิเศษของเขาได้เลย แต่ตอนนี้เฉินสือเปลี่ยนถ่ายเลือดแท้จนสำเร็จ อวัยวะภายในทั้งห้าและหกก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จึงสามารถทำลายยันต์งูวิเศษ และเล่นงานเขาจนไม่ทันตั้งตัวได้
ในจังหวะที่เฉินสือกระแทกไปด้านหลังนั้น องครักษ์เสื้อแพรที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ก็เดินพลังศาลเจ้าเทพพอดี กายาทิพย์ในศาลเจ้าเทพก็ปรากฏขึ้นมา
ความเร็วในการโคจรวิชาของคนผู้นี้ รวดเร็วกว่าที่เฉินสือเคยพบเจอมา ความเร็วในการตอบสนองก็รวดเร็วกว่าที่เฉินสือเคยพบเจอมาเช่นกัน พอเห็นเฉินสือพุ่งชนเข้ามา เขาก็ถอยหลังไปพลาง รวบรวมพลังจากกายาทิพย์ไปพลาง
เบื้องหน้ากายาทิพย์ของเขา ปราณกระบี่สายหนึ่งที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่ากำลังก่อตัวขึ้น!
วิชาคาถาจากเคล็ดวิชาปราณแท้แห่งใจสวรรค์ เพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่!
ปราณกระบี่ยังไม่ทันก่อตัวเสร็จ แผ่นหลังของเฉินสือก็กระแทกเข้าที่ตัวเขาเสียแล้ว
องครักษ์เสื้อแพรผู้นั้นอวัยวะภายในสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เลือดไหลซึมมุมปาก ร่างกายปลิวละลิ่วไปด้านหลังอย่างไม่อาจควบคุมได้
“ปัง!”
ร่างของเขากระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ที่คนจับจั๊กจั่นยืนอยู่ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต
องครักษ์เสื้อแพรผู้นั้นปากเต็มไปด้วยเลือด กัดฟันกรอด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น โคจรพลังปราณกระบี่ที่อยู่เบื้องหน้าศาลเจ้าเทพ
เขารู้ดีว่าการถูกเฉินสือชนกระแทกเข้าอย่างจังขนาดนี้ อวัยวะภายในแหลกเหลว สัญญาณชีพถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว แต่เขาเป็นถึงผู้ที่ผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมาอย่างโชกโชน ต่อให้ต้องตาย ก็ต้องลากเฉินสือไปลงนรกด้วยให้ได้!
เฉินสือพุ่งเข้ามาดุจสายลม ทว่าเบื้องหน้ากลับเห็นกายาทิพย์ในศาลเจ้าเทพด้านหลังศีรษะขององครักษ์เสื้อแพรชี้นิ้วมา
เขารู้สึกได้ถึงอันตรายทันที จึงรีบถอยฉากกลับไปโดยไม่ลังเล แม้จะแบกภูเขาทองคำหนักกว่าพันชั่งเอาไว้ ความเร็วของเขาก็ยังคงรวดเร็วอย่างยิ่ง วิ่งตะบึงราวกับช้างสาร เหยียบพื้นจนแตกร้าว
ทว่าความรู้สึกอันตรายกลับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เฉินสือมองไม่เห็นปราณกระบี่ของเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ มองเห็นเพียงมวลอากาศเบื้องหน้าที่สั่นไหวอย่างรวดเร็ว ทำให้วิสัยทัศน์ของเขาพร่ามัวตามไปด้วย
“ปัง!” “ปัง!” “ปัง!”
ฝีเท้าของเฉินสือย่ำลงอย่างรวดเร็ว ถอยร่นไปหลายสิบก้าว เป็นระยะทางกว่ายี่สิบจั้ง ความรู้สึกอันตรายได้ยกระดับไปถึงขั้นที่สามารถปลิดชีพได้แล้ว
เขาทิ้งตัวลงนอนหงาย ข้างหูแว่วเสียงเสียดสีอันแหลมเล็ก ปราณกระบี่ไร้รูปสายหนึ่งเฉียดปลายจมูกของเขาไป
เฉินสือยังคงใจหายใจคว่ำ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอื้ออึงทึบๆ ดังมาจากด้านหลัง พอหันไปมอง ก็เห็นต้นไม้ใหญ่ริมทางที่ต้องใช้คนสองสามคนโอบ กำลังเอนเอียง และค่อยๆ โค่นล้มลง
แม้เพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ขององครักษ์เสื้อแพรผู้นั้นจะฟันไม่โดนเขา แต่ก็ยังพุ่งออกไปไกลถึงสามสี่จั้ง ตัดต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นจนขาดสะบั้น
“อานุภาพนี่มัน…”
เฉินสือลอบตระหนกในใจ คนผู้นี้ยังไม่ทันได้แสดงอานุภาพของวิชาออกมาอย่างเต็มที่ แต่ในตอนที่ปราณกระบี่พุ่งออกไป อานุภาพกลับยังคงดุดันถึงเพียงนี้ หากฟันโดนเขา ย่อมต้องหัวหลุดจากบ่า ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้อย่างแน่นอน
“องครักษ์เสื้อแพรที่ตระกูลจ้าวส่งมาจับฉัน แข็งแกร่งกว่าองครักษ์เสื้อแพรของตระกูลหลี่ตั้งเยอะ!”
เขาพลิกตัวลุกขึ้นยืน
คนจับจั๊กจั่นบนต้นไม้กับคนตกปลาที่ริมคูน้ำตอนนี้ก็ลงมาบนถนนแล้ว ทั้งสองรับมือได้รวดเร็วมาก ตอนนี้เตรียมตัวพร้อมแล้ว ศาลเจ้าเทพและกายาทิพย์ล้วนถูกโคจรพลังจนเต็มเปี่ยม
ทั้งสองยกเท้ากระทืบลงบนพื้นอย่างแรง ยันต์ม้าเกราะที่ผูกติดอยู่กับขาก็ทำงานทันที เหยียบย่างสายลมพัดโชย ก้าวเท้ายาวๆ วิ่งไล่ตามมา ความเร็วรวดเร็วยิ่งนัก!
ทั้งสองวิ่งตะบึงไปพลาง มือก็บีบเคล็ดวิชากระบี่ไปพลาง กายาทิพย์ในศาลเจ้าเทพก็บีบเคล็ดวิชากระบี่และทำท่าทางแบบเดียวกัน
เฉินสือมองเห็นมวลอากาศเบื้องหน้าสั่นไหวแต่ไกล วิสัยทัศน์ก็เริ่มพร่ามัวอีกครั้ง รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดี จึงรีบพุ่งตัวเฉียงๆ ลงไปทางคูน้ำทันที
เขาส่งเสียงหวีดร้อง กระโดดลอยตัวขึ้นไปในอากาศ ข้ามคูน้ำไปตกลงบนฝั่งตรงข้าม ทว่าขาทั้งสองข้างกลับจมลึกลงไปในดินโคลนที่อ่อนนุ่ม
เฉินสือรีบดึงขาทั้งสองข้างขึ้นมา บนถนนมีเสียงดังปังปังสองครั้ง เป็นเพราะเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ของทั้งสองคนฟันพลาด ปราณกระบี่ฟันถนนที่แข็งโป๊กจนเป็นรอยลึกระดับหนึ่งเชียะ ทำเอาเศษดินแข็งๆ ปลิวว่อน
“ฟิ้ว! ฟิ้ว!”
ปราณกระบี่ไร้รูปพุ่งเข้ามาอีกสองสาย เฉินสือฝืนแบกรับแรงกดทับของยันต์ย้ายภูผา พุ่งตัวเข้าไปในไร่นา
ในไร่ปลูกข้าวโพดเอาไว้ นี่เป็นพืชผลเฉพาะของทวีปซีหนิวซินโจว สามารถเติบโตได้สูงเท่ากับคนหนึ่งถึงสองคน ยืนต้นเรียงรายราวกับป่าทึบ
เฉินสือไม่สนใจอะไรทั้งนั้น พุ่งพรวดเข้าไปในไร่ข้าวโพด สับขาวิ่งสุดชีวิต ข้าวโพดด้านหลังก็ล้มระเนระนาดเป็นแถบๆ นั่นเป็นเพราะปราณกระบี่ขององครักษ์เสื้อแพรทั้งสองคนนั่นเอง
องครักษ์เสื้อแพรทั้งสองคนก็วิ่งมาถึงริมคูน้ำ วิ่งไปพลางก็สะบัดเคล็ดวิชากระบี่ไปด้านหน้าไปพลาง กายาทิพย์ในศาลเจ้าเทพของทั้งสองก็สะบัดมือไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง ปราณกระบี่ไร้รูปลอยคว้างเข้าไปในไร่นา ฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้าจนขาดสะบั้น!
เท้าของทั้งสองยังคงไม่หยุดนิ่ง กระโดดข้ามแม่น้ำเช่นกัน เพียงแต่กระโดดได้ไม่ไกลเท่าเฉินสือ พอเห็นว่าจะตกลงไปในน้ำ ที่ใต้ฝ่าเท้าก็มีสายลมพัดโชยขึ้นมา พัดผิวน้ำจนเกิดเป็นระลอกคลื่น
ทั้งสองก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ก็ไม่ตกลงไปในน้ำ แล้วก็มาถึงฝั่งตรงข้าม
ข้าวโพดในไร่ด้านหน้าล้มระเนระนาดเป็นแถบๆ ทั้งสองวิ่งตามข้าวโพดที่ล้มระเนระนาดไปข้างหน้า มือก็ไม่หยุดพัก สาดซัดเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ออกไปอย่างต่อเนื่อง
ปราณกระบี่ด้านหน้ายังไม่ทันจางหาย ปราณกระบี่ด้านหลังก็พุ่งตามมาติดๆ
ปราณกระบี่ตัดสลับกันไปมาอย่างสับสนวุ่นวาย ซ้ำยังปะทะกันเอง แตกกระจายเป็นปราณกระบี่ขนาดเล็กอีกมากมาย พุ่งกระจายไปทั่วสารทิศ!
พวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือในหมู่องครักษ์เสื้อแพรที่จ้าวเยว่พามา ฝีมือร้ายกาจ ไม่ใช่องครักษ์เสื้อแพรทั่วไปจะเทียบติด ประสบการณ์การต่อสู้ก็โชกโชนเช่นกัน
ทั้งสองบุกทะลวงไปตลอดทาง ไล่ตามภูเขาทองคำบนหัวเฉินสือไป วิ่งไล่กวดกันไปแบบนี้หลายลี้ ไร่ข้าวโพดผืนนี้ก็ยังไม่สิ้นสุด
จู่ๆ ภูเขาทองคำที่คอยนำทางพวกเขาก็หม่นแสงลง จากนั้นก็หายวับไป
ทั้งสองใจหายวาบ ประสิทธิภาพของยันต์ย้ายภูผาสลายไปแล้ว
ยันต์ย้ายภูผาสามารถคงอยู่ได้เพียงสองเค่อเท่านั้น พอครบสองเค่อ ก็จะสลายไป!
ตอนนี้ พวกเขาคลาดกับเฉินสือแล้ว
“สวบๆๆ!”
ในไร่ข้าวโพดมีเสียงวิ่งอย่างรวดเร็วดังขึ้น เป็นเสียงที่ร่างกายกระแทกกับใบข้าวโพด
ทั้งสองรีบยืนหันหลังชนกันทันที กวาดตามองรอบตัวอย่างระแวดระวัง
เสียงสวบๆ ยังคงดังมาอย่างต่อเนื่อง วิ่งวนรอบตัวพวกเขาด้วยความเร็วสูง
ทั้งสองยืนพิงกัน ขยับเท้า หมุนตัวตามเสียงนั้นไปอย่างต่อเนื่อง มือบีบเคล็ดวิชากระบี่ สาดซัดออกไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ปราณกระบี่พุ่งไปตามเสียงนั้น แต่ก็ทำได้แค่ฟันข้าวโพดล้มระเนระนาดเท่านั้น ไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
“ถอยออกจากไร่นา!” คนหนึ่งตะโกนสั่ง
เสียงตะโกนยังไม่ทันขาดคำ จู่ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาดุจสายฟ้าฟาด รูปร่างเตี้ยเล็ก ความเร็วก็รวดเร็วยิ่งนัก วินาทีต่อมาก็พุ่งชนเข้ามาในอ้อมกอดของเขา องครักษ์เสื้อแพรผู้นั้นราวกับถูกวัวกระทิงพุ่งชน ร่างกายกระเด็นลอยไปด้านหลังอย่างไม่อาจควบคุมได้ เลือดพุ่งกระฉูดออกจากปาก
องครักษ์เสื้อแพรอีกคนเห็นดังนั้น ก็ไม่ทันได้คิดอะไร ตวัดกระบี่ฟันออกไปทันที ทว่าเงาร่างผอมบางนั้นกลับกระโดดเด้งตัวหลบปราณกระบี่ไปได้ ส่วนองครักษ์เสื้อแพรที่ถูกชนกระเด็นกลับหลบไม่ทัน ถูกฟันตัวขาดครึ่งท่อน เลือดสาดกระเซ็นย้อมไร่นาจนแดงฉาน
“หลินเหอ!”
องครักษ์เสื้อแพรอีกคนร้องตะโกนลั่น หัวใจแตกสลาย ในตอนนั้นเอง เสียงวิ่งสวบๆ ก็ดังมาจากในไร่ข้าวโพดอีกครั้ง วิ่งวนรอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว
องครักษ์เสื้อแพรผู้นั้นรู้ตัวว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก จึงรีบสับขาวิ่งหนีสุดชีวิต วิ่งย้อนกลับไปทางเดิมตามรอยข้าวโพดที่ถูกทำลาย
ในไร่นาที่มีพืชผลสูงท่วมหัวแบบนี้ ฝ่ายตรงข้ามเป็นเด็ก รูปร่างเตี้ยเล็ก จึงได้เปรียบเรื่องพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้น เสียงข้าวโพดที่ล้มระเนระนาด ก็เปิดเผยทิศทางวิชาคาถาของเขา ทำให้ฝ่ายตรงข้ามหลบหลีกได้ง่าย
แต่ขอเพียงลงไปบนถนน ผู้ต้องหาเฉินสือก็จะไม่มีความได้เปรียบแบบนี้อีกต่อไป
ยันต์ม้าเกราะที่ขากำลังสำแดงฤทธิ์อยู่ ทำให้เขาวิ่งเร็วปานลมกรด ในขณะเดียวกันก็เตรียมปราณกระบี่เอาไว้ ป้องกันตัวอย่างลับๆ ไม่ว่าเฉินสือจะพุ่งเข้ามาจากทิศทางไหน ก็จะถูกเขาปลิดชีพด้วยการโจมตีถึงตาย!
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เสียงสวบๆ รอบด้านเงียบหายไป ไร่นาเงียบสงัดจนน่ากลัว เหลือเพียงเสียงฝีเท้าตอนที่เขาวิ่งและเสียงหอบหายใจของตัวเองเท่านั้น
ข้างหน้าคือคูน้ำ ฝั่งตรงข้ามคูน้ำก็คือถนน องครักษ์เสื้อแพรผู้นั้นไม่มีเวลาคิดให้รอบคอบ รีบพุ่งตรงไปที่ริมคูน้ำ กระโดดลอยตัวขึ้นไป ตอนที่กระโดดไปได้ครึ่งทาง กำลังจะตกลงไปในน้ำ เขาก็แตะเท้าลงบนผิวน้ำ สายลมพัดโชยขึ้นมา พัดผิวน้ำจนเกิดเป็นระลอกคลื่น
ขณะที่เขากำลังจะกระโดดไปถึงฝั่งตรงข้าม จู่ๆ ผิวน้ำด้านหลังก็ดังตู้ม น้ำแตกกระจาย ร่างของเฉินสือกระโดดลอยขึ้นมาจากในน้ำ สูงระดับเดียวกับเขา
“เขาเร็วกว่าข้า มารอดักซุ่มอยู่ในน้ำก่อนข้าซะอีก!”
องครักษ์เสื้อแพรผู้นั้นตกใจแทบสิ้นสติ หันขวับไปมอง เฉินสือโคจรเลือดลม ชั่วพริบตาฝ่ามือทั้งสองข้างก็หนาเตอะราวกับอุ้งตีนหมี ใหญ่ขึ้นหนึ่งรอบ ฟาดเปรี้ยงเข้าที่หูทั้งสองข้างของเขาอย่างแรง
“ปัง!”
สมองขององครักษ์เสื้อแพรผู้นั้นถูกกระแทกจนเละเป็นโจ๊ก ร่างร่วงหล่นลงบนฝั่งตรงข้าม
เฉินสือหล่นลงไปในน้ำดังตู้ม นอนหงายลอยคออยู่บนผิวน้ำ หอบหายใจแฮ่กๆ หัวใจเต้นโครมครามจนไม่สามารถสงบลงได้เสียที
“คืนนี้ โรคของฉันคงกำเริบอีกแน่เลย”
ตรงหน้าอกของเขา หัวใจที่เต้นอย่างรุนแรงกระแทกผิวน้ำจนสั่นไหวเบาๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินสือถึงได้พลิกตัวว่ายขึ้นฝั่ง เสื้อผ้าชุดใหม่เปียกโชก ซ้ำยังมีรอยขีดข่วนเต็มไปหมด ถูกใบข้าวโพดบาดจนขาดวิ่น
“เสื้อผ้าชุดใหม่ที่ปู่ซื้อให้…”
เฉินสือปวดใจเป็นอย่างมาก พอหอบหายใจจนเป็นปกติ ถึงได้เดินมาหยุดอยู่ข้างร่างของฟู่ซานเค่อที่เป็นนักพรตวาดยันต์ ค้นดูอย่างละเอียด ก็เจอยันต์เจ็ดแปดสิบแผ่น มีทุกรูปแบบ เฉินสือเลือกเอายันต์ม้าเกราะของตัวเองสองแผ่นออกมาเก็บไว้ในแขนเสื้อ
เขาถอดเสื้อตัวนอกของฟู่ซานเค่อออก เอายันต์ที่เหลือพับเก็บไว้ แล้วก็ล้วงเงินออกมาได้สองสามตำลึง
เฉินสือลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็คืนเงินสองสามตำลึงนั้นให้ฟู่ซานเค่อ
—— ปู่เคยสอนเขาว่า ห้ามเอาเงินของคนตายสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่งั้นตกดึกคนตายจะลุกขึ้นมาทวงเงินคืน
เฉินสือไปหาร่างอีกสองร่าง ค้นดูรอบๆ ก็เจอยันต์อีกสองสามแผ่นกับเงินนิดหน่อย เขาเก็บแค่กระดาษยันต์ ปล่อยเงินทิ้งไว้บนตัวคนตาย
“ยันต์พวกนี้ เอาไปให้ปู่ขาย แล้วเอาเงินไปชดใช้ค่าเสียหายให้ชาวบ้านดีกว่า ยังไงก็เป็นคนกันเองทั้งนั้น ทำไร่ข้าวโพดเขาเสียหาย จะปล่อยให้เขาไม่มีอะไรเก็บเกี่ยวไม่ได้” เฉินสือคิดในใจ
ส่วนองครักษ์เสื้อแพรที่ถูกฟันขาดครึ่งท่อน เขาไม่ได้ไปหา คนคนนั้นตายสยดสยองเกินไป เขากลัวว่าจะเก็บไปฝันร้ายตอนกลางคืน
“เมื่อคืนซานวั่งมาเข้าฝันฉัน บอกว่ามีคนจะมาฆ่าฉัน ให้ฉันรีบหนี หรือว่าความฝันนี้จะเป็นเรื่องจริง? ซานวั่งเข้ามาในความฝันของฉันได้ยังไงนะ?”
เฉินสือยืดตัวขึ้น นึกถึงลิ้นยาวๆ ที่รัดคอซานวั่ง ก็รู้สึกสงสัยในใจ “แล้วลิ้นยาวๆ ในความฝันนั่นมันอะไรกัน? มันม้วนซานวั่งไปไว้ไหนแล้ว?”
เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึกๆ
เขาเคยได้ยินปู่เล่าเรื่องคนตายมาเข้าฝันให้ฟัง
เล่ากันว่าตอนที่คนใกล้จะตาย ในใจมีเรื่องที่ปล่อยวางไม่ได้ ก็จะไปหาคนสนิท เข้าไปในความฝันของคนสนิท เพื่อบอกเล่าความอาลัยอาวรณ์ของตน หรือเพื่อบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย และสั่งเสียเรื่องราวต่างๆ
“ซานวั่งเป็นคนหมู่บ้านหวงหยาง หรือว่าหมู่บ้านหวงหยางจะมีเรื่อง?”
เฉินสือเดินมาที่ริมแม่น้ำล้างหน้าล้างตา จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยโดยอาศัยเงาสะท้อนในน้ำ ก็พบว่าอานุภาพของยันต์สะกดกั้นที่ท้ายทอยก็หายไปแล้ว เพียงแต่เสื้อผ้ามันขาดวิ่นเกินไป ไม่กล้าไปสู้หน้าใคร ก็เลยต้องเดินกลับหมู่บ้าน
เฮยโกวเงยหน้าขึ้นมา มองเจ้านายตัวน้อยที่เดินกลับมาด้วยรังสีอำมหิต เสื้อผ้าขาดวิ่นด้วยความประหลาดใจ
นี่เป็นเสื้อผ้าชุดโปรดของเจ้านายตัวน้อย แถมปู่เพิ่งจะซื้อให้เมื่อวาน ทำไมเพิ่งจะออกจากบ้านก็กลายเป็นขอทานไปซะแล้วล่ะ?
เฉินสือเดินเข้าบ้าน เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าชุดเก่า ถามว่า “หม้อดำ ปู่ออกไปข้างนอกเหรอ?”
เฮยโกวพยักหน้า
เฉินสือเดินออกไป พลางพูดว่า “ฉันจะไปฆ่าคน แกหมอบอยู่ตรงนี้แหละ ไม่ต้องลุกขึ้นมาหรอก”
เฮยโกวหมอบอยู่บนพื้น หันหน้ามองตามเจ้านายตัวน้อยที่เดินออกจากบ้านไป
ไม่นานนัก เฉินสือก็มาถึงหน้าหมู่บ้านหวงหยาง มองดูหมู่บ้านที่เงียบสงบนี้จากที่ไกลๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ รอจนลมหายใจเป็นปกติ ถึงได้ออกเดินมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านหวงหยาง
“เมื่อกี้ไอ้นักพรตวาดยันต์ที่ชื่อฟู่ซานเค่อบอกว่า ฉันฆ่าเถี่ยปี่เวิง พวกเขาได้รับคำสั่งจากคุณชายสามให้มาจับฉัน คุณชายสามคนนี้ ก็น่าจะเป็นคุณชายสามของตระกูลจ้าวสินะ”
สีหน้าของเฉินสือเรียบเฉย พึมพำกับตัวเองเบาๆ “ถ้าฟู่ซานเค่อลอบฆ่าฉัน ฉันคงตายไปนานแล้ว แต่การที่พวกมันจะจับเป็นฉัน น่าจะอยากคุมตัวฉันไปพบคุณชายสามตระกูลจ้าวคนนี้แน่ๆ”
เขาเดินเคล็ดวิชาปราณแท้สามแสง เลือดลมไหลเวียน หล่อเลี้ยงอวัยวะภายใน เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง
“ถ้าอย่างนั้น คุณชายสามตระกูลจ้าวก็น่าจะยังอยู่ที่หมู่บ้านหวงหยาง ผู้ก่อเรื่อง จะไม่มีทายาทสืบสกุลเชียวหรือ ฉันทำงานไม่รอบคอบเอง ไม่ยอมถอนรากถอนโคน ต้องไปจัดการให้เด็ดขาด!”
หน้าหมู่บ้านหวงหยาง ไม่มีใครอยู่เลยสักคน เงียบสงัดราวกับป่าช้า
เฉินสือไม่ได้เดินเข้าหมู่บ้านตรงๆ แต่เดินอ้อมไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน แล้วปีนกำแพงข้ามไป
“เรื่องที่ฉันก่อ ฉันจะจัดการเอง จะไม่ทำให้ปู่กับชาวบ้านเดือดร้อน!”

0 Comments