You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

อาณาเขตภูตผี เป็นคำที่ผู้บำเพ็ญเพียรใช้เรียกขานดินแดนลี้ลับที่ไม่อาจใช้เหตุผลทำความเข้าใจได้ สถานที่เช่นนี้มักจะมาพร้อมกับกฎเกณฑ์ที่แปลกประหลาด ตัวอย่างเช่น นอกเมืองหลวงของมณฑลซินเซียงมีสถานที่แห่งหนึ่งชื่อว่าตำบลหุยซิง (ตำบลวนลูป) ซึ่งเป็นอาณาเขตภูตผีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ผู้ที่เข้าไปในตำบลหุยซิงจะพบกับเหตุการณ์ในวันเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนเวียนอยู่เช่นนั้น ไม่มีวันเดินออกมาได้ตลอดกาล จนกว่าจะตกตายไป นอกจากนี้ที่อำเภอหนานเหมินก็มีอาณาเขตภูตผีอยู่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เข้าไปข้างในกลายเป็นมนุษย์กระดาษ ต่อให้มีอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่เทียมฟ้าก็ไร้ประโยชน์ ทว่าสถานที่เหล่านี้ล้วนมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วใต้หล้ามานานแล้ว ใครๆ ต่างก็รู้จัก และเป็นดินแดนอันตรายที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่หมู่บ้านหวงพัวเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในอำเภอซินเซียง มณฑลซินเซียงเท่านั้น กลับมีสถานที่อันตรายเช่นนี้อยู่ เหตุใดถึงไม่มีใครล่วงรู้เลย?

“ไอ้เด็กเปรตแห่งซินเซียง ไอ้เด็กไร้ยางอาย!”

หญิงสาวชุดม่วงเพิ่งจะคิดมาถึงตรงนี้ เหล่าองครักษ์เสื้อแพรที่ติดตามนางมาก็ตกอยู่ในความตื่นตระหนกวุ่นวาย บางคนร่ายคาถาพยายามจะทำให้ร่างกายกลับคืนสภาพเดิม บางคนก็วิ่งหนีกลับไปทางเดิมเพราะคิดว่าถ้าวิ่งหนีออกจากอาณาเขตภูตผีแห่งนี้ได้ก็จะกลับเป็นปกติ และยังมีบางคนที่วิ่งเตลิดด้วยความลนลานจนหกล้มลงกับพื้น ทำให้ตัวเองแตกกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่ว

หญิงสาวชุดม่วงตวาดลั่น “อย่าวิ่งพล่านไปทั่ว! ฟังคำสั่งข้า!”

ทุกคนค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงได้ และกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่นาง

หญิงสาวชุดม่วงตั้งสติแล้วกล่าวว่า “ในเมื่อที่นี่มีอาณาเขตภูตผี ก็แสดงว่าพวกเรามาถูกที่แล้ว ที่นี่คือสุสานเจินหวัง (สุสานกษัตริย์ที่แท้จริง) ในข่าวลือไม่ผิดแน่…”

ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงของเฉินสือดังมาจากด้านหน้า “พี่สาว ทำไมพวกพี่ไม่ตามมาล่ะครับ? รังของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบพวกนั้น อยู่ตรงนี้ไง!”

หญิงสาวชุดม่วงตวัดสายตาคมกริบดุจสายฟ้าฟาดมองตามเสียงไป ก็เห็นหัวเล็กๆ โผล่ออกมาจากหลังเนินดินขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือเฉินสือนั่นเอง ใบหน้าของเขาดูไร้เดียงสา แววตาใสซื่อและดูโง่งม ชัดเจนว่าไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างที่นางจินตนาการไว้

“เขาเป็นแค่เด็ก ข้าคงจะคิดมากไปเอง”

หญิงสาวชุดม่วงรู้สึกตำหนิตัวเองอยู่ในใจ นางถึงกับจินตนาการว่าเฉินสือเป็นคนที่เก่งกาจเรื่องการวางแผนแยบยล จนลืมไปว่าเขายังเป็นแค่เด็กอายุสิบกว่าขวบคนหนึ่งเท่านั้น หญิงสาวชุดม่วงสำรวจมองเฉินสือ ภายในใจก็พลันกระตุกวูบ เฉินสือก็กลายเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเหมือนกับพวกนางเช่นกัน!

“เห็นได้ชัดว่าไอ้หนูนี่ไม่ได้มาที่นี่เป็นครั้งแรก ถ้างั้นเขาก็ต้องรู้แน่ๆ ว่าจะเปลี่ยนจากตุ๊กตากระเบื้องเคลือบกลับเป็นมนุษย์ได้อย่างไร!”

ดวงตาของนางเป็นประกายวาบ รีบออกคำสั่งทันที “ตามไป ฉวยโอกาสจับตัวเขาไว้!”

ทุกคนพุ่งตัวไปข้างหน้า ป่าเขาเบื้องหน้าค่อยๆ บางตาลง ต้นไม้ไม่ได้ขึ้นหนาทึบอีกต่อไป แต่กลับมีกองดินสูงใหญ่ปรากฏขึ้นมาทีละกองแทน กองดินเหล่านั้นกลวงโบ๋อยู่ตรงกลาง มีร่องรอยของการเผาไหม้หลงเหลืออยู่ ดูคล้ายกับเตาเผาเครื่องเคลือบ นอกจากนี้ ยังมีไหดินเผาขนาดยักษ์ตั้งอยู่เป็นระยะๆ บ้างก็แตกหัก บ้างก็ยังสมบูรณ์ดี มันสูงกว่าพวกเขาถึงสี่ห้าเท่า ดูราวกับวัตถุยักษ์นิรนามที่ให้ความรู้สึกกดดันอย่างมาก ทุกคนไล่ตามเฉินสือ ลัดเลาะไปตามไหดินเผาและเตาเผา หญิงสาวชุดม่วงเดินรั้งท้ายสุด นางมองสำรวจรอบๆ ด้วยความประหลาดใจ จู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ “ไม่ถูกสิ ที่นี่ไม่ใช่สุสานเจินหวัง! ที่นี่คือ… โรงเผาเครื่องเคลือบ!”

ความคิดต่างๆ นานาผุดขึ้นมาในหัวของนาง โรงเผาเครื่องเคลือบในชนบท ทำไมถึงกลายเป็นอาณาเขตภูตผีไปได้? แล้วเครื่องเคลือบในโรงเผานี้ มาจากไหนกัน? เฉินสือพาพวกนางมาที่โรงเผาเครื่องเคลือบทำไม?

นางเพิ่งจะคิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ เสียงของฟางเฮ่อก็ดังมาจากด้านหน้า “คลาดกันแล้ว… ตรงนั้นมีคน! เป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบพวกนั้น!”

หญิงสาวชุดม่วงรีบตามไปดู ก็เห็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่เพิ่งจะเล่นสนุกกันอยู่ริมลำธารเมื่อครู่นี้ ตอนนี้กำลังซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของเตาเผาที่พังทลายเตาหนึ่ง มองมาที่พวกนางด้วยความหวาดกลัว หนึ่งในตุ๊กตากระเบื้องเคลือบโบกไม้โบกมือให้พวกนางเป็นพัลวัน

องครักษ์เสื้อแพรคนหนึ่งหัวเราะ “เจ้าพวกตัวเล็กพวกนี้กำลังกลัวพวกเราอยู่…”

หญิงสาวชุดม่วงตระหนักได้ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที นางพูดรัวเร็ว “สิ่งที่พวกมันกลัวไม่ใช่พวกเรา แต่เป็นของอย่างอื่น! ถอยเร็วเข้า—”

ทันใดนั้น แผ่นดินก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ฟ้าดินมืดครึ้มลงฉับพลัน พายุพัดโหมกระหน่ำ พลันเห็นยักษ์สามตนสวมชุดสีเทาอมเขียวก้าวเท้ายาวๆ เดินตรงมาทางนี้ ยักษ์เหล่านั้นมีรูปร่างผอมสูง สูงถึงหนึ่งหรือสองจ้าง (ประมาณ 3-6 เมตร) ประกอบกับที่พวกหญิงสาวชุดม่วงกลายเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่สูงไม่ถึงหนึ่งฟุต ก็ยิ่งทำให้ยักษ์เหล่านั้นดูสูงใหญ่ขึ้นไปอีก ยักษ์พวกนั้นมีแขนขาเรียวยาว ใบหน้าดูราวกับรูปปั้นดินเหนียว ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ คล้ายกับช่างปั้นที่คอยปั้นเครื่องเคลือบในโรงเผา ทุกการเคลื่อนไหวของพวกมันพัดพาเอาลมหนาวเหน็บพัดมาเป็นระลอก พอเห็นพวกนาง พวกมันก็เอื้อมมือมาจับทันที

ทุกคนโกยอ้าววิ่งหนีสุดชีวิต ทันใดนั้นก็มีคนหนึ่งถูกหนึ่งในช่างปั้นยักษ์จับเอาไว้ได้ เสียงดังก๊อบดังขึ้นพร้อมกับคอที่ถูกบิดจนหัก หัวเครื่องเคลือบถูกบีบจนแหลกละเอียด กลายเป็นเศษซากร่วงหล่นผ่านง่ามนิ้วของยักษ์ลงมา คนอื่นๆ เห็นภาพเช่นนั้น ก็ยิ่งวิ่งหนีเร็วขึ้นไปอีก ทว่าช่างปั้นเหล่านั้นก้าวเพียงก้าวเดียวก็เท่ากับพวกเขาก้าวเป็นสิบๆ ก้าว พวกมันจึงตามทันอีกคนอย่างง่ายดาย แล้วคว้าตัวขึ้นมาไว้ในมือ

หญิงสาวชุดม่วงตกใจกลัวแทบสิ้นสติ แม้นางจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียร แม้จะหลอมรวมครรภ์เทพได้แล้ว แต่เมื่อตกลงมาในอาณาเขตภูตผี อานุภาพวิชาเต๋าของนางก็ลดทอนลงอย่างหนัก ไม่สามารถสร้างความตระหนกตกใจให้แก่ช่างปั้นเหล่านี้ได้เลย! เพียงช่างปั้นกระทืบเท้าเบาๆ ก็เกรงว่าจะเหยียบนางจนแหลกละเอียดได้แล้ว! นางวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ลัดเลาะไปมาในโรงเผา เพื่อหลบหลีกการไล่ล่าของช่างปั้นเหล่านั้น ทว่าคนข้างกายของนางกลับน้อยลงเรื่อยๆ ผ่านไปไม่นานก็เหลือนางเพียงคนเดียว คนอื่นๆ ล้วนถูกช่างปั้นทั้งสามจับตัวไปหมดแล้ว

จู่ๆ หญิงสาวชุดม่วงก็นึกถึงตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ซ่อนตัวอยู่ในเตาเผาเหล่านั้นขึ้นมาได้ ความคิดหนึ่งสว่างวาบขึ้นมา นางรีบหลบเข้าไปในเตาเผาที่พังทลายแห่งหนึ่งทันที ภายในเตาเผาแห่งนี้มีตุ๊กตากระเบื้องเคลือบซ่อนตัวอยู่สองสามตัวจริงๆ พอเห็นนางหลบเข้ามา พวกมันก็พากันโบกมือเป็นพัลวัน ส่งสัญญาณไม่ให้นางส่งเสียง

ช่างปั้นทั้งสามก้มตัวลง มองซ้ายมองขวา ช่างปั้นตนหนึ่งชะโงกหน้าเข้ามา ใบหน้าอันใหญ่โตบดบังทางเข้าเตาเผาจนมิด หญิงสาวชุดม่วงกลั้นหายใจรวบรวมสมาธิ ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ออกมา ช่างปั้นตนนั้นมีท่าทีแข็งทื่อ ดวงตาเหม่อลอย ลูกตาของมันก็ดูเหมือนทำมาจากกระเบื้องเคลือบ เวลาตวัดสายตามองจะมีเสียงดังสวบสาบ มันกวาดตามองเข้าไปในเตาเผาแวบหนึ่ง ก่อนจะยืดตัวขึ้นแล้วก้าวเท้ายาวๆ จากไป ช่างปั้นตนอื่นๆ ก็ไม่ได้ค้นหาต่อเช่นกัน

ผ่านไปครู่หนึ่ง ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเหล่านั้นก็ชะโงกหน้าออกไปมองด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ พอมองสำรวจรอบๆ เสร็จ ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วกวักมือเรียกนาง หญิงสาวชุดม่วงขยับเข้าไปใกล้ ค้อมเอวเดินตามตุ๊กตากระเบื้องเคลือบพวกนี้ไปอย่างเงียบเชียบ

ไม่ไกลออกไป มีเตาเผาขนาดยักษ์เตาหนึ่งกำลังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง ถ่านไฟลุกโชนร้อนแรง ช่างปั้นทั้งสามโยนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่จับมาได้ลงไปในกองไฟ ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบดิ้นรน กรีดร้อง และหลอมละลายเสียรูปทรงอยู่ในกองไฟ หญิงสาวชุดม่วงรู้สึกปวดใจวูบหนึ่ง ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเหล่านั้นคือองครักษ์เสื้อแพรของตระกูลจ้าวแห่งซินเซียง แต่วันนี้กลับต้องมาตายในสถานที่ซอมซ่อบ้านนอกเช่นนี้!

นางเดินตามตุ๊กตากระเบื้องเคลือบสองสามตัวนั้น ลอบออกจากโรงเผาอย่างเงียบเชียบ

“แม่นาง เจ้าก็ถูกไอ้เดรัจฉานน้อยแห่งหมู่บ้านหวงพัวหลอกมาที่นี่เหมือนกันรึ?” ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตัวหนึ่งเอ่ยถามขึ้น

หญิงสาวชุดม่วงตอบว่า “ข้าฟังที่พวกเจ้าพูดไม่รู้เรื่อง… เอ๊ะ?” นางพบด้วยความประหลาดใจว่า หลังจากที่ตัวเองกลายเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแล้ว กลับสามารถเข้าใจภาษาที่เหมือนเสียงนกร้องของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเหล่านี้ได้เองโดยไม่ต้องมีใครสอน!

หญิงสาวชุดม่วงก็ไม่ได้ปิดบัง เล่าเรื่องราวต้นสายปลายเหตุให้ฟังรอบหนึ่ง แล้วกล่าวว่า “เขาบอกว่าเขาชื่อเฉิงสือ (ซื่อสัตย์) แต่ในท้องกลับเต็มไปด้วยน้ำครำ (ความชั่วร้าย)! พวกเจ้า…”

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตัวหนึ่งถอนหายใจ กล่าวว่า “พวกเราก็มาหาสมบัติที่นี่เหมือนกัน ถูกมันหลอกเข้ามา ถึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”

“ยังมีพวกเราอีก” มีตุ๊กตากระเบื้องเคลือบอีกสองสามตัวเดินเข้ามา “และก็พวกเราด้วย”

นอกโรงเผา มีตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเดินเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า แต่ละตัวล้วนมีสีหน้าทะมึนทึบ “พวกเราได้ยินมาว่าสุสานเจินหวังอยู่แถวนี้ ก็เลยมาตามหาสุสานใหญ่แห่งนี้ หวังว่าจะได้พบวาสนาบารมีบ้าง นึกไม่ถึงเลยว่าจิตใจคนสมัยนี้จะไม่เหมือนแต่ก่อน ใครจะไปคิดว่าในชนบทที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์เช่นนี้ จะมีมารร้ายตัวน้อยเช่นนี้อยู่ด้วย!”

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ดูเหมือนคนแก่ตัวหนึ่ง ทั้งโศกเศร้าทั้งเคียดแค้น มันกระทุ้งไม้เท้าในมือลงกับพื้น แล้วกล่าวอย่างโกรธเคือง “ไอ้มารร้ายนั่นหลอกพวกเรามาที่นี่ จนกลายเป็นเครื่องเคลือบ! สองปีมานี้ คนที่หลงกลมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ล้วนแต่ตกเป็นเหยื่อเงื้อมมือมารของมันทั้งนั้น!”

มีคนกล่าวด้วยความโกรธแค้น “ไม่คู่ควรเป็นคน!” ทุกคนพากันผสมโรง “ใช่! ไม่คู่ควรเป็นคน!”

หญิงสาวชุดม่วงก็เออออห่อหมกไปด้วย แต่ในใจกลับคิดว่า “คนพวกนี้ก็มาหาสุสานเจินหวังเหมือนกัน เห็นได้ชัดว่าทำเหมือนกับข้า คือใช้วิธีฆ่าปิดปาก แต่เสี่ยวเฉิงสือรู้ทัน ก็เลยหลอกพวกมันมาที่นี่ ไอ้หนูนี่…” พอคิดถึงเฉินสือ นางก็อดไม่ได้ที่จะแค้นจนคันฟัน “ไอ้เด็กบ้าอายุแค่สิบกว่าขวบจริงงั้นเหรอ? แล้วอีกอย่าง เขาเปลี่ยนจากเครื่องเคลือบกลับเป็นร่างมนุษย์ได้ยังไงกัน?”

“แม่นาง ท่านคือ…”

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบในร่างชายวัยกลางคนก้าวออกมาข้างหน้า สำรวจมองหญิงสาวชุดม่วง จู่ๆ ก็หลุดปากร้องออกมา “ท่านคือคุณหนูรองจ้าวแห่งตระกูลจ้าว มณฑลซินเซียงงั้นรึ?”

หญิงสาวชุดม่วงตกตะลึง พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ใต้เท้าคือ…”

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตัวนั้นกล่าวว่า “ข้าคือหลี่เสี่ยนแห่งเฉวียนโจว คุณหนูรองจ้าว เมื่อปีก่อนเราเคยเจอกันครั้งหนึ่งไง!”

หญิงสาวชุดม่วงใจหายวาบ หลี่เสี่ยนแห่งเฉวียนโจวเกิดในตระกูลผู้ลากมากดี มีชื่อเสียงโด่งดังมานาน ได้ยินมาว่าในหุบเขามังกรหลงยวนมีโจรป่าจอมเหี้ยมโหดซุ่มซ่อนอยู่ ไม่มีใครสามารถปราบปรามได้ แต่หลี่เสี่ยนแห่งเฉวียนโจวกลับบุกเข้าไปในหุบเขาหลงยวนเพียงลำพัง เข้าออกถึงเจ็ดครั้ง ไม่มีใครสามารถขัดขวางเขาได้เลย! ตอนที่เขาเดินทางมาที่มณฑลซินเซียง ท่านพ่อของนางยังให้นางเข้าไปทำความเคารพท่านอาหลี่อยู่เลย นึกไม่ถึงว่าเขาจะมาติดกับอยู่ในสถานที่ห่างไกลความเจริญเช่นนี้!

“ข้าน้อยเฮ่อชิงเหอแห่งตานเจียง คารวะคุณหนูรองจ้าว” หญิงสาวชุดม่วงใจหายวาบอีกครั้ง เฮ่อชิงเหอแห่งตานเจียงผู้นี้ก็เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังเช่นกัน เขาบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นจินตาน (แก่นทองคำ) เป็นยอดฝีมือในหมู่คนรุ่นเยาว์! เขาก็มาติดกับอยู่ที่นี่ด้วยงั้นหรือ!

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบในร่างหญิงสาวเอ่ยขึ้น “ผู้น้อยหลินเฟยซวง คารวะคุณหนูรองจ้าว คารวะทุกท่าน” “ข้าน้อยหลงกังแห่งซินเซียง คารวะคุณหนูรองจ้าว คารวะทุกท่าน!” “ข้าน้อยฮว่าชิงฉือแห่งอวี้ตู คารวะคุณหนูรองจ้าว” …

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเหล่านี้ต่างพากันบอกชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองออกมาทีละคน ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคมทั้งสิ้น ในนั้นถึงกับมีผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่ฝึกปรือจนถึงขั้นหยวนอิง (ก่อกำเนิดวิญญาณ) แล้วด้วย! หญิงสาวชุดม่วงรู้สึกทั้งประหลาดใจและตกตะลึงระคนกัน ยอดฝีมือเหล่านี้ บางคนแม้แต่ตระกูลจ้าวแห่งซินเซียงยังต้องให้ความเคารพยำเกรง นึกไม่ถึงเลยว่าต่างก็ต้องมาตกหลุมพรางของไอ้เด็กนั่น จนกลายเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ปล่อยให้คนอื่นเชือดเฉือนตามใจชอบ!

“แต่ว่า ฐานะของข้าในตระกูลจ้าวก็ไม่ได้ต่ำต้อย ข้าไม่กลับบ้านตั้งหลายวัน ท่านพ่อจะต้องส่งคนออกตามหาข้าแน่ๆ ขอแค่หามีคนมาที่หมู่บ้านหวงพัว ก็จะสามารถตามรอยพวกเราเจอ และช่วยข้าออกไปได้!” นางคิดในใจ

ภายในโรงเผา แสงไฟสว่างโชติช่วงชัชวาล เฉินสือค่อยๆ ถอยร่นไปทางมุมมืดของกำแพงอย่างเงียบเชียบ เพื่อหลบเลี่ยงช่างปั้นทั้งสามที่ดูราวกับรูปสลักไม้และหุ่นดินเหนียว ตรงมุมกำแพงมีไหขนาดใหญ่ทรงโอ่งอยู่สองสามใบ พอเห็นเขาเบียดเข้ามาทางนี้ พวกมันก็รีบหดแขนหดขา เบียดกันให้แน่นขึ้นไปอีก เพื่อไม่ให้ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตัวนี้เบียดแทรกเข้ามาได้ ทว่าช่องว่างระหว่างพวกมันค่อนข้างกว้าง เฉินสือจึงเบียดแทรกเข้าไปจนได้

ช่างปั้นแขนยาวขายาวทั้งสามตนเดินผ่านหน้าไป ช่างปั้นตนหนึ่งปรายตามองมาที่ไหตรงมุมกำแพงแวบหนึ่ง ไหใบหนึ่งในนั้นตกใจกลัวจนมีเสียงดังป๊อก ก่อนที่มันจะงอกขาออกมาข้างหนึ่ง ช่างปั้นอีกสองตนรีบหันขวับมามองทันที ไหใบนั้นเห็นท่าไม่ดี จึงรีบงอกแขนสองข้างและขาอีกข้างออกมา โกยอ้าววิ่งหนีสุดชีวิต ฝาไหกระทบกันเสียงดังเคร้งคร้าง ช่างปั้นทั้งสามรีบวิ่งตามไปทันที ผ่านไปครู่หนึ่ง ช่างปั้นสองตนก็ย้อนกลับมา พวกมันก้มตัวลง ยื่นใบหน้าที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เข้าไปใกล้ไหที่อยู่ตรงมุมกำแพงทีละใบ ดูเหมือนกำลังตรวจสอบว่ายังมีไหใบไหนที่มีชีวิตขึ้นมาอีกบ้าง

เฉินสือที่ซ่อนตัวอยู่ตรงมุมไหแอบมองลอดออกไป ดวงตาของช่างปั้นมีสีเทาซีดราวกับเครื่องเคลือบที่เผาเสีย ช่างปั้นสองตนนั้นพิจารณาดูอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อพบว่าไหไม่ได้แสดงอาการแปลกประหลาดใดๆ พวกมันถึงได้เดินจากไป

ผ่านไปอีกสักพัก ช่างปั้นอีกตนก็ลากเอาไหที่วิ่งหนีไปเมื่อครู่กลับมา แล้วโยนไหนั้นเข้าไปหลอมละลายในเตาเผา ในเงามืดมุมกำแพง เฉินสือกับไหที่รอดชีวิตสองสามใบนั้นค่อยๆ ย่องออกไปอย่างเงียบเชียบ ดูเหมือนว่าไหที่รอดชีวิตเหล่านั้นจะไม่ค่อยถูกชะตากับเฉินสือสักเท่าไหร่ พอรอดพ้นจากสายตาของช่างปั้นทั้งสามตนมาได้ พวกมันก็หันขวับกลับมาหวังจะคิดบัญชีกับเฉินสือ ทว่าเบื้องหลังของพวกมันกลับว่างเปล่า เฉินสือฉวยโอกาสหนีหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งนานแล้ว

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note