ตอนที่ 134 พบเจินหวังในสุสานเจินหวัง
แปลโดย เนสยังเฉินสือหันไปมองรูปปั้นหิน ก็เห็นว่าบนพื้นผิวของรูปปั้นหินมีเศษหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง ชุดเกราะบนตัวพวกเขาค่อยๆ หลุดพ้นจากสภาวะการกลายเป็นหิน เปล่งประกายแวววาวราวกับโลหะ แววตาก็ค่อยๆ กลับมาใสกระจ่างและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
รูปปั้นหินทั้งหมดล้วนเป็นเช่นนี้!
ในเวลานี้ บริเวณแม่น้ำมีแสงสลัวราวกับยามพลบค่ำ แสงสว่างสาดส่องมาจากข้างหน้า มองเห็นไม่ค่อยชัดนัก แต่เมื่อเฉินสือมองไปตามแม่น้ำ ก็กะคร่าวๆ ได้ว่ารูปปั้นหินที่นี่มีอย่างน้อยก็เป็นพัน!
“รูปปั้นหินนับพันกำลังคืนชีพ!”
เขาคิดแล้วก็รู้สึกขนลุก รูปปั้นหินเหล่านี้ไม่ใช่หินสลักหน้าสุสาน!
หินสลักหน้าสุสาน หรือสัตว์พิทักษ์สุสาน เป็นรูปปั้นหินที่ถูกบูชาในฐานะเทพเจ้า ทำให้พวกมันได้รับพลังวิเศษและคาถาอาคมเหนือธรรมชาติ เพื่อใช้ปกป้องสุสาน ไม่ให้ใครมารบกวน
“รูปปั้นหินเหล่านี้ น่าจะเป็นทหารในยุคของเจินหวัง! พวกเขาได้รับคำสั่งให้ปกป้องสุสานเจินหวัง และน่าจะถูกเจินหวังใช้หัวของเจ้าแม่สือจีทำให้กลายเป็นหิน!”
จู่ๆ เฉินสือก็คิดถึงความเป็นไปได้ข้อหนึ่ง ร้องเสียงหลงว่า “เทียนชิง เฮยโกว เจินหวังก็ฝึกวิชาชำระล้างด้วยน้ำและไฟด้วย! ใครบอกว่าเจินหวังตายแล้วกัน?”
หลี่เทียนชิงสั่นสะท้านไปทั้งตัว เข้าใจความหมายของเขาทันที
วิชาชำระล้างด้วยน้ำและไฟ เป็นสุดยอดวิชาสำหรับฝึกฝนเป็นเซียนศพ เมื่อฝึกสำเร็จ หลังจากร่างกายเนื้อตายไป ก็สามารถใช้ไฟแท้และน้ำแท้สร้างร่างกายเนื้อขึ้นมาใหม่ได้ จากนั้นก็หลุดพ้นจากความตาย ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี!
เฉินสือก็คือตัวอย่างที่มีชีวิต!
ปู่เฉินอิ๋นตวงบุกเข้าไปในสุสานเจินหวัง แย่งชิงวิชาชำระล้างด้วยน้ำและไฟมา ใช้เคล็ดวิชานี้ขัดเกลาศพของเฉินสือ รักษาร่างกายของเขาไม่ให้เน่าเปื่อย แล้วก็ลงไปในยมโลกเพื่อแย่งชิงวิญญาณกลับมา ทำให้ซิ่วไฉเด็กอันดับหนึ่งของห้าสิบมณฑลฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้!
“ที่นี่คือสุสานเจินหวัง!”
หลี่เทียนชิงมองไปรอบๆ ด้วยความเหลือเชื่อ พึมพำว่า “พวกเราน่าจะอยู่ในสุสานเจินหวัง ภาพเหตุการณ์นี้ น่าจะเป็นทหารที่ถูกฝังพร้อมกับเจินหวัง กำลังต้อนรับการคืนชีพของเจินหวัง…”
เฉินสือก็คิดเช่นเดียวกัน รู้สึกหวาดหวั่นใจ เจินหวังคืนชีพ แถมทหารมากมายขนาดนี้ก็คืนชีพตามไปด้วย เกรงว่าเจินหวังกำลังจะกลับมาครองทวีปซีหนิวใหม่อีกครั้ง!
พวกเขาถูกดึงเข้ามาพัวพันในเรื่องนี้ ตกลงว่าเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่?
จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างร้อนจัดอยู่ในแขนเสื้อ แผดเผาผิวหนังของเขาจนสะดุ้งตกใจ: “ตราหยกซีหวัง!”
ตราหยกซีหวังที่เขาซ่อนไว้ในแขนเสื้อเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ตอนนี้ราวกับกำลังลุกไหม้!
เขารีบล้วงเอาตราหยกนี้ออกมาจากแขนเสื้อ ทันทีที่ตราหยกซีหวังโผล่ออกมา แสงสว่างเจิดจ้าก็สาดส่องออกมา สว่างวาบจนมองเห็นแม่น้ำได้ชัดเจนในพริบตา!
หลี่เทียนชิงก็ตกใจเช่นกัน แสงสว่างจ้าจนทำเอาสองคนกับหนึ่งหมาต้องเอามือปิดตาโดยอัตโนมัติ ผ่านไปครู่หนึ่งถึงจะชิน
ตราหยกซีหวังร้อนจัดจนเฉินสือแทบจะทนถือไว้ไม่ไหว แต่ก็ต้องฝืนทนจับตราหยกไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
นี่แทบจะเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยชีวิตพวกเขาได้แล้ว!
“หวังว่าคำพูดของจูซิ่วไฉจะเป็นความจริงทั้งหมดนะ!”
เฉินสือกัดฟันแน่น จู่ๆ ก็มีความคิดวอกแวกผุดขึ้นมาในหัว “หลี่เซี่ยวเจิ้ง ชายชราชุดแดงชุดเขียวและคนอื่นๆ ทำไมถึงยังไม่ตามมานะ? ตามหลักแล้ว พวกเขาน่าจะตามมาถึงบนดาดฟ้าเรือตั้งนานแล้วนี่ ถ้าฉันถือตราหยกซีหวังไว้ จะสามารถสั่งการทหารต้าหมิงให้จัดการไอ้พวกสารเลวพวกนี้ให้หมดเลยได้ไหม? เจินหวังคืนชีพอะไรกัน? ฉันนี่แหละเจินหวัง!”
ด้วยความที่เป็นเด็กหนุ่ม เขาก็อยากจะเท้าเอวแสดงอำนาจ แต่พอคิดว่าเจินหวังกำลังจะคืนชีพ ความคิดที่อยากจะเป็นเจินหวังของเขาก็ลดลงไปมาก
รูปปั้นหินแต่ละตัวทยอยฟื้นคืนชีพ กลับมามีเลือดเนื้อ เดินลงมาจากหน้าผาหินทั้งสองข้าง
พวกเขาไม่รู้ว่าฝึกวิชาลี้ลับอะไร รูปร่างถึงได้สูงใหญ่กว่าคนปกติมาก สูงประมาณหนึ่งจ้างห้าหรือหกฉื่อ (ประมาณ 5-6 เมตร) พอเดินมาถึงหน้าเฉินสือและหลี่เทียนชิง ก็ดูเหมือนยักษ์
แสงสีทองสาดส่องออกมาจากชุดเกราะของพวกเขา ร่างกายของพวกเขาก็ราวกับหล่อหลอมมาจากทองคำ ผิวหนังที่โผล่พ้นชุดเกราะก็เปล่งประกายสีทอง
“กายาทองคำหกจ้างแห่งพุทธศาสนา!”
หลี่เทียนชิงกระซิบด้วยความตกใจ “วิชาลับของพุทธศาสนานี้สูญหายไปนานแล้ว เป็นสุดยอดวิชากายาทองคำในตำนาน!”
เขาตาค้าง พึมพำว่า: “เสี่ยวสือ ถ้านายเรียนวิชานี้ได้ นายคงฆ่าล้างซีจิงได้เลย…”
เขานึกถึงฉากการต่อสู้อันโหดเหี้ยมของเฉินสือ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุก
ทหารของเจินหวังไม่ได้สนใจเฉินสือ ต่างก็ยุ่งกับงานของตัวเอง
บนท้องฟ้ามีเสียงโซ่เลื่อนดังแกรกๆ โลงศพโลงหนึ่งตกลงมาจากฟากฟ้า กระแทกลงบนดาดฟ้าเรือเสียงดังตึง ทหารที่มีกายาทองคำหกจ้างช่วยกันยกโลงศพนี้เข้าไปในห้องโดยสาร
ก่อนหน้านี้มองจากที่ไกลๆ พวกเฉินสือรู้สึกว่าโลงศพไม่ใหญ่มาก แต่พอมาเห็นใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าโลงศพนี้ใหญ่พอๆ กับบ้านหลังเล็กๆ เลยทีเดียว
ต่อให้เป็นทหารต้าหมิงที่มีกายาทองคำหกจ้าง ก็ยังต้องใช้ตั้งสี่คน ถึงจะยกโลงศพนี้ขึ้นได้
โซ่ยังคงเลื่อนต่อไป โลงศพอีกใบแล้วใบเล่าถูกส่งมา ตกลงมาบนดาดฟ้าเรืออย่างต่อเนื่อง
โลงศพเหล่านี้หรูหรามาก ไม้ที่ใช้ก็ไม่ใช่ไม้จากทวีปซีหนิวใหม่ แต่เป็นไม้หนานมู่ (ไม้จันทน์หอม) สายพันธุ์ทองคำที่ส่งมาจากดินแดนเสินโจว
เรือเป่าฉวนต้าหมิงแล่นไปตามท่าเรือ สองฝั่งมีทหารกระโดดขึ้นมาบนเรืออย่างต่อเนื่อง ต่างก็ยุ่งกับงานของตัวเอง บ้างก็จัดเตรียมใบเรือ บ้างก็วาดคาถาลมใหม่ บ้างก็ตรวจสอบคันธนูและหน้าไม้ และบางคนก็ไปที่ช่องปืนใหญ่บนชั้นสอง ตรวจสอบปืนใหญ่หงอี๋แต่ละกระบอก
ปืนใหญ่พวกนั้น ปากกระบอกสามารถยัดคนเข้าไปได้หลายคน ใหญ่กว่าปืนใหญ่หงอี๋ในหมู่บ้านของเฉินต้าหวังไม่รู้กี่เท่า!
บนดาดฟ้าเรือ เฉินสือ หลี่เทียนชิง และหมาที่แบกเด็กใส่เอี๊ยม ขยับตัวไปมาอย่างระมัดระวัง หลบหลีกทหารต้าหมิงที่เดินไปมา ทหารพวกนี้ตัวสูงใหญ่มาก ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในป่าทึบ เพียงแต่ต้นไม้พวกนี้มันเคลื่อนที่ได้
เรือเป่าฉวนต้าหมิงยังคงแล่นไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ท่าเรือดูเหมือนจะทอดยาวผ่านเทือกเขาทั้งลูก มีรูปปั้นหินฟื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่อง และกระโดดขึ้นมาบนเรือจากทั้งสองฝั่ง
โลงศพก็ยังคงตกลงมาบนดาดฟ้าเรือ กระแทกเสียงดังตึงตัง
หลี่เทียนชิงสังเกตเห็นความผิดปกติ กระซิบว่า: “มีบางอย่างผิดปกติ โลงศพมันเยอะเกินไปแล้ว!”
เขาเห็นเฉินสือทำหน้างง จึงอธิบายว่า: “โลงศพไม่ใช่ว่าใครจะใช้ก็ได้ ต้องเป็นเชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และบุคคลสำคัญในราชวงศ์ถึงจะใช้ได้ ถึงจะมีสิทธิ์ใช้ รูปแบบที่ใช้ก็แตกต่างกันด้วย โลงศพเยอะขนาดนี้ ไม่ได้หมายความว่าเชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และบุคคลสำคัญที่ฝังอยู่ในสุสานเจินหวังมีเยอะมากหรอกหรือ? ตามหลักแล้ว สุสานเจินหวังควรจะฝังแค่เจินหวังและพระชายา รวมถึงผู้ที่ถูกฝังพร้อมกันอีกไม่กี่คน จะมีเหตุผลอะไรที่ต้องฝังบุคคลสำคัญมากมายขนาดนี้?”
พอเขาพูดแบบนี้ เฉินสือก็เข้าใจทันที
ตอนที่เจินหวังถูกฝัง มีบุคคลสำคัญตายเยอะเกินไป มันผิดปกติ!
“ทำไมทหารสามารถคืนชีพได้ แต่บุคคลสำคัญพวกนี้กลับไม่คืนชีพ?” เฉินสือสงสัย จึงเอ่ยถาม
คำถามนี้ แม้แต่หลี่เทียนชิงผู้รอบรู้ก็ไม่สามารถตอบได้
เรือเป่าฉวนค่อยๆ แล่นไปข้างหน้า ทหารยังคงขนโลงศพเข้าไปในเรือ เฉินสือกะคร่าวๆ ว่า ช่วงเวลานี้มีโลงศพตกลงมาบนเรือกว่าร้อยหกสิบโลงแล้ว
ต่อให้เป็นตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง บุคคลสำคัญก็คงตายเรียบหมดแล้ว
ต่อให้เป็นราชสำนัก ขุนนางทั้งบุ๋นบู๊ก็คงถูกฝังไปหมดแล้วเหมือนกัน
ทว่าก็ยังมีโลงศพตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
เฉินสือและหลี่เทียนชิงมีสีหน้าเคร่งเครียด แม้แต่หมาตัวนั้นตอนนี้ก็ยังทำหน้าขรึม
เด็กใส่เอี๊ยมเห็นพวกเขาทำหน้าเครียด ก็เลยทำหน้าเครียดตาม
บรรยากาศค่อนข้างอึดอัด
จนกระทั่งโลงศพที่สองร้อยสิบเจ็ดตกลงมา ในที่สุดโซ่ก็หยุดเลื่อน เสียงดังแกรกๆ ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจก็หยุดลง
เมื่อกี้ยังดูวุ่นวาย แต่พอเสียงหยุดลง ก็กลายเป็นเงียบสงัดอย่างประหลาด
ทหารที่เมื่อกี้ยังยุ่งๆ กันอยู่ ตอนนี้จู่ๆ ก็หยุดทำงาน ต่างก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ก้มหน้าลง ราวกับกำลังต้อนรับบุคคลสำคัญบางคน
เฉินสือ หลี่เทียนชิง และเฮยโกวเดินมาที่หัวเรือ ชะโงกหน้ามองไปข้างหน้า เฮยโกวตัวเตี้ย ก็เลยเอาขาหน้าสองข้างเกาะขอบเรือ พยายามชะโงกหน้ามอง
เรือเป่าฉวนยังคงแล่นไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แม่น้ำข้างหน้าแคบลง มีพระราชวังหลังหนึ่งถูกพลังเทพผ่าครึ่ง แยกออกเป็นสองฝั่ง หรูหราอลังการตระการตาอย่างที่สุด
ทั้งซ้ายและขวา มีรูปปั้นหินของขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊
รูปปั้นหินเหล่านี้เป็นรูปปั้นหินจริงๆ ไม่ได้คืนชีพ
และตรงไปข้างหน้า บันไดหยกขาวของพระราชวังไม่ได้ถูกผ่าครึ่ง บนบันไดหยกขาวก็คือบัลลังก์ของจักรพรรดิ
บนบัลลังก์มีชายสวมมงกุฎและชุดมังกรนั่งอยู่ กลิ่นอายลึกล้ำ ยากจะหยั่งถึง
เขาดูเหมือนคนเป็นๆ ราวกับยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์ในซีจิง ปกป้องดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลของทวีปซีหนิวใหม่ คอยปราบปรามสิ่งชั่วร้ายและมารร้ายทั้งหมด
เขาคือซีหวัง กษัตริย์แห่งทวีปซีหนิวใหม่ ผู้ปกครองของต้าหมิงในทวีปซีหนิวใหม่
เจินหวังแห่งต้าหมิง
เรือเป่าฉวนแล่นมาถึงตรงนี้ ความเร็วก็ช้าลงไปอีก ได้ยินเสียงโซ่เลื่อนดังแกรกๆ อีกครั้ง
เจินหวังพร้อมกับบัลลังก์ ค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมา ตกลงมาบนเรือเป่าฉวนต้าหมิง
เฉินสือรีบหันหลัง วิ่งไปที่บัลลังก์เจินหวัง
“เสี่ยวสือ กลับมา!” หลี่เทียนชิงร้องเรียก
เฉินสือไม่หยุด ยังคงวิ่งไปที่บัลลังก์เจินหวัง หลี่เทียนชิงกัดฟัน ฝืนใจวิ่งตามไป
เฉินสือมาที่ด้านข้างของบัลลังก์ มองขึ้นไปบนบัลลังก์เจินหวัง ก็เห็นว่าเจินหวังมีใบหน้าเหลี่ยม คิ้วหนาตาโต ท่าทางองอาจ รูปร่างสูงใหญ่ เป็นลักษณะของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่
แม้จะมีพู่ห้อยมงกุฎบังสายตา แต่เฉินสือก็ยังมองเห็นว่าที่คอของเขามีเส้นด้ายสีทองเล็กๆ อยู่เส้นหนึ่ง นั่นคือร่องรอยของการเย็บศพโดยช่างฝีมือชั้นยอด!
เจินหวัง ถูกคนตัดหัว!
หูของเฉินสืออื้ออึง
ต่อให้ฝึกวิชาชำระล้างด้วยน้ำและไฟสำเร็จ พอถูกตัดหัว ก็ยังต้องตายอยู่ดี!
วิชาชำระล้างด้วยน้ำและไฟ เป็นเพียงวิชาสำหรับฝึกฝนเซียนศพ หลังจากตายแล้ว ก็สามารถสร้างร่างกายเนื้อขึ้นมาใหม่ และโบยบินเป็นเซียน
แต่ถ้าฝึกวิชาชำระล้างด้วยน้ำและไฟสำเร็จแล้ว ยังถูกคนฆ่าตายอีกล่ะ? จะฟื้นคืนชีพได้อีกไหม?
การชำระล้างด้วยน้ำและไฟ จะสามารถฟื้นคืนชีพได้ก็ต่อเมื่อหมดอายุขัยตามปกติและผ่านไปเจ็ดร้อยสี่สิบปี แต่ศพต้องสมบูรณ์
เจินหวัง เห็นได้ชัดว่าไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้แล้ว
หลี่เทียนชิงมาถึงข้างกายเขา ก็เห็นภาพนี้เช่นกัน หัวใจเต้นรัวแรง รีบดึงมือเฉินสือ กระซิบว่า: “พวกเราหาทางออกไปจากที่นี่กันเถอะ!”
เขาเพิ่งจะพูดจบ จู่ๆ ตราหยกซีหวังในมือของเฉินสือก็ลอยขึ้นมาเอง เปล่งแสงสว่างจ้า ส่องจนพวกเขาลืมตาไม่ขึ้น
พอแสงสว่างจางลง ก็เห็นว่าตราหยกซีหวังค่อยๆ ลอยไปตกลงบนฝ่ามือของเจินหวัง!
จู่ๆ มือของเจินหวังก็ขยับ กุมตราหยกอันเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุดแห่งทวีปซีหนิวใหม่เอาไว้
“เจินหวังฟื้นแล้วเหรอ?!”
ทั้งสองคนใจเต้นโครมคราม ไม่รู้จะทำยังไงดี
ศพของเจินหวังค่อยๆ ยกมือขึ้น พิจารณาตราหยกนี้ ใต้เปลือกตาของเขาราวกับมีแสงเทพไหลเวียน ราวกับว่าเขายังมีชีวิตอยู่
เขาค่อยๆ แบมือออก ตราหยกซีหวังก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมา เปล่งแสงนวลตา ไม่สว่างจ้าแสบตาเหมือนเมื่อครู่
ตราหยกซีหวังลอยไปข้างหน้า เฉินสือรีบหันหลัง ก้าวเดินตามตราหยกไป
“เหล่าทหาร เรากลับบ้านกันเถอะ”
ด้านหลังของเขาราวกับมีเสียงอันทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้น แฝงไว้ด้วยความคิดถึงบ้านเกิด เฉินสือชะงักไป หันกลับไปมองบัลลังก์เจินหวัง ที่นั่นก็ยังคงเงียบสงัด
ทหารต้าหมิงที่คุกเข่าอยู่บนดาดฟ้าเรือ พากันลุกขึ้นยืน ในแววตาเปล่งประกายร้อนแรง
“กลับบ้าน!” พวกเขาส่งเสียงพึมพำ
ความคิดถึงของพวกเขารวมตัวกันเป็นสายน้ำ เชื่อมต่อกัน หลอมรวมกัน กลายเป็นความมุ่งมั่นที่คอยค้ำจุนพวกเขาไว้
จากบ้านเกิดมานานแสนนานแล้ว
พวกเขาออกรบอยู่ข้างนอกมาตลอด ตั้งแต่มาถึงทวีปซีหนิวใหม่ ก็ต่อสู้กับพวกสิ่งชั่วร้าย คอยปกป้องชาวต้าหมิง
ไม่ได้กลับบ้านมานานเหลือเกิน
เจินหวังตายแล้ว ราชสำนักก็ล่มสลายแล้ว
เจินหวังของพวกเขา นำความมุ่งมั่นสุดท้ายก่อนตาย หมายจะพาพวกเขากลับไปที่บ้านเกิดด้วยกัน
กลับบ้าน กลับไปที่บ้านเกิด กลับไปดูผืนแผ่นดินนั้น และผู้คนบนแผ่นดินนั้นอีกครั้ง
ทหารเหล่านี้ก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง ความเร็วของเรือเป่าฉวนต้าหมิงก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น
เฉินสือไม่ลังเลอีกต่อไป รีบหันหลังวิ่งตามตราหยกซีหวังไป
เรือเป่าฉวนต้าหมิงเร็วขึ้นเรื่อยๆ เฉินสือวิ่งทะลุผ่านระหว่างขาของพวกทหารที่กำลังวุ่นวาย แหงนหน้ามองขึ้นไป ก็เห็นว่าตราหยกซีหวังบินสูงขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ ส่องแสงสว่างไปทั่วท้องฟ้าของสุสานเจินหวัง
ภูเขาลูกนี้ถูกเจาะจนกลวง ท้องฟ้าถูกวาดด้วยลวดลายอันงดงามตระการตา นั่นคือแผนที่ภูมิประเทศของห้าสิบมณฑลในทวีปซีหนิวใหม่ของต้าหมิง!
ซินเซียง!
เฉวียนโจว!
อวี้ตู!
ปินไห่! เป่ยเหมิง! จวี๋โจว! ผานกู่! หลานฮวา! เป่ยไหล! ชิงโจว! หลิ่วโจว! หลิงโจว! จินโจว! หยินโจว! ถิงโจว! เซี่ยนโจว! โยวโจว!
…
แผนที่ภูมิประเทศสว่างขึ้นทีละภาพ จู่ๆ แผนที่ภูมิประเทศก็ม้วนตัวขึ้นราวกับม้วนภาพวาด เก็บเข้าไปในม้วนภาพ
แผนที่ภูมิประเทศมณฑลซินเซียงดังฟิ้ว มุดเข้าไปในตราหยกซีหวัง
เฉินสือกระโดดพุ่งตัวขึ้นไป เหยียบดาวเทียนเสวียน พุ่งตัวสูงขึ้นไป คว้าตราหยกซีหวังที่อยู่กลางอากาศ
“ฟิ้วๆๆ!”
ลำแสงพุ่งเข้าไปในตราหยกอย่างต่อเนื่อง ชั่วพริบตา แผนที่ภูมิประเทศของห้าสิบมณฑลก็ถูกเก็บเข้าไปในตราหยกจนหมด!
เฉินสือเอื้อมมือคว้าตราหยกเอาไว้ แรงพุ่งขึ้นหมดลง ก็ร่วงหล่นลงมา
วิชาเจ็ดดาราแห่งกลุ่มดาวจระเข้ ในวิชาปราณแท้สามแสง แม้จะทำให้เขาสามารถลอยตัวกลางอากาศได้ แต่ก็ลอยได้เพียงชั่วครู่ การที่เขาสามารถพุ่งขึ้นมาได้สูงขนาดนี้ ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
ด้านล่าง เรือเป่าฉวนต้าหมิงแล่นผ่านไปไกลหลายสิบจ้างแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขากำลังจะตกลงไปในแม่น้ำอันมืดมิด จู่ๆ ก็มีกงล้อหยกปราณแท้ที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามา รองรับใต้เท้าของเขาเอาไว้
กงล้อหยกหกหยิน!
กงล้อหยกนี้คมกริบ เป็นวิชาสังหารของตระกูลหลี่ แต่กลับเอามาใช้เป็นที่รองรับเท้าให้เขาพอดี
เฉินสือยืมแรงกระโดดขึ้นไป พุ่งตัวไปข้างหน้า ในจังหวะที่เขากำลังจะตกลงมา ก็มีกงล้อหยกหกหยินหมุนควงพุ่งเข้ามา รองรับใต้เท้าของเขาได้พอดีอีกครั้ง
เขาวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง กงล้อหยกหกหยินมักจะลอยมาอยู่ใต้เท้าของเขาได้จังหวะพอดีเสมอ
เขาวิ่งตามไปตลอดทาง ในที่สุดก็ไล่ตามเรือเป่าฉวนต้าหมิงที่อยู่ข้างหน้าทัน
เขาเพิ่งจะลงมาบนเรือ จู่ๆ ข้างหูก็มีเสียงน้ำดังสนั่น เรือเป่าฉวนต้าหมิงพุ่งออกมาจากใต้น้ำตกขนาดมหึมา ท่ามกลางความสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แล่นออกจากภูเขาไป!
แสงอาทิตย์สาดส่องเข้าตาของทั้งสองคน เฉินสือรีบมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าเรือเป่าฉวนได้แล่นออกจากเทือกเขาเฉียนหยางไปแล้ว และกำลังแล่นอยู่บนแม่น้ำเต๋อเจียงที่กว้างใหญ่
แผ่นไม้ขนาดใหญ่ที่มีคาถาลมถูกตั้งขึ้นมา พัดให้ใบเรือตึง
เรือเป่าฉวนลำนี้กำลังกางใบเรือออกสู่ทะเล ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!
ข้างหลังพวกเขามีเสียงดังสนั่น เฉินสือหันกลับไปมอง ภูเขาที่แยกออกกำลังปิดตัวลง
“รีบไปเถอะ!”
หลี่เทียนชิงกระโดดพุ่งตัวออกไปนอกเรือ ร้องตะโกนเสียงดังว่า “ถ้าไม่ไปตอนนี้ จะถูกเรือลำนี้พาไปที่ทะเลแห่งความมืดมิดนะ!”
ความเร็วของเรือเป่าฉวนเร็วเกินไป หมู่บ้านและป่าเขาข้างทางผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา จังหวะที่หลี่เทียนชิงกระโดดออกจากเรือ ก็ตกลงมากระแทกผิวน้ำอย่างแรง กลิ้งไปมาหลายตลบบนผิวน้ำ
กว่าจะตั้งหลักได้ ก็เห็นเรือเป่าฉวนแล่นฝ่าคลื่นออกไปไกลแล้ว!
เขากำลังจะวิ่งตามไป ก็เห็นร่างหนึ่งขี่หมากระโดดออกมาจากเรือเป่าฉวน คนและหมาตกลงมากระแทกผิวน้ำพร้อมกัน กลิ้งโค่โร่ไปมาไม่หยุด!

0 Comments