ตอนที่ 91 ปลดกระดุมเสื้อซะกว้างเชียว
แปลโดย เนสยังฉินฮ่าวเห็นเขาก้มหน้าเงียบ ก็ยื่นมือไปตบไหล่เขาเบาๆ แล้วถอนหายใจออกมา
“เจิ้นผิงเอ๊ย สมัยก่อนตอนที่ฉันยังอยู่ในกองทัพ พี่สะใภ้แกก็มักจะอารมณ์เสียบ่อยๆ บางทีเด็กดื้อหน่อยก็ถอดรองเท้าฟาดเลยนะ ไม่กลัวแกหัวเราะเยาะหรอกนะ มีอยู่หลายครั้งที่ฉันลากลับมาเยี่ยมบ้าน พอหล่อนโมโหขึ้นมาก็ตีฉันด้วยเลย ตอนแรกฉันก็เถียงกับหล่อนนะ แต่ลองคิดดูดีๆ มันเป็นความผิดของหล่อนเหรอ ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย ผู้หญิงพอแต่งงานแล้ว ผัวก็ไม่อยู่บ้าน ต้องวุ่นอยู่กับการดูแลลูก ต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว ต้องคอยปรนนิบัติพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย ต้องคอยรับหน้าแขกไปมาหาสู่ แถมยังต้องทำงานหนักอีก ใครๆ ก็รู้ว่าการเป็นเมียทหารมันไม่ง่าย แต่จะมีใครที่เข้าใจความรู้สึกนี้อย่างแท้จริงบ้างล่ะ ช่วงหลายปีที่ฉันปลดประจำการกลับมาอยู่บ้าน พี่สะใภ้แกก็ไม่เคยทะเลาะกับฉันอีกเลย ดีกับฉันมากๆ สุขภาพจิตหล่อนก็ดีขึ้นเยอะ แถมยังสวยขึ้นอีกต่างหาก แกก็เหมือนกัน เมียแกตอนนี้แสนดีขนาดนี้ แกต้องรู้จักทะนุถนอมให้มากๆ นะ”
ลู่เจิ้นผิงได้ฟังคำพูดที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์ของฉินฮ่าว ก็เริ่มมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น เขาต้องทะนุถนอมหล่อนสิ แต่พอมองดูเสิ่นเมิ่ง พอเขาขยับเข้าไปใกล้ๆ หล่อนก็ดูลุกลี้ลุกลน บางครั้งใบหน้าก็แดงระเรื่อด้วยความเขินอายราวกับเด็กสาว มันทำให้เขารู้สึกว่าเมียของเขาเหมือนกับหญิงสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือนเลย
เขามองฉินฮ่าวด้วยความถ่อมตน “ผมต้องทะนุถนอมยังไงครับ?”
ฉินฮ่าวหัวเราะร่วน พูดแซวว่า “นายนี่นะ ทำไมถึงมีแต่ประสบการณ์ อายุ แล้วก็เล่ห์เหลี่ยมที่เพิ่มขึ้น ทำไมเรื่องความรักความรู้สึกถึงได้ซื่อบื้อแบบนี้ล่ะ?”
“พี่ฉิน พี่รีบๆ พูดมาเถอะ เมียผมยังหิวอยู่นะ ถ้าพี่ไม่พูด ผมจะไปแล้วนะ”
“ไอ้เด็กบ้า อยู่กับเมียตัวเองยังจะต้องมาถามอีกเหรอว่าจะทะนุถนอมยังไง ก็ดีกับหล่อนสิ ดีกับหล่อนให้มากๆ ซื้อเสื้อผ้า ซื้อรองเท้า ซื้อของที่หล่อนชอบให้ ถ้ายังไม่พอ ก็จูบ ก็กอดสิ ให้หล่อนมีลูกให้แกอีกสักคน แกก็ลองเอาไปคิดดูเองก็แล้วกัน แกยอมทิ้งหน้าทิ้งตาไปทำดีกับหล่อน หล่อนจะไม่ดีใจได้ยังไง”
ฉินฮ่าวพูดไปก็รู้สึกหน้าตัวเองร้อนผ่าวๆ หมุนตัวไปรอบหนึ่งด้วยความเขินอาย แล้วก็มองสำรวจลู่เจิ้นผิงตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็ต้องยอมรับเลยว่า ไอ้หมอนี่หน้าตาดีจริงๆ รูปร่างก็ดี สมัยก่อนตอนอยู่ในกองทัพ พวกพยาบาลสาวๆ ในโรงพยาบาลทหารพอเห็นเขาก็หน้าแดงกันเป็นแถว ตอนที่เขาบาดเจ็บ พยาบาลสาวๆ มาทำแผลให้ก็ตื่นเต้นจนมือสั่น จิ๊ๆๆ สวรรค์ช่างลำเอียงจริงๆ
“พี่มองอะไรเนี่ย สายตาดูเจ้าเล่ห์จัง?”
“ไสหัวไปเลย ฉันก็แค่มองว่ารูปร่างแกดีเท่านั้นแหละ ฝึกอยู่ในกองทัพมาตั้งหลายปี เวลาอยู่บ้านตอนขึ้นเตียงก็แต่งตัวให้น้อยๆ หน่อย เป็นผู้ชายที่แต่งงานแล้วแท้ๆ ทำไมวันๆ ถึงต้องแต่งตัวมิดชิดขนาดนี้ด้วย ทำตัวไม่สมกับเป็นลูกผู้ชายเลย”
ลู่เจิ้นผิงไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเขาเลยสักนิด การแต่งกายของทหารต้องดูเรียบร้อยอยู่เสมอ ถึงจะอยู่บ้านก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยสิ!
ฉินฮ่าวไม่ต้องรอให้เขาพูด แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่ ในฐานะพี่ใหญ่ เขารู้สึกเสียดายแทนจริงๆ ไอ้หมอนี่เก่งไปซะทุกเรื่อง ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงได้ตอบสนองช้าขนาดนี้นะ!
“แกเป็นคนฉลาด เรื่องบางเรื่องฉันก็ไม่ต้องพูดให้ชัดเจนมากหรอก แกไปคิดเอาเองก็แล้วกัน เมียแกยังหิวอยู่นะ รีบเอาข้าวต้มไปให้เมียแกกินสิ ฉันจะกลับบ้านแล้ว พี่สะใภ้แกรอฉันอยู่ ขืนกลับช้าหล่อนจะนอนไม่หลับ ฉันไปล่ะนะ”
“หน้าไม่อาย ทำเหมือนคนอื่นเขาไม่มีเมียอย่างนั้นแหละ”
ลู่เจิ้นผิงถือของแล้วก็เดินเข้าห้องพักฟื้นไป ปล่อยให้ฉินฮ่าวกัดฟันกรอดด้วยความโกรธอยู่ข้างหลัง ไอ้หมาบ้านี่ สักวันหนึ่งจะต้องมีคนมาสั่งสอนให้มันหลาบจำแน่ๆ
ในห้องพักฟื้น น้ำเกลือของเสิ่นเมิ่งใกล้จะหมดแล้ว หล่อนยังคงซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หลังมือ หล่อนรีบเลิกผ้าห่มขึ้น ก็เห็นลู่เจิ้นผิงกำลังกดมือหล่อนอยู่ หล่อนหน้าแดงระเรื่อ ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ หล่อนอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตาเขา
“ทำไมไม่เรียกพยาบาลล่ะ?”
“ไม่เป็นไรหรอก ตอนอยู่ในกองทัพฉันก็ช่วยถอดสายน้ำเกลือให้เพื่อนทหารบ่อยๆ ขวดนี้หมดแล้วล่ะ กินอะไรหน่อยสิ ฉันให้คนเอามาส่งให้”
เสิ่นเมิ่งหิวจริงๆ นั่นแหละ เมื่อกี้มัวแต่คิดฟุ้งซ่าน จนลืมเข้าไปกินข้าวในมิติเลย หล่อนกำลังจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง ลู่เจิ้นผิงก็ขยับเข้ามาใกล้ สอดมือเข้าใต้รักแร้ของหล่อน แล้วก็ดึงตัวหล่อนให้ลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง
เสิ่นเมิ่ง: “…”
แรงเยอะจนน่ากลัวเลยนะเนี่ย แถมยัง
“คุณร้อนเหรอ ทำไมถึงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตั้งหลายเม็ดล่ะ?”
ตอนที่ลู่เจิ้นผิงขยับเข้ามาใกล้ คอเสื้อของเขาก็เปิดกว้าง หล่อนเหลือบไปเห็นกล้ามท้องเป็นมัดๆ ดูแน่นเปรี๊ยะไปหมด ทำเอาหล่อนตาพร่าไปชั่วขณะ เสิ่นเมิ่งอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ
“อ้อ ไม่ร้อนหรอก เมื่อกี้อยู่ข้างนอกสูบบุหรี่ไปมวนนึง กลัวว่ากลิ่นจะติดเสื้อ ก็เลยสะบัดๆ เสื้อนิดหน่อยน่ะ” ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะติดกระดุมกลับคืนเลย กลับทำตัวนิ่งๆ เทข้าวต้มที่ฉินฮ่าวเอามาให้ แล้วก็ตักป้อนเสิ่นเมิ่งไปหนึ่งช้อน
กล้ามท้องของเขามันช่างยั่วยวนสายตาเสียเหลือเกิน หล่อนเผลอดื่มข้าวต้มไปหลายคำ กว่าจะรู้สึกตัว ก็สบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขาพอดี
เสิ่นเมิ่งสำลักข้าวต้ม ไอจนแทบจะขาดใจตายคาข้าวต้มชามนี้เสียแล้ว
“ดูเธอสิ ค่อยๆ กินก็ได้ กลัวอะไรล่ะ มีตั้งเยอะแยะ ฉันป้อนให้เธอทีละคำนะ ของเธอทั้งหมดนั่นแหละ”
เสิ่นเมิ่งไอรุนแรงขึ้นกว่าเดิม คำพูดของคนคนนี้เหมือนจะมีนัยยะแอบแฝง แต่สีหน้ากลับดูจริงจัง หล่อนฟังยังไงก็รู้สึกว่ามันมีความหมายอื่นแฝงอยู่
ลู่เจิ้นผิงเม้มปาก มองดูใบหน้าแดงก่ำของเสิ่นเมิ่ง และดวงตาที่หลบเลี่ยงด้วยความเขินอาย ก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
สิ่งที่ฉินฮ่าวพูด เขาจะไปไม่เข้าใจความหมายได้ยังไงล่ะ พูดง่ายๆ ก็คือให้เขาใช้มารยาชายยั่วจวนเมียตัวเองนั่นแหละ?
เรื่องของสามีภรรยา เขาไม่อยากให้ไอ้แก่นั่นมาคอยจับผิดหรอกนะ ขืนทำแบบนั้น เดี๋ยวพอเจอกันมันก็จะมาล้อเขาอีก
“ดีขึ้นหรือยัง กินเยอะๆ หน่อยนะ ตอนนี้เธอเป็นคนป่วย ต้องกินเยอะๆ ถึงจะดีต่อร่างกาย พรุ่งนี้รอดูว่าถ้าไม่มีปัญหาอะไร เราก็ออกจากโรงพยาบาลกันเลยนะ!”
“อืม ฉัน… ฉันกินอิ่มแล้วล่ะ ที่เหลือคุณก็กินไปเถอะ ตอนเย็นคุณก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่ ฉันไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะ เดี๋ยวกลับมา ดึกแล้ว รีบพักผ่อนเถอะ”
ลู่เจิ้นผิงรีบวางกล่องข้าวในมือลง ดึงรองเท้าของเสิ่นเมิ่งมาวางไว้ข้างเตียง แล้วก็กางเสื้อคลุมที่อยู่ปลายเตียงออกมา คลุมไหล่ให้หล่อน
“ตรงระเบียงลมแรง เดี๋ยวฉันประคองไปนะ อยากเข้าห้องน้ำด้วยไหม ให้น้ำเกลือไปตั้งสามขวดแล้ว ไปเข้าห้องน้ำหน่อยก็ดีนะ!”
เสิ่นเมิ่ง: “…”
ฉันแค่อยากไปเข้าห้องน้ำ ก็เลยอยากให้คุณอยู่ตรงนี้ ทำไมถึงไม่มีมารยาทเอาซะเลยล่ะ!!!
ลู่เจิ้นผิงยังคงดื้อดึง เสิ่นเมิ่งก็ไม่อยากปฏิเสธซ้ำๆ กลัวว่าจะเผยพิรุธให้เขาจับได้ แล้วจะพาลคิดว่าหล่อนโดนผีสางนางไม้เข้าสิง
ในที่สุดก็ได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงผู้ป่วย ลู่เจิ้นผิงก็ติดกระดุมเสื้อจนมิดชิด แถมยังสวมเสื้อคลุมทับอีกชั้น คราวนี้เสิ่นเมิ่งถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
หนุ่มหล่อนี่มันเจริญหูเจริญตาจริงๆ แถมยังหล่อตรงสเปกของตัวเองอีก หล่อนมองจนหัวใจสั่นไหว หลายครั้งที่มองไป ก็กลัวว่าตัวเองจะเผลอน้ำลายไหลออกมา

0 Comments