ตอนที่ 88 นี่คือบรรพบุรุษของหล่อนชัดๆ
แปลโดย เนสยังเสิ่นเมิ่งหลับยาวไปจนถึงหกโมงกว่า ตอนที่หล่อนตื่นขึ้นมา หัวก็ยังรู้สึกมึนๆ และปวดอยู่บ้าง พอยกมือขึ้นแตะแผลที่หน้าผากเบาๆ ก็อดร้อง “ซี๊ด~” ออกมาไม่ได้ หมิงฟางที่อยู่ห้องข้างนอกได้ยินเสียง ก็รีบวิ่งเข้ามาทันที
“แม่ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ หิวไหม พ่อทำกับข้าวไว้แล้ว แม่จะลุกมากินหน่อยไหมจ๊ะ?”
เสิ่นเมิ่งส่ายหน้า หล่อนเพิ่งจะตื่น ยังไม่รู้สึกหิวเลยสักนิด แค่รู้สึกกระหายน้ำนิดหน่อย พอจะบอกให้หมิงฟางรินน้ำให้ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก ลู่เจิ้นผิงเดินเข้ามา อาจจะเป็นเพราะหล่อนนอนอยู่ พอมองจากมุมนี้ หล่อนก็รู้สึกว่าลู่เจิ้นผิงดูตัวสูงใหญ่มาก
“ยังปวดอยู่อีกเหรอ?”
เสิ่นเมิ่งทำหน้ามุ่ยแล้วพยักหน้ารับ หล่อนรู้สึกไม่สบายตัวจริงๆ ตอนแรกนึกว่าคราวนี้จะฟื้นตัวเร็วเหมือนตอนที่ทะลุมิติมาใหม่ๆ เสียอีก ไม่คิดเลยว่าพอนอนหลับไปตื่นหนึ่ง อาการปวดหัวกลับรุนแรงกว่าเดิมซะอีก
“ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวฉันไปตามคนมาพาเธอไปส่งโรงพยาบาลดีกว่า”
“ไม่ไปได้ไหม ฉันไม่อยากขยับตัวเลย”
ลู่เจิ้นผิงได้ยินเสียงหล่อนดูผิดปกติไป ก็เอื้อมมือไปแตะหน้าผากหล่อน ตัวรุมๆ นิดหน่อย เขาจึงไม่รอช้า หันหลังเดินออกไปทันที ลู่หมิงฟางมองดูแม่ที่ดูซึมๆ ก็เอามือน้อยๆ ไปแตะหน้าผากหล่อน แล้วเอาแก้มแนบกับหน้าผากของเสิ่นเมิ่งด้วยความสงสาร
“แม่ แม่ไม่สบายเหรอจ๊ะ?”
“ไม่เป็นไรหรอกหมิงฟาง แม่ไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ!”
หมิงหยางกับหมิงเลี่ยง และลู่หมิงข่ายที่กำลังรอเสิ่นเมิ่งออกมากินข้าวอยู่ในห้องโถง พอเห็นพ่อวิ่งพรวดพราดออกไป ก็รีบวิ่งเข้ามาในห้อง เด็กทั้งสามคนพร้อมใจกันปีนขึ้นไปเกาะขอบเตียงเตา ลู่หมิงข่ายตัวสูงพอดีขอบเตียง เขาขยับเท้าไปมาจนรองเท้าหลุด แล้วก็ปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างทุลักทุเล เอาหัวเล็กๆ ไปหนุนบนตักของเสิ่นเมิ่ง
“แม่เป็นอะไรไปครับ ยังปวดหัวอยู่อีกเหรอ?”
ลู่หมิงหยางมองดูเสิ่นเมิ่งที่หรี่ตา สีหน้าดูย่ำแย่ ก็โกรธจนตาแดงก่ำ
“เป็นเพราะคุณปู่ เป็นเพราะเขาคนเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะเขา แม่ก็คงไม่ต้องมานอนทรมานแบบนี้ ผมจะไปคิดบัญชีกับเขา” เขาพูดจบก็ทำท่าจะวิ่งออกไป
เสิ่นเมิ่งตกใจ รีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เพราะขยับตัวแรงไปหน่อย ก็เลยไปกระเทือนถึงแผลที่หลัง เส้นเอ็นตึงจนเจ็บ หล่อนถึงกับต้องร้อง “โอย” ออกมา
“พี่ใหญ่ รีบกลับมาเถอะ แม่กำลังเจ็บอยู่นะ”
เสิ่นเมิ่งฝืนทนความเจ็บปวด หันไปมองลู่หมิงหยางที่กำลังลังเลว่าจะออกไปดีหรือไม่
“หมิงหยาง กลับมาเถอะ ลูกอย่าไปเลย ถ้าจะไปก็ต้องให้พ่อหนูเป็นคนไป ลูกเป็นแค่เด็ก ไปมันก็ดูไม่เหมาะสมหรอก แม่ไม่เป็นไรหรอก สงสัยตอนนอนคงเผลอเตะผ้าห่มออก ก็เลยโดนลมเย็นเข้านิดหน่อยน่ะ ลูกไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ”
ลู่หมิงหยางมองเสิ่นเมิ่งด้วยสายตาดื้อดึง เท้าก็ยังคงทำท่าจะก้าวออกไป เขาอยากจะวิ่งออกไปจริงๆ วันนี้แม่โดนตีไปตั้งสองทีโดยไม่มีสาเหตุ เขาเห็นกับตาเลยนะว่าหน้าผากแม่แดงไปหมดเลย
ทั้งๆ ที่แยกบ้านกันแล้ว พวกเขาก็ใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข แม่เองก็ไม่ได้ไปก่อเรื่องอะไร วันๆ ก็เอาแต่อยู่บ้านดูแลเสี่ยวข่าย ดูแลพวกเขาทั้งสามคน ทำไมถึงต้องมาคอยรังแกแม่ด้วย กว่าเขากับหมิงเลี่ยงแล้วก็หมิงฟางจะได้มีชีวิตที่สงบสุขสบายใจแบบนี้ มันไม่ง่ายเลยนะ
“แม่พักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะกลับมา”
ลู่หมิงหยางไม่ฟังคำห้ามปราม ในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขารีบวิ่งสับเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว เสิ่นเมิ่งตะโกนเรียกอยู่หลายครั้งก็เรียกไม่หยุด หล่อนพยายามจะลงจากเตียงเตา แต่ลู่หมิงเลี่ยงก็คว้าเอารองเท้าของหล่อนไปซะก่อน
“แม่ไม่ต้องไปหรอกครับ นอนพักผ่อนให้สบายเถอะ ปล่อยให้พี่ใหญ่ไปเถอะครับ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ใหญ่วิ่งเร็วกว่า ผมก็อยากจะไปเหมือนกันนะ!”
“ลูกพูดว่าอะไรนะ?”
เสิ่นเมิ่งแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง หล่อนนึกไปถึงคำพูดตอนที่หล่อนฝัน คำพูดที่เล่าถึงความโหดร้ายของลู่หมิงหยางและลู่หมิงเลี่ยง หล่อนอุตส่าห์พยายามทำดีกับเด็กๆ อย่างเต็มที่ พยายามขจัดความโกรธแค้นและความเกลียดชังในใจของพวกเขาออกไป หล่อนมองเด็กที่อยู่ตรงหน้าด้วยความอึ้งงัน
“พวกเราแยกบ้านกันแล้วนี่ครับ คุณปู่เพิ่งจะกลับมาได้ไม่นาน ก็ถือไม้กวาดมาไล่ตีแม่ซะแล้ว นานวันเข้าก็คงจะติดเป็นนิสัย แล้วก็จะคอยมาหาเรื่องรังแกแม่บ่อยๆ ก็โชคดีที่วันนี้พ่อกลับมา พวกเขาถึงยอมจ่ายเงินชดเชยให้ ถ้าพ่อไม่กลับมา พวกเราแม่ลูกก็ไม่รู้ว่าจะโดนตีจนมีสภาพแบบไหน แม่ไม่รู้หรอกว่า อาสะใภ้สี่กระชากผมหมิงฟางหลุดไปกำใหญ่เลยนะ ผมเห็นหล่อนแล้วก็โกรธจนฟันแทบหักเลยล่ะครับ”
“โกรธจนฟันแทบหัก จับอาสะใภ้สี่โกนหัวให้ล้านเลย” ลู่หมิงข่ายยื่นมือน้อยๆ ไปกอดแม่ที่ตัวหอมฉุย พลางพูดด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา
คำพูดของสองพี่น้องทำเอาเสิ่นเมิ่งถึงกับขนลุกซู่ หล่อนก้มลงมองลู่หมิงข่ายที่ดูน่ารักน่าชัง เด็กอายุแค่นี้ ทำไมถึงพูดจาโหดร้ายได้ขนาดนี้ล่ะ?
เสิ่นเมิ่งกลืนน้ำลายลงคอ ราวกับต้องการยืนยันให้แน่ใจ หล่อนจึงถามขึ้นอีกประโยค
“หมิงข่าย เด็กดีของแม่ เมื่อกี้ลูกพูดว่าอะไรนะ แม่ฟังไม่ค่อยถนัด?”
ลู่หมิงข่ายตาเป็นประกายวิบวับ เขาคิดว่าแม่กำลังจะเอ่ยปากชม ก็เลยรีบนั่งตัวตรง ยิ้มโชว์ฟันน้ำนม แล้วพูดเสียงใสว่า “จับอาสะใภ้สี่โกนหัวให้ล้านเลยฮะ อืม พี่ใหญ่ออกไปหาคุณปู่แล้ว ถ้าคุณปู่โดนตีสักมื้อก็คงจะดี พ่อตีกลับไปเลย ฮี่ๆๆ…”
เสิ่นเมิ่ง: “…”
เด็กพวกนี้ไม่ใช่ลูกชายสุดที่รักของหล่อนหรอก นี่มันบรรพบุรุษของหล่อนชัดๆ!!!
“หุบปากเลยนะ ใครสอนให้หนูพูดแบบนี้ หมิงข่าย ลูกอายุแค่นี้ ก็หัดคิดเรื่องพวกนี้แล้วเหรอ วันหลังห้ามคิดแล้วก็ห้ามพูดแบบนี้อีกนะ แล้วก็หมิงเลี่ยง ลูกรีบไปตามพี่ชายกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่อย่างนั้นแม่จะโกรธจริงๆ ด้วย”
ลู่หมิงเลี่ยงเห็นแม่ทำหน้าขรึมดุใส่ ก็เบ้ปากแล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ท่าทางก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่อยากไป พวกเขาตั้งใจทำเพื่อแม่แท้ๆ
“แม่ครับ รอให้พี่ชายผมกลับมาก่อนเถอะ คุณปู่คุณย่าก็จะไม่มีใครกล้ามารังแกแม่อีก แม่เชื่อผมสิครับ”
เสิ่นเมิ่งชี้หน้าลู่หมิงเลี่ยงด้วยมือที่สั่นเทา “ลูกรีบไปตามพี่ชายกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ตอนนี้แม่ยังพอจะพูดกับพวกหนูดีๆ ได้ แต่ถ้าหนูยังขืนไม่ไปอีกล่ะก็ วันหลังลูก หมิงหยาง แล้วก็หมิงข่าย ก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่อีกต่อไป หลังจากนี้ฉันจะมีแต่หมิงฟางเป็นลูกสาวแค่คนเดียว ลูกจงจำคำพูดแม่ไว้ให้ดีนะ ถ้าแม่เอาจริงขึ้นมา ต่อให้เป็นพ่อของพวกหนู แม่ก็ไม่เอาหรอกนะ จะบอกให้รู้ไว้”
น้ำเสียงดุดันเกรี้ยวกราดของหล่อน ทำให้ลู่หมิงเลี่ยงอึ้งและถอยกรูดไปชั่วขณะ พอได้สติกลับมา ก็มองเสิ่นเมิ่งด้วยความร้อนรน
“แม่ แม่ครับอย่าโกรธเลยนะ ผมจะรีบไปตามพี่ใหญ่เดี๋ยวนี้แหละ ผมจะพาพี่ใหญ่กลับมา แม่ห้ามทิ้งพวกเราไปนะ อย่าโกรธนะครับ ห้ามโกรธเด็ดขาดเลยนะ”
เขาหันหลังเตรียมจะวิ่งออกไป แต่พอวิ่งไปถึงลานบ้าน ก็เห็นพี่ชายของเขาถูกพ่อหิ้วคอเสื้อลากกลับมาบ้านซะแล้ว
ลู่หมิงเลี่ยง: “…”
ตกลงว่าพี่ใหญ่ของเขาไปถึงบ้านคุณปู่แล้ว หรือว่ายังไปไม่ถึงกันแน่เนี่ย???
“มัวยืนบื้ออยู่ทำไม แม่ของพวกแกไม่สบาย เดี๋ยวฉันจะพาแม่แกไปหาหมอที่โรงพยาบาล พวกแกก็กินข้าวอยู่ที่บ้าน กินเสร็จก็อาบน้ำเข้านอนแต่หัวค่ำล่ะ เดี๋ยวอาสามจะมาช่วยดูแลพวกแก รอจนพวกแกหลับเขาถึงจะกลับ เป็นลูกผู้ชายกันแล้ว ต้องดูแลตัวเองให้ได้ เข้าใจไหม!?”
ลู่หมิงหยางถูกลากจนหน้าแดงก่ำ น้ำเสียงของพ่อก็ฟังดูถูกเขาอย่างเห็นได้ชัด เขาเขย่งปลายเท้า เพื่อให้ตัวเองรู้สึกสบายขึ้นหน่อย ถึงจะดูทุลักทุเล แต่เขาก็ยังเชิดหน้าตอบกลับไปว่า “เข้าใจครับ!”
“ดีมาก ไอ้หนู งั้นพวกแกก็กินข้าวอาบน้ำแล้วก็เข้านอนแต่หัวค่ำนะ เดี๋ยวอาสามก็จะมาแล้ว ตอนกลางคืนก็ล็อกประตูให้ดีๆ ดูแลเสี่ยวข่ายให้ดีด้วย พรุ่งนี้ก็อุ่นหมั่นโถวกินเอง กินกับเต้าเจี้ยว แล้วก็ไปโรงเรียนกันนะ โตป่านนี้แล้ว ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว อย่าเอาแต่พึ่งพาแม่ตลอดเวลา ทำตัวเหมือนเด็กยังไม่หย่านมไปได้”
ลู่หมิงหยาง: “…”
ลู่หมิงเลี่ยง: “…”
พวกเราก็ยังเป็นเด็กอยู่จริงๆ นี่นา!!!

0 Comments