ตอนที่ 43 ฉันจะไปกลัวเขาทำไม
แปลโดย เนสยังลู่เต๋อปังยังไงก็เป็นถึงผู้ใหญ่บ้าน ต่อให้เธอจะเป็นครอบครัวทหาร ก็จะมาถือมีดต่อหน้าคนเยอะแยะแบบนี้ไม่ได้ ยิ่งเป็นครอบครัวทหาร ก็ยิ่งต้องมีความอดทนและใจกว้างมากกว่าคนอื่น ไม่ว่ายังไงก็ต้องใช้เหตุผลเข้าสู้ ถ้าขืนลงมือลงไม้ คนที่จะถูกโจมตีก็ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวแล้ว
“สะใภ้เจิ้นผิง เธอรีบวางมีดลงเถอะ มีอะไรก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน ต่อให้สะใภ้เจียเหอจะทำผิดอะไร เราก็ไม่ควรจะใช้มีดใช้ไม้นะ”
อู๋เซียงหลานหดตัวถอยหลังไปหลบ ตอนนี้ถึงได้รู้ตัวว่ากลัว แขนตัวเองมีแผลก็จริง แต่ถ้าครรภ์ของเซี่ยจิ้งห่าวเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ไม่ต้องพูดถึงพ่อผัวแม่ผัวเลย ลำพังแค่ไอ้เด็กแสบลู่เจียเซิ่ง ก็คงไม่ยอมปล่อยนางไปง่ายๆ แน่
นางกวาดสายตามองซ้ายมองขวา เวลานี้คนบ้านลู่แทบจะมากันหมดแล้ว แต่นางมองหายังไงก็ไม่เห็นลู่เจียเหอผัวตัวเอง ในใจจึงอดไม่ได้ที่จะร้อนรน
“ผู้ใหญ่บ้าน วันนี้ให้ทุกคนช่วยเป็นพยานให้ด้วยนะ หมิงหยางเป็นลูกชายคนโตของลู่เจิ้นผิง ลู่เจิ้นผิงไม่อยู่ เขาก็สามารถเป็นคนตัดสินใจได้ ฉันกับลูกๆ จะขอแยกบ้าน เรื่องนี้จะยืดเยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว อู๋เซียงหลานพูดถูกอยู่อย่างนึง ตอนนี้ยังไม่ได้แยกบ้าน พวกเขาก็สามารถมาที่บ้านเพื่อกินเสบียงของฉันได้ อยากกินเท่าไหร่ก็กิน แต่ฉันกับเด็กๆ ไม่ได้กลับไปกินข้าวนานแค่ไหนแล้ว เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ ถ้าวันนี้ไม่ยอมแยกบ้าน บ้านลู่ก็เท่ากับบีบบังคับให้พวกเราแม่ลูกไปตาย พรุ่งนี้ฉันจะพาลูกๆ ไปกระโดดน้ำตายให้ดู”
ลู่เจียเซวียนขมวดคิ้วมุ่น พอมองเห็นท่าทางตื่นเต้นของเสิ่นเมิ่ง เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่อย่าเพิ่งใจร้อนสิ เราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะรอให้พ่อกลับมาก่อนค่อยว่ากัน ยังไงก็ต้องเขียนจดหมายไปบอกพี่ใหญ่ก่อนนะ พี่ใหญ่เป็นลูกชายคนโตของบ้านลู่ กตัญญูต่อพ่อกับแม่ที่สุด ถ้าเขารู้ว่าพี่ขอแยกบ้าน ตอนเขาลากลับมาเยี่ยมบ้าน เขาต้องโกรธพี่แน่ๆ”
“จะโกรธก็โกรธไปสิ ฉันจะไปกลัวเขาทำไมล่ะ ทุกคนก็รู้ดีว่าหมิงหยาง หมิงเลี่ยง และหมิงฟางไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของลู่เจิ้นผิง เมื่อกี้ฉันได้ยินคนบอกว่าพวกเขาเป็นตัวซวยดวงกินพ่อกินแม่ หึ พ่อของพวกเขาล้วนแต่เป็นชายชาตรีที่แข็งแกร่ง เป็นวีรบุรุษที่สละชีพเพื่อปกป้องประเทศชาติ ที่พวกเธอสามารถมายืนดูเรื่องตลกของบ้านฉันได้อย่างปลอดภัย ก็เพราะมีคนยอมสละเลือดเนื้อสร้างกำแพงเพื่อปกป้องความสงบสุขของพวกเธอไงล่ะ ในกำแพงเลือดเนื้อนั้น ก็มีพ่อของพวกหมิงหยางรวมอยู่ด้วย พวกเขาคือทายาทของวีรบุรุษ อู๋เซียงหลาน แล้วก็คนที่ชอบนินทาเมื่อกี้ พวกเธอหมิ่นประมาททายาทของวีรบุรุษ พวกเธอมีหน้ามาพูดคำพวกนั้นออกมาได้ยังไง หลายปีมานี้เพราะพวกเขาสามคน สหายทหารในกองทัพส่งของดีๆ มาให้ที่บ้านตั้งเท่าไหร่ อู๋เซียงหลานบอกว่าบ้านลู่เป็นคนเลี้ยงดูพวกเขา แล้วพวกเขาไม่ได้นำผลประโยชน์มาให้บ้านลู่หรอกเหรอ วันนี้ฉันขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะว่า ตั้งแต่นี้ต่อไป หมิงหยาง หมิงเลี่ยง และหมิงฟาง คือลูกของฉันเสิ่นเมิ่ง ใครหน้าไหนกล้ามานินทาพวกเขาอีกล่ะก็ ฉันจะขอสู้ตายด้วยเลย”
เสิ่นเมิ่งพูดด้วยความโกรธเกรี้ยวและหนักแน่น พอพูดจบ ก็ออกแรงฟันมีดในมือลงบนต้นไหวที่หน้าประตูอย่างแรง รอยฟันลึกนั้น ราวกับว่าได้สับลงไปในใจของทุกคนด้วยเช่นกัน
พี่น้องทั้งสามคนที่ถูกหลิวซานจินไล่ออกมาที่หน้าประตูบ้าน พอได้ยินคำพูดของเสิ่นเมิ่ง น้ำตาก็ไหลอาบเต็มสองแก้ม โดยเฉพาะหมิงฟาง ที่ร้องไห้จนสะอึกสะอื้น
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอีก บางคนรู้สึกผิด บางคนรู้สึกสำนึกเสียใจ บางคนถอนหายใจ และก็มีบางคนที่ไม่ยอมรับ
แต่ไม่ว่าจะยังไง ก็ไม่มีใครกล้าเถียงเสิ่นเมิ่ง แม้แต่โจวเจียวเจียวและลู่เจียเซวียนที่ตั้งใจจะมาทำตัวเป็นคนห้ามปราม ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
ลู่เต๋อปังเห็นว่าเสิ่นเมิ่งเอาจริงแล้ว เขาจึงโบกมือแล้วพูดว่า “อู๋เซียงหลาน เธอรีบไปขอโทษพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอ แล้วก็หลานชายหลานสาวของเธอเดี๋ยวนี้เลยนะ โตป่านนี้แล้ว ปากไม่มีหูรูดเอาเสียเลย เรื่องมันผ่านมาตั้งหลายปีแล้วยังจะขุดขึ้นมาพูดอีก ลืมไปแล้วหรือไงว่าตอนนั้นเจิ้นผิงพูดกับพวกเธอว่ายังไง ถ้าเขารู้ว่าตอนที่เขาไม่อยู่ พวกเธอรังแกเด็กๆ ของเขาซะขนาดนี้ คอยดูเถอะ พวกเธอได้เจอดีแน่!”
เสิ่นเมิ่งรู้ดีว่าเรื่องราวในคืนนี้คงจะจบลงเพียงเท่านี้ ลู่เต๋อปังแสดงออกชัดเจนว่าอยากจะไกล่เกลี่ยให้เรื่องมันจบๆ ไป เรื่องแยกบ้านยังไงก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว เขาไม่สามารถตัดสินใจแทนได้ คราวก่อนที่เขากับจางหงฟาสองคนตัดสินใจแบ่งเสบียงของบ้านลู่ให้ ก็ทำให้ลู่เจียเหอไม่พอใจมากแล้ว ถ้าคราวนี้จะมาตัดสินใจให้แยกบ้านอีก…
เกรงว่าตาลู่ที่ออกไปทำงานรับจ้างข้างนอกพอกลับมา คงต้องมาหาพวกเขาเพื่อเอาเรื่องแน่ๆ
อู๋เซียงหลานยังอยากจะขัดขืนอยู่อีกนิด นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ยังไม่เห็นผัวของตัวเอง ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมา พอหันไปมองโจวเจียวเจียว จู่ๆ นางก็ร้องไห้โฮออกมา
“เจียวเจียว เธอต้องเข้าข้างพี่สะใภ้รองนะ พี่สะใภ้รองไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอก ก็แค่พูดไปตามอารมณ์เท่านั้นเอง แล้วนี่มันมีที่ไหนให้ผู้ใหญ่ไปขอโทษเด็กน่ะ แบบนี้มันจะไม่ทำให้ฉันเสียหน้าแย่เหรอ อีกอย่างหย่งเฉียงกับหย่งลี่ก็โดนตีเหมือนกัน ก็ถือว่าเจ๊ากันไปไม่ได้หรือไง? ฮือๆๆ…”
“พี่สะใภ้รอง โอ๊ย พี่สะใภ้ใหญ่ พี่ก็ดูสิ นี่ก็คนครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น มีอะไรก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จาไม่ได้หรือไง พี่สะใภ้รองไม่ได้ตั้งใจหรอก เอาแบบนี้ดีไหม อีกสองเดือนพี่สะใภ้สามก็ใกล้จะคลอดแล้ว ถึงเวลาให้พี่สะใภ้รองไปช่วยดูแลอยู่ไฟ ปรนนิบัติพี่เขา ดีไหมจ๊ะ?”
เสิ่นเมิ่งพูดมาตั้งยืดยาว ตอนนี้พอจะได้พักหายใจบ้าง มือก็แอบออกแรงพยายามจะดึงมีดทำครัวที่ฟันติดอยู่บนต้นไหวออกมา ท่ามกลางความมืดมิด ทั้งมือทั้งเท้า ทั้งใบหน้าต่างก็ช่วยกันออกแรง แต่ก็ไม่สามารถดึงมีดทำครัวออกมาได้เลย
“หึๆ เรื่องนี้เธอไม่ต้องมาพูดกับฉันหรอก วันหลังไปพูดกับจิ้งห่าวเองก็แล้วกัน ฉันก็ยังยืนยันคำเดิม ต้องแยกบ้าน และขอโทษลูกของฉัน ไม่อย่างนั้น เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่ พรุ่งนี้ฉันจะพาลูกๆ ไปหาพี่ใหญ่ของพวกเธอที่กองทัพ ได้ยินมาว่าระดับของเขาได้รับจัดสรรบ้านพักครอบครัวทหารแล้ว ถ้าย้ายไปอยู่กับทหาร ถึงตอนนั้นครอบครัวเราจะไม่กลับมาอีกแล้ว วันข้างหน้ามีเรื่องอะไรก็อย่ามาขอร้องให้เขาช่วยก็แล้วกัน”
ลู่เจียเซวียนได้ยินก็คิ้วกระตุก กำลังกลุ้มใจอยู่พอดีที่พี่ใหญ่ไม่ยอมตอบจดหมาย แถมยังไม่ยอมฝากฝังเขากับทางคอมมูนให้ด้วย ถ้าเสิ่นเมิ่งพาลูกๆ ไปที่กองทัพจริงๆ ใครจะรู้ว่าหล่อนจะใส่สีตีไข่พูดจาให้ร้ายอะไรบ้าง ถ้าไปแล้วไม่กลับมาจริงๆ พี่ใหญ่ก็จะห่างเหินกับครอบครัวสกุลลู่ไปเลย
“พี่สะใภ้ใหญ่ อย่าโกรธไปเลยนะ เรื่องแยกบ้านเดี๋ยวผมจะเขียนจดหมายไปถามพี่ใหญ่ให้ ดีไหม พี่สะใภ้รอง คนครอบครัวเดียวกัน พี่ทำผิด จะขอโทษพวกหมิงหยางก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่ อีกอย่างที่พี่สะใภ้ใหญ่พูดมาก็ถูกแล้ว พวกเขาล้วนเป็นทายาทของวีรบุรุษ พี่ขอโทษทายาทของวีรบุรุษ มันจะไปน่าอายตรงไหน”
“แล้วที่เขากัดฉันล่ะ จะให้ปล่อยผ่านไปเฉยๆ เหรอ? แขนฉันเลือดอาบขนาดนี้นะ!”
“เดี๋ยวให้เจียวเจียวไปตามหมอลู่มาตรวจดูให้ดีๆ ไม่เป็นไรหรอก พี่สะใภ้รอง พี่ก็ขอโทษเด็กๆ ไปเถอะ ทุกคนก็มองอยู่เนี่ย!”
เสิ่นเมิ่งมองลู่เจียเซวียนพยายามไกล่เกลี่ย เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยสักคำ ผู้ชายคนนี้ ก็เป็นพวกเห็นแก่ผลประโยชน์เป็นหลักเหมือนกัน พูดจาซะสวยหรู แฝงนัยยะประชดประชันว่าเธอเป็นคนก่อเรื่องวุ่นวาย แต่เสิ่นเมิ่งสังเกตดูรอบๆ แล้ว ก็ไม่เห็นมีใครฉลาดสักเท่าไหร่ ถ้าไม่อธิบายให้ชัดเจน ก็คงไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาประชดเรื่องอะไร
อู๋เซียงหลานทำหน้าบูดบึ้งกล่าวขอโทษหมิงหยางและหมิงฟาง พอพูดจบก็รีบลากหย่งเฉียงและหย่งลี่วิ่งหนีไป ลู่เต๋อปังปลอบใจอีกสองสามประโยค แล้วก็รีบไล่คนที่มามุงดูให้แยกย้ายกันไป
เสิ่นเมิ่งมองสองสามีภรรยาโจวเจียวเจียวและลู่เจียเซวียน แค่นเสียงหึอย่างเย็นชา แล้วหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน ลู่หมิงหยาง ลู่หมิงเลี่ยง และลู่หมิงฟาง เด็กทั้งสามคนก็รีบเดินตามหลังเธอไปติดๆ
ลู่หมิงเลี่ยงเลียน้ำมูกที่กำลังจะย้อยลงมาถึงริมฝีปาก สูดจมูกแล้วพูดว่า “แม่ มีดทำครัวบ้านเรายังไม่ได้เอาเข้าบ้านเลยนะ!”
“เมื่อกี้แม่ออกแรงเยอะไปหน่อย ฟันลึกเกินไป ดึงไม่ออกแล้วล่ะ”
เด็กทั้งสามคน: “…”

0 Comments