ตอนที่ 38 ทำไมพี่ใหญ่ยังไม่ตอบจดหมายกลับมาอีก
แปลโดย เนสยังบรรยากาศตอนกินข้าวเย็นของบ้านลู่นั้นอึมครึมมาก หลิวซานจินจ้องมองเซี่ยจิ้งห่าวด้วยความโกรธแค้น นางไม่เชื่อหรอกว่าการที่เซี่ยจิ้งห่าวพาเสี่ยวกังไปหาเสิ่นเมิ่งทุกคืน จะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรกลับมาเลย!
คนที่ไม่พอใจอีกคนก็คืออู๋เซียงหลาน วันนี้เธอแค่อยากจะขอยืมคูปองน้ำตาลจากพี่สะใภ้ใหญ่ แต่พี่สะใภ้ใหญ่กลับทำเป็นหวงแหน เกี๊ยวไส้เนื้อกลับยกให้ต้าชิ่งกับเอ้อชิ่งหน้าตาเฉย มีน้ำใจให้คนอื่นได้ แล้วทำไมถึงไม่ให้หย่งเฉียงกับหย่งลี่ของเธอบ้างล่ะ
หย่งเฉียงกับหย่งลี่ไม่รู้เรื่องความคิดเล็กคิดน้อยในใจของแม่ พวกเขาก็เหมือนพ่อของตนนั่นแหละ ตะเกียบคีบข้าวเข้าปากอย่างรวดเร็ว
“กินๆๆ รู้จักแต่กิน เวลาว่างๆ ทำไมไม่ไปเล่นกับพี่หมิงหยางของพวกแกล่ะ ดูป้าสะใภ้ใหญ่ของพวกแกสิ มีของอร่อยก็คิดถึงแต่คนอื่น ไม่เคยนึกถึงพวกแกเลยสักนิด เป็นหลานแท้ๆ แท้ๆ ไม่รู้จักรักรู้จักเอ็นดูบ้างเลย”
“ไปด่าเด็กมันทำไม ไม่ใช่ความผิดของเด็กเสียหน่อย เสิ่นเมิ่งมันเก่งจะตายไป ไม่แบ่งให้เด็กกิน ก็ไม่รู้จักเอามาให้แม่แก่อย่างฉันกินบ้าง เจียเซวียน พี่ใหญ่ของแกตอบจดหมายกลับมาหรือยัง ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว ทำไมถึงยังไม่มีข่าวคราวอะไรเลยล่ะ ตอนที่บุรุษไปรษณีย์ผ่านมา แกได้ถามดูบ้างหรือเปล่า!”
ลู่เจียเซวียนซดข้าวต้มในชามรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง แล้วตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ยังเลยครับ จดหมายส่งไปตั้งสองสามฉบับแล้ว แต่ไม่มีตอบกลับมาเลยสักฉบับ แม่ว่าพี่ใหญ่เขาไม่อยากตอบจดหมายหรือเปล่าครับ?”
“ไม่มีทาง พี่ใหญ่ของแกเป็นคนยังไง แกไม่รู้เหรอ? เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง ถ้าเขารู้ว่าแม่บังเกิดเกล้าของเขาต้องทนทุกข์ทรมาน ต่อให้กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ เขาก็ต้องทิ้งภารกิจแล้วกลับมาหาฉันก่อนแน่นอน” หลิวซานจินเชิดคางขึ้น มองลู่เจียเซวียนด้วยความภาคภูมิใจ ลูกชายของนาง นางย่อมรู้ดีที่สุด
ลู่เจียเซวียนไม่พูดอะไร ถึงขนาดทิ้งภารกิจกลับมาหาแม่คงไม่ถึงขั้นนั้นหรอก แต่ถ้าได้อ่านจดหมาย พี่ใหญ่ต้องตอบกลับมาแน่นอน เขาไม่ได้กลับบ้านมาเกือบสามปีแล้ว คงต้องคิดถึงบ้านบ้างแหละ
“เจียเซวียน ฉันว่าที่แม่พูดก็ถูกนะ จดหมายฉบับที่แล้วบอกว่าไปเตียนหนาน ได้ยินมาว่าที่นั่นไม่ค่อยสงบสุขเท่าไหร่ พี่ใหญ่อาจจะยุ่งจนไม่ได้อ่านจดหมายก็ได้ คุณอย่าเพิ่งใจร้อนไปเลยนะ” โจวเจียวเจียวยื่นมือไปตบแขนเขาเบาๆ
แต่ลู่เจียเซวียนจะไม่ให้ร้อนใจได้ยังไง นั่นมันตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของคอมมูนเลยนะ ถ้าได้งานนี้ นอกจากจะได้เงินเดือนแล้ว ยังได้สวัสดิการอีก นี่มันชามข้าวเหล็กแท้ๆ เลยนะ แตกต่างจากผู้ดูแลโกดังของหน่วยผลิตลิบลับ ถ้าทำงานได้ดี วันข้างหน้าอาจจะได้เลื่อนขั้นด้วยซ้ำ ตอนนี้คู่แข่งก็เยอะ ถ้าเขาคิดหาวิธีไม่ได้ งานนี้ก็คงไม่ตกถึงมือเขาแน่ๆ
“ผมอิ่มแล้ว ขอออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยนะ”
“อ้าว เจียเซวียน รอฉันด้วยสิ ฉันไปด้วย” โจวเจียวเจียวมองแผ่นหลังของเขา รีบทิ้งตะเกียบแล้ววิ่งตามออกไปทันที ในใจเธอยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องสร้างบ้านหลังใหม่อยู่ เมื่อคราวก่อนลู่เจียเซวียนบอกว่าจะให้ลู่เจิ้นผิง พี่ชายคนโต ช่วยทำเรื่องขอโควตาอิฐกับกระเบื้องมาให้ ถึงตอนนั้นพวกเขาจะได้อยู่บ้านอิฐบ้าง
เรื่องนี้ยังไม่เป็นที่แน่นอน เธอจึงยังวางใจไม่ได้
หลิวซานจินมองเซี่ยจิ้งห่าวกับเสี่ยวกังที่ยังกินข้าวอยู่ ก็โกรธจนลมออกหู
“เซี่ยจิ้งห่าว แกนี่มันเป็นลูกสะใภ้แสนดีของฉันจริงๆ เลยนะ แกวิ่งรอกไปบ้านเสิ่นเมิ่งทุกวัน มันไม่ได้ให้อะไรแกเลยเหรอ คนอื่นเขายังได้กินเกี๊ยว แกอุตส่าห์ประจบประแจงมันขนาดนี้ ป่านนี้มันคงเอาเนื้อสวรรค์ให้แกกินแล้วมั้ง!”
เสี่ยวกังตกใจจนไม่กล้าอ้าปากกินข้าว ขยับตัวไปหลบหลังแม่ เซี่ยจิ้งห่าวไม่ยอมวางตะเกียบลง ผัวนางก็ทำงานหาเงินอยู่ข้างนอก ที่บ้านก็มีส่วนแบ่งเสบียงของครอบครัวห้องสาม ทำไมหล่อนถึงจะกินไม่ได้ หล่อนก็จะกินนี่แหละ
“ได้ แกกินเข้าไป กินให้เยอะๆ เดี๋ยวก็ล้างชามล้างตะเกียบ ซักเสื้อผ้าที่ถอดไว้ กวาดพื้น แล้วก็ให้อาหารไก่อาหารเป็ดด้วย หึ!” หลิวซานจินพูดจบก็แค่นเสียงหึ หยิบหมั่นโถวแป้งผสมผักมาหนึ่งลูก แล้วหันหลังเดินกลับเข้าห้องไป
ลู่เจียเหอกินอิ่มหนำสำราญแล้วก็หันหลังเดินจากไป วันๆ เอาแต่ทะเลาะกัน น่ารำคาญจะตายชัก
“คุณจะไปไหน ทำงานมาทั้งวันแล้วยังมีแรงอยู่อีกเหรอ ไม่รู้ว่าข้างนอกมีอะไรดีนักหนา ถึงได้ออกไปทุกวัน ใครไม่รู้คงนึกว่าคุณจะไปหาแม่มดหมอผีซะอีก”
ลู่เจียเหอชะงักฝีเท้า หันกลับมาชี้หน้าด่าอู๋เซียงหลาน “วันๆ เอาแต่หาเรื่อง เมื่อไหร่จะเงียบซะทีวะ ฟังเธอโวยวายแบบนี้แล้วปวดหัวโว้ย ฉันจะไปอาบน้ำที่แม่น้ำ”
“เข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ไปอาบน้ำที่แม่น้ำมันหนาวนะ เดี๋ยวฉันต้มน้ำร้อนให้ นี่ พ่อของลูก จะรีบร้อนไปไหนนักหนาเนี่ย” อู๋เซียงหลานวิ่งตามไปสองก้าว แล้วก็หันกลับมามองเซี่ยจิ้งห่าวที่เอาแต่เงียบ หัวเราะฮิฮิออกมาสองเสียง
“จิ้งห่าว เธอเห็นไหม วันนี้ตามคิวแล้วฉันต้องเป็นคนล้างจานซักผ้านะ แต่ในเมื่อแม่พูดแบบนั้นแล้ว ฉันก็คงไม่แย่งเธอทำหรอกนะ ฮิฮิ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ พี่สะใภ้รอง ฉันทำเองก็ได้”
อู๋เซียงหลานเห็นท่าทีเรียบเฉยของหล่อน ก็ไม่ได้โกรธ ขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วถามว่า “นี่ จิ้งห่าว ฉันถามหน่อยสิ เธอไปบ้านพี่สะใภ้ใหญ่ทุกวัน พี่เขาทำของอร่อยๆ ให้เธอกินทุกวันเลยใช่ไหม?”
“พี่สะใภ้ใหญ่นิสัยยังไงล่ะ จะมาทำของอร่อยให้ฉันกินได้ยังไง ฉันไปช่วยพี่เขาตัดเสื้อผ้า พี่สะใภ้ใหญ่ก็เลยตกลงจะแบ่งเศษผ้าที่เหลือให้ฉันสองชิ้น เสี่ยวกังก็ปล่อยให้นอนในห้องคนเดียวไม่ได้ ฉันก็เลยต้องพาไปด้วย”
อู๋เซียงหลานเบ้ปาก เธอไม่เชื่อหรอก เสิ่นเมิ่งนังผู้หญิงคนนั้นเวลาขี้งกก็งกจริงๆ แต่เวลาใจป้ำก็ใจป้ำเหมือนกัน ขนาดเกี๊ยวให้ต้าชิ่งกับเอ้อชิ่งกินได้ แล้วทำไมจะเอาของดีๆ ให้หลานชายหลานสาวตัวเองกินไม่ได้ล่ะ เธอคิดแผนการอะไรบางอย่างในใจ ก่อนจะบอกลาเซี่ยจิ้งห่าว แล้วพาลูกๆ กลับเข้าห้อง
เสิ่นเมิ่งคิดทบทวนดูแล้ว ก็หาตะกร้ามาใบหนึ่ง จัดแจงใส่ของลงไปนิดหน่อย แล้วก็หยิบน้ำมันดอกคำฝอยออกมาจากมิติหนึ่งขวด
ข้างนอก หมิงหยางกับน้องๆ นั่งสุมหัวคุยซุบซิบอะไรกันก็ไม่รู้ พอได้ยินเสียงเปิดประตู เด็กๆ ก็สะดุ้งตกใจ
“หมิงหยาง แม่จะไปเยี่ยมป้าเหลียนฮวาของลูกหน่อยนะ ลูกอยู่บ้านดูแลน้องๆ ให้ดีล่ะ เดี๋ยวอาสะใภ้รองของลูกก็คงมาแล้ว ในหม้อยังมีซุปแป้งข้าวโพดปั้นก้อนเหลืออยู่อีกสองชาม เดี๋ยวให้ป้าสะใภ้รองกับเสี่ยวกังกินนะ!”
“ครับแม่!”
“แม่ ผมจะไปด้วย ผมจะไปด้วย” ลู่หมิงข่ายรู้สึกกลัว เขากลัวว่าแม่ที่แสนอ่อนโยนจะหายตัวไป เขาอยากจะคอยจับตาดูไว้ตลอดจะได้อุ่นใจ
“งั้นก็ได้ หมิงข่ายไปกับแม่นะ!”
“เย้ แม่ หมิงข่ายจะช่วยถือตะกร้าให้ หมิงข่ายแข็งแรงมากๆ เลยนะ”
เสิ่นเมิ่งลูบหัวลู่หมิงข่ายแล้วพูดว่า “เด็กโง่ แม่ถือไหวจ้ะ ถ้าอยากช่วยแม่ก็รอให้หนูโตก่อนนะ ตั้งใจเรียนหนังสือ หาเงินเก่งๆ แม่จะได้พึ่งพาหนูดีไหม”
ลู่หมิงข่ายเรื่องอื่นไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่เรื่องหาเงินเขาเข้าใจดี พ่อของเขาตอนนี้ก็ส่งเงินมาให้ที่บ้านทุกเดือน
“แม่ โตขึ้นผมจะให้แม่สบาย ไม่ให้แม่ต้องทำอะไรเลย!”
“เด็กดี!” เสิ่นเมิ่งฟังแล้วก็รู้สึกชื่นใจ
ลู่หมิงหยางที่กำลังเตรียมจะกวาดพื้นอยู่ข้างหลังเบ้ปาก น้องชายทั้งสองคน ทั้งคนโตคนเล็กก็เอาแต่พูดจาประจบเอาใจแม่ เขาไม่ทำแบบนั้นหรอก เขาเป็นลูกชายคนโตของบ้านใหญ่ พ่อไม่อยู่ เขาก็คือเสาหลักของบ้าน จะมาทำตัวขี้อ้อนเหมือนน้องๆ ไม่ได้ ไม่มีมาดลูกผู้ชายเอาเสียเลย แล้วจะปกป้องแม่ได้ยังไง หึ!
ตอนเย็นเลิกงาน เฉินเจาตี้กับจ้าวจินกุ้ยถูกกัวซิ่วฉินลากออกไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อหน้าธารกำนัล แถมยังโดนปรับเงินไปสามหยวนให้หวังเหลียนฮวา ลู่หย่งกังก็โดนตำหนิไปชุดใหญ่ บรรดาแม่ผัวในหมู่บ้านที่ชอบแอบกดขี่ลูกสะใภ้ พอเห็นแบบนั้น ก็ตกใจจนต้องรีบดึงสายรัดกางเกงให้แน่น กลัวว่าถ้ามีคนเอาเรื่องไปฟ้อง ตัวเองจะต้องเสียเลือดเสียเนื้อไปด้วย

0 Comments