ตอนที่ 37 ทำผิดไปหรือเปล่า
แปลโดย เนสยังหลังจากกัวซิ่วฉินพูดจบ ก็ตรงดิ่งเข้าไปในห้องของหวังเหลียนฮวา กัวซิ่วฉินเป็นหัวหน้าสตรีของหมู่บ้านลู่ เธอเคยเรียนหนังสือ แถมยังเคยไปรับการอบรมจากส่วนกลางมาด้วย ที่สำคัญที่สุดก็คือ น้องสาวแท้ๆ ของพี่สะใภ้บ้านเดิมของเธอ แต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของประธานคณะกรรมการปฏิวัติประจำคอมมูน
ถึงแม้ความสัมพันธ์จะดูห่างไกลซับซ้อน แต่คนเขามีเส้นสาย เป็นผู้หญิงที่แต่งงานเข้ามาอยู่หมู่บ้านอื่น แต่สามารถไต่เต้าจนได้เป็นหัวหน้าสตรี ได้รับสวัสดิการและเงินเดือนทุกเดือน ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน การพูดจาและการทำงานของเธอก็ยุติธรรมจริงๆ ทำให้ชาวบ้านต่างก็ให้ความเคารพเชื่อถือ
เสิ่นเมิ่งกะพริบตาปริบๆ อุตส่าห์บีบน้ำตาออกมาได้สองสามหยด แต่แป๊บเดียวมันก็แห้งเหือดไปหมด เธอจิ๊ปากอย่างขัดใจ ยอมแพ้ที่จะแกล้งทำตัวอ่อนแอ ดังนั้นตอนที่กัวซิ่วฉินเดินออกมาจากห้องของหวังเหลียนฮวา เธอจึงปั้นหน้าโกรธแค้นแทน
“ผู้ใหญ่บ้านกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องส่งมอบเสบียงส่วนกลางให้สถานีรับซื้อเสบียง วันนี้ฉันก็เลยมาเอง ระหว่างทางหมิงหยางก็เล่าให้ฟังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่ พี่เฉิน เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ”
เฉินเจาตี้ทำตัวร้ายกาจมาตั้งหลายปี แต่พอมาเจอกับกัวซิ่วฉินที่อายุน้อยกว่าตัวเองเป็นสิบปี ก็ยังอดรู้สึกประหม่าไม่ได้
“ไม่มีอะไรใหญ่โตหรอก คนครอบครัวเดียวกันใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา ใครจะไปรู้ว่าเสิ่นเมิ่งมันจะขวัญอ่อน พอได้ยินเรื่องของเหลียนฮวา ก็ตกใจจนให้หมิงหยางไปตามเธอมา ลำบากเธอต้องมาวิ่งวุ่นแท้ๆ ไม่มีอะไรหรอก”
“คุณป้าสอง ป้าจะมาโกหกหน้าตายแบบนี้ได้ยังไง หัวหน้ากัวจ๊ะ หัวหน้าเป็นคนยุติธรรมที่สุด แล้วก็ทนดูผู้หญิงถูกรังแกไม่ได้ สมัยนี้มันไม่ใช่สังคมยุคเก่าแล้วนะ ที่เอะอะก็จะมากดขี่ข่มเหงผู้หญิงกัน เมื่อก่อนฉันทำตัวไม่ดี โชคดีที่ได้ต้าชิ่งกับเอ้อชิ่งสงสารพวกหมิงหยาง คอยเอาเสบียงมาเจือจุนครอบครัวเรา พอฉันหายดี ก็เลยอยากจะตอบแทนพวกเขา ห่อเกี๊ยวไส้ผักกาดขาวให้ต้าชิ่งกับเอ้อชิ่งกินไปไม่กี่ลูก แต่ต้าชิ่งเป็นเด็กดี สงสารแม่ ก็เลยแอบเอากลับมาให้แม่กิน พี่เหลียนฮวาก็ไม่กล้ากิน เลยยกให้เหยาเหยา ใครจะไปคิดว่าพอตกเช้าพี่จินกุ้ยมาเห็นเข้า ก็เลยเป็นเรื่องเป็นราว หาว่าพี่เหลียนฮวาแอบซ่อนเสบียง แอบซ่อนเงิน คุณป้าสองกับพี่จินกุ้ยก็ตีพี่เขาซะปางตาย แล้วยังมีพี่หย่งกังอีกคน เข้าร่วมวงเตะไปอีกหลายที สี่เฟิ่งคนเดียวจะไปห้ามไหวได้ยังไง พี่เหลียนฮวาถูกตีบาดเจ็บสาหัส เด็กๆ ก็ตกใจกลัวกันแทบแย่ หัวหน้า หัวหน้าจะนิ่งดูดายเรื่องนี้ไม่ได้นะ”
“แกตอแหล ฉัน. นาง. หัวหน้า ฉันไม่ได้ทำนะ ฉันไม่ได้ลงมือ น้องรองเป็นคนลงมือตีเอง เมียเขาเขาอยากจะตีก็ตีสิ ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลยนะ!” จ้าวจินกุ้ยหน้าซีดเผือดด้วยความร้อนรน
เฉินเจาตี้ก็มีสีหน้าย่ำแย่เช่นกัน ตอนแรกกะจะพูดส่งเดชให้มันผ่านๆ ไป ไม่นึกเลยว่านังตัวซวยเสิ่นเมิ่งจะไม่ยอมปล่อยครอบครัวนางไปง่ายๆ แฉเรื่องทั้งหมดออกมาจนหมดเปลือก
“ซิ่วฉินเอ๊ย นี่มันก็แค่เรื่องในครอบครัว ผัวเมียลิ้นกับฟันมันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง ไม่มีอะไรใหญ่โตหรอก เหลียนฮวานอนพักสักสองวันก็หายแล้ว”
พอหัวหน้ากัวถูกยกยอปอปั้นไปสองสามประโยค ก็ยืดอกขึ้นมาทันที เสิ่นเมิ่งคนนี้เมื่อก่อนก็พอจะมีความฉลาดแกมโกงอยู่บ้าง แถมความสัมพันธ์กับเธอก็ถือว่าไม่เลว ยิ่งไปกว่านั้น สามีของหล่อนยังมียศถึงระดับผู้บังคับการกรมในกองทัพ คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เธอรู้ดีว่าตำแหน่งนี้มีอำนาจอยู่ในมือ ขอเพียงแค่เธอมีความสัมพันธ์อันดีกับเสิ่นเมิ่ง วันข้างหน้าถ้ามีลูกบ้านคนไหนอยากเป็นทหาร ก็อาจจะมาขอความช่วยเหลือจากเธอได้
“หึ ถ้าเป็นแค่เรื่องผัวเมียทะเลาะกันนิดๆ หน่อยๆ ก็แล้วไปเถอะ แต่พี่ลองเข้าไปดูสภาพของเหลียนฮวาสิ ถ้าไม่ได้สี่เฟิ่งช่วยไว้ ป่านนี้นางคงโดนตีตายไปแล้ว นางเป็นสะใภ้ที่บ้านลู่แต่งเข้ามาอย่างถูกต้องตามประเพณีนะ เป็นผู้หญิงที่คลอดลูกให้บ้านลู่ตั้งสามคน ต่อให้ไม่มีความดีความชอบก็ควรจะเห็นแก่ความเหนื่อยยากบ้างสิ พี่ พี่มักจะชอบโอ้อวดว่าตัวเองเก่งที่คุมลูกสะใภ้ได้อยู่หมัด พี่เก่งขนาดนี้ เหลียนฮวาจะไปแอบซ่อนเสบียงซ่อนเงินเอาไว้ได้ยังไง แล้วก็พี่จินกุ้ย ในฐานะพี่สะใภ้ใหญ่ แทนที่จะช่วยห้ามปราม พี่กลับลงมือตีด้วยซ้ำ นางเป็นน้องสะใภ้ของพี่ หรือว่าเป็นที่ระบายอารมณ์ของพี่กันแน่ แล้วก็คำพูดที่พวกพี่ด่าเหยาเหยาน่ะ ฉันได้ยินมาแต่ไกลเลย พวกพี่เองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ทำไมถึงได้ดูถูกเด็กผู้หญิงขนาดนี้ วันนี้เรื่องนี้ฉันจะไม่ยอมปล่อยผ่านง่ายๆ แน่ๆ ฉันจะต้องเชือดไก่ให้ลิงดูให้ได้”
“อ้าว ซิ่วฉิน พวกเราก็คนหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น เธอจะมาทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่แบบนี้ไม่ได้นะ พ่อพวกเขาก็ตายไปตั้งนานแล้ว ฉันเป็นยายแก่ๆ อุตส่าห์เลี้ยงดูลูกๆ มาจนโตด้วยความยากลำบาก ช่วยจัดการแต่งงานมีครอบครัวให้ พอแก่ตัวมาก็อยากจะทำตัวเป็นแม่ผัวบ้างไม่ได้หรือไง อีกอย่างตอนที่เรายังสาวๆ แม่ผัวก็ทำแบบนี้กับเราเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
เฉินเจาตี้ไม่เข้าใจ นางไม่เข้าใจจริงๆ ตอนสาวๆ แม่ผัวของนางก็ทั้งตีทั้งด่าสารพัด นางอุตส่าห์อดทนจนได้เป็นแม่ผัว พอเอาวิธีที่เรียนรู้จากแม่ผัวมาใช้ ทำไมจู่ๆ ถึงจะจับนางไปเป็นตัวอย่างซะล่ะ?
“ยุคสมัยไหนแล้ว ยังจะมาใช้วิธีกดขี่ลูกสะใภ้อีก นี่มันสังคมยุคใหม่แล้วนะ ท่านผู้นำก็บอกแล้วว่าผู้หญิงก็สามารถแบกรับภาระได้ครึ่งฟ้า ป้าตีพี่เหลียนฮวาจนเป็นแบบนี้ นี่ไง ครึ่งฟ้าของบ้านป้าถล่มลงมาแล้ว ใช้ชีวิตดีๆ ไม่ชอบ ชอบทำเรื่องให้มันวุ่นวาย ใกล้จะถึงฤดูหว่านข้าวสาลีแล้ว พี่เหลียนฮวาบาดเจ็บขนาดนี้ คงไปหาแต้มแรงงานไม่ได้แล้วล่ะ หัวหน้า ฉันกลัวจริงๆ ว่าถ้าพวกเรากลับไป พี่เหลียนฮวาจะต้องโดนกดขี่อีกแน่ๆ” เสิ่นเมิ่งเสยผมแล้วหันไปพูดกับกัวซิ่วฉิน
“เธอพูดถูก พี่สะใภ้ จินกุ้ย พวกพี่ตีคนจนเป็นสภาพแบบนี้ ทางหน่วยงานจะต้องเรียกไปตักเตือนแน่นอน แล้วก็พวกพี่ต้องชดเชยให้เหลียนฮวาด้วย ฉันจะรายงานสถานการณ์ที่นี่ให้ทางหน่วยงานรับทราบ พวกพี่รอฟังประกาศก็แล้วกันนะ สี่เฟิ่ง เธอทำได้ดีมาก วันหลังคอยดูแลพี่สะใภ้รองของเธอให้ดีๆ ถ้าใครกล้าทำหน้าตึงใส่หล่อน ก็มาบอกฉันได้เลย หย่งกัง แกยังจะยืนบื้ออยู่อีกทำไม รีบไปตามหมอลู่มาสิ อยากให้ลูกมึงกำพร้าแม่จริงๆ หรือไง?”
คำพูดของกัวซิ่วฉินมีน้ำหนักมาก ไม่ต้องคอยตะโกนเถียงเหมือนเสิ่นเมิ่ง เธอพูดอะไรก็เป็นไปตามนั้น คนบ้านลู่ไม่กล้าปริปากพูดอะไรเลยสักคำ เฉินเจาตี้ที่เมื่อกี้ยังกระโดดเต้นเป็นไก่ชน ตอนนี้กลับยืนบิดไปบิดมาเหมือนหลานชายคนที่สาม
ตอนเที่ยงเสิ่นเมิ่งทำซุปมะเขือเทศใส่ไข่กับแป้งข้าวโพดปั้นก้อนหม้อหนึ่งง่ายๆ แล้วก็กลับเข้าห้องไป เด็กๆ เห็นสีหน้าเธอไม่ค่อยดี ก็เลยไม่กล้าพูดอะไร กลัวว่าจู่ๆ เธอจะอาละวาดขึ้นมา แล้วกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนอีก
เสิ่นเมิ่งนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเตาตามลำพังพักใหญ่ หวังเหลียนฮวาถูกตีอย่างทารุณมาก บนใบหน้ามีรอยฟกช้ำดำเขียวเต็มไปหมด เด็กๆ ทั้งสามคนนอนหมอบร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ หล่อน ราวกับลูกสัตว์ตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัว
เธอไม่คิดเลยว่าการแสดงน้ำใจของเธอเพียงเล็กน้อย จะนำพาความโชคร้ายครั้งใหญ่มาสู่หวังเหลียนฮวา เธอรู้ดีว่าในชนบทช่วงยุค 70 นั้นยากจนมาก ยากจนแบบสุดๆ แต่คำว่ายากจนนี้กลับไม่ได้สลักลึกลงไปในใจเธอ เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเกี๊ยวแป้งผสมแค่ลูกเดียว จะสามารถนำพาความหายนะมาสู่คนคนหนึ่งได้
นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นเมิ่งทบทวนตัวเอง ทบทวนความคิดของตัวเอง หรือว่าการเอาเกี๊ยวไปให้คนอื่นเมื่อคืนนี้ จะเป็นเรื่องที่ผิด การมีของดีๆ ควรจะเก็บซ่อนไว้ให้มิดชิดใช่ไหม จู่ๆ เธอก็นึกถึงตอนที่หมิงฟางสวมเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านเดินออกไปจากบ้าน ชาวบ้านหลายคนไม่ได้ชมเธอเลย ตรงกันข้ามกลับพูดจาเหน็บแนมถากถางไปสารพัด จนเด็กสาวไม่กล้าออกจากบ้านไปทั้งวัน
ตอนนั้นเธอบอกหมิงฟางว่ายังไงนะ
“นี่ไม่ใช่ความผิดของลูกหรอก เป็นเพราะพ่อของลูกเก่งกาจ พวกเขาถึงได้อิจฉาริษยาลูก แต่ก็สู้ลูกไม่ได้ต่างหากล่ะ”

0 Comments