ตอนที่ 55 หายกัน
แปลโดย เนสยังบางคนชื่นชอบความสงบสุข แต่บางคนกลับชื่นชอบความเสี่ยง โจโฉคือคนประเภทหลัง ในสถานการณ์เช่นการช่วยเหลืออดีตฮ่องเต้ คนทั่วไปอาจจะรู้สึกกดดัน ว้าวุ่น และทำอะไรไม่ถูก แต่สำหรับโจโฉ ยิ่งมีความกดดันมากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งเยือกเย็นมากขึ้นเท่านั้น และเขายังสนุกกับความตื่นเต้นที่เกิดจากความกดดันนี้อีกด้วย
โจโฉกลับมาถึงบ้านเพียงลำพัง หลังจากรับประทานอาหารยามเย็น (晚脯 – หว่านผู) เสร็จ เขาก็กลับเข้าห้องพัก ไล่คนรับใช้ออกไปจนหมด เพื่อขบคิดแผนการเพียงลำพัง
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง โจโฉไม่ได้จุดเทียน ภายใต้คิ้วเข้ม ดวงตาเล็กๆ คู่หนึ่งของเขาเปล่งประกายลึกลับในความมืด ราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ในแววตา
ในช่วงที่โจโฉดำรงตำแหน่งนายกองทหารรักษาพระองค์แห่งสวนตะวันตก เขาได้ดึงดูดและผูกใจทหารจำนวนหนึ่งไว้เป็นพวก ในปฏิบัติการครั้งนี้ โจโฉได้พิจารณาอย่างรอบคอบและคัดเลือกผู้เข้าร่วมอย่างพิถีพิถัน แม้จะใช้คนไม่มาก แต่คนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับความเมตตาจากโจโฉ หรือได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลโจ ย่อมเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีและลดโอกาสที่จะแปรพักตร์ได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ การที่โจโฉชูอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่และสัญญาว่าจะมอบรางวัลมหาศาลหากทำสำเร็จ ย่อมเป็นการกระตุ้นความกล้าหาญของคนเหล่านี้ เพราะการมาเป็นทหารก็เพื่อหวังความก้าวหน้าและร่ำรวยไม่ใช่หรือ?
แม้คำสัญญาในอนาคตจะมีผลบ้าง แต่ก็สู้ผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมในปัจจุบันไม่ได้ โจโฉตระหนักถึงข้อนี้ดี ดังนั้น ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาจึงได้นำทรัพย์สินในบ้านทั้งหมดที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ นำไปแจกจ่ายให้กับทหารที่จะร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อเป็นค่าดูแลครอบครัวของพวกเขา
ผู้ที่จะทำการใหญ่ย่อมไม่ตระหนี่ถี่เหนียว เงินทองสีขาวและเหรียญทองแดงที่หนักอึ้งเมื่อถูกยัดใส่ในอกเสื้อ ผนวกกับคำสัญญาถึงผลประโยชน์มหาศาลในอนาคตจากโจโฉ การใช้ทั้งสองสิ่งนี้ควบคู่กันไป ย่อมสร้างความมั่นใจได้ว่าทหารเหล่านี้จะไม่ถอยหนีในยามคับขัน
คนเก่าคนแก่ที่รับใช้ในตระกูลมานาน โจโฉตั้งใจจะหาข้ออ้างสั่งให้พวกเขารีบออกนอกเมืองไปในวันพรุ่งนี้ เมื่อเกิดความวุ่นวายขึ้น พวกเขาจะได้มีโอกาสหนีเอาชีวิตรอด แน่นอนว่าบางคนอาจจะเลือกกลับมา ซึ่งนั่นก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของแต่ละคน
อย่างไรเสีย โจโฉก็ไม่สามารถเปิดเผยแผนการให้คนรับใช้ทราบในตอนนี้ได้ การเตรียมการเพียงเล็กน้อยเช่นนี้ก็นับว่าเป็นการตอบแทนความเหนื่อยยากตลอดหลายปีที่ผ่านมาแล้ว
ส่วนบรรดาคนรับใช้หน้าใหม่และทาสรับใช้ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ได้ไม่นาน ก็ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมเถิด ผู้ที่มุ่งหวังทำการใหญ่ย่อมไม่อาจใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ทั้งหมด
อากาศในคืนฤดูใบไม้ร่วงเริ่มเย็นลง แต่โจโฉไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย ความทะเยอทะยานที่ลุกโชนดั่งเปลวเพลิงในใจ ทำให้เขารู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก
หลังจากทบทวนรายละเอียดทั้งหมดของแผนการในวันพรุ่งนี้อย่างรอบคอบ โจโฉก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง หลับตาลง ไม่นานนักเขาก็หลับสนิท
________________________________________
วันรุ่งขึ้น
ขณะนี้เป็นเวลายามเย็น ทุกบ้านเริ่มมีควันไฟพวยพุ่งขึ้นมา เป็นสัญญาณของการเตรียมอาหารมื้อเย็น
อ้วนสุดขอบตาดำคล้ำ มองดูจานเนื้อวัวที่จัดเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษ แม้จะไม่มีความอยากอาหาร แต่เมื่อคิดว่าหลังจากนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้กินอาหารดีๆ อีก เขาจึงคีบเนื้อวัวเข้าปากเคี้ยวสองสามคำแล้วกลืนลงท้อง
นี่คือลานบ้านเก่าๆ แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมือง ใกล้กับประตูเมือง
ทางตอนใต้ของลั่วหยางอยู่ติดกับแม่น้ำหลัว จึงเป็นแหล่งกระจายสินค้า และเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างวุ่นวายและมีเสียงดัง ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่ยากจน ถือเป็นชุมชนแออัดของลั่วหยาง
ในลานบ้านมีผู้คนรวมตัวกันอยู่ไม่น้อย มีทั้งผู้ที่สวมชุดผ้าป่านและผู้ที่สวมชุดเกราะ แม้จะมีคนมาก แต่ก็ไม่มีใครปริปากพูดอะไรเลย พวกเขาจับกลุ่มกันสามห้าคน ยืนรอคำสั่งจากอ้วนสุดอย่างเงียบๆ
คนเหล่านี้คือทหารส่วนตัวของอ้วนสุด คนที่อยู่กับเขามานานที่สุดก็เกือบหกปี ส่วนคนที่เพิ่งเข้ามาก็มีอายุงานมากกว่าหนึ่งปี รายได้ประจำปีจากเมืองนำหยง (หนานหยาง) ที่อ้วนสุดได้รับ ส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการเลี้ยงดูคนเหล่านี้
อ้วนสุดมีสีหน้าเคร่งขรึม เวลาก็ล่วงเลยมาถึงป่านนี้แล้ว เหตุใดโจโฉถึงยังไม่มาปรากฏตัว?
หรือว่าเขาจะหนีเอาตัวรอดไปแล้ว?
ไอ้บ้าเอ๊ย แล้วข้าจะทำอย่างไรดี?
ลูกธนูถูกง้างอยู่บนสายแล้ว จะให้ดึงกลับมาได้อย่างไร?
ในขณะนั้นเอง ทหารคุ้มกันคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับถือจดหมายฉบับหนึ่ง และบอกว่าเพิ่งมีคนนำมาส่งให้
อ้วนสุดคว้าจดหมายมาฉีกออกดูอย่างรวดเร็ว เนื้อหาในจดหมายมีเพียงไม่กี่คำ เขียนไว้ว่า: “ข้ามาถึงแล้ว จงทำตามแผนที่วางไว้” ด้านล่างมีลายเซ็นเป็นคำว่า “หม่าน” (瞒)
อ้วนสุดอ่านจดหมายจบก็แทบจะสบถออกมา แต่ก็พยายามกลั้นไว้ ไม่ใช่ว่านัดแนะกันไว้ว่าจะมาพบกันที่นี่หรอกหรือ? ตอนนี้ส่งมาแค่จดหมายบอกว่ามาถึงแล้ว มาถึงที่ไหนกัน? เงาของเจ้าก็ยังไม่เห็น แล้วยังจะให้ข้าทำตามแผนอีก…
แต่ก็ดีเหมือนกัน
อ้วนสุด “หึ” ในใจ เดิมทีเขายังกังวลว่าหากโจโฉไปโจมตีวังใต้ด้วยกัน แล้วจับได้ว่าเขาออกแรงไม่เต็มที่จะทำอย่างไร ในเมื่อตอนนี้โจโฉไม่ยอมมาปรากฏตัว โจโฉก็ย่อมไม่มีทางจับผิดเขาได้อย่างแน่นอน
อ้วนสุดตั้งใจจะนำจดหมายไปเผาไฟตามสัญชาตญาณ แต่ก็หยุดมือทันที แววตาของเขากลอกกลิ้งไปมา ก่อนจะโยนจดหมายทิ้งไว้ใต้โต๊ะอย่างไม่ไยดี แล้วลุกขึ้นยืนเดินออกจากห้องไป
สายตาทุกคู่ในลานบ้านจับจ้องไปที่อ้วนสุดที่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง
อ้วนสุดไม่ได้กล่าวอะไรในทันที เขาจัดแจงหมวกให้เรียบร้อย แล้วประสานมือโค้งคำนับให้แก่ผู้คนในลานบ้านอย่างลึกซึ้ง ผู้คนในลานบ้านก็รีบประสานมือตอบรับ
อ้วนสุดยืดตัวขึ้น แล้วทำสัญญาณให้เริ่มเคลื่อนไหว ผู้คนในลานบ้านก็ทยอยกันเดินออกไปทางประตูหน้าและประตูหลังทีละกลุ่ม ค่อยๆ กลมกลืนหายไปในท้องถนน…
อ้วนสุดและทหารคุ้มกันคนสนิทเดินรั้งท้ายออกมา ทหารส่วนตัวที่อยู่ในลานบ้านเมื่อครู่มีหน้าที่ไปสร้างความวุ่นวายเพื่อยึดประตูเมืองทิศใต้ และรักษาทางถอยให้กับอ้วนสุด ส่วนตัวเขาตอนนี้ต้องไปหาเตียวเซียว เพื่อนำทหารของเตียวเซียวไปโจมตีวังใต้ แม้อ้วนสุดจะรู้ดีว่าการโจมตีวังใต้เป็นเพียงการเล่นละคร และเตียวเซียวก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกโยนออกไปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่ในเมื่อเป็นการเล่นละคร ก็ต้องเล่นให้สมบทบาทใช่หรือไม่?
ณ บ้านเรือนหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล โจโฉแอบมองผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย จับตาดูอ้วนสุดและทหารคุ้มกันที่กำลังเดินจากไป
ดูเหมือนว่าคราวนี้อ้วนสุดไม่ได้หลอกข้า แต่เขาตั้งใจจะลงมือจริงๆ?
จนกระทั่งบัดนี้ เมื่อโจโฉเห็นอ้วนสุดรวบรวมกำลังคนและเริ่มเคลื่อนไหวจริงๆ ความสงสัยในตัวอ้วนสุดจึงค่อยๆ บรรเทาลง
แม้ว่าอ้วนสุดจะมีเหตุผลมากมาย และอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผลเพียงใด แต่ลึกๆ ในใจโจโฉก็ยังมีความระแวงอยู่บ้าง เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การกินข้าวหรือดื่มสุรา ที่หากทำผิดพลาดแล้วยังมีโอกาสแก้ไขได้ แต่นี่คือการชิงตัวฮ่องเต้ แม้เล่าเปียนจะเป็นเพียงอดีตฮ่องเต้ แต่ในแผ่นดินนี้ก็มีเขาเพียงคนเดียวไม่ใช่หรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับอ้วนสุดแล้ว นอกจากสายข่าวในวังที่โจโฉพอจะได้เปรียบอยู่บ้าง ในด้านกำลังพลเขากลับเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด หากเขาปฏิบัติการร่วมกับอ้วนสุด แล้วอ้วนสุดเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหัน เขาคงตั้งรับไม่ทัน โจโฉจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ก็ใครใช้ให้อ้วนสุดทำตัวไม่เป็นมิตรกับโจโฉมาแต่ไหนแต่ไรเล่า?
ตอนนี้ปล่อยให้อ้วนสุดไปโจมตีวังใต้เพื่อดึงดูดความสนใจของทหารรักษาการณ์ก่อน แล้วเขาค่อยนำกองกำลังบุกทะลวงเข้าไปในวังหย่งอัน เพื่อชิงตัวอดีตฮ่องเต้เล่าเปียนออกมา…
ส่วนความปลอดภัยของอ้วนสุดนั้นหรือ…
โจโฉยืนอยู่หลังบานหน้าต่าง ประสานมือคารวะอ้วนสุดที่กำลังเดินจากไป พร้อมกับกล่าวว่า “อ้วนสุด (公路 – กงลู่) ครานี้ ถือว่าเจ้ากับข้าหายกันแล้ว!”
กล่าวจบ โจโฉก็หันหลังเดินออกจากบ้านหลังนั้น นำทหารของเขามุ่งหน้าไปยังตำหนักหย่งอันทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองในทันที…

0 Comments