You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่าย พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงไปทางทิศตะวันตก ซึ่งไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมนักสำหรับการเคลื่อนทัพ ทว่าภายในค่ายพักแรมของเผยเฉียน ณ ชานเมืองตะวันตกเฉียงใต้ของอันอี้ หลังจากมีความวุ่นวายและเสียงเอะอะอยู่พักใหญ่ แม่ทัพผู้หนึ่งก็นำกองทหารกลุ่มใหญ่เคลื่อนตัวออกจากค่ายมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ทิ้งทหารจำนวนไม่มากนักไว้รักษาค่าย

นายกองทหารบนกำแพงเมืองจ้องมองขบวนทหารที่เคลื่อนตัวออกไปโดยไม่กะพริบตา กระทั่งขบวนทหารห่างไกลออกไปและเสียงอึกทึกค่อยๆ สงบลง เขาจึงหันไปถามว่า “เอ้อเฮย เอ็งนับดูหรือเปล่า?”

“นับอะไรหรือจ๊ะ?” เอ้อเฮยกะพริบตาปริบๆ ถามกลับ

นายกองตบหัวเอ้อเฮยจนเซถลา ด่าอย่างหัวเสียว่า “ไอ้เด็กเวร! ก็ให้เอ็งช่วยนับด้วยกันไงเล่า!” แล้วก็ทำท่าจะวิ่งตามไปตบอีกสองฉาดให้หายแค้น

“นับแล้วจ้ะ! นับแล้ว!” เอ้อเฮยลูบหน้าผากป้อยๆ พลางหลบฝ่ามือของนายกอง ร้องตอบเสียงหลง

นายกองชะงักมือ แล้วถามว่า “งั้นบอกมาซิ มีเท่าไหร่?”

“เอ่อ… คือว่า…” เอ้อเฮยเกาหัวเกาหู อึกอักอยู่นาน ก่อนจะเค้นคำตอบออกมาว่า “ท่านลุง ข้าลืมไปแล้วจ้ะ! โอ๊ย… อย่าตีสิจ๊ะ อย่าตี ก็ลุงนั่นแหละตีข้าจนข้าลืมเลย!”

“ไอ้หน้าโง่!” นายกองวิ่งไล่ตามตบหลังหัวเอ้อเฮยดังฉาดๆ จนหนำใจ แล้วถอนหายใจเฮือก “วันๆ เอาแต่กินกับนอน ไอ้หน้าโง่เอ๊ย เอ็งจะพัฒนาตัวเองบ้างได้ไหม! ข้าให้เอ็งเรียนนับเลข เอ็งก็ไม่ยอมจำใส่สมอง! ถ้าไม่เห็นแก่แม่เอ็งที่ตายไป ใครมันจะอยากมาสนใจเอ็งวะ! ไอ้เด็กเวร! จะทำให้ข้าอกแตกตายอยู่แล้ว!”

เอ้อเฮยลูบหลังหัวป้อยๆ ยิ้มประจบประแจงเดินเข้ามาใกล้ “ก็ยังมีท่านลุงอยู่นี่จ๊ะ!”

“ลุงเอ็งก็แก่เป็นนะเว้ย!” นายกองปรายตามองเอ้อเฮย พยายามระงับอารมณ์ไม่ให้ลงไม้ลงมืออีก หันหลังเดินลงจากหอสังเกตการณ์ พลางบ่นพึมพำไปตลอดทาง “ไอ้เด็กเวรนี่ โตป่านนี้แล้ว ทำงานนี้เสร็จ ได้เงินมา ก็ถึงเวลาหาเมียให้เอ็งได้แล้ว จะได้มีทายาทสืบสกุล ไม่งั้นถ้าวันไหนข้าตายไป จะไปสู้หน้าแม่เอ็งได้ยังไง…”

เอ้อเฮยเดินตามหลัง ยิ้มร่าหน้าบาน “ท่านลุง ข้าว่าแม่หม้ายกวนที่อยู่ในตรอกกว้างทางใต้ของเมืองก็ดูดีนะจ๊ะ ก้นใหญ่ เอวหนา นมก็ใหญ่ น่าจะเป็นแม่พันธุ์ชั้นดีเลยนะจ๊ะ…”

นายกองรับคำ “อืม” ก่อนจะหันมาตบหลังหัวเอ้อเฮยอีกฉาด ตวาดลั่น “ไอ้เด็กเวร! ไปแอบชอบเขานานแล้วสิ! ให้เรียนรู้วิชาไม่ยอมจำ ทีปีนกำแพงบ้านเขานี่เก่งนักนะ!”

________________________________________

เมื่อรัตติกาลมาเยือน สรรพสิ่งรอบกายก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

บนกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตกของอันอี้ จู่ๆ ก็มีเสียงกุกกักดังแว่วมา เงาร่างของคนกลุ่มหนึ่งวูบไหวไปมา จากนั้นบางคนก็ถูกปล่อยลงมาจากกำแพงเมืองด้วยกระเช้า พวกเขาวิ่งฝ่าความมืดตรงพื้นที่ว่างนอกกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว และหายลับเข้าไปในป่าละเมาะริมทาง จากนั้นบนกำแพงเมืองก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผ่านไปครู่หนึ่ง เงาดำร่างหนึ่งก็ค่อยๆ รูดตัวลงมาจากต้นไม้ใกล้กำแพงเมืองอย่างเงียบเชียบ ลอบเดินไปตามเงามืดของต้นไม้ริมทาง มุ่งหน้าไปยังค่ายของเผยเฉียน

ค่ายของเผยเฉียนตั้งอยู่บริเวณชานเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของอันอี้ ด้านหน้าค่ายหันหน้าออกสู่ถนนหลวง มีลานกว้างสำหรับใช้ฝึกซ้อมทหาร ส่วนด้านหลังค่ายเป็นป่าทึบ ต้นไม้ที่อยู่ห่างจากค่ายในระยะร้อยก้าวถูกตัดโค่นจนหมด เหลือเพียงตอไม้ที่กระจายตัวอยู่กระจัดกระจาย

อาจเป็นเพราะทหารส่วนใหญ่เคลื่อนพลออกจากค่ายไปแล้ว ค่ายในยามค่ำคืนจึงดูเงียบสงัดผิดปกติ

คบเพลิงในค่ายมีเพียงประปราย ส่องแสงริบหรี่วูบวาบอยู่ในความมืด

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทหารในค่ายน้อยลง หรือยามบนหอสังเกตการณ์อู้หน้าที่ หลังจากที่ยามคนก่อนลงไปแล้ว ก็ไม่มีใครขึ้นไปผลัดเปลี่ยนอีกเลย…

นายกองที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าขมวดคิ้ว รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ทว่าประตูค่ายที่ไร้การป้องกันก็ดูเหมือนชิ้นเนื้ออันโอชะที่เย้ายวนใจเกินจะต้านทาน

ด้านหลังค่ายเงียบสนิท นายกองเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ก็ไม่ได้ยินเสียงใดๆ เขาหันไปมองเอ้อเฮย แล้วกระซิบสั่งให้ตามมาให้ติด จากนั้นก็กัดฟัน โบกมือเรียกให้ทุกคนหมอบต่ำ ค่อยๆ คืบคลานออกจากป่า มุ่งหน้าไปยังค่าย

แต่ทว่า ทันทีที่นายกองและพรรคพวกก้าวออกจากป่าและเริ่มเดินเข้าใกล้ค่าย จู่ๆ ก็มีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นภายในค่าย เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เปลวไฟสว่างวาบราวกับจะย้อมท้องฟ้ายามราตรีให้กลายเป็นสีเลือด

“ไอ้ระยำตัวไหนมันจุดไฟวะ?!” นายกองถึงกับยืนอึ้ง ตัวเขายังไม่ได้ลงมือเลย แถมคนของเขาก็ยังไปไม่ถึงค่ายด้วยซ้ำ ทำไมไฟมันถึงลุกพรึ่บขึ้นมาได้ล่ะ?

ทันใดนั้น คบเพลิงนับสิบดวงก็ถูกโยนออกมาจากในค่าย ส่องสว่างเผยให้เห็นเงาร่างของนายกองและพรรคพวกบนลานกว้างอย่างชัดเจน

ท่ามกลางแสงไฟจากค่าย เงาร่างของใครบางคนกำลังง้างธนู ประกายไฟสะท้อนคมธนูวาววับราวกับคมเขี้ยวของสัตว์ร้าย

“มีซุ่มโจมตี! โดนหลอกแล้ว!” นายกองทะยานตัวลุกขึ้น แต่ไม่ได้พุ่งไปข้างหน้า เขารีบคว้าตัวเอ้อเฮย หันหลังกลับและวิ่งเตลิดกลับไปยังป่าละเมาะ

“เร็วเข้า! เร็วเข้า!” นายกองวิ่งตัวเอียงพลางผลักเอ้อเฮยให้วิ่งนำไป มือก็แกว่งดาบวงแหวนไปมาด้านหลังเพื่อปัดป้องลูกศรที่พุ่งแหวกความมืดมิดมา

ขณะกำลังวิ่ง เอ้อเฮยก็ได้ยินเสียงร้องครางดังมาจากนายกอง จากนั้นแรงผลักที่ด้านหลังก็หายไป…

เมื่อเอ้อเฮยตั้งสติได้และหันกลับไปมอง ท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่อง เขาก็พบว่านายกองล้มฟุบลงกับพื้นเสียแล้ว ที่กลางหลังมีลูกศรปักคาอยู่ ขนนกสีขาวหม่นสั่นระริก ราวกับธงเรียกวิญญาณในขบวนงานศพที่เขาเคยเห็น…

“ลุง!”

เอ้อเฮยวิ่งกลับไปทรุดตัวลงข้างกายลุง เขาพยายามอย่างสุดกำลังที่จะกอดและลากร่างของนายกองให้ลุกขึ้น เดินโซซัดโซเซไปทางป่าละเมาะ เขารู้ดีว่า ขอเพียงหนีเข้าป่าได้ ก็คงไม่มีใครตามล่าแล้ว และพวกเขาก็จะมีโอกาสรอดชีวิต

เสียงธนูแหวกอากาศดังสวบสาบราวกับเสียงเพรียกวิญญาณจากยมทูต คนข้างกายบางคนถูกยิงล้มลงพร้อมเสียงร้องโหยหวน เอ้อเฮยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาอ้าปากกว้างหอบหายใจ วิ่งตะบึงราวกับหมาบ้า พุ่งหลาวเข้าไปในป่าละเมาะ…

ท่ามกลางความมืดมิด เสียงดังพลั่ก เอ้อเฮยสะดุดรากไม้หรือรากหญ้าเข้าอย่างจัง ทำให้ทั้งคู่ล้มลุกคลุกคลานลงไปกองกับพื้น เอ้อเฮยไม่สนความเจ็บปวด เขารีบตะเกียกตะกายขึ้นมาพยุงนายกองให้พิงร่างของตน เผื่อว่าลุงของเขาจะรู้สึกสบายขึ้นบ้าง…

นายกองเอนหลังพิงเอ้อเฮย หอบหายใจอย่างยากลำบาก ไอเอาฟองเลือดออกมาทางปาก เขาก้มลงคลำหน้าอก มองเห็นหัวลูกศรที่ทะลุออกมา “เอ้อเฮย… ลุง… แค่กๆ… ลุงคงไม่รอดแล้ว… เอ็งไม่ต้องห่วงลุง… หนีไปซะ!”

เอ้อเฮยน้ำตาไหลพราก ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเอาเป็นเอาตาย กัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าส่งเสียงร้องไห้ออกมา ราวกับกลัวว่าถ้าร้องไห้ ลุงของเขาจะจากไปจริงๆ

“ไม่ไหวแล้ว… แค่กๆ… ไม่ไหวแล้ว…”

นายกองไอออกมาเป็นฟองเลือด เขาล้วงเอาถุงเงินใบเล็กๆ จากอกเสื้อ ยัดใส่มือเอ้อเฮย แล้วพูดว่า “รีบ… รีบหนีไปซะ… อย่ากลับเข้าเมือง… มุ่งหน้าไปทางเหนือ… ไปหาที่ซ่อนตัวบนเขาที่พอมีชาวฮั่นอยู่บ้าง… แค่กๆ… ก็บอกว่าหนี… หนีมาจาก… พวกชาวหู… อย่า… อย่าไปเป็นทหารอีกนะ… โลกนี้… มันช่าง…”

เสียงของนายกองค่อยๆ แผ่วลง เขายกมือขึ้นคล้ายอยากจะลูบหัวเอ้อเฮยเป็นครั้งสุดท้าย หรืออยากจะผลักไสเขาให้หนีไป แต่เมื่อมือยกขึ้นมาได้ครึ่งทาง ก็ร่วงหล่นลงอย่างไร้เรี่ยวแรง กระทบพื้นดินเสียงดังพลั่ก ราวกับมีบางสิ่งพังทลายลง…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note