You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เนื่องจากเผยเฉียนได้เดินทางมาถึงเขตแดนเหอตงแล้ว และกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองอันอี้ จึงจำเป็นต้องชูธงประจำกองทัพขึ้นมา

ในบริเวณใกล้เคียงกับเมืองซือลี่ ผู้คนที่สัญจรไปมาล้วนเป็นผู้อพยพ และมีทหารของตั๋งโต๊ะเดินพลุกพล่านอยู่ทั่วไป ดังนั้นจึงค่อนข้างปลอดภัย เพียงแค่ชูธงจงหลางฝ่ายซ้ายของราชสำนักก็เพียงพอแล้ว

แต่เมื่อออกนอกเขตควบคุมของกองทัพตั๋งโต๊ะ ความสำคัญของธงประจำกองทัพก็มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และตำแหน่งของเผยเฉียนก็พิเศษเกินไป…

“ไปกันเถอะ… ไปดูกันหน่อย…” เผยเฉียนถอนหายใจในใจ ลุกขึ้นยืน หวงเฉิงและตู้หย่วนเดินตามหลังเขาออกไปนอกกระโจม

ระบบสั่งการกองทัพในสมัยโบราณส่วนใหญ่ใช้ฆ้องกลอง ธง และแตร รวมกับพลนำสาร ตำแหน่งของเผยเฉียนมีตำแหน่งทางการทหารรวมอยู่ด้วย ดังนั้นจึงมีระบบสั่งการกองทัพที่สมบูรณ์แบบเช่นกัน

ซึ่งธงถือเป็นส่วนสำคัญและมีจำนวนมากที่สุด

โดยปกติแล้ว เมื่อขุนพลนำทัพ ย่อมต้องมีธงผืนใหญ่ หรือที่เรียกว่าธงเหมาเผย เมื่อแม่ทัพบัญชาการรบ มักจะปักธงผืนใหญ่นี้ไว้ข้างกาย ซึ่งธงแม่ทัพที่พูดถึงกันบ่อยๆ ก็คือธงผืนนี้นี่เอง ในการรบ ธงนี้มักจะเป็นเป้าหมายหลักที่ศัตรูพุ่งเป้าโจมตี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของกองทัพฝ่ายตน ทหารทั้งกองทัพจะคอยจับตาดูว่าธงผืนใหญ่นี้อยู่ที่ใด ยังอยู่หรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความพ่ายแพ้หรือชัยชนะในการรบได้เลย

แต่ตอนนี้เผยเฉียนยังไม่ถึงระดับขุนพล จึงมีเพียงธง “ผู้บัญชาการสามทัพ” เท่านั้น ตอนนี้ธงผืนนี้ถูกตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของกระโจมของเผยเฉียน เป็นธงสีขาวยาวๆ ที่เขียนคำว่า “ผู้บัญชาการสามทัพ” ไว้สี่คำ

ดังนั้นธงผืนนี้จึงไม่สามารถใช้เป็นธงประจำตัวของเผยเฉียนได้ มันบอกได้แค่ว่าที่นี่มีผู้บัญชาการทหารอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร

ดังนั้นจึงต้องทำธงประจำตัวขุนพลที่เป็นของเผยเฉียนโดยเฉพาะ

ที่หวงเฉิงมาถามก็คือเรื่องนี้นี่แหละ

เพราะตอนที่เผยเฉียนจากมา เป็นช่วงเวลาสำคัญของการย้ายเมืองหลวง คลังอาวุธถูกปิดผนึกหมดแล้ว โชคดีที่ลิยูเป็นคนอนุมัติด้วยตัวเอง จึงได้เตรียมสิ่งของให้เผยเฉียนจนครบ แต่ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีการทำธงขุนพลของเผยเฉียน เดิมทีต้องเดินทางเร่งรีบ และยังอยู่ในเขตควบคุมของกองทัพตั๋งโต๊ะ แค่ชูธงจงหลางฝ่ายซ้ายก็พอแล้ว แต่ตอนนี้เข้าสู่เขตเหอตงแล้ว ย่อมต้องชูธงของเผยเฉียนเอง

การทำธงไม่ใช่เรื่องยาก ช่างในกองทัพทุกคนทำเป็นอยู่แล้ว ไม่งั้นถ้าเกิดชำรุดระหว่างการเดินทัพจะทำยังไง? จะให้ถือธงขาดๆ รอจนกลับถึงเมืองหลวงค่อยเปลี่ยนงั้นหรือ?

เรื่องยากคือจะเลือกธงอะไรดี…

ตอนนี้เผยเฉียนมีทั้งตำแหน่งในราชสำนักส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีทั้งตำแหน่งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร หวงเฉิงก็เลยไปไม่เป็น ต้องมาขอคำชี้แนะจากเผยเฉียน

เผยเฉียนมาถึงค่ายหลัง มองดูธงสามผืนที่วางอยู่บนพื้น เขาก็ถึงกับไปไม่เป็นเหมือนกัน

นี่มัน…

ด้านซ้ายเป็นธงสีน้ำเงินขอบแดง มีอักษรตัวใหญ่สี่ตัวเขียนว่า “จงหลางฝ่ายซ้าย”…

ตรงกลางเป็นธงสีแดงขอบดำ มีอักษรตัวใหญ่ห้าตัวเขียนว่า “จงหลางเจี้ยงพิทักษ์ซยงหนู” แล้วก็มีตัวอักษรเล็กกว่าสี่ตัวอยู่ด้านล่างเขียนว่า “เปี๋ยปู้ซือหม่า”…

ขวาสุดเป็นธงสีเขียวขอบน้ำเงิน มีตัวอักษรน้อยที่สุด แค่สามตัวเขียนว่า “รักษาการเจ้าเมืองซ่างจวิ้น”…

ตำแหน่งเต็มๆ ของเผยเฉียนคือ “จงหลางฝ่ายซ้ายควบตำแหน่งจงหลางเจี้ยงพิทักษ์ซยงหนู เปี๋ยปู้ซือหม่า รักษาการเจ้าเมืองซ่างจวิ้น” ถ้าจัดอันดับตำแหน่งตามจำนวนตัวอักษร เผยเฉียนคงได้อยู่แถวหน้าแน่ๆ…

แต่ปัญหาคือ จะให้เอาธงสามผืนไปแขวนบนเสาต้นเดียวเลยหรือ?

มันจะดูรกเกินไปไหม

จะปักเสาสามต้น ก็กลัวคนอื่นจะเข้าใจผิดคิดว่ามีแม่ทัพสามคน

จะปักเสาต้นเดียว ก็ไม่รู้จะเลือกแขวนธงผืนไหนดี จะให้เปลี่ยนวันละผืนก็คงไม่ใช่?

แล้วตกลงจะใช้อันไหนดีล่ะ?

เดิมทีเผยเฉียนก็กำลังปวดหัวกับการวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งหมดของปิงโจวอยู่แล้ว พอมาเห็นธงสามผืนบนพื้นอีก ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนโดนกลั่นแกล้ง…

“แขวนมันทั้งสามผืนนั่นแหละ!” เผยเฉียนหงุดหงิดขึ้นมา สั่งการอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

“หา?!” หวงเฉิงและตู้หย่วนที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับอึ้งไปเลย

หวงเฉิงมองธง สลับกับมองเสาธงที่อยู่ข้างๆ รู้สึกสงสารเสาธงต้นนั้นขึ้นมาจับใจ “เอ่อ คุณชายเผย ถ้าแขวนหมดนั่น ผืนล่างสุดคงจะลากพื้นพอดี…”

เสาธงมีความยาวกำหนดไว้ตายตัว เสาธงขุนพลจะเตี้ยกว่าเสา “ผู้บัญชาการสามทัพ” ไม่อย่างนั้นถ้าตอนรบ เสาธงขุนพลไปบังเสาธงแม่ทัพจนทหารเสียขวัญ จะโทษว่าเป็นความผิดของธงแม่ทัพหรือความผิดของเสาธงล่ะ?

จะให้ต่อเสา “ผู้บัญชาการสามทัพ” ให้สูงขึ้นอีกงั้นหรือ?

ก็ไม่น่าจะดี เพราะเสาธงทุกต้นล้วนผ่านกระบวนการผลิตมาอย่างดี คัดเลือกท่อนไม้มาอย่างพิถีพิถัน ปอกเปลือก ตากให้แห้งในที่ร่ม แล้วทาด้วยน้ำมันและยางไม้ ทำให้มีความยืดหยุ่นและแข็งแรง ไม่ใช่แค่ไปตัดต้นไม้ใบหญ้าข้างทางมาทำเสาธงได้ง่ายๆ…

อย่างเสาธง “ผู้บัญชาการสามทัพ” ก็มีข้อกำหนดชัดเจนว่าต้องสูงหนึ่งจ้างเก้าฉื่อ ตัวธงยาวสามฉื่อ กว้างหนึ่งฉื่อครึ่ง มีแถบหางห้าสีจำนวนยี่สิบห้าเส้น แถบหางยาวสองฉื่อห้าชุ่น…

พวกนี้เป็นกฎตายตัว ห้ามเปลี่ยนแปลงพลการ ยิ่งไปกว่านั้น เสาธงที่ทำขึ้นมาแบบลวกๆ ก็ไม่รับประกันคุณภาพ ถ้ากำลังรบๆ อยู่ จู่ๆ ลมพัดมา เสาธงที่เพิ่งตัดมาทำใหม่เกิดหักขึ้นมาจะทำยังไง?

ดังนั้น ไม่ต้องพูดถึงว่าจะแขวนยังไง แค่ทำเสาธงก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยแล้ว ตอนนี้จะรีบใช้ จะไปมีเวลารอได้ยังไง…

เผยเฉียนกะระยะดู ก็คิดว่าหวงเฉิงพูดถูก ขืนชูเสาธงที่มีธงสามผืนนี่ออกไป จะไปอวดเบ่งหรือจะไปเช็ดพื้นกันแน่?

“ตัดธงพวกนี้ซะ! แล้วเอามาเย็บต่อกันให้ขนาดเท่ากับธงผืนเดียวก็พอ!”

หวงเฉิงถามอย่างลังเลว่า “นี่… นี่… ทำแบบนี้จะได้หรือขอรับ?”

เผยเฉียนหันไปถามตู้หย่วน “เหวินเจิ้ง กฎหมายของราชวงศ์ฮั่นมีข้อห้ามไม่ให้ใช้ธงสามสีหรือเปล่า?”

ตู้หย่วนกะพริบตา พยายามนึกทบทวนดู ก็พบว่ากฎหมายฮั่นกำหนดไว้แค่ขนาดของธงสำหรับตำแหน่งต่างๆ รูปแบบของขอบธง มีหางธงหรือไม่ มีขนนกประดับหรือไม่… แต่ไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องสีของธง…

แต่ธงที่มีหลายสีผสมกันมักจะใช้บอกทิศทาง เช่น ตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงเหนือ อย่างทิศตะวันออกเฉียงเหนือก็ใช้ธงครึ่งบนสีน้ำเงินครึ่งล่างสีดำเป็นสัญลักษณ์ มักจะใช้คู่กับธงประจำกองทัพ เพื่อสั่งให้กองทัพมุ่งหน้าไปทางทิศนั้น…

แต่การใช้ธงสามสีเป็นธงประจำตัวแม่ทัพ นี่… ไม่เคยมีมาก่อนจริงๆ…

แต่ก็ไม่มีใครเคยใช้แบบนี้มาก่อนเหมือนกันนี่นา?

“ตกลงตามนี้แหละ ในเมื่อไม่มีกฎห้าม ก็แปลว่าทำได้!” เผยเฉียนที่คุ้นเคยกับการเลี่ยงบาลีในยุคหลัง คิดว่าวิธีนี้ก็ช่วยแก้ปัญหาว่าจะเลือกธงผืนไหนได้เหมือนกัน ไม่ใช่หรือ?

เผยเฉียนโบกมือ เป็นอันจบเรื่องนี้ แล้วก็เดินกลับเข้ากระโจมไป ทิ้งให้หวงเฉิงกับตู้หย่วนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ด้วยเหตุนี้ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนในค่าย ธงแม่ทัพสามสีผืนแรกในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ฮั่นก็ถูกชูขึ้นท่ามกลางควันไฟจากการทำอาหาร ทำให้คืนนั้นทหารหลายคนต้องกินข้าวต้มไหม้ๆ กันเป็นแถว

เพราะทหารเวรทำอาหารหลายคน มัวแต่กวนข้าวต้มไป สายตาก็มองไปที่ธงสีน้ำเงิน แดง เขียว ที่แสนจะพิลึกพิลั่นนั่น แล้วมือก็เผลอหยุดกวนไปโดยไม่รู้ตัว…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note