You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เผยเฉียนขุดม้วนตำราไม้ไผ่ที่ฝังดินไว้สองวันขึ้นมาจากลานบ้าน นี่คือสิ่งที่เขาเตรียมไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

“หวังว่าจะรอดไปได้นะ…”

เผยเฉียนเช็ดเศษดินออกจากม้วนตำราไม้ไผ่ มองดูร่องรอยการผุกร่อนของม้วนตำรา พลางคิดในใจ “ข้าถือว่าเป็นคนแรกที่ทำของเลียนแบบของเก่าหรือเปล่านะ? ยุคสามก๊กตอนนี้คงยังไม่มีของปลอมหรอกมั้ง?”

เผยเฉียนค่อยๆ บีบม้วนตำราไม้ไผ่ที่ผ่านการขัดเงา แช่น้ำกรด ตากแดด รมควัน และฝังกลบในดินจนสภาพดูเก่าแก่ทรุดโทรม เดินกลับเข้าไปในห้อง

วันนี้เป็นหนึ่งในสองวันที่เผยเฉียนในฐานะศิษย์จดชื่อ มีโอกาสไปเยี่ยมจวนตระกูลชัวในแต่ละเดือน เขาจะนำม้วนตำราไม้ไผ่ของปลอมนี้ไปมอบให้ชัวหยง หากผ่านด่านนี้ไปได้ ก็หมายความว่าตัวอักษรและตัวเลขที่เขาเผลอเขียนไปก่อนหน้านี้มีที่มาที่ไปแล้ว

หลังจากจัดการกับม้วนตำราไม้ไผ่อีกเล็กน้อย เผยเฉียนก็รู้สึกว่าน่าจะพอดูได้ อย่างน้อยในสายตาเขาก็ไม่มีข้อบกพร่องอะไร

เผยเฉียนทบทวนกระบวนการทั้งหมดอีกครั้ง เขาเลือกใช้ไม้ไผ่เก่า ซึ่งดึงมาจากตำราเก่าอีกเล่มหนึ่ง แล้วก็นำมาผ่านกระบวนการต่างๆ จนตอนนี้มันดูเก่าแก่ทรุดโทรมมาก ข้อเสียอย่างเดียวคือยังมีกลิ่นดินคละคลุ้งนิดหน่อย แต่เมื่อบวกกับข้ออ้างของเผยเฉียน ก็น่าจะพอฟังขึ้น

เอาแค่นี้แหละ ทำแค่ครั้งเดียวพอ มันยุ่งยากเกินไป คำกล่าวที่ว่าเมื่อพูดโกหกหนึ่งครั้งก็ต้องใช้คำโกหกอีกพันคำมาปิดบังนั้น เป็นความจริงเสียเหลือเกิน

เอาล่ะ แค่นี้แหละ เผยเฉียนนำม้วนตำราไม้ไผ่ใส่ลงในกล่องผ้าไหมอย่างระมัดระวัง นำกล่องผ้าไหมติดตัวและเดินมุ่งหน้าไปจวนตระกูลชัว

________________________________________

ภายในจวนตระกูลชัว ชัวหยงกำลังสนทนากับโจโฉอย่างออกรส

สำหรับโจโฉผู้เป็นศิษย์เอก ชัวหยงรู้สึกว่าพึ่งพาได้ อย่างน้อยในสายตาของเขา โจโฉก็เป็นชายหนุ่มแห่งยุคฮั่นตะวันออกที่มีอุดมการณ์ มีความทะเยอทะยาน มีคุณธรรม และมีความรู้

ต่างจากศิษย์จดชื่ออย่างเผยเฉียน โจโฉเป็นศิษย์สายตรง (ศิษย์เอก) ของชัวหยง พูดง่ายๆ คือ โจโฉสามารถใช้ชื่อของชัวหยงไปประกาศให้คนอื่นรู้ได้ และหากมีเรื่องเดือดร้อน ชัวหยงในฐานะอาจารย์ก็มีหน้าที่ต้องช่วยเหลือ แต่สำหรับเผยเฉียนนั้นทำไม่ได้ เผยเฉียนบอกได้แค่ว่า “เรียนวิชากับชัวหยง” แต่ไม่อาจบอกว่า “ฝากตัวเป็นศิษย์ของชัวหยง” หากมีเรื่องเดือดร้อน อาจารย์จะช่วยหรือไม่ช่วยก็ได้ตามแต่สถานการณ์

ความสนิทสนมนั้นแตกต่างกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

เมื่อคุยกันไปได้สักพัก ชัวหยงเห็นโจโฉมีท่าทีหนักใจ จึงถามขึ้นว่า “เมิ่งเต๋อ มีเรื่องหนักใจอันใดหรือ ไฉนจึงทำหน้าบึ้งตึง?”

โจโฉถอนหายใจ “บ้านเมืองยากลำบาก ราชสำนักสั่นคลอน ข้าเพียงแต่รู้สึกกังวลใจเท่านั้น” ความหมายคือ ตอนนี้การแย่งชิงอำนาจในราชสำนักดุเดือดมาก ข้ากำลังมีปัญหา แก้ไม่ตก รู้สึกหงุดหงิด

แต่น่าเสียดายที่ชัวหยงไม่ได้เข้าใจความหมายแฝงของโจโฉ ชัวหยงกล่าวด้วยความจริงใจว่า “เมิ่งเต๋อ เจ้ามีเจตนาเช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว ทำใจให้สบายเถิด ยังมีจื่อสือ (อ้องอุ้น) และเหวินเซียน (เอียวเปียว) คอยดูแลอยู่ แม้ฮ่องเต้จะยังทรงพระเยาว์ ก็คงไม่มีเรื่องร้ายแรงอันใดดอก” ชัวหยงกำลังปลอบใจโจโฉว่า ฟ้าถล่มก็ยังมีคนตัวสูงๆ อย่างอ้องอุ้นและเอียวเปียวคอยค้ำอยู่ เจ้าอย่าได้กังวลไปเลย

โจโฉกล่าวว่า “ทว่าในเมื่อรับเบี้ยหวัดของฮ่องเต้ ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด บัดนี้ตั๋งโต๊ะและเต๊งหงวนตั้งทัพอยู่ใกล้เมืองหลวง รั้งอยู่นานวัน เกรงว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง” ข้ายังรับราชการอยู่นะ ตอนนี้ตั๋งโต๊ะกับเต๊งหงวนจ้องจะกินหัวกันอยู่หน้าเมืองหลวง ทำให้ข้าไม่รู้เลยว่าตำแหน่งนี้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน

ชัวหยงผู้เป็นสุภาพชนผู้ซื่อตรง เมื่อได้ฟังคำพูดของโจโฉก็เห็นด้วย จึงกล่าวว่า “เมิ่งเต๋อกล่าวมีเหตุผล ทว่านี่เป็นเรื่องของการทหาร ข้าจะเขียนจดหมายถึงเหวินเซียน (เอียวเปียว) เพื่อตักเตือนเขาสักหน่อย”

โจโฉแอบถอนหายใจ อาจารย์ของข้าดีไปหมดทุกอย่าง เสียแต่มองโลกในแง่ดีเกินไป ถ้าแค่พูดกับเอียวเปียวสองสามคำแล้วจะทำให้ตั๋งโต๊ะกับเต๊งหงวนถอยทัพได้ ข้าจะมาหาท่านทำไมเล่า?

แต่จะพูดตรงๆ ก็ไม่ได้ โจโฉจึงต้องพูดอ้อมๆ อีกครั้ง “ท่านอาจารย์มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแผ่นดิน บัดนี้บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีอาจารย์มาคอยช่วยประคับประคอง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้คน” ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนั้น ออกมาแสดงตัวหน่อยสิ ช่วยเป็นแบ็คอัพให้ศิษย์คนนี้หน่อย

ชัวหยงส่ายหน้า กล่าวว่า “ข้าแก่ชราแล้ว เวลาคงเหลือไม่มาก จะไปยึดติดกับยศฐาบรรดาศักดิ์ และลำบากตรากตรำกับงานเอกสารไปทำไม?” แม้แต่ตำแหน่งซื่อจงข้าก็ไม่อยากทำแล้ว นับประสาอะไรกับตำแหน่งใหญ่โตกว่านี้

เมื่อพูดมาถึงขนาดนี้ โจโฉก็หมดปัญญา จะให้มัดตัวชัวหยงออกไปรับตำแหน่งก็คงไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนเรื่องคุย “หลายวันก่อนข้าบังเอิญได้ตำราโบราณมาม้วนหนึ่ง ข้าทราบมาว่าช่วงนี้ศิษย์น้องหญิงอารมณ์ไม่ใคร่ดีนัก จึงตั้งใจนำมาให้เพื่อคลายความเศร้าหมอง”

ขณะที่ชัวหยงกำลังจะปฏิเสธ บ่าวคนหนึ่งก็เข้ามารายงานว่า เผยเฉียนขอเข้าพบ

ในเมื่อคุยเรื่องธุระเสร็จแล้ว ของขวัญก็มอบให้แล้ว แม้จะไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่หวังไว้ แต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ ประจวบเหมาะกับที่มีคนมา โจโฉจึงขอตัวลากลับ

โจโฉเดินออกจากจวนตระกูลชัว ก็พบเผยเฉียนยืนรออยู่ด้านนอก จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาคือศิษย์จดชื่อคนใหม่ของชัวหยง จึงเข้าไปทักทาย

เผยเฉียนไม่คาดคิดว่าจะมาเจอโจโฉที่นี่ แถมโจโฉยังทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม เผยเฉียนจึงรีบประสานมือคารวะโจโฉ

นี่เป็นครั้งแรกที่เผยเฉียนได้เห็นโจโฉใกล้ชิดขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าโจโฉจะตัวเตี้ยขนาดนี้ กะด้วยสายตาน่าจะประมาณร้อยหกสิบเซนติเมตร หน้าเหลี่ยม ตาตี่เวลายิ้มจนแทบไม่เห็นลูกตา เผยเฉียนเพียงแต่กวาดสายตามองคร่าวๆ ไม่กล้าจ้องมอง เพราะในยุคนี้การจ้องมองผู้อื่นถือเป็นเรื่องที่เสียมารยาทมาก

โจโฉเดินเข้ามาหา ประคองเผยเฉียนให้ลุกขึ้น กุมมือเผยเฉียนไว้และตบเบาๆ ยิ้มแฉ่งราวกับหมาป่าใจดี “นี่คือศิษย์น้องใหม่ เผยเฉียน เผยจื่ออวิ๋น ใช่หรือไม่? ข้าได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะได้พบกันในวันนี้ ช่างเป็นชายหนุ่มรูปงามเสียจริง!”

หากเผยเฉียนไม่ใช่คนที่ผ่านประสบการณ์ในแวดวงคนทำงานในยุคหลังมาอย่างโชกโชน แต่เป็นเพียงพนักงานใหม่ คงต้องถูกท่าทีของโจโฉทำให้ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลแน่ ชื่อของข้าไปถึงหูของขุนนางระดับสูงในราชสำนัก ช่างเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจเสียนี่กระไร!

แต่น่าเสียดายที่เผยเฉียนถูกทอดทิ้งในกระทะน้ำมันของแวดวงคนทำงานมานับครั้งไม่ถ้วน เขามีภูมิต้านทานต่อความอบอุ่นระดับนี้มากพอตัว

แต่เมื่อขุนนางผู้ใหญ่เล่นละครมา คนที่ไปขัดคอก็คือคนโง่

ดังนั้นเผยเฉียนจึงแสดงท่าทีซาบซึ้งใจและทำตัวไม่ถูกออกมา

โจโฉกุมมือถามคำถามอย่างกระตือรือร้นสองสามข้อ ไม่มีอะไรมากไปกว่า ช่วงนี้สบายดีไหม? ทำอะไรอยู่? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?

เผยเฉียนตอบกลับอย่างนอบน้อม ในใจก็แอบคิดว่า วัฒนธรรมจีนช่างหยั่งรากลึกจริงๆ ตั้งแต่สมัยโบราณพวกผู้มีอำนาจก็รู้จักการลงพื้นที่มาไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบแล้ว ดูจากการถามที่คล่องแคล่วของโจโฉ คงไม่ได้ทำแบบนี้เป็นครั้งแรกแน่ๆ ดูชำนาญเชียว

เมื่อทราบว่าเผยเฉียนมาเพื่อขอความรู้เรื่องตำราโบราณจากชัวหยง โจโฉก็พยักหน้า บอกว่าจะไม่รบกวนเวลาของเผยเฉียน แล้วให้เผยเฉียนเข้าไปในจวนตระกูลชัว

แต่พอเผยเฉียนเดินไปได้เพียงสองก้าว โจโฉก็เรียกเผยเฉียนไว้ ยิ้มแฉ่งแล้วพูดว่า “ข้าก็ชื่นชอบตำราโบราณมาตั้งแต่เด็ก ได้ยินว่าจื่ออวิ๋นเพิ่งได้ม้วนตำราเก่ามา ข้ารู้สึกอยากเห็นนัก ขอชมเป็นบุญตาสักหน่อยได้หรือไม่?”

คำขอแบบนี้ย่อมปฏิเสธไม่ได้ เผยเฉียนจึงให้บ่าวเปิดกล่องผ้าไหมให้โจโฉดู

โจโฉหยิบแผ่นไม้ไผ่ขึ้นมาแผ่นหนึ่งอย่างเบามือ พิจารณาดูซ้ายดูขวา แถมยังยกขึ้นส่องกับแสงแดดอีกด้วย

เผยเฉียนก้มหน้า หัวใจเต้นตูมตาม ในประวัติศาสตร์โจโฉเหมือนจะเคยขุดสุสานโบราณมาก่อน เขาจะมองออกไหมนะว่ามีปัญหา?

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note