You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

การประชุมเลิกแล้ว สองพี่น้องตระกูลไคว่นั่งรถม้าคันเดียวกันกลับจวนตระกูลไคว่

ไคว่เยว่ที่นั่งอยู่ในรถม้ายังคงรู้สึกภูมิใจไม่หาย พอนึกถึงตอนที่เขายัดเยียดงานคุมการผลิตลูกธนูให้เฟยเฉียน แล้วเฟยเฉียนทำหน้าตาตื่นตระหนก เขาก็อดขำไม่ได้

สร้างลูกธนูสี่หมื่นดอกในหนึ่งเดือน ฮ่าฮ่า เรื่องนี้ต่อให้เป็นขุนนางบุ๋นอย่างไคว่เยว่ก็ยังรู้ดี ต่อให้เตรียมวัสดุครบถ้วนไม่มีปัญหา และช่างฝีมือในเซียงหยางให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ การจะผลิตลูกธนูให้ได้สองหมื่นดอกในหนึ่งเดือน ซึ่งก็คือแค่ครึ่งเดียว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว แต่ตอนนี้กลับให้เฟยเฉียนผลิตให้ได้ถึงสี่หมื่นดอกในหนึ่งเดือน นี่มันเป็นไปไม่ได้เลยชัดๆ…

ตอนนี้ก็แค่รอไปอีกหนึ่งเดือน หรืออาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำ หากเฟยเฉียนฉลาดพอ ก็คงชิงลาออกไปเอง เห็นแก่ที่เป็นศิษย์ของช่ายยง ก็คงไม่เอาผิดอะไร ถือว่าปล่อยผ่านไป แต่ชื่อเสียงน่ะหรือ ย่อมต้องพังป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่ แต่หากดื้อดึงจนถึงสิ้นเดือน แล้วผลิตลูกธนูไม่ครบตามจำนวน ก็ต้องถูกปลดจากตำแหน่งอยู่ดี แถมยังมีความผิดฐานทำให้กองทัพขาดแคลนอาวุธ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

ยังไงงานนี้เฟยเฉียนก็ไม่รอดแน่ หึหึ…

ไคว่เยว่กำลังคิดอย่างได้ใจ ก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แต่พอหันไปมองไคว่เหลียงผู้เป็นพี่ชาย กลับเห็นใบหน้าเรียบเฉย ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง จึงอดถามไม่ได้ว่า “พี่ใหญ่ ท่านกำลังคิดอะไรอยู่หรือ?”

ไคว่เหลียงส่ายหน้า แล้วก็พยักหน้า ตอบอย่างลังเลว่า “ข้ารู้สึกว่าการที่เจ้าออกหน้าเล่นงานเฟยจื่อเยวียนในครั้งนี้ ดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก”

“มีอะไรไม่เหมาะสมกัน ก็แค่ศิษย์ของราชเลขาธิการช่ายเท่านั้น ที่นี่ไม่ใช่เหอหลั่วเสียหน่อย ต่อให้ราชเลขาธิการช่ายรู้แล้วจะทำอะไรได้?” ไคว่เยว่ตอบ “อีกอย่าง เขาไปอยู่กับท่านผางเต๋อกงตั้งเป็นเดือนแล้ว ก็ไม่เห็นมีข่าวว่าท่านผางจะรับเป็นศิษย์ คงจะแค่ไปขอความรู้จากท่านผางเท่านั้นแหละ และในจิงเซียงนี้ คนที่เคยไปขอความรู้จากท่านผางก็มีเป็นพันเป็นหมื่น หรือว่าพวกเราต้องคอยระวังไม่กล้าแตะต้องคนพวกนั้นไปหมดเลยหรือ?”

“ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ข้าก็ยังรู้สึกว่ามันแปลกๆ” ไคว่เหลียงเริ่มรู้สึกถึงความผิดชาติตั้งแต่ตอนที่หลิวเปี่ยวไม่ยอมแสดงท่าทีอะไรในตอนแรก เขาจึงจงใจเปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงหยวนซู่แทนในตอนที่ไคว่เยว่ทำท่าจะพูด

ตอนแรกเขาก็นึกว่าการประชุมจะจบลงแค่นั้น กะว่าพอกลับมาสืบเรื่องราวให้ชัดเจนแล้วค่อยวางแผนกันใหม่ แต่นึกไม่ถึงว่าช่ายเม่าจะกระโดดออกมารับช่วงต่อ แถมยังยื่นข้ออ้างที่เหมาะเจาะพอดีมาให้เสียอีก…

ไคว่เหลียงรู้สึกว่าตระกูลช่ายให้ความร่วมมือดีเกินไป ทำไมถึงได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาในจังหวะที่พอดีเป๊ะขนาดนี้? การฝึกพลธนูมันก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่ก็ไม่เห็นต้องรีบร้อนขนาดนั้นไม่ใช่หรือ? และเพราะคิดได้เช่นนี้ ตอนที่ไคว่เยว่จะก้าวออกไป เขาถึงได้พยายามรั้งไว้ น่าเสียดายที่ไคว่เยว่ขยับตัวเร็วเกินไป เขาจึงคว้าไว้ไม่ทัน…

“หรือว่าตระกูลช่ายจะมีแผนการอื่น?” ไคว่เยว่ฟังแล้วก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน แต่ปกติช่ายเม่าก็ไม่ได้ดูเป็นคนเจ้าเล่ห์นัก เว้นเสียแต่ว่าช่ายเฝิง ผู้นำตระกูลช่ายจะสั่งการอะไรไว้ก่อนการประชุมวันนี้?

แล้วการกระทำของช่ายเม่าในครั้งนี้ ซ่อนความหมายอะไรไว้กันแน่?

แล้วช่ายเฝิง ผู้นำตระกูลช่ายที่อยู่เบื้องหลัง มีเจตนาอะไรกัน?

________________________________________

พี่น้องตระกูลไคว่คิดไม่ตก เฟยเฉียนก็คิดไม่ตกเช่นกัน

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมจู่ๆ ถึงมีคนเอาเรื่องซวยๆ มาโยนใส่หัวข้าล่ะ? ข้าก็เอาแต่อ่านหนังสืออยู่ที่บ้านของผางเต๋อกงทุกวัน ไม่ได้ไปหาเรื่องใครสักหน่อย ปัญหาเดียวก็คือการรับตำแหน่งเปี๋ยเจี้ยนี่แหละ ถึงขนาดต้องทำกันขนาดนี้เลยหรือ?

เปี๋ยเจี้ยตำแหน่งนี้ ข้าก็ไม่ได้อยากได้เสียหน่อย หลิวเปี่ยวเป็นคนยัดเยียดให้เองต่างหาก ถ้ามีปัญหาอะไรก็ไปโวยกับหลิวเปี่ยวสิ จะมาเล่นงานข้าทำไม?

แม้เฟยเฉียนจะไม่ค่อยรู้แน่ชัดว่ากำลังการผลิตของช่างฝีมือในเซียงหยางในปัจจุบัน สามารถผลิตลูกธนูได้มากน้อยแค่ไหนในหนึ่งเดือน แต่ดูจากตอนที่คัดเลือกคนคุมงานผลิต แล้วทุกคนต่างพากันหดหัวทำตัวลีบ ก็รู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่งานหมูๆ แน่…

น่าเสียดายที่ตอนนั้นถูกคำพูดของไคว่เยว่ต้อนจนมุม ขืนปฏิเสธไปก็เท่ากับยอมรับว่าตัวเองรับเงินเดือนเปล่าๆ ไม่ยอมทำงาน หรือจะให้บอกว่า ท่านไปจัดสรรงานที่มีอยู่ใหม่เถอะ หางานง่ายๆ ให้ข้าทำสักอย่าง แล้วหาแพะรับบาปคนอื่นไปคุมการผลิตลูกธนูแทน?

การทำแบบนั้นมันน่าเกลียดเกินไป ทำได้แต่พูดไม่ได้ เพราะถ้าข่าวลือหลุดออกไป คนที่เสียหน้าก็คงไม่ใช่แค่ข้าคนเดียวแน่

ไม่ได้การ ต้องไปหาหลิวเปี่ยว เรื่องนี้หลิวเปี่ยวต้องมีส่วนรู้เห็น หรืออย่างน้อยก็ต้องเกี่ยวข้องแน่ๆ

ต่อให้ไคว่เยว่จะพูดยกยอปอปั้นแค่ไหน สุดท้ายถ้าหลิวเปี่ยวไม่เคาะโต๊ะเห็นด้วย เรื่องมันก็ไม่ตกมาถึงหัวข้าหรอก แต่สุดท้ายท่านกลับตีเนียนตามน้ำ ถีบข้าตกลงไปในหลุมพรางซะงั้น ถ้าบอกว่าไม่มีอะไรแอบแฝง ใครจะไปเชื่อ?

น่าเสียดายที่พอเฟยเฉียนตามไปถึงเรือนหลังของจวนผู้ว่าการ กลับถูกอีจี๋ที่มารออยู่ก่อนแล้วขวางไว้ อีจี๋บอกว่าช่วงนี้ท่านผู้ว่าการเหน็ดเหนื่อยมาก ตอนนี้พักผ่อนไปแล้ว ไม่สะดวกให้ใครรบกวน หากมีเรื่องอะไร ไว้ค่อยมาใหม่วันหลังเถอะ ฯลฯ…

ไว้ค่อยมาใหม่วันหลัง?

รอให้ถึงวันหลัง ดอกไม้ก็เฉาหมดแล้ว!

แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว หลิวเปี่ยวคงตั้งใจจะไม่ยอมพบหน้า และไม่ยอมให้โอกาสเขาได้ปฏิเสธ เฟยเฉียนก็จนปัญญา ได้แต่กล่าวลาอีจี๋ด้วยความหงุดหงิด

เฟยเฉียนเพิ่งจะหันหลังเดินไป ก็ถูกอีจี๋ดึงแขนเสื้อไว้จนเกือบหน้าคะมำ

อีจี๋เห็นดังนั้น ก็รีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ แล้วลดเสียงลงกระซิบว่า “เรื่องนี้… นายท่านก็ลำบากใจเช่นกัน… ยังไงเสียตระกูลไคว่ก็มีอิทธิพลมาก… จึงจำใจต้องทำเช่นนี้ แต่จื่อเยวียนวางใจได้เลย เรื่องวัสดุและช่างฝีมือ ข้าจะจัดเตรียมให้ท่านอย่างเต็มที่ รับรองว่าจะไม่ให้เกิดความล่าช้าแม้แต่น้อย…”

นี่มันหมายความว่ายังไง?

อืม อันดับแรกคือจะบอกว่าหลิวเปี่ยวก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน? ตระกูลไคว่ต่างหากคือผู้ร้ายตัวจริง? ทั้งหมดนี้เป็นแผนของตระกูลไคว่ ไปหาหลิวเปี่ยวก็ไม่มีประโยชน์?

แล้วไอ้คำว่า ‘มีอิทธิพลมาก’ นี่ล่ะ? หมายความว่าจะให้ข้าไปหาคนที่ ‘มีอิทธิพลมากกว่า’ อย่างผางเต๋อกงให้ออกหน้าจัดการให้งั้นหรือ? และการที่ผางเต๋อกงยอมออกหน้าจัดการให้ ก็หมายความว่าต้องยอมประนีประนอมกับหลิวเปี่ยว และยอมมารับราชการใต้บังคับบัญชางั้นสิ…

ส่วนประโยคสุดท้าย ไม่ได้ตั้งใจจะบอกให้ข้า ‘วางใจ’ หรอกนะ แต่กำลังเตือนให้ข้าเลิกล้มความคิดที่จะเล่นตุกติกกับเรื่องวัสดุหรือช่างฝีมือต่างหาก ทั้งสองเรื่องนี้จะเตรียมไว้ให้อย่าง ‘เต็มที่’ เพื่อไม่ให้ข้ามีข้ออ้างปัดความรับผิดชอบ หากเกิด ‘ความล่าช้า’ ใดๆ ก็เป็นความผิดของข้าเอง ทางหลิวเปี่ยวจะไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น…

ที่แท้หลิวเปี่ยวก็วางแผนมาอย่างนี้นี่เอง!

ตอนนี้เฟยเฉียนอยากจะสบถออกมาดังๆ ว่า มารดามันเถอะ…

แต่ตอนนี้เขาถูกจับวางบนเขียงแล้ว ต่อให้ไปอาละวาดใส่อีจี๋ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร แถมจะดูเป็นคนนิสัยเสียไปอีก อย่างไรเสียอีจี๋ก็เป็นแค่กระบอกเสียงของหลิวเปี่ยว เฟยเฉียนจึงได้แต่กัดฟันกล่าวขอบคุณอีจี๋ แล้วเดินออกจากจวนผู้ว่าการไป

พอเดินออกจากจวนผู้ว่าการ เฟยเฉียนก็มองเห็นใครบางคนกำลังโบกมือเรียกอยู่ไม่ไกล พอเพ่งมองดีๆ ก็พบว่าเป็นช่ายเหอนั่นเอง

ช่ายเหอแห่งตระกูลช่าย? คนนี้มาเป็นตัวแทนของช่ายเม่าสินะ? มีอะไรจะพูดกับข้าอีกล่ะ?

“ท่านแม่ทัพช่าย ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดหรือ?”

“โธ่ ท่านเปี๋ยเจี้ยเฟยเกรงใจกันเกินไปแล้ว ข้าจะเป็นแม่ทัพที่ไหนกัน ก็แค่เซี่ยวเว่ยคนหนึ่งเท่านั้น ฮ่าฮ่าฮ่า…” ช่ายเหอยิ้มแย้มพูดถ่อมตัวอยู่สองประโยค ก่อนจะพูดเป็นนัยว่า “…ท่านแม่ทัพของข้าเกรงว่าท่านเปี๋ยเจี้ยจะเข้าใจผิด จึงให้ข้ามาอธิบายให้กระจ่างว่า ตระกูลช่ายของเราไม่มีเจตนาจะหาเรื่องท่านเปี๋ยเจี้ยเลยแม้แต่น้อย… เสมียนทหารผู้นี้ก็เป็นคนของตระกูลช่ายเรา หากท่านเปี๋ยเจี้ยต้องการอะไร… ก็สั่งการได้เลย… ฮ่าฮ่า ขอตัวก่อนนะขอรับ ขอตัวก่อน…”

ช่ายเหอพูดจาคลุมเครืออยู่สองสามประโยค แล้วก็ขอตัวจากไป

คำพูดของช่ายเหอนี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่?

หรือว่า…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note