ตอนที่ 108 ผางถ่งถูกปล้น
แปลโดย เนสยังคิดไม่ถึงเลยว่า พอเฟยเฉียนอธิบายความหมายของการแต่งงานทางการเมืองให้ผางถ่งฟัง กลับโดนผางถ่งหัวเราะเยาะซะงั้น…
ผางถ่งบอกว่ารูปแบบการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างหลิวและช่ายนี่แหละ คือรูปแบบการแต่งงานที่ถูกต้องของตระกูลใหญ่ในยุคราชวงศ์ฮั่น ถ้าขืนไปทำตัวแบบซือหม่าเซียงหรูที่ทั้งหลอกลวงคนและปอกลอกเงินทอง แล้วหน้าตาของตระกูลใหญ่จะเอาไปไว้ที่ไหน…
พอผางถ่งพูดขึ้นมา เฟยเฉียนถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า บรรพบุรุษของตระกูลซือหม่ายังมีคนหัวใสแบบนี้อยู่ด้วยจริงสิ ว่ากันว่าร้านเหล้าที่ซือหม่าเซียงหรูเปิดตอนนั้น เปิดทำการได้ไม่กี่วัน พอเงินจากพ่อของจั๋วเหวินจวินเข้ามาปุ๊บ ก็ปิดร้านปั๊บ แปะป้าย ‘ปิดปรับปรุง’ แล้วก็ไม่เคยเปิดอีกเลย…
พอโดนผางถ่งตอกกลับมาแบบนี้ เฟยเฉียนก็รู้สึกว่ามันก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน เลยเลิกสนใจเรื่องบุตรีตระกูลช่ายไป ยังไงเสียบุตรีตระกูลช่ายคนนี้ก็ดูเหมือนจะมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่บ้าง ในประวัติศาสตร์ช่วงหลังๆ นางยังสามารถควบคุมหลิวเปี่ยวได้อยู่หมัดเลยนี่นา…
ช่างเถอะ ขอแค่อย่าให้เรื่องแบบนี้มาตกอยู่ที่ตัวเขาก็พอ
เมื่อกลับมาถึงตีนเขาหลู่ซาน ผางถ่งก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องที่เฟยเฉียนรับปากว่าจะทำตาชั่งที่ประณีตกว่าเดิมให้ จึงตามตื๊อเฟยเฉียนไม่เลิกรา ใช้สารพัดวิธีมากดดัน จนเฟยเฉียนทนรำคาญไม่ไหว ต้องเข้าเมืองไปหาช่างทองเหลือง เพื่อประกอบเครื่องชั่งแบบมีถาดรองอย่างง่ายๆ ให้ผางถ่ง
คราวนี้เฟยเฉียนเรียนรู้แล้ว เขาแยกชิ้นส่วนไปให้ช่างแต่ละคนทำ ไม่ว่าจะเป็นถาดรอง แกนกลาง ขาตั้ง หรือตุ้มน้ำหนัก ต่างก็จ้างช่างคนละคนทำ แล้วค่อยเอาชิ้นส่วนทั้งหมดกลับมาประกอบเองที่บ้าน
หัวใจสำคัญของการประกอบเครื่องชั่งแบบมีถาดรองคือการหาจุดสมดุลให้แม่นยำ แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเฟยเฉียน ขอแค่กะให้แม่นยำคร่าวๆ ก็พอ ยังไงก็ไม่มีทางเที่ยงตรงเท่าเครื่องชั่งในยุคหลังอยู่แล้ว
แม้ว่าเครื่องชั่งแบบง่ายๆ ของเฟยเฉียนจะมีความละเอียดในการชั่งน้ำหนักต่ำสุดอยู่ที่ 0.5 จู แต่เมื่อเทียบกับเครื่องชั่งที่ใช้อยู่ในยุคราชวงศ์ฮั่นแล้ว ก็ถือว่าก้าวหน้าไปไกลมาก
ผางถ่งได้เครื่องชั่งแบบมีถาดรองอันใหม่ไปก็ดีใจเนื้อเต้น ลูบคลำอย่างทะนุถนอม เล่นอยู่พักใหญ่ก็อุ้มมันวิ่งเตลิดเปิดเปิงหายไปไหนก็ไม่รู้ คงกะจะเอาไปอวดเพื่อนเล่นคนไหนสักคนล่ะมั้ง
เฟยเฉียนก็ขี้เกียจสนใจ ยังไงตระกูลผางก็เป็นเจ้าถิ่นในจิงเซียงอยู่แล้ว ผางถ่งก็เป็นถึงหลานชายของผางเต๋อกง คงไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องผางถ่งหรอก เขาจึงไม่กังวลอะไรเลย แอบดีใจด้วยซ้ำที่ได้อยู่เงียบๆ ยังไงเสียเขาก็ยังมีการบ้านอีกกองโตที่ผางเต๋อกงสั่งไว้ให้ทำ…
แต่ใครจะไปคาดคิด ผ่านไปแค่ครึ่งค่อนวัน ก็เห็นผางถ่งเดินหน้ามุ่ยกลับมามือเปล่า ท่าทางซึมเศร้าผิดปกติ
เฟยเฉียนกำลังถือม้วนไม้ไผ่อ่านอยู่ ปรายตามองก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ จึงถามขึ้น “เป็นอะไรไป? ตาชั่งที่เพิ่งให้ไปล่ะ? ทำหายแล้วเหรอ?”
ผางถ่งเอาแต่ส่ายหน้าไม่ยอมพูด จนเฟยเฉียนคาดคั้นหนักเข้า ถึงได้เอามือปิดหน้า แล้วพูดเสียงอู้อี้ว่า “…โดนปล้นมา…”
โอ้โห เรื่องแปลกนะเนี่ย ใครมันกล้าดีมาปล้นหลานชายของผางเต๋อกงแห่งตระกูลผางกัน?
เฟยเฉียนชักจะสนใจขึ้นมา จึงซักไซ้ไล่เลียงอยากรู้ความจริงให้ได้
ตอนแรกผางถ่งก็ดื้อดึงไม่ยอมเล่า แต่พอถูกถามจนรำคาญ จึงยอมปริปาก “ก็ได้ ข้าจะเล่า ข้าจะเล่า… แต่ท่านห้ามเอาไปบอกใครเด็ดขาดนะ…”
เฟยเฉียนพยักหน้ารับปาก บอกให้ผางถ่งรีบเล่า
ที่แท้ หลังจากผางถ่งถูกเฟยเฉียนเอาโจทย์เรื่องน้ำหนึ่งหยดมาต้อนจนมุม เขาก็ไม่มีเครื่องมือที่จะใช้คำนวณ จึงนึกถึงตระกูลหวงขึ้นมาได้ ยังไงเสียตระกูลผางกับตระกูลหวงก็สนิทสนมกันดี เขาจึงไปขอยืมเครื่องมือวัดต่างๆ จากตระกูลหวงมาใช้ วันนี้เพิ่งจะได้ตาชั่งอันใหม่จากเฟยเฉียน ด้วยนิสัยเด็กๆ ที่ยังมีความอวดดีอยู่ ผางถ่งจึงรีบเอาตาชั่งอันใหม่ไปที่บ้านตระกูลหวงทันที ใจหนึ่งก็เพื่อเอาเครื่องมือที่ยืมมาไปคืน อีกใจหนึ่งก็กะจะไปอวดของใหม่ แต่คิดไม่ถึงว่า…
เฟยเฉียนกำลังฟังอย่างสนุก จู่ๆ ก็เห็นผางถ่งเงียบไป จึงเร่งเร้า “แล้วไงต่อล่ะ?”
“เฮ้อ…” ผางถ่งถอนหายใจยาว เล่าตะกุกตะกัก “ปรากฏว่าท่านผู้อาวุโสหวงไม่อยู่บ้านพอดี ก็เลย… กลายเป็นว่ายายเด็กผู้หญิงตระกูลหวงดันมาเห็นตาชั่งเข้า แล้วก็จะขอยืมให้ได้… แน่นอนว่าข้าไม่ยอมให้ยืม คิดไม่ถึงว่ายายเด็กบ้าบิ่นนั่นจะอาศัยว่าแรงเยอะกว่า… แล้วก็โดนแย่งไปเลย…”
“เด็กผู้หญิงตระกูลหวง? คงไม่ใช่หวงเยว่อิงหรอกนะ?” เท่าที่เฟยเฉียนนึกออก เด็กผู้หญิงตระกูลหวงแห่งจิงเซียงที่มีชื่อเสียงก็มีแค่หวงเยว่อิงคนเดียวนี่แหละ
“ใช่แล้ว!” พูดขึ้นมาผางถ่งก็ยังรู้สึกเจ็บใจไม่หาย “เป็นวิญญูชนต้องใช้เหตุผล ไม่ใช้กำลังสิ จะมาอ้างว่าแรงเยอะกว่าแล้วแย่งกันดื้อๆ แบบนี้ได้ยังไง…”
เฟยเฉียนหลุดพรืด กลั้นขำไม่อยู่ หัวเราะจนตัวงอ “ฮ่าฮ่าฮ่า… เจ้าถึงกับโดนปล้น… แถมยังโดนเด็กผู้หญิงปล้นอีก… ฮ่าฮ่าฮ่า… นางไม่ใช่วิญญูชน นางเป็นสตรีต่างหาก แน่นอนว่านางต้องลงมือได้อยู่แล้ว… ไม่ไหวแล้ว ขอข้าหัวเราะอีกหน่อยเถอะ…”
ใบหน้าที่เดิมทีก็คล้ำอยู่แล้วของผางถ่ง ยิ่งคล้ำหนักเข้าไปอีก เขากระโดดโหยงๆ ชี้หน้าเฟยเฉียน “ท่าน… ท่าน…” สุดท้ายก็สะบัดแขนเสื้อ วิ่งกลับเข้าห้องไป ปิดประตูดังปัง ไม่สนใจเฟยเฉียนที่ยืนหัวเราะจนต้องเอามือยันกำแพงอยู่ข้างนอกอีกเลย…
________________________________________
ในเวลาเดียวกัน ภายในเรือนลี้ลับของตระกูลหวง เด็กผู้หญิงที่ปล้นผางถ่งมา หรือก็คือหวงเยว่อิง กำลังสาละวนอยู่กับการศึกษาสิ่งของที่ปล้นมาได้
ตอนนี้หวงเยว่อิงได้ถอดชิ้นส่วนตาชั่งของเฟยเฉียนออกจนกระจัดกระจาย กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นางหยิบขึ้นมาพิจารณาทีละชิ้น ปากก็พึมพำงึมงำไม่หยุด มือหนึ่งก็จับพู่กันจดบันทึกอะไรบางอย่างลงบนกระดาษไปด้วย
ตระกูลหวงเชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์ หวงเฉิงเยี่ยนผู้เป็นบิดาก็เป็นปรมาจารย์ด้านเครื่องกล ในฐานะลูกสาวของหวงเฉิงเยี่ยน นางจึงคุ้นเคยและคลุกคลีกับสิ่งของเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก จึงมีความสนใจในเรื่องพวกนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อผางถ่งแวะมาวันนี้ ทันทีที่ตาชั่งอันนี้ปรากฏแก่สายตา มันก็ดึงดูดความสนใจของนางไปในทันที
ตาชั่งนั้นมีมาตั้งแต่สมัยชุนชิวจ้านกั๋วแล้ว แต่มีลักษณะหยาบและเรียบง่ายมาก เป็นเพียงไม้คานเจาะรูตรงกลาง แล้วแขวนตะขอไว้ที่ปลายทั้งสองข้างเพื่อใช้ชั่งน้ำหนัก
แม้ว่าตาชั่งที่เฟยเฉียนทำขึ้นจะดูเรียบง่าย แต่ก็อาศัยโครงสร้างและรูปแบบของตาชั่งแบบใหม่มาเป็นต้นแบบ ดังนั้นในยุคราชวงศ์ฮั่น เมื่อของสิ่งนี้มาปรากฏแก่สายตาของหวงเยว่อิงผู้รักการประดิษฐ์เป็นครั้งแรก มันจึงดึงดูดใจนางอย่างมหาศาล เพราะมันคือแนวคิดใหม่และวิธีการชั่งตวงวัดแบบใหม่…
ด้วยเหตุนี้ ตอนแรกหวงเยว่อิงก็พยายามพูดจาดีๆ เพื่อขอยืมจากผางถ่งมาศึกษา แต่ผางถ่งกลับเล่นตัวไม่ยอมให้ยืม หวงเยว่อิงจึงโมโห เลือดขึ้นหน้า ตัดสินใจลงมือแย่งมาดื้อๆ เสียเลย ยังไงเสียความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหวงกับตระกูลผางก็สนิทชิดเชื้อกันมาก เรื่องทะเลาะเบาะแว้งเล็กๆ น้อยๆ ของเด็กๆ แบบนี้ ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก…
ส่วนเรื่องที่ว่าจิตใจดวงน้อยๆ ของผางถ่งที่ถูกปล้นจะบอบช้ำหรือไม่นั้น หวงเยว่อิงบอกเลยว่านั่นไม่อยู่ในความสนใจของนาง ตอนนี้นางแค่อยากจะศึกษาตาชั่งที่น่าสนใจอันนี้ให้ทะลุปรุโปร่งเท่านั้น…
เสียงหัวเราะกังวานดังมาจากนอกบ้าน หวงเฉิงเยี่ยน ผู้นำตระกูลหวงกลับมาแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขารู้เรื่องที่ลูกสาวไปปล้นผางถ่งมาแล้ว เขาเดินหัวเราะร่าเข้ามา พร้อมกับเอ่ยแซวว่า “นี่มันของวิเศษอะไรกัน ถึงได้คุ้มค่าให้แก้วตาดวงใจของข้าถึงกับต้องลงมือแย่งชิงมา?”
หวงเยว่อิงส่งเสียงฮึดฮัด ประกอบตาชั่งกลับคืนอย่างรวดเร็ว วางลงตรงหน้าหวงเฉิงเยี่ยน แล้วบอกว่า “จะคุ้มค่าให้แย่งมาหรือไม่ ท่านพ่อก็ดูเอาเองสิ!”
“โอ้!” สายตาของหวงเฉิงเยี่ยนถูกดึงดูดไปในทันที เขาเดินวนดูรอบๆ ตาชั่ง ปากก็พึมพำ “อืม น่าสนใจทีเดียว น่าสนใจจริงๆ…”

0 Comments